คทาสุริยัน

ตอนที่ 241 — การเผชิญหน้ากับมาลากอร์และพลังแห่งความมืดมิด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,031 คำ

สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ปกคลุมท้องฟ้าอย่างสมบูรณ์ แสงอาทิตย์ถูกกลืนหายไปในความมืดมิด เหลือเพียงแสงสีแดงคล้ำของดวงจันทร์คู่ที่ส่องสว่างอย่างอัปมงคล บรรยากาศรอบกายหนาวเหน็บและหนักอึ้งไปด้วยพลังงานชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากมิติที่เปิดออก เบื้องหน้าของเอลาริสและสหาย คือราชาปีศาจ 'มาลากอร์' ผู้ซึ่งถูกปลดปล่อยจากพันธนาการแห่งอดีตกาล ‌ร่างของเขาสูงใหญ่กำยำ ปกคลุมด้วยชุดเกราะสีดำทะมึนที่ดูราวกับถูกหลอมขึ้นจากเงามืด ดวงตาของเขาส่องประกายสีแดงก่ำราวกับถ่านเพลิงที่ลุกโชนไปด้วยความแค้นและความชั่วร้าย เสียงหัวเราะอันบ้าคลั่งของเขาก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ราวกับประกาศชัยชนะที่กำลังจะมาถึง

"ในที่สุดข้าก็กลับมาอีกครั้ง!" มาลากอร์คำราม เสียงของเขาสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งพื้นดิน "โลกแห่งแสงสว่างจะต้องตกอยู่ภายใต้ความมืดมิดของข้า! ​และไม่มีใครหน้าไหนจะสามารถหยุดยั้งข้าได้!"

เอลาริสยืนหยัดอย่างมั่นคง ถือคทาสุริยันจันทราในมือ คทาเล่มนั้นส่องประกายเจิดจ้าด้วยแสงสีทองและสีเงิน ราวกับเป็นแสงแห่งความหวังเพียงหนึ่งเดียวในความมืดมิด เธอรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่ถาโถมเข้ามาในใจ แต่เธอก็รู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้

"มาลากอร์!" เอลาริสตะโกนด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง "เจ้าไม่มีทางทำลายโลกนี้ได้! ‍ข้าคือเอลาริส ทายาทคนสุดท้ายของราชวงศ์โบราณ และข้าจะหยุดยั้งเจ้าให้ได้!"

มาลากอร์หัวเราะเยาะ "เด็กสาวผู้โง่เขลา! เจ้าคิดว่าพลังเล็กน้อยของเจ้าจะสามารถต่อกรกับข้าได้งั้นหรือ? ข้าคือราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งเคยทำลายโลกนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง! เจ้าไม่มีทางที่จะเอาชนะข้าได้!"

มาลากอร์ชูมือขึ้น ‌พลังงานสีดำทะมึนพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา ก่อตัวเป็นลูกบอลพลังงานขนาดใหญ่ที่พุ่งตรงเข้าใส่เอลาริสอย่างรวดเร็ว

เอลาริสยกคทาสุริยันจันทราขึ้นรับ พลังแห่งสุริยันและจันทราผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดโล่ป้องกันแสงสว่างที่แข็งแกร่ง โล่ป้องกันนั้นรับลูกบอลพลังงานของมาลากอร์ไว้ได้อย่างสบายๆ

"พลังของข้าแข็งแกร่งกว่าที่เจ้าคิด มาลากอร์!" เอลาริสกล่าว

"ฮึ่ม!" มาลากอร์คำรามด้วยความโกรธ ‍"งั้นเจ้าก็จงรับพลังที่แท้จริงของข้าไป!"

มาลากอร์พุ่งเข้าใส่เอลาริสอย่างรวดเร็ว หมัดของเขาที่ปกคลุมด้วยพลังมืดมิดพุ่งตรงเข้าใส่เธออย่างไม่หยุดยั้ง เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราป้องกันการโจมตีของมาลากอร์อย่างคล่องแคล่ว แสงสว่างจากคทาปะทะกับความมืดมิดจากหมัดของมาลากอร์ ก่อให้เกิดประกายไฟและเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

อาจารย์เซเดน ไลร่า คาเรน และฟินน์ ​เข้ามาช่วยเอลาริส พวกเขาร่ายเวทมนตร์โจมตี ปล่อยลูกไฟ กระแสลมเย็นยะเยือก และลูกธนูพลังเวทเข้าใส่มาลากอร์ แต่พลังของมาลากอร์นั้นมหาศาลเกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือไหว การโจมตีของพวกเขาแทบไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมาลากอร์ได้เลย

"พวกเจ้าทั้งหมดเป็นเพียงมดปลวก! ไม่มีทางที่จะเอาชนะข้าได้!" ​มาลากอร์คำราม

มาลากอร์กวาดมือออกไป พลังมืดมิดพุ่งออกจากมือของเขา ซัดอาจารย์เซเดน ไลร่า คาเรน และฟินน์กระเด็นไปคนละทิศละทาง พวกเขาล้มลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นดิน ร่างกายของพวกเขามีบาดแผลจากการโจมตีของมาลากอร์

"อาจารย์! ​คาเรน! ไลร่า! ฟินน์!" เอลาริสตะโกนด้วยความตกใจ

"อย่าห่วงพวกเราเลย เอลาริส!" อาจารย์เซเดนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง "เจ้าต้องใช้หินผลึกแห่งแสงผนึกเขาให้ได้!"

เอลาริสมองไปยังสหายของเธอที่นอนบาดเจ็บอยู่บนพื้นดิน ความโกรธแค้นและความมุ่งมั่นถาโถมเข้ามาในใจ เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องทำอะไรบางอย่าง เธอจะต้องหยุดยั้งมาลากอร์ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสว่างจากคทาส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น พลังแห่งสุริยันและจันทราผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดลำแสงขนาดใหญ่ที่พุ่งตรงเข้าใส่มาลากอร์

มาลากอร์หัวเราะเยาะ "ไร้สาระ! เจ้าคิดว่าพลังเล็กน้อยของเจ้าจะสามารถทำอะไรข้าได้งั้นหรือ?"

มาลากอร์ชูมือขึ้น สร้างกำแพงพลังมืดมิดขึ้นมารับลำแสงของเอลาริส กำแพงพลังมืดมิดนั้นแข็งแกร่งมาก มันรับลำแสงของเอลาริสไว้ได้อย่างสบายๆ

"เจ้าไม่มีทางที่จะเอาชนะข้าได้ เอลาริส!" มาลากอร์คำราม "ข้าคือราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่!"

เอลาริสรู้สึกว่าพลังของเธอกำลังจะหมดลง การต่อสู้กับมาลากอร์นั้นใช้พลังงานมากเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้

ขณะที่เอลาริสกำลังอ่อนแรง จู่ๆ หินผลึกแห่งแสงที่วางอยู่บนแท่นบูชาก็ส่องประกายเจิดจ้า แสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งออกมาจากหินผลึกแห่งแสง และพุ่งตรงเข้าสู่คทาสุริยันจันทราในมือของเอลาริส

ทันทีที่แสงสีขาวบริสุทธิ์จากหินผลึกแห่งแสงสัมผัสกับคทาสุริยันจันทรา พลังแห่งสุริยันและจันทราในคทาก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เอลาริสรู้สึกว่าร่างกายของเธอเต็มไปด้วยพลังงานอันบริสุทธิ์และทรงพลัง เธอรู้สึกว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของคทา และคทาก็เป็นส่วนหนึ่งของเธอ

"นี่คือพลังของหินผลึกแห่งแสง!" อาจารย์เซเดนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง "จงใช้มันผนึกมาลากอร์ให้ได้ เอลาริส!"

เอลาริสหลับตาลง รวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในกาย คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น แสงสว่างสีทอง สีเงิน และสีขาวบริสุทธิ์ผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดลำแสงขนาดใหญ่ที่พุ่งตรงเข้าใส่มาลากอร์

มาลากอร์มองลำแสงของเอลาริสด้วยความตกใจ แสงนั้นเต็มไปด้วยพลังที่บริสุทธิ์และทรงพลัง เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้

"นี่มันอะไรกัน!" มาลากอร์คำราม "พลังนี้... เป็นไปไม่ได้!"

ลำแสงของเอลาริสพุ่งเข้าใส่มาลากอร์อย่างรวดเร็ว มาลากอร์พยายามสร้างกำแพงพลังมืดมิดขึ้นมารับ แต่กำแพงพลังมืดมิดของเขาก็ไม่สามารถต้านทานพลังของลำแสงของเอลาริสได้ มันพังทลายลงในพริบตา

ลำแสงของเอลาริสพุ่งเข้าใส่ร่างของมาลากอร์ ร่างของมาลากอร์สั่นสะท้าน แสงสีแดงก่ำในดวงตาของเขาเริ่มจางลง

"ไม่! เป็นไปไม่ได้!" มาลากอร์คำรามด้วยความเจ็บปวด "ข้าไม่มีทางที่จะถูกผนึกได้อีกครั้ง!"

แต่ลำแสงของเอลาริสก็ยังคงพุ่งเข้าใส่ร่างของมาลากอร์อย่างต่อเนื่อง ร่างของมาลากอร์เริ่มสลายไปในอากาศ กลายเป็นเพียงกลุ่มควันสีดำที่จางหายไปในพริบตา

เอลาริสรู้สึกว่าพลังของเธอกำลังจะหมดลง เธอใช้พลังทั้งหมดที่มีในการผนึกมาลากอร์ เธอทรุดลงไปนั่งกับพื้นดิน ร่างกายของเธออ่อนแรงจนแทบจะขยับไม่ได้ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องประกายเจิดจ้าอีกครั้ง ก่อนที่แสงนั้นจะค่อยๆ จางหายไป

สุริยคราสแห่งจันทร์คู่เริ่มจางหายไป แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องลงมาอีกครั้ง ท้องฟ้ากลับมาเป็นสีฟ้าสดใสอีกครั้ง บรรยากาศรอบกายกลับมาสงบเงียบอีกครั้ง ความมืดมิดและพลังงานชั่วร้ายที่เคยปกคลุมอยู่ได้จางหายไปแล้ว

มาลากอร์ถูกผนึกอีกครั้งแล้ว...

อาจารย์เซเดน ไลร่า คาเรน และฟินน์ ลุกขึ้นยืน พวกเขาเดินเข้ามาหาเอลาริสด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดีใจ

"เจ้าทำได้แล้ว เอลาริส!" อาจารย์เซเดนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

"เจ้าช่วยโลกนี้ไว้ได้แล้ว!" ไลร่าเสริม

"เจ้าคือวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่!" คาเรนกล่าว

"เจ้าคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริง!" ฟินน์กล่าว

เอลาริสมองไปยังสหายของเธอด้วยรอยยิ้ม เธอรู้สึกดีใจที่เธอสามารถทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ได้สำเร็จ เธอรู้สึกดีใจที่เธอสามารถปกป้องโลกนี้จากความมืดมิดของมาลากอร์ได้

แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามาในใจ เธอใช้พลังไปมากในการผนึกมาลากอร์ เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่เธอจะฟื้นตัวได้

อาจารย์เซเดนเดินเข้ามาหาเอลาริส เขาวางมือบนบ่าของเธออย่างอ่อนโยน

"เจ้าทำได้ดีมาก เอลาริส" อาจารย์เซเดนกล่าว "เจ้าได้ทำตามหน้าที่ของเจ้าอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว"

เอลาริสมองไปยังคทาสุริยันจันทราในมือของเธอ คทาเล่มนั้นส่องประกายเจิดจ้าอีกครั้ง ก่อนที่แสงนั้นจะค่อยๆ จางหายไป คทากลับคืนสู่สภาพเดิมของมัน เป็นเพียงคทาธรรมดาที่ดูงดงาม

"พลังของมาลากอร์ถูกผนึกไว้แล้ว" อาจารย์เซเดนกล่าว "แต่เราก็ยังต้องระวัง เขาอาจจะหาทางกลับมาอีกครั้งในอนาคต"

เอลาริสพยักหน้า "ข้าจะระวังค่ะอาจารย์"

พวกเขาเดินทางกลับไปยังฐานลับของอาจารย์เซเดน เพื่อพักผ่อนและฟื้นฟูร่างกาย การต่อสู้กับมาลากอร์นั้นเป็นประสบการณ์ที่ยากลำบากและน่าหวาดกลัว แต่พวกเขาก็สามารถผ่านพ้นมันมาได้ในที่สุด

เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องลงมายังฐานลับของอาจารย์เซเดน เอลาริสนั่งอยู่เงียบๆ มองไปยังคทาสุริยันจันทราในมือของเธอ เธอรู้สึกถึงความสงบสุขที่ถาโถมเข้ามาในใจ เธอรู้ดีว่าเธอได้ทำตามหน้าที่ของเธอแล้ว เธอได้ปกป้องโลกนี้จากความมืดมิดของมาลากอร์ได้สำเร็จ

แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ยังคงอยู่ เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องฝึกฝนพลังของเธอต่อไป เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับอันตรายที่อาจจะมาถึงในอนาคต เธอคือทายาทคนสุดท้ายของราชวงศ์โบราณ ผู้ซึ่งจะยังคงเป็นผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างตลอดไป

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!