คทาสุริยัน

ตอนที่ 215 — ปราการสุดท้ายแห่งอาณาจักรที่ล่มสลาย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 955 คำ

การเดินทางสู่ยอดเขาแห่งปัญญาเริ่มต้นขึ้นทันทีหลังจากที่เอลาริสได้ผ่านบททดสอบสุดท้ายกับแม่มดแห่งหุบเหว พวกเขาใช้เวลาหลายวันในการเดินทางข้ามทุ่งหญ้าและป่าโปร่ง มุ่งหน้าสู่ทิศเหนือ ที่ซึ่งยอดเขาแห่งปัญญาสูงเสียดฟ้าตระหง่านอยู่เบื้องหน้า แต่ก่อนที่จะไปถึงยอดเขา พวกเขาต้องผ่านดินแดนสุดท้ายที่ยังคงยืนหยัดต่อสู้กับความมืดมิดของมาลากอร์ นั่นคืออาณาจักรเอลเดอร์รอน อาณาจักรที่เคยรุ่งเรืองด้วยเวทมนตร์และวิทยาการ ‌แต่บัดนี้กำลังล่มสลายลงช้าๆ ภายใต้เงาของปีศาจ

เมื่อพวกเขาเข้ามาใกล้ชายแดนของอาณาจักรเอลเดอร์รอน บรรยากาศก็พลันเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึนตลอดเวลา อากาศเย็นยะเยือกและเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความสิ้นหวัง แผ่นดินแห้งแล้ง ต้นไม้เหี่ยวเฉา และมีซากปรักหักพังของหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้างกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป ​ราวกับว่าชีวิตได้ถูกดูดกลืนไปจนหมดสิ้น

"นี่หรืออาณาจักรเอลเดอร์รอน" ฟินน์พึมพำ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความหดหู่ "มันดูสิ้นหวังเหลือเกิน"

อเล็กซ์พยักหน้า "อาณาจักรแห่งนี้เคยเป็นศูนย์กลางของเวทมนตร์และวิทยาการ แต่เมื่อเวทมนตร์เริ่มเลือนหายไป และมาลากอร์เริ่มแผ่ขยายอิทธิพล มันก็เริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ"

มีอาเดินเข้าไปสำรวจซากปรักหักพังของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ‍เธอพบของใช้ส่วนตัวที่ถูกทิ้งไว้ เสื้อผ้าขาดวิ่น ของเล่นเด็กที่แตกหัก และเครื่องมือทางการเกษตรที่สนิมเกรอะกรัง "ผู้คนคงต้องอพยพหนีตายไปหมดแล้ว" เธอว่าพลางถอนหายใจ

เอลาริสรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แทรกซึมเข้ามาในจิตใจของเธอ เธอสัมผัสได้ถึงความสิ้นหวังและความกลัวของผู้คนที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่ เธอรู้สึกว่านี่คือผลลัพธ์ของการที่เวทมนตร์เลือนหายไป ‌และเป็นสิ่งที่มาลากอร์พยายามจะทำกับโลกทั้งใบ

“นี่คือชะตากรรมของโลก... หากเจ้าล้มเหลว” เสียงของมาลากอร์กระซิบในจิตใจของเธออีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ เอลาริสไม่รู้สึกกลัว เธอมีความมุ่งมั่นที่แรงกล้ากว่าเดิม

"ข้าจะไม่ยอมให้สิ่งนี้เกิดขึ้นกับโลกทั้งใบ" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้น ‍แสงสีเงินและสีทองเปล่งประกายออกมา ขับไล่ความมืดมิดและกลิ่นอายของความสิ้นหวังให้จางหายไปเล็กน้อย

พวกเขาเดินทางต่อไปจนกระทั่งมาถึงเมืองหลวงของอาณาจักรเอลเดอร์รอน เมืองหลวงที่เคยยิ่งใหญ่และงดงาม บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพังของตึกรามบ้านช่องที่ถูกทิ้งร้าง และกำแพงเมืองที่พังทลาย แต่ที่น่าประหลาดใจคือ ยังมีผู้คนจำนวนหนึ่งที่ยังคงอาศัยอยู่ในเมืองนี้ พวกเขาเป็นผู้รอดชีวิตที่มารวมตัวกันในส่วนที่ยังพอจะอยู่อาศัยได้ของเมือง

เมื่อชาวเมืองเห็นพวกเขาเดินเข้ามา ​ทุกคนก็มองมาที่พวกเขาด้วยความหวาดระแวง และความสิ้นหวัง ดวงตาของพวกเขาว่างเปล่าและไร้ซึ่งประกายชีวิต

"ท่านเป็นใครกัน" ชายชราคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำของกลุ่มผู้รอดชีวิตถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง "ที่นี่ไม่มีอะไรให้ท่านแล้ว มีแต่ความมืดมิดและความตาย"

เอลาริสก้าวไปข้างหน้า "ข้าคือเอลาริส และนี่คือสหายของข้า ​เรากำลังเดินทางไปที่ยอดเขาแห่งปัญญา เพื่อหยุดยั้งราชาปีศาจมาลากอร์" เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเพื่อให้พวกเขาเห็น

เมื่อชาวเมืองเห็นคทาสุริยันจันทรา ดวงตาของพวกเขาก็พลันเปล่งประกายขึ้นมาเล็กน้อย ราวกับความหวังที่ริบหรี่กำลังจะจุดประกายขึ้นอีกครั้ง

"คทาสุริยันจันทรา... ตำนานเป็นเรื่องจริงหรือนี่" ชายชราพึมพำ "แต่... ​มันจะไปทำอะไรได้ ในเมื่อเวทมนตร์กำลังจะหายไปจากโลกนี้แล้ว"

เอลาริสเดินเข้าไปใกล้ชายชรา เธอรู้สึกถึงความอ่อนล้าและความสิ้นหวังของเขา เธอวางมือบนไหล่ของเขา แสงสีเงินจากคทาเปล่งประกายออกมา แสงนั้นไม่ได้รักษาบาดแผลทางกายภาพ แต่กลับเยียวยาจิตใจที่อ่อนล้าของเขา

"เวทมนตร์ไม่ได้หายไปไหนหรอกท่าน" เอลาริสกล่าว "มันแค่หลับใหลอยู่ และกำลังรอคอยที่จะตื่นขึ้นมาอีกครั้ง มาลากอร์พยายามจะทำให้พวกท่านสิ้นหวัง เพื่อที่มันจะได้กลืนกินพวกท่านได้ง่ายขึ้น แต่ตราบใดที่ยังมีผู้ที่เชื่อในความหวัง ตราบใดที่ยังมีผู้ที่พร้อมจะต่อสู้ เวทมนตร์ก็จะไม่มีวันหายไป"

คำพูดของเอลาริสและการสัมผัสพลังการเยียวยาจากคทา ทำให้ชายชรารู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง เขาเงยหน้าขึ้นมองเอลาริสด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง

"ท่าน... ท่านจะช่วยพวกเราได้จริงๆ หรือ" ชายชราถาม

"ข้าจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องโลกใบนี้" เอลาริสตอบอย่างหนักแน่น

ทันใดนั้นเอง เสียงกรีดร้องก็ดังขึ้นมาจากอีกฝั่งหนึ่งของเมือง เสียงนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและเจ็บปวด

"ปีศาจ! พวกมันมาอีกแล้ว!" ชาวเมืองคนหนึ่งตะโกน

เงาร่างดำทะมึนขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่กำแพงเมืองที่พังทลายลง ปีศาจเหล่านั้นไม่ใช่แค่ปีศาจนักรบธรรมดา แต่เป็นปีศาจที่มีปีกขนาดมหึมา บินลงมาโจมตีชาวเมืองที่กำลังหวาดกลัว พวกมันคือปีศาจวายุทมิฬ มาลากอร์ส่งพวกมันมาเพื่อทำลายความหวังสุดท้ายของผู้คนในอาณาจักรแห่งนี้

"พวกมันแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก" ฟินน์กล่าว เขารีบชักดาบออกมาเตรียมพร้อม

อเล็กซ์ร่ายเวทมนตร์ป้องกันรอบตัวชาวเมือง "เราต้องปกป้องพวกเขา!"

มีอาพาดธนูขึ้นสายอย่างรวดเร็ว เธอระดมยิงธนูใส่ปีศาจวายุทมิฬอย่างแม่นยำ

เอลาริสรู้ดีว่าเธอต้องทำอะไรบางอย่าง เธอต้องแสดงให้ชาวเมืองเห็นว่าความหวังยังไม่ตาย เธอต้องแสดงให้มาลากอร์เห็นว่าเธอจะไม่ยอมแพ้

เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ หลับตาลง และจดจ่อกับพลังแห่งสุริยันจันทราที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ พลังแห่งแสงสว่างและความมืด พลังแห่งชีวิตและความตาย พลังแห่งความหวังและความสิ้นหวัง ล้วนรวมอยู่ในตัวเธอแล้ว

"พลังแห่งสุริยันจันทรา... จงปกป้องผู้บริสุทธิ์!" เธอร่ายเวทมนตร์ เสียงของเธอดังก้องกังวานไปทั่วเมือง

แสงสีเงินและสีทองจากคทาพุ่งออกไปอย่างรุนแรง ไม่ใช่เป็นการโจมตี แต่เป็นการสร้างเกราะป้องกันขนาดใหญ่ที่โอบล้อมเมืองทั้งเมืองไว้ เกราะป้องกันนั้นเปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวนับพัน ทำให้ปีศาจวายุทมิฬไม่สามารถเข้ามาใกล้ได้

ปีศาจวายุทมิฬพยายามจะพุ่งชนเกราะป้องกัน แต่พวกมันก็ถูกแรงกระแทกจากพลังของเกราะป้องกันกระเด็นกลับไปอย่างรุนแรง บางตัวถึงกับได้รับบาดเจ็บสาหัส

ชาวเมืองทุกคนต่างมองเอลาริสด้วยความทึ่งและความหวังที่เต็มเปี่ยมในดวงตา พวกเขาไม่เคยเห็นเวทมนตร์ที่ทรงพลังเช่นนี้มาก่อน

"เธอทำได้แล้วเอลาริส! เธอปกป้องพวกเราไว้ได้" ชายชราตะโกนด้วยความดีใจ

แต่เอลาริสรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการชะลอเวลาเท่านั้น เกราะป้องกันนี้ไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป เธอต้องไปที่ยอดเขาแห่งปัญญาให้เร็วที่สุด เพื่อค้นหาหินแห่งบรรพกาลชิ้นสุดท้าย และเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

"เราต้องไปกันแล้ว" เอลาริสกล่าว "ข้าไม่สามารถคงเกราะป้องกันนี้ไว้ได้ตลอดไป"

"แต่ท่าน... ท่านจะทิ้งพวกเราไปหรือ" ชายชราถามด้วยความกังวล

เอลาริสส่ายหน้า "ข้าไม่ได้ทิ้งพวกท่านไปหรอกท่าน ข้าจะกลับมา และข้าจะนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกนี้ แต่ก่อนอื่น ข้าต้องไปทำในสิ่งที่ข้าถูกลิขิตให้ทำ"

เธอหันไปมองสหายของเธอ "เราต้องไปกันแล้ว ยอดเขาแห่งปัญญากำลังรอคอยเราอยู่"

ฟินน์ อเล็กซ์ และมีอา พยักหน้า พวกเขารู้ดีว่าภารกิจของเอลาริสสำคัญกว่าสิ่งอื่นใด

ก่อนจากไป เอลาริสได้มอบพลังการเยียวยาจากคทาให้กับชายชราเล็กน้อย เพื่อให้เขามีพลังในการดูแลชาวเมืองที่เหลืออยู่ และมอบความหวังให้กับพวกเขา

"จงเข้มแข็งไว้นะท่าน ข้าจะกลับมา" เอลาริสกล่าว ก่อนที่จะเดินจากไปพร้อมกับสหายของเธอ มุ่งหน้าสู่ยอดเขาแห่งปัญญา

เมื่อพวกเขามองย้อนกลับไป เมืองหลวงของอาณาจักรเอลเดอร์รอนยังคงถูกปกคลุมด้วยเกราะป้องกันที่เปล่งประกายระยิบระยับ แสงนั้นเป็นสัญลักษณ์ของความหวังที่ยังไม่ดับมอด เอลาริสรู้สึกถึงความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงที่อยู่บนบ่าของเธอ เธอรู้ดีว่าเธอต้องทำทุกวิถีทางเพื่อทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ และนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกนี้ เพื่อให้ไม่มีอาณาจักรใดต้องล่มสลายลงอีกต่อไป

หนทางข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยอันตราย แต่ด้วยพลังที่ตื่นขึ้นและสหายผู้กล้าหาญเคียงข้าง เอลาริสก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง เพื่อนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกนี้ และยุติความมืดมิดของมาลากอร์ไปตลอดกาล

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!