คทาสุริยัน

ตอนที่ 213 — บททดสอบแห่งพันธสัญญา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,084 คำ

เมื่อเอลาริสได้ถือครองคทาสุริยันจันทรา พลังเวทอันมหาศาลก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเธออย่างไม่หยุดยั้ง แสงสีทองของสุริยันและแสงเงินยวงของจันทราเต้นระริกเป็นประกายทั่วกายของนาง ราวกับว่านางได้กลายเป็นศูนย์รวมแห่งพลังจากฟากฟ้าทั้งสอง พลังนั้นบริสุทธิ์และเก่าแก่ แต่ในขณะเดียวกันก็รุนแรงจนเกือบจะเกินการควบคุม

ลีโอ เซร่า และควิลล์ ‌ต่างยืนมองด้วยความตะลึง พวกเขาสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังงานที่แผ่ออกมาจากเอลาริส ซึ่งทรงพลังเสียยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยจินตนาการไว้มากนัก แสงที่สาดส่องจากคทาและกายของเอลาริสเจิดจ้าจนแทบจะมองไม่เห็นตัวเธอ

"นาง... นางเชื่อมโยงกับคทาได้อย่างสมบูรณ์แล้ว!" เซร่าอุทานด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความทึ่ง

"พลังนี้..." ลีโอพึมพำ "มันแข็งแกร่งเกินกว่าที่ข้าจะจินตนาการได้"

ควิลล์พยักหน้า ​สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเคารพและหวาดหวั่นต่อพลังที่เอลาริสกำลังปลดปล่อยออกมา

แต่ท่ามกลางความตื่นเต้นและดีใจนั้น เอลาริสกลับรู้สึกถึงความท้าทายอีกรูปแบบหนึ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามา มันไม่ใช่การต่อสู้กับปีศาจภายนอก แต่เป็นการต่อสู้ภายในจิตใจของเธอเอง

ทันใดนั้น เสียงกระซิบโบราณที่เธอเคยได้ยินในห้องทดสอบก็ดังขึ้นอีกครั้งในห้วงความคิดของเธอ แต่คราวนี้มันไม่ใช่เสียงที่อ่อนโยน แต่มันเป็นเสียงที่ทรงพลังและก้องกังวาน ราวกับเสียงของเทพเจ้า

"ทายาทแห่งราชวงศ์ผู้พิทักษ์" ‍เสียงนั้นกล่าว "เจ้าได้ผ่านบททดสอบแห่งความกลัว และได้ครอบครองคทาสุริยันจันทราแล้ว แต่บททดสอบที่แท้จริงยังไม่จบสิ้น เจ้าต้องเผชิญหน้ากับ 'บททดสอบแห่งพันธสัญญา' ซึ่งจะพิสูจน์ความคู่ควรของเจ้าที่จะเป็นผู้พิทักษ์แห่งโลกใบนี้"

ทันใดนั้น คทาสุริยันจันทราในมือของเอลาริสก็ส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น ‌แสงนั้นรวมตัวกันเป็นลำแสงสีรุ้งพุ่งตรงไปยังแท่นบูชาหินขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางห้อง แสงนั้นส่องสว่างไปทั่วห้อง และในชั่วพริบตา แท่นบูชาก็เริ่มลอยขึ้นจากพื้นดิน มันหมุนวนอย่างช้าๆ ก่อนที่จะแผ่ขยายออกไป กลายเป็นวงกลมแห่งแสงขนาดใหญ่ที่ลอยอยู่กลางอากาศ

เบื้องล่างวงกลมแห่งแสงนั้น พื้นห้องก็เริ่มเรืองแสงขึ้น ‍สัญลักษณ์โบราณต่างๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นห้อง และรวมตัวกันเป็นวงเวทขนาดใหญ่ที่ซับซ้อน มันเป็นวงเวทที่เธอเคยเห็นในตำราโบราณของราชวงศ์ เป็นวงเวทที่ใช้สำหรับพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์

"นี่คือบททดสอบแห่งพันธสัญญา" เสียงกระซิบโบราณกล่าว "เจ้าต้องเข้าสู่วงเวทนี้ และเผชิญหน้ากับพันธสัญญาที่บรรพบุรุษของเจ้าได้ทำไว้ ​มันคือการเผชิญหน้ากับชะตากรรมของเจ้าเอง"

เอลาริสรู้สึกถึงความกลัวที่เริ่มคืบคลานเข้ามา แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่ง เธอรู้ดีว่าเธอไม่มีทางเลือก เธอจะต้องผ่านบททดสอบนี้ไปให้ได้

เธอเดินเข้าไปในวงเวทแห่งแสง คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้นเมื่อเธอเข้าสู่วงเวท แสงนั้นส่องสว่างไปทั่วร่างของเธอ และในชั่วพริบตา ​ร่างกายของเธอก็เริ่มลอยขึ้นจากพื้นดิน เธอรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังถูกดึงเข้าไปในห้วงแห่งเวลาและอวกาศ

ภาพต่างๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเธอ มันเป็นภาพของบรรพบุรุษของเธอ ผู้พิทักษ์แห่งแสงสุริยันและเงาจันทรา พวกเขาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันเพื่อปกป้องโลกใบนี้จากความมืดมิดของมาลากอร์ ภาพของการเสียสละของพวกเขา ความกล้าหาญของพวกเขา ​และความรักที่พวกเขามีต่อโลกใบนี้

เอลาริสรู้สึกราวกับว่าเธอกำลังย้อนเวลากลับไปในอดีต เธอได้เห็นการก่อกำเนิดของราชวงศ์ของเธอ ได้เห็นการสร้างคทาสุริยันจันทรา และได้เห็นการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างบรรพบุรุษของเธอกับมาลากอร์

แต่ในขณะเดียวกัน ภาพที่น่าสะพรึงกลัวก็เริ่มปรากฏขึ้น ภาพของมาลากอร์ที่กำลังหัวเราะอย่างชั่วร้าย ภาพของโลกที่กำลังถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด ภาพของความล้มเหลวของบรรพบุรุษของเธอที่ไม่สามารถผนึกมาลากอร์ได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อีกครั้ง

ความรู้สึกผิดบาปและความสิ้นหวังถาโถมเข้ามาในจิตใจของเอลาริส เธอรู้สึกราวกับว่าความล้มเหลวของบรรพบุรุษของเธอกำลังจะถูกส่งต่อมายังเธอ

"เจ้าอ่อนแอเกินไป เอลาริส" เสียงที่ดูเหมือนจะเป็นเสียงของมาลากอร์ดังขึ้นในห้วงความคิดของเธอ "เจ้าไม่มีทางที่จะหยุดยั้งข้าได้ โลกใบนี้จะต้องตกเป็นของข้า"

"ไม่!" เอลาริสตะโกน "ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำเช่นนั้น!"

เธอรวบรวมพลังแห่งสุริยันและจันทราทั้งหมดที่มีอยู่ในกาย คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น แสงนั้นส่องสว่างไปทั่วร่างของเธอ และในชั่วพริบตา ร่างกายของเธอก็เริ่มเปล่งประกายสีรุ้ง

เธอพยายามที่จะต่อสู้กับความรู้สึกผิดบาปและความสิ้นหวัง เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องไม่ยอมแพ้ เธอจะต้องเชื่อมั่นในตัวเอง และเชื่อมั่นในพลังของเธอ

"จงเชื่อมั่นในตัวเอง เอลาริส" เสียงของอิลาเนียดังขึ้นในห้วงความคิดของเธอ "เจ้าคือทายาทแห่งราชวงศ์โบราณ เลือดของบรรพบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ไหลเวียนอยู่ในกายของเจ้า"

เอลาริสหลับตาลง เธอพยายามที่จะนึกถึงสิ่งที่อิลาเนียสอนเธอ นึกถึงความกล้าหาญของเพื่อนร่วมทางของเธอ นึกถึงความหวังที่โลกใบนี้กำลังรอคอยจากเธอ

เมื่อเธอเปิดตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเธอก็เปล่งประกายสีรุ้งที่เจิดจ้ายิ่งขึ้น เธอรู้สึกถึงพลังที่แข็งแกร่งที่ไหลเวียนอยู่ในกาย พลังแห่งสุริยันและจันทราที่หลอมรวมกันอยู่ในจิตวิญญาณของเธอ มันเป็นพลังที่บริสุทธิ์และทรงอำนาจ

เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีรุ้งเปล่งประกายออกมาจากคทา และพุ่งตรงไปยังภาพของมาลากอร์ที่กำลังหัวเราะอย่างชั่วร้าย แสงนั้นส่องสว่างไปทั่วห้วงความคิดของเธอ และในชั่วพริบตา ภาพของมาลากอร์ก็เริ่มแตกสลายออกไป

เมื่อภาพของมาลากอร์หายไป ภาพต่างๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้นอีกครั้ง มันเป็นภาพของโลกที่กำลังฟื้นคืนชีพ พลังเวทที่เคยเลือนหายกลับมาอีกครั้ง ต้นไม้กลับมาเขียวขจี ท้องฟ้ากลับมาสดใส และผู้คนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

เอลาริสรู้สึกถึงความหวังที่กำลังลุกโชนอยู่ในใจ เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องปกป้องโลกใบนี้ให้ได้ เธอจะต้องทำตามพันธสัญญาที่บรรพบุรุษของเธอได้ทำไว้

เมื่อภาพทั้งหมดหายไป เอลาริสก็กลับมายืนอยู่บนพื้นห้องอีกครั้ง คทาสุริยันจันทราในมือของเธอยังคงเปล่งประกายเจิดจ้า แต่แสงนั้นดูสงบและนุ่มนวลกว่าเดิม

"เจ้าผ่านบททดสอบแล้ว เอลาริส" เสียงกระซิบโบราณกล่าว "เจ้าได้เผชิญหน้ากับชะตากรรมของเจ้า และยอมรับพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์แล้ว"

ทันใดนั้น วงเวทแห่งแสงบนพื้นห้องก็เริ่มสลายไป แท่นบูชาหินก็กลับมาอยู่บนพื้นดินอีกครั้ง และแสงสีฟ้าอ่อนจากผลึกในผนังก็กลับมาส่องสว่างทั่วห้อง

เพื่อนร่วมทางของเอลาริสรีบวิ่งเข้ามาหาเธอด้วยความเป็นห่วง

"เอลาริส! เจ้าไม่เป็นอะไรนะ?" ลีโอถาม

"ข้าไม่เป็นไร" เอลาริสยิ้มอย่างอ่อนโยน "ข้าผ่านบททดสอบแล้ว และข้าก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์"

เธอเล่าสิ่งที่เธอได้พบเจอในบททดสอบแห่งพันธสัญญาให้เพื่อนร่วมทางของเธอฟัง พวกเขาทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้นและดีใจที่เอลาริสสามารถผ่านบททดสอบที่ยากลำบากนั้นมาได้

"ตอนนี้เจ้าได้ครอบครองคทาสุริยันจันทราอย่างสมบูรณ์แล้ว" เซร่ากล่าว "และพลังของเจ้าก็แข็งแกร่งกว่าที่เคย"

"ใช่" เอลาริสกล่าว "แต่เรายังคงมีภารกิจที่ต้องทำต่อไป สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึง เราต้องไปผนึกมาลากอร์ก่อนที่มันจะสายเกินไป"

ทันใดนั้น เสียงคำรามของปีศาจก็ดังขึ้นมาจากด้านนอกวิหาร เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งวิหาร

"มาลากอร์!" ลีโออุทาน

"เขามาแล้ว" เอลาริสกล่าว เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีรุ้งเปล่งประกายออกมาจากคทา เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

"เราจะสู้เคียงข้างเจ้า เอลาริส!" ควิลล์กล่าว เขาชักธนูขึ้นมาเตรียมพร้อม

"เราพร้อมแล้ว!" เซร่ากล่าว เธอร่ายมนตร์ป้องกันรอบตัวพวกเขา

เอลาริสเดินนำหน้าเพื่อนร่วมทางของเธอไปยังทางเข้าวิหาร เธอรู้สึกถึงความกลัวที่ยังคงซ่อนอยู่ในใจ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่ง เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องปกป้องโลกใบนี้ให้ได้

เมื่อพวกเขาออกมาจากวิหาร พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพปีศาจจำนวนมหาศาลที่กำลังยืนเรียงรายอยู่เบื้องหน้า กองทัพนั้นมีทั้งอสูรเงา ปีศาจแห่งน้ำแข็ง และปีศาจชนิดอื่นๆ อีกมากมายที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน และเบื้องหน้ากองทัพนั้นคือมาลากอร์ ราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ร่างกายของมาลากอร์สูงใหญ่ราวกับภูเขา ดวงตาที่แดงฉานของเขาส่องประกายเย็นชาในความมืดมิด และมือของเขาถือดาบขนาดใหญ่ที่ทำจากความมืดมิด

"ทายาทแห่งราชวงศ์ที่โง่เขลา" มาลากอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน "เจ้าคิดว่าคทาสุริยันจันทราจะสามารถหยุดยั้งข้าได้หรือ?"

"ข้าจะหยุดเจ้าให้ได้!" เอลาริสกล่าว เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีรุ้งเปล่งประกายออกมาจากคทา และพุ่งตรงไปยังมาลากอร์

มาลากอร์หัวเราะอย่างชั่วร้าย เขาฟาดดาบแห่งความมืดมิดของเขาเข้าใส่แสงสีรุ้งของเอลาริส เสียง 'เคร้ง' ดังขึ้น แสงสีรุ้งและดาบแห่งความมืดมิดปะทะกันอย่างรุนแรง สร้างคลื่นพลังงานที่สั่นสะเทือนไปทั่วเทือกเขา

การต่อสู้ครั้งสุดท้ายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เอลาริสและสหายจะต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีในการเผชิญหน้ากับมาลากอร์และกองทัพปีศาจของเขา ก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะปลดปล่อยความมืดมิดสู่ทุกอาณาจักร

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!