โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 1,101 คำ
ข่าวการพ่ายแพ้ของมาลากอร์ ณ ยอดเขาเงาเพลิงแพร่สะพัดไปทั่วทุกอาณาจักรอย่างรวดเร็ว โลกที่เคยจมดิ่งสู่ความมืดมิดและความหวาดกลัว ได้รับแสงสว่างและความหวังกลับคืนมา ผู้คนต่างเฉลิมฉลองชัยชนะของเอลาริสและสหายอย่างยิ่งใหญ่ เธอได้รับการยกย่องให้เป็น 'ผู้กอบกู้โลก' เป็นวีรสตรีในตำนานที่ได้ช่วยโลกไว้จากความมืดมิด
แต่ในใจของเอลาริสกลับเต็มไปด้วยความกังวล คำกระซิบสุดท้ายของมาลากอร์ยังคงก้องกังวานอยู่ในหูของเธอ 'มันยังไม่จบ...เจ้าจะต้องเผชิญหน้ากับข้าอีกครั้ง...' เมื่อพวกเขากลับมาถึงหอคอยแห่งความทรงจำ เอลาริสก็รีบเล่าเรื่องคำกระซิบของมาลากอร์ให้วิญญาณเอราเดียฟัง เอราเดียฟังด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึม แล้วจึงพยักหน้าช้าๆ "ข้าคาดการณ์ไว้แล้วว่ามันจะต้องเป็นเช่นนี้ มาลากอร์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดา มันคือแก่นแท้ของความมืดมิดที่กำเนิดขึ้นมาพร้อมกับโลกใบนี้ มันไม่สามารถถูกทำลายได้อย่างสิ้นเชิง" "แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปคะ?" เอลาริสถามด้วยความกังวล "ถ้ามันจะกลับมาอีกครั้ง เราจะหยุดมันได้อย่างไร?" "มีเพียงทางเดียวเท่านั้น" เอราเดียกล่าว "นั่นคือการผนึกมันอย่างสมบูรณ์แบบและนิรันดร์" "การผนึกนิรันดร์?" เลโอนาร์ดถามด้วยความประหลาดใจ "มีวิธีเช่นนั้นด้วยหรือขอรับ?" "ใช่ แต่มันเป็นวิธีที่ยากลำบากและอันตรายอย่างยิ่ง" เอราเดียอธิบาย "มันคือ 'วิถีแห่งการผนึกนิรันดร์' ซึ่งเป็นความรู้โบราณที่ถูกเก็บงำไว้โดยราชวงศ์สุริยันจันทรามานับพันปี"
เอราเดียพาพวกเขาทั้งหมดไปยังห้องโถงลับอีกแห่งหนึ่งภายในหอคอยแห่งความทรงจำ ห้องโถงนั้นเต็มไปด้วยม้วนคัมภีร์และภาพสลักที่เก่าแก่กว่าที่พวกเขาเคยเห็นมา ภาพสลักเหล่านั้นแสดงให้เห็นถึงการต่อสู้ครั้งแรกระหว่างบรรพบุรุษของเอลาริสกับมาลากอร์ และการผนึกมาลากอร์ลงไปในห้วงลึกของโลก "เมื่อหลายพันปีก่อน บรรพบุรุษของเจ้าได้ค้นพบวิธีที่จะผนึกมาลากอร์ได้ชั่วคราว" เอราเดียอธิบาย "แต่พวกเขาก็รู้ว่าการผนึกนั้นไม่ยั่งยืน และวันหนึ่งมาลากอร์จะต้องกลับมาอีกครั้ง พวกเขาจึงพยายามค้นหาวิธีที่จะผนึกมันได้อย่างสมบูรณ์และนิรันดร์" "แล้วพวกเขาพบวิธีนั้นไหมคะ?" เอลาริสถาม "พวกเขาพบ แต่มันเป็นวิธีที่ต้องใช้พลังงานมหาศาล และต้องใช้ 'หัวใจแห่งโลก' ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานเวทมนตร์ที่สำคัญที่สุดของโลกในการผนึก" เอราเดียตอบ "แต่การจะเข้าถึงหัวใจแห่งโลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องผ่านบททดสอบที่อันตรายอย่างยิ่ง"
"หัวใจแห่งโลกคืออะไรคะ?" เฟย์ร่าถาม "มันคือแก่นแท้ของพลังเวทมนตร์ที่ไหลเวียนอยู่ในโลกใบนี้" เอราเดียอธิบาย "มันเป็นแหล่งกำเนิดของชีวิตและพลังงานทั้งหมด มันถูกปกป้องโดยสิ่งมีชีวิตโบราณที่เรียกว่า 'ผู้พิทักษ์แห่งแก่นแท้' และถูกซ่อนไว้ในสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จัก" "แล้วเราจะตามหามันได้อย่างไร?" ซาเรลถาม เอราเดียชี้ไปที่ภาพสลักบนผนัง ภาพนั้นแสดงให้เห็นถึงสถานที่ที่ถูกซ่อนไว้เบื้องหลังม่านหมอกหนาทึบ มันคือ 'วิหารแห่งการหลับใหล' สถานที่ที่หัวใจแห่งโลกถูกเก็บรักษาไว้ "วิหารแห่งการหลับใหลถูกซ่อนไว้ในมิติที่ซ้อนทับกันระหว่างโลกของเรากับโลกแห่งจิตวิญญาณ" เอราเดียอธิบาย "การจะเข้าไปในวิหารได้นั้น ต้องใช้ 'กุญแจแห่งจิตวิญญาณ' ซึ่งถูกแยกออกเป็นสามส่วน และถูกซ่อนไว้ในสถานที่ที่อันตรายที่สุดของโลก"
"กุญแจแห่งจิตวิญญาณ?" เอลาริสถาม "ใช่ กุญแจแห่งจิตวิญญาณถูกสร้างขึ้นจากแก่นแท้ของธาตุทั้งสาม ดิน น้ำ และลม" เอราเดียอธิบาย "ส่วนแรกคือ 'อัญมณีแห่งปฐพี' ถูกซ่อนไว้ในถ้ำลึกใต้ดินที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย ส่วนที่สองคือ 'ไข่มุกแห่งวารี' ถูกซ่อนไว้ในมหาสมุทรที่ลึกที่สุดและเต็มไปด้วยสัตว์ทะเลที่ดุร้าย และส่วนที่สามคือ 'ขนนกแห่งนภา' ถูกซ่อนไว้บนยอดเขาสูงที่สุดที่ปกคลุมด้วยพายุหิมะตลอดเวลา" "ดูเหมือนว่าภารกิจของเราจะยังอีกยาวไกลเลยนะคะ" เฟย์ร่าถอนหายใจ "แต่มันคือทางเดียวที่จะหยุดยั้งมาลากอร์ได้อย่างแท้จริง" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "เราต้องไปตามหากุญแจทั้งสามส่วนนั้นให้ได้" "ใช่" เลโอนาร์ดพยักหน้า "พวกเราจะไปกับเจ้าเอลาริส"
ในขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมตัวออกเดินทาง จู่ๆ ก็มีเสียงกระซิบแผ่วเบาอีกครั้งดังขึ้นในหูของเอลาริส "เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำสำเร็จงั้นหรือ...ทายาทแห่งสุริยันจันทรา?" เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและความชั่วร้าย "มาลากอร์กำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และมันจะส่งสมุนที่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิมมาขัดขวางพวกเจ้า" เอลาริสสั่นสะเทือนด้วยความหวาดกลัว เธอรู้ว่ามาลากอร์กำลังจับตาดูเธออยู่ตลอดเวลา และมันจะทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งเธอ "อย่ากลัวเลยเอลาริส" เอราเดียกล่าว "เจ้าไม่ได้อยู่คนเดียว เจ้ามีพวกเราคอยเคียงข้างเสมอ" เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าเธอต้องแข็งแกร่งกว่านี้ เธอต้องเรียนรู้ให้มากกว่านี้ เพื่อที่จะสามารถหยุดยั้งมาลากอร์ได้อย่างแท้จริงในสักวันหนึ่ง
พวกเขาตัดสินใจที่จะเริ่มจาก 'อัญมณีแห่งปฐพี' ซึ่งถูกซ่อนไว้ในถ้ำลึกใต้ดินที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย การเดินทางสู่ถ้ำนั้นเป็นไปอย่างเร่งรีบและเต็มไปด้วยความตึงเครียด อากาศเริ่มหนาวเย็นลงเรื่อยๆ และมีกลิ่นเหม็นอับของดินและหินลอยอยู่ในอากาศ เมื่อพวกเขามาถึงปากถ้ำ พวกเขาก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น ปากถ้ำนั้นกว้างใหญ่ราวกับปากของสัตว์ร้ายขนาดมหึมา ภายในถ้ำมืดมิดจนมองไม่เห็นเบื้องหน้า และมีเสียงคำรามของสัตว์ร้ายดังออกมาจากความมืด "ดูเหมือนว่าพวกมันจะรอต้อนรับเราอยู่แล้ว" ซาเรลกล่าว "ระวังตัวไว้ทุกคน" เลโอนาร์ดสั่ง "เราไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในถ้ำนี้บ้าง"
พวกเขาทั้งหมดก้าวเดินเข้าไปในถ้ำอย่างระมัดระวัง เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราสร้างแสงสว่างขึ้นมา แสงนั้นส่องสว่างไปทั่วทั้งถ้ำ เผยให้เห็นทางเดินที่คดเคี้ยวและเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย ไม่นานนัก พวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นมาจากเบื้องหน้า ทันใดนั้น เงาร่างขนาดใหญ่หลายสิบตัวก็ปรากฏขึ้นมาจากความมืด มันคือ 'อสูรหิน' สัตว์ร้ายที่เกิดจากหินและแร่ธาตุในถ้ำ ร่างกายของพวกมันแข็งแกร่งราวกับหินผา และมีกรงเล็บที่แหลมคม อสูรหินพุ่งเข้าใส่กลุ่มของเอลาริสอย่างรวดเร็ว พวกมันส่งเสียงคำรามอย่างดุดัน "เตรียมตัว!" เลโอนาร์ดสั่ง การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด เลโอนาร์ดใช้ดาบของเขาฟาดฟันอสูรหินอย่างคล่องแคล่ว แต่ดาบก็แทบไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับร่างที่แข็งแกร่งของพวกมันได้ ซาเรลยิงธนูเข้าใส่ดวงตาของพวกมันอย่างแม่นยำ แต่ลูกศรก็แทบไม่สามารถเจาะทะลุผิวหนังที่แข็งแกร่งของพวกมันได้ เฟย์ร่าร่ายเวทมนตร์โจมตีเป็นวงกว้าง เปลวเพลิงสีฟ้าพวยพุ่งเข้าใส่กลุ่มอสูรหิน ทำให้พวกมันส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งพวกมันได้
เอลาริสมองไปยังอสูรหินที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ เธอรู้ว่าเธอต้องใช้พลังที่แข็งแกร่งกว่านี้ เธอรวบรวมพลังสุริยันทั้งหมดเข้าไว้ในคทา แล้วปล่อยออกมาเป็นลำแสงสีทองขนาดมหึมา พุ่งเข้าใส่อสูรหิน ลำแสงสีทองนั้นพุ่งเข้าชนร่างของอสูรหินอย่างจัง ทำให้พวกมันระเบิดออกเป็นชิ้นๆ สลายหายไปในอากาศ แต่ก็ยังมีอสูรหินตัวใหม่ออกมาเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่มีที่สิ้นสุด เอลาริสเริ่มรู้สึกเหนื่อยอ่อน พลังเวทของเธอถูกใช้ไปอย่างรวดเร็ว "พวกมันเยอะเกินไป!" เฟย์ร่าตะโกน "เราต้องหาทางไปข้างหน้าให้ได้" เลโอนาร์ดกล่าว "อัญมณีแห่งปฐพีต้องอยู่ลึกเข้าไปในถ้ำนี้"
พวกเขาพยายามที่จะฝ่าฟันอสูรหินไปข้างหน้า แต่ก็ถูกพวกมันล้อมเอาไว้ ในขณะที่สถานการณ์กำลังย่ำแย่ จู่ๆ ก็มีเสียงคำรามที่ดุดันดังขึ้นมาจากเบื้องหลังอสูรหิน ทันใดนั้น เงาร่างขนาดใหญ่กว่าอสูรหินธรรมดาหลายเท่าก็ปรากฏขึ้น มันคือ 'ราชาอสูรหิน' สัตว์ร้ายที่ใหญ่ที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดในถ้ำนี้ ร่างกายของมันสูงใหญ่ราวกับภูเขา มีกรงเล็บที่แหลมคมและดวงตาที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟ ราชาอสูรหินพุ่งเข้าใส่กลุ่มของเอลาริสอย่างรวดเร็ว มันง้างกรงเล็บขนาดมหึมาหมายจะขย้ำพวกเขาทั้งหมด
เอลาริสมองไปยังราชาอสูรหินที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ เธอรู้ว่าเธอต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อหยุดมัน เธอหลับตาลง พยายามรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเข้าไว้ในคทาสุริยันจันทรา เธอรู้สึกถึงพลังของบรรพบุรุษ พลังของจิตวิญญาณผู้พิทักษ์ทุกคนที่ไหลเวียนเข้ามาในตัวเธอ "พลังแห่งสุริยันจันทรา...จงรวมกันเป็นหนึ่ง!" เอลาริสตะโกนเสียงดัง คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจ้า แสงสีทองและสีเงินหลอมรวมกันเป็นลำแสงสีรุ้งขนาดมหึมา พุ่งตรงเข้าใส่ราชาอสูรหินอย่างจัง ราชาอสูรหินส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด มันพยายามที่จะต้านทานพลังนั้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ร่างของมันเริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ สลายหายไปในอากาศ เหลือเพียงแสงสีเขียวมรกตที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่บนอากาศ
แสงสีเขียวมรกตนั้นลอยลงมาหาเอลาริส มันคือ 'อัญมณีแห่งปฐพี' หนึ่งในสามส่วนของกุญแจแห่งจิตวิญญาณ เอลาริสเอื้อมมือออกไปรับอัญมณีแห่งปฐพี อัญมณีนั้นเปล่งประกายสีเขียวมรกตอย่างงดงาม และมีพลังเวทที่อบอุ่นแผ่ซ่านออกมา "เราได้มันมาแล้ว!" เฟย์ร่าร้องออกมาด้วยความดีใจ เลโอนาร์ดและซาเรลเข้ามาหาเอลาริสด้วยรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ "เจ้าทำได้ดีมากเอลาริส" เลโอนาร์ดกล่าว "เราได้ก้าวไปอีกขั้นแล้ว" เอลาริสมองไปยังอัญมณีแห่งปฐพีในมือของเธอ เธอรู้สึกถึงความหวังที่เพิ่มขึ้น เธอรู้ว่าการเดินทางของเธอยังอีกยาวไกล แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เธอพร้อมที่จะตามหากุญแจแห่งจิตวิญญาณอีกสองส่วนที่เหลือ เพื่อที่จะสามารถผนึกมาลากอร์ได้อย่างสมบูรณ์และนิรันดร์

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก