กาลเวลาหมุนผ่านไปนับร้อยปี โลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ที่รุ่งเรืองและสงบสุข ผู้คนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน เวทมนตร์ที่เคยเลือนหายไปได้กลับคืนมาอย่างเต็มเปี่ยม แต่เป็นพลังที่ถูกใช้เพื่อการสร้างสรรค์และเยียวยา ไม่ใช่เพื่อการทำลายล้างอีกต่อไป
เรื่องราวของเอลาริส ผู้พิทักษ์แห่งคทาสุริยันจันทรา ได้กลายเป็นตำนานที่ถูกเล่าขานจากรุ่นสู่รุ่น ชื่อของเธอถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่าเป็นผู้ที่ยอมสละชีวิตเพื่อปกป้องโลกใบนี้จากความมืดมิดของมาลากอร์
ในใจกลางของอาณาจักรที่เคยเป็นสมรภูมิรบกับมาลากอร์ บัดนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเป็น ‘วิหารแห่งผู้พิทักษ์’ วิหารขนาดมหึมาที่ประดับประดาด้วยภาพแกะสลักของเอลาริสและสหายของเธอ แท่นบูชาหลักของวิหารเป็นที่ประดิษฐานของคทาสุริยันจันทรา คทาที่ยังคงส่องประกายเรืองรองจางๆ ราวกับมีชีวิตอยู่
ทุกๆ ปี ในวันครบรอบสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ ผู้คนจากทั่วทุกอาณาจักรจะมารวมตัวกันที่วิหารแห่งผู้พิทักษ์ เพื่อรำลึกถึงการเสียสละของเอลาริส และเพื่อเฉลิมฉลองสันติภาพที่เธอได้มอบให้
ในเช้าวันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิ เด็กสาวคนหนึ่งนามว่า ‘ลิเลีย’ ผู้ซึ่งมีดวงตาที่เปล่งประกายคล้ายกับเอลาริสในวัยเยาว์ กำลังเดินสำรวจวิหารแห่งผู้พิทักษ์อย่างเงียบๆ ลิเลียเป็นเด็กกำพร้าเช่นเดียวกับเอลาริส และมีความฝันที่จะเป็นผู้พิทักษ์เช่นกัน
ลิเลียเดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าแท่นบูชาหลัก เธอจ้องมองคทาสุริยันจันทราด้วยความชื่นชมและศรัทธา เธอเอื้อมมือออกไปสัมผัสคทาอย่างแผ่วเบา
ทันทีที่ปลายนิ้วของลิเลียสัมผัสกับคทา แสงจากคทาก็สว่างจ้าขึ้นกว่าเดิม แสงนั้นห่อหุ้มร่างของลิเลียไว้ชั่วขณะ ลิเลียรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ ราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังเชื่อมโยงกับเธอ
ในห้วงแห่งจิตสำนึก ลิเลียได้ยินเสียงกระซิบ เสียงที่ไม่ได้มาจากหู แต่มาจากจิตวิญญาณ เสียงที่อ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก เสียงของเอลาริส
“‘ลิเลีย...’” เสียงนั้นกระซิบ “‘เจ้าคือผู้ถูกเลือกคนใหม่’”
ลิเลียสะดุ้งตื่นจากนิมิต เธอจ้องมองคทาสุริยันจันทราด้วยความตกตะลึง เธอไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่างที่หลับใหลอยู่ในตัวเธอ กำลังตื่นขึ้นมา
คทาสุริยันจันทราไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งประดิษฐ์โบราณ แต่เป็นดวงวิญญาณของผู้พิทักษ์ที่ยังคงเฝ้ามองโลกใบนี้อยู่เสมอ เอลาริสไม่ได้จากไปไหนอย่างสมบูรณ์ เธอได้หลอมรวมเข้ากับคทา และกลายเป็นส่วนหนึ่งของพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์
“‘พันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์จะยังคงอยู่ตราบเท่าที่โลกใบนี้ยังคงต้องการการปกป้อง’” เสียงของเอลาริสกระซิบอีกครั้ง “‘ตราบใดที่ความมืดมิดยังคงหลงเหลืออยู่ แสงสว่างก็จะยังคงปรากฏขึ้นเสมอ’”
ลิเลียเข้าใจแล้ว เธอคือผู้ถูกเลือกคนใหม่ เธอจะต้องสานต่อพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ เธอจะต้องปกป้องโลกใบนี้ต่อไป
เธอหยิบคทาสุริยันจันทราขึ้นมา คทาส่องประกายเจิดจ้าในมือของเธอ ราวกับตอบรับกับความมุ่งมั่นของเธอ
“ฉันจะปกป้องมันต่อไปค่ะเอลาริส” ลิเลียพึมพำด้วยรอยยิ้ม “ฉันจะปกป้องโลกใบนี้ต่อไป”
เธอเดินออกจากวิหารแห่งผู้พิทักษ์ พร้อมกับคทาสุริยันจันทราในมือ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความหวัง เธอรู้ว่าการเดินทางของเธอยังอีกยาวไกล แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งทุกอย่างที่รออยู่เบื้องหน้า
แม้มาลากอร์จะถูกผนึกไปแล้ว แต่โลกก็ยังคงมีภัยคุกคามอื่นๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้เสมอ และพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ก็จะยังคงอยู่ต่อไปชั่วลูกชั่วหลาน ตราบเท่าที่โลกใบนี้ยังคงต้องการการปกป้อง
เอลาริส ผู้พิทักษ์แห่งคทาสุริยันจันทรา ได้มอบมรดกอันล้ำค่าที่สุดให้กับโลกใบนี้ นั่นคือความหวัง และผู้ที่จะสานต่อความหวังนั้นไปไม่รู้จบ
แสงจากคทาสุริยันจันทราส่องประกายเจิดจ้าขึ้นสู่ท้องฟ้า ราวกับเป็นสัญลักษณ์แห่งพันธสัญญาที่คงอยู่ตลอดกาล แสงนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่แสงสว่าง แต่เป็นแสงแห่งความหวัง แสงแห่งการปกป้อง และแสงแห่งอนาคตที่ไม่มีวันสิ้นสุด
จบ

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก