โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 924 คำ
แสงสีแดงฉานจากภายนอกสาดส่องเข้ามาในวิหารแห่งแสงจันทร์อย่างรวดเร็ว กลิ่นกำมะถันและพลังงานชั่วร้ายคละคลุ้งไปทั่วอากาศ เสียงคำรามของฝูงปีศาจนับไม่ถ้วนดังกระหึ่ม ราวกับจะกลืนกินทุกสิ่งบนโลกใบนี้
"พวกมันมาแล้ว!" ซีรัสตะโกน มือจับดาบแน่น เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีครั้งใหญ่
วิญญาณผู้พิทักษ์แห่งแสงจันทร์เริ่มเคลื่อนไหว พวกมันลอยขึ้นไปบนอากาศ และสร้างกำแพงพลังงานสีเงินขนาดใหญ่ขึ้นมา ปกป้องวิหารจากฝูงปีศาจที่พุ่งเข้ามา
"พวกเจ้าต้องรีบไปจากที่นี่!" วิญญาณผู้พิทักษ์ตนหนึ่งกล่าว "วิหารแห่งนี้จะต้านทานพวกมันได้ไม่นาน"
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาต่อสู้ที่นี่ เธอต้องนำศิลาจันทรากลับไป และตามหาส่วนที่เหลือของคทาให้พบ
"เราจะไปที่ไหนต่อไป?" ไอรินาถาม เธอร่ายเวทมนตร์ไฟ เตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตี
"ภูเขาไฟเพลิงทมิฬ" เอลาริสตอบเสียงหนักแน่น "เราต้องไปที่นั่น เพื่อตามหาศิลาสุริยัน"
พวกเธอรีบวิ่งออกจากวิหารแห่งแสงจันทร์ ท่ามกลางการโจมตีของฝูงปีศาจ ซีรัสฟันดาบเปิดทาง ไอรินาใช้เวทมนตร์ไฟเผาไหม้พวกปีศาจ ลีโอคอยยิงธนูสกัดกั้นการโจมตี เอลาริสใช้พลังแห่งจันทราสร้างโล่ป้องกันและภาพลวงตา เพื่อหลบหนีจากฝูงปีศาจ
การหลบหนีเป็นไปอย่างยากลำบาก ฝูงปีศาจมีจำนวนมากและแข็งแกร่งกว่าที่เคย แต่ด้วยความร่วมมือของทุกคน พวกเธอก็สามารถฝ่าวงล้อมของฝูงปีศาจออกมาได้ในที่สุด และมุ่งหน้าสู่ทิศทางที่เอลเดรินเคยบอกไว้ นั่นคือทิศตะวันออกไกลโพ้น สถานที่ตั้งของภูเขาไฟเพลิงทมิฬ
การเดินทางจากทะเลทรายเรืองรองไปยังภูเขาไฟเพลิงทมิฬนั้นเป็นระยะทางที่ยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรค พวกเธอต้องเดินทางผ่านป่าเวทมนตร์ที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาด และที่ราบสูงที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกพิษ
ในระหว่างการเดินทาง เอลาริสพยายามฝึกฝนการใช้พลังแห่งจันทราอย่างต่อเนื่อง เธอเริ่มควบคุมมันได้ดีขึ้น สามารถสร้างภาพลวงตาที่ซับซ้อนขึ้น และใช้พลังแห่งการเยียวยาได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แกนกลางคทาในมือของเธอก็เปล่งแสงสีเงินออกมาอย่างต่อเนื่อง และศิลาจันทราที่เธอถืออยู่ก็เริ่มสั่นสะเทือน ราวกับจะผสานรวมกับแกนกลางคทา
"สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า" ไอรินากล่าวด้วยสีหน้ากังวล "เราต้องรีบเร่งให้มากที่สุด"
ทุกคนรู้ดีถึงความเร่งด่วนของสถานการณ์ พวกเขาเดินทางทั้งวันทั้งคืน พักผ่อนเพียงเล็กน้อย เพื่อให้ไปถึงภูเขาไฟเพลิงทมิฬให้เร็วที่สุด
ในที่สุด หลังจากผ่านการเดินทางที่ยาวนานและเหนื่อยล้า พวกเธอก็มาถึงขอบของ 'ดินแดนแห่งเพลิงทมิฬ'
ภาพเบื้องหน้าทำให้ทุกคนถึงกับตกตะลึง ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยภูเขาไฟนับร้อยลูกที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ ควันและเถ้าถ่านลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าบดบังแสงตะวัน ทำให้ท้องฟ้ากลายเป็นสีแดงฉาน ลาวาที่ไหลออกมาจากปล่องภูเขาไฟส่องแสงสีส้มแดงไปทั่วบริเวณ อากาศร้อนระอุราวกับเตาหลอม และกลิ่นกำมะถันคละคลุ้งไปทั่ว
"นี่มัน...นรกบนดินชัดๆ" ลีโอพึมพำด้วยความทึ่ง
"นี่คือสถานที่ที่ศิลาสุริยันถูกซ่อนไว้" ซีรัสกล่าว "พลังแห่งสุริยันที่ร้อนแรงย่อมต้องอยู่ในสถานที่เช่นนี้"
เอลาริสหลับตาลง เธอรู้สึกถึงพลังงานมหาศาลที่แผ่ออกมาจากดินแดนแห่งนี้ มันเป็นพลังแห่งสุริยันที่ร้อนแรงและทรงพลังยิ่งกว่าที่เธอเคยสัมผัส มันแตกต่างจากพลังแห่งจันทราอย่างสิ้นเชิง
"ข้าสัมผัสได้" เอลาริสกล่าว "มันอยู่บนยอดภูเขาไฟที่สูงที่สุด...ภูเขาไฟเพลิงทมิฬ"
พวกเธอเริ่มเดินเท้าเข้าสู่ดินแดนแห่งเพลิงทมิฬ การเดินทางเต็มไปด้วยความยากลำบาก พื้นดินร้อนระอุจนแทบจะเผาไหม้รองเท้า ลาวาที่ไหลอยู่เบื้องล่างส่องแสงส้มแดงน่ากลัว และควันพิษที่ลอยขึ้นมาจากปล่องภูเขาไฟก็ทำให้หายใจลำบาก ซีรัสใช้ความแข็งแกร่งของเขาในการนำทางและปกป้องทุกคนจากสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ไอรินาใช้เวทมนตร์ธาตุลมปัดเป่าควันพิษ และใช้เวทมนตร์ป้องกันความร้อน ลีโอใช้ทักษะการปีนป่ายของเขาในการหาเส้นทางที่ปลอดภัย
เอลาริสเองก็ต้องใช้พลังแห่งสุริยันที่เธอเริ่มสัมผัสได้ในการสร้างโล่ป้องกันความร้อน และช่วยพยุงเพื่อนร่วมทางที่เริ่มอ่อนแรง เธอรู้สึกว่าพลังแห่งสุริยันในตัวเธอเริ่มตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรงนี้ มันเปล่งแสงสีทองออกมาจากร่างของเธอ
ในขณะที่พวกเธอกำลังปีนป่ายขึ้นสู่ยอดภูเขาไฟเพลิงทมิฬ ทันใดนั้นเอง แผ่นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และมีเสียงคำรามกึกก้องดังมาจากเบื้องบน
"ระวัง!" ซีรัสตะโกน "มันเป็นสัตว์ประหลาด!"
เงาร่างขนาดมหึมาพุ่งลงมาจากปล่องภูเขาไฟ มันคือ 'อสูรเพลิง' สิ่งมีชีวิตที่ทำจากลาวาและหินร้อน มีร่างกายที่แข็งแกร่งราวกับภูเขาไฟ และมีดวงตาเรืองแสงสีแดงราวกับถ่านไฟ
อสูรเพลิงพุ่งเข้าโจมตีพวกเธออย่างรวดเร็ว กรงเล็บที่ทำจากลาวาของมันพุ่งตรงมาที่เอลาริส
"เวทมนตร์น้ำแข็ง!" ไอรินาร่ายเวทมนตร์ ปล่อยลำแสงน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่อสูรเพลิง ทำให้มันชะงักไปชั่วขณะ
ลีโอไม่รอช้า เขายิงธนูอาบเวทมนตร์ใส่ดวงตาของอสูรเพลิงอย่างแม่นยำ ธนูเหล่านั้นฝังลึกเข้าไปในดวงตาของมัน ทำให้มันร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด
เอลาริสหลับตาลง เธอรู้สึกถึงพลังแห่งสุริยันที่ไหลเวียนอยู่ในกาย เธอหยิบแกนกลางคทาขึ้นมา มันเปล่งแสงสีทองอ่อนๆ และออร่าสีทองก็แผ่ออกมาจากร่างของเธอ
"พลังแห่งสุริยัน! แสงสว่างแห่งการทำลายล้าง!" เธอร่ายเวทมนตร์ แสงสีทองพุ่งออกมาจากแกนกลางคทา และพุ่งตรงเข้าใส่อสูรเพลิงอย่างจัง
พลังงานมหาศาลปะทะเข้ากับร่างของอสูรเพลิง เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงระเบิดกระแทกทุกคนจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง
เมื่อฝุ่นผงจางหายไป ภาพที่เห็นก็ทำให้ทุกคนถึงกับตกตะลึง อสูรเพลิงยังคงยืนอยู่กลางภูเขาไฟ ร่างกายของมันมีรอยไหม้และรอยร้าว แต่ก็ยังคงไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต มันจ้องมองมาที่เอลาริสด้วยความโกรธเกรี้ยว
"เจ้า...เจ้าทำได้อย่างไร!" อสูรเพลิงคำราม "เจ้าเด็กน้อย! เจ้าไม่มีทางทำลายข้าได้หรอก!"
เอลาริสรู้ดีว่าเธอต้องใช้พลังที่แข็งแกร่งกว่านี้ เธอต้องใช้พลังแห่งสุริยันอย่างสมบูรณ์
เธอหลับตาลงอีกครั้ง พยายามเชื่อมโยงกับพลังแห่งสุริยันในตัวเธอ เธอรู้สึกถึงความร้อนแรง ความแข็งแกร่ง และพลังแห่งการทำลายล้างที่ไหลเวียนอยู่ในทุกอณูของร่างกาย เธอเปิดตาขึ้น ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีทองเจิดจ้ากว่าที่เคย รอยจารึกแห่งสายเลือดบนหน้าผากของเธอส่องประกายระยิบระยับ
"พลังแห่งสุริยันจันทรา! แสงสว่างแห่งการพิพากษา!" เธอร่ายเวทมนตร์ แสงสีทองและสีเงินพุ่งออกมาจากแกนกลางคทา และรวมกันเป็นลำแสงขนาดมหึมา พุ่งตรงเข้าใส่อสูรเพลิงอย่างไม่ปรานี
ลำแสงนั้นทะลุผ่านร่างของอสูรเพลิง ทำให้มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ร่างกายของมันเริ่มแตกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน และปลิวหายไปในอากาศ
เมื่ออสูรเพลิงสลายไป เอลาริสก็ทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจอย่างเหนื่อยหอบ การใช้พลังมหาศาลเช่นนั้นทำให้เธออ่อนแรงอย่างมาก แต่รอยจารึกแห่งสายเลือดบนหน้าผากของเธอยังคงเปล่งประกายอ่อนๆ
ซีรัส ลีโอ และไอรินา เดินเข้ามาหาเอลาริสด้วยสีหน้าประหลาดใจ พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งและสมดุลที่แผ่ออกมาจากร่างของเธอ
"เจ้า...เจ้าทำได้แล้วเอลาริส!" ไอรินาอุทานด้วยความดีใจ "เจ้าใช้พลังแห่งสุริยันและจันทราได้อย่างสมดุลแล้ว!"
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ดีว่าเธอได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว เธอได้เรียนรู้ที่จะควบคุมพลังแห่งสุริยันจันทราให้สมบูรณ์มากขึ้น
"เราต้องไปต่อ" เอลาริสกล่าว "ศิลาสุริยันกำลังรอเราอยู่"
ทุกคนพยักหน้า พวกเขารู้ดีว่าสุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และพวกเขาจะต้องรีบเร่งให้มากที่สุด เพื่อตามหาศิลาสุริยัน และรวมพลังแห่งสุริยันจันทราให้สมบูรณ์ เพื่อปกป้องโลกใบนี้จากภัยคุกคามของมาลากอร์ การผจญภัยครั้งสุดท้ายกำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้า และเอลาริสก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันด้วยหัวใจที่เข้มแข็งและพลังที่เพิ่งค้นพบ

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก