คทาสุริยัน

ตอนที่ 271 — บุกวิหารแห่งแสงและเงา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 887 คำ

มังกรแสงลูซิอัสทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าที่มืดมิดและเต็มไปด้วยเมฆหนา คณะเดินทางบนหลังของมันต่างสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาด อากาศที่เย็นยะเยือกและหนักอึ้ง ราวกับพวกเขากำลังก้าวเข้าสู่ดินแดนที่ไม่ใช่โลกมนุษย์

เบื้องหน้าของพวกเขา คือภาพของ ‘วิหารแห่งแสงและเงา’ ที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านเมฆหนาทึบ มันเป็นวิหารขนาดใหญ่ที่สร้างจากหินสีดำสนิทและหินสีขาวบริสุทธิ์สลับกันไป ‌ราวกับเป็นสัญลักษณ์ของการรวมตัวของแสงสว่างและความมืดมิด วิหารแห่งนี้ลอยอยู่กลางอากาศ ไม่มีสิ่งใดค้ำจุน มีเพียงพลังเวทโบราณที่คอยพยุงมันไว้

แต่ก่อนที่พวกเขาจะเข้าใกล้ไปมากกว่านี้ พลังงานมหาศาลก็พวยพุ่งออกมาจากวิหาร แสงสีดำอมม่วงพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า และเสียงคำรามกึกก้องก็ดังก้องไปทั่ว ราวกับประกาศการมาถึงของราชาปีศาจ

“มาลากอร์!” ​เอลาริสอุทาน ใบหน้าของเธอเคร่งเครียด

“มันรู้แล้วว่าเรากำลังมา” ลูซิอัสกล่าวในห้วงความคิดของเอลาริส “มันกำลังเตรียมการรับมือ”

ทันใดนั้นเอง กองทัพปีศาจนับไม่ถ้วนก็เริ่มปรากฏตัวออกมาจากวิหาร พวกมันมีรูปร่างประหลาด บางตัวมีปีกคล้ายค้างคาว บางตัวมีกรงเล็บแหลมคม ‍บางตัวมีผิวหนังแข็งดุจหิน พวกมันบินวนอยู่รอบวิหาร ราวกับกำแพงป้องกันที่ไม่มีวันแตกหัก

“เตรียมพร้อม!” เซริอุสตะโกน “นี่คือการต่อสู้ที่แท้จริง!”

ลูซิอัสพุ่งทะยานเข้าหากองทัพปีศาจอย่างไม่เกรงกลัว มันใช้กรงเล็บและฟันที่แหลมคมฟาดฟันเข้าใส่ปีศาจอย่างรวดเร็ว ปีกขนาดใหญ่ของมันสร้างลมพายุที่รุนแรงจนปีศาจบางตัวถูกพัดกระเด็นไป

เอลาริสไม่รอช้า เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้น ‌แสงสีทองและเงินพวยพุ่งออกมาจากคทา เธอปล่อยลำแสงสุริยันจันทราเข้าโจมตีกองทัพปีศาจอย่างต่อเนื่อง แสงนั้นทะลุทะลวงผ่านร่างของปีศาจได้อย่างง่ายดาย ทำให้พวกมันสลายหายไปในอากาศ

เซริอุสกระโดดลงจากหลังมังกรแสง เขาใช้ดาบของเขาฟาดฟันเข้าใส่ปีศาจที่พยายามจะเข้าใกล้ เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ

เมอร์ลินร่ายมนตร์ป้องกันรอบตัวพวกเขา สร้างกำแพงพลังงานโปร่งแสงที่สามารถต้านทานการโจมตีของปีศาจได้ ‍นอกจากนี้เขายังร่ายมนตร์โจมตี ปล่อยลูกไฟเวทมนตร์และสายฟ้าเข้าใส่ปีศาจอย่างไม่หยุดยั้ง

ลีลาวดีใช้เวทมนตร์แห่งพงไพร สร้างเถาวัลย์และรากไม้ให้พันธนาการปีศาจไว้ เธอร้องเพลงแห่งพงไพรที่ไพเราะ แต่กลับมีพลังในการขับไล่วิญญาณชั่วร้าย ทำให้ปีศาจบางตัวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและล่าถอยไป

แม้ว่าพวกเขาจะต่อสู้อย่างกล้าหาญ แต่จำนวนของปีศาจก็มีมากมายเกินกว่าจะรับมือไหว พวกมันโผล่พรวดพราดออกมาจากวิหารอย่างไม่หยุดยั้ง ​ราวกับวิหารแห่งนี้คือรังของปีศาจ

“เราต้องบุกเข้าไปในวิหาร!” เอลาริสตะโกน “เราต้องเปิดใช้งานจุดศูนย์กลางแห่งพลัง!”

ลูซิอัสเข้าใจทันที มันพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางของกองทัพปีศาจอย่างรวดเร็ว ฝ่าวงล้อมของปีศาจเข้าไปยังประตูทางเข้าหลักของวิหาร

เมื่อพวกเขามาถึงประตูวิหาร มันเป็นประตูขนาดใหญ่ที่ทำจากหินสีดำสนิท มีอักขระโบราณสีแดงเรืองแสงอยู่เต็มไปหมด และมีปีศาจขนาดใหญ่สองตัวยืนเฝ้าอยู่ ​พวกมันมีรูปร่างคล้ายยักษ์ มีผิวหนังสีดำสนิทและดวงตาสีแดงก่ำ

“พวกมันคือ ‘ผู้พิทักษ์ประตู’!” เมอร์ลินร้องเตือน “พวกมันแข็งแกร่งมาก!”

เซริอุสพุ่งเข้าโจมตีผู้พิทักษ์ประตูทันที เขาใช้ทักษะการต่อสู้ที่เชี่ยวชาญของเขาหลบหลีกการโจมตีอันรุนแรงของยักษ์ปีศาจ แล้วฟาดฟันดาบเข้าใส่จุดอ่อนของพวกมัน

เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราปล่อยลำแสงพลังงานเข้าโจมตีผู้พิทักษ์ประตู ลูซิอัสก็ใช้กรงเล็บและฟันที่แหลมคมโจมตีพวกมันอย่างไม่ยั้ง

ในที่สุด ​หลังจากต่อสู้อย่างดุเดือด พวกเขาก็สามารถเอาชนะผู้พิทักษ์ประตูได้ ประตูวิหารก็เปิดออก เผยให้เห็นทางเดินมืดมิดที่นำไปสู่ภายใน

“ไปกันเถอะ!” เอลาริสตะโกน

พวกเขาบุกเข้าไปในวิหารแห่งแสงและเงา ภายในวิหารนั้นกว้างใหญ่และมืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากคทาของเอลาริสและมนตร์ของเมอร์ลินที่ช่วยให้พวกเขาพอจะมองเห็นได้

“เซริอุส ลีลาวดี เมอร์ลิน พวกเจ้าไปที่จุดศูนย์กลางแห่งพลังตามแผน!” อาจารย์เอเธลสั่งผ่านอุปกรณ์สื่อสารเวทมนตร์ “ข้าและเอลาริสจะไปที่ใจกลางวิหาร เพื่อเผชิญหน้ากับมาลากอร์!”

“รับทราบครับ/ค่ะ!” สหายทั้งสามตอบรับ

เซริอุส ลีลาวดี และเมอร์ลิน แยกตัวออกไปตามทางเดินที่แตกต่างกัน เพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดศูนย์กลางแห่งพลังที่ได้รับมอบหมาย

เอลาริสและลูซิอัส มุ่งหน้าสู่ใจกลางวิหาร ทางเดินที่พวกเขาเดินไปนั้นเต็มไปด้วยกับดักและปีศาจที่ซุ่มโจมตีอยู่ตลอดเวลา แต่ด้วยพลังของเอลาริสและมังกรแสง พวกเขาก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคเหล่านั้นไปได้

ยิ่งเข้าใกล้ใจกลางวิหารเท่าไหร่ พลังงานของมาลากอร์ก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น อากาศเย็นยะเยือกจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง และภาพหลอนต่างๆ ก็เริ่มปรากฏขึ้น พยายามจะหลอกล่อให้เอลาริสหลงทาง

แต่เอลาริสไม่ยอมหลงกล เธอใช้พลังแห่งสุริยันจันทราขับไล่ภาพหลอนเหล่านั้นออกไป และเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของเธอ

ในขณะเดียวกัน เซริอุสก็มาถึงจุดศูนย์กลางแห่งพลังจุดแรกของเขา มันเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีแท่นบูชาหินตั้งอยู่ตรงกลาง และมีปีศาจนักรบหลายสิบตัวยืนเฝ้าอยู่

“พวกเจ้าไม่มีทางผ่านไปได้!” ปีศาจนักรบตัวหนึ่งคำราม

เซริอุสชักดาบออก เขาพุ่งเข้าโจมตีปีศาจนักรบอย่างไม่เกรงกลัว เสียงดาบกระทบกับเกราะปีศาจดังกังวานไปทั่วห้องโถง เขาสู้ด้วยความกล้าหาญและทักษะที่เหนือชั้น

ด้านลีลาวดี เธอกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจพืชที่พยายามจะพันธนาการเธอไว้ในห้องโถงที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์และหนามแหลมคม

“ข้าไม่ยอมให้พวกเจ้ามาทำร้ายเพื่อนของข้าหรอก!” ลีลาวดีร้อง เธอร่ายมนตร์แห่งพงไพร สร้างดอกไม้ไฟและเถาวัลย์ที่ทรงพลังเข้าโจมตีปีศาจพืช

ส่วนเมอร์ลิน เขากำลังอยู่ในห้องสมุดโบราณที่เต็มไปด้วยอักขระเวทมนตร์ที่ซับซ้อน เขาพยายามถอดรหัสอักขระเหล่านั้นเพื่อเปิดใช้งานจุดศูนย์กลางแห่งพลัง แต่ก็มีปีศาจนักเวทพยายามจะขัดขวางเขา

“เจ้าไม่มีทางทำสำเร็จหรอก นักเวทน้อย!” ปีศาจนักเวทหัวเราะเยาะ

เมอร์ลินไม่ตอบ เขาใช้มนตร์ป้องกันและมนตร์โจมตีตอบโต้ปีศาจนักเวทอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็พยายามถอดรหัสอักขระเวทมนตร์ไปด้วย

การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือดในทุกพื้นที่ของวิหารแห่งแสงและเงา แสงสว่างและเงามืดปะทะกันอย่างรุนแรง เสียงดาบกระทบกัน เสียงมนตร์เวทที่ระเบิดออก และเสียงคำรามของปีศาจดังก้องไปทั่ว

เอลาริสและลูซิอัสมาถึงใจกลางของวิหาร มันเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่มืดมิด มีเพียงแสงสว่างจากดวงจันทร์สองดวงที่ส่องลอดช่องหน้าต่างเข้ามา ใจกลางห้องโถง มีบัลลังก์ที่ทำจากกระดูกและเขาสัตว์ตั้งอยู่ และบนบัลลังก์นั้น มีร่างของ ‘มาลากอร์’ ราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่นั่งอยู่

มาลากอร์มีรูปร่างสูงใหญ่ น่าเกรงขาม ดวงตาของมันแดงก่ำราวกับถ่านไฟที่กำลังลุกโชน พลังงานแห่งความมืดมิดแผ่ออกมาจากตัวมันอย่างมหาศาล

“ในที่สุดเจ้าก็มาถึง เด็กสาวแห่งสุริยันจันทรา” มาลากอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจและเย็นชา “ข้ารอคอยเจ้ามานานแสนนาน”

เอลาริสชูคทาสุริยันจันทราขึ้น เธอจ้องมองมาลากอร์อย่างไม่เกรงกลัว “ข้ามาที่นี่เพื่อผนึกเจ้า มาลากอร์! เพื่อนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกใบนี้!”

มาลากอร์หัวเราะเยาะ “เจ้าคิดว่าพลังเพียงน้อยนิดของเจ้าจะต่อกรกับข้าได้งั้นหรือ เด็กน้อย เจ้าไม่มีทางชนะข้าได้หรอก! สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะสมบูรณ์ และเมื่อนั้นโลกใบนี้ก็จะตกเป็นของข้า!”

พลังงานแห่งความมืดมิดพวยพุ่งออกจากมาลากอร์ พุ่งเข้าใส่เอลาริสและลูซิอัส การต่อสู้ครั้งสุดท้ายได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ชะตากรรมของทุกอาณาจักรกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!