คทาสุริยัน

ตอนที่ 245 — การปรากฏของคทาสุริยันจันทรา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,066 คำ

ณ ยอดเขาที่สูงที่สุดของเทือกเขาอัศนีบาต วิหารแห่งลมหายใจแรกเปล่งแสงเรืองรองดุจดวงประทีปแห่งความหวังท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี เอลาริสยืนอยู่เบื้องหน้าประตูหินโบราณที่เปิดอ้าออก เผยให้เห็นห้องโถงศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องสว่างด้วยแสงทิพย์จากผลึกเวทมนตร์ภายใน มือของเธอกำคทาสุริยันจันทราไว้แน่น พลังอันมหาศาลจากคทาไหลเวียนสู่กายราวกับสายน้ำที่เชี่ยวกราก ทำให้เส้นผมของเธอปลิวไสว ‌ดวงตาเปล่งประกายสีทองอร่ามประหนึ่งแสงสุริยะยามรุ่งอรุณ

เบื้องหน้าของพวกเขา คือภาพที่น่าสะพรึงกลัว กองทัพปีศาจนับหมื่นนับแสนยืนเรียงรายอยู่บนลานหิมะเบื้องล่างของวิหาร พวกมันมีทั้งอสูรเงาที่เคลื่อนไหวว่องไว ปีศาจแห่งน้ำแข็งที่แข็งแกร่งดุจภูผา และสัตว์อสูรอีกมากมายที่ส่งเสียงคำรามกึกก้องจนแผ่นดินสะท้าน และใจกลางกองทัพนั้นคือมาลากอร์ ราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ​ร่างของเขาสูงใหญ่ราวกับหอคอยทมิฬที่เขาครอบครอง ผิวหนังสีดำสนิทราวถ่านถูกปกคลุมด้วยเกราะหนามแหลมคม ดวงตาแดงก่ำราวกับเพลิงนรกจับจ้องมาที่เอลาริสด้วยความมุ่งร้าย มือของเขากำดาบแห่งความมืดมิดที่เปล่งออร่าปีศาจอันน่าสะพรึงกลัว

"ในที่สุดเจ้าก็ปรากฏตัว ทายาทแห่งราชวงศ์ที่สาบสูญ" เสียงของมาลากอร์แหบพร่าและก้องกังวานราวเสียงฟ้าผ่า "คทาสุริยันจันทรา... สิ่งที่ข้าตามหามานับพันปี ‍บัดนี้มันอยู่ในมือของเจ้าแล้ว"

เอลาริสรู้สึกถึงความกลัวที่กัดกินหัวใจ แต่เธอก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี เธอยกคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ แสงสีทองและสีเงินยวงเปล่งประกายออกมาจากคทา รวมกันเป็นลำแสงสีรุ้งที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านเมฆหนาทึบและพุ่งตรงไปยังดวงจันทร์ทั้งสองที่กำลังเคลื่อนเข้าใกล้กันบนฟากฟ้า

"ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าครอบครองโลกใบนี้ มาลากอร์!" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ‌"คทาสุริยันจันทราจะผนึกเจ้าไว้ตลอดกาล!"

มาลากอร์หัวเราะเยาะ "โง่เขลา! เจ้าคิดว่าพลังอันน้อยนิดของเจ้าจะสามารถทำอะไรข้าได้หรือ? พลังแห่งแสงของเจ้าไม่อาจเทียบเท่ากับความมืดมิดอันไร้ขีดจำกัดของข้าได้!"

เขาฟาดดาบแห่งความมืดมิดของเขาลงมาอย่างรุนแรง พลังงานสีดำสนิทพุ่งเข้าใส่เอลาริสราวกับคลื่นยักษ์ เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราในการสร้างเกราะป้องกัน แสงสีรุ้งเปล่งประกายออกมาจากคทา ปะทะกับคลื่นพลังงานสีดำสนิทของมาลากอร์ ‍เกิดเป็นแรงระเบิดขนาดใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งยอดเขา หิมะที่ปกคลุมอยู่รอบๆ ปลิวว่อนขึ้นไปในอากาศ

ลีโอ เซร่า และควิลล์ ต่างก็เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ ลีโอชักดาบของเขาออกมาอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ​เซร่าร่ายมนตร์ป้องกันรอบตัวพวกเขา และควิลล์ง้างธนูพร้อมยิง

"เราจะสู้เคียงข้างเจ้า เอลาริส!" ลีโอตะโกน

"ใช่! เราจะไม่ยอมแพ้!" เซร่าเสริม

"เพื่อโลกใบนี้!" ควิลล์กล่าว

มาลากอร์มองไปยังเพื่อนร่วมทางของเอลาริสด้วยความรำคาญ "สมุนที่ไร้ประโยชน์! ​พวกมันคิดว่าพวกมันจะสามารถช่วยเจ้าได้หรือ?"

เขาโบกมืออย่างไม่ใยดี กองทัพปีศาจของเขาก็พุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างบ้าคลั่ง เสียงคำรามของปีศาจและเสียงอาวุธกระทบกันดังสนั่นไปทั่วทั้งยอดเขา

การต่อสู้ครั้งใหญ่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ลีโอฟันฝ่าเข้าใส่ปีศาจแห่งน้ำแข็งอย่างดุดัน ดาบของเขาส่องประกายสีเงินยามที่มันกระทบกับเกราะน้ำแข็งของปีศาจ เซร่าร่ายมนตร์ไฟและน้ำแข็งเพื่อสร้างกำแพงป้องกันและโจมตีปีศาจที่พุ่งเข้ามาใกล้ ควิลล์ยิงธนูได้อย่างแม่นยำ สังหารปีศาจทีละตัวด้วยลูกธนูที่ปลิดชีพ

เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราในการโจมตีมาลากอร์ ​เธอใช้พลังแห่งแสงสุริยันในการสร้างลำแสงสีทองที่ร้อนแรง และใช้พลังแห่งเงาจันทราในการสร้างคลื่นพลังงานสีเงินยวงที่เยือกเย็น เธอพยายามที่จะโจมตีมาลากอร์ด้วยพลังทั้งสองอย่างสมดุล

แต่มาลากอร์ก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอจะรับมือได้ เขาเคลื่อนไหวรวดเร็วและโจมตีด้วยดาบแห่งความมืดมิดที่เปี่ยมด้วยพลังปีศาจ ทุกครั้งที่ดาบของเขากระแทกเข้ากับพื้นดิน มันจะสร้างรอยร้าวขนาดใหญ่และปล่อยพลังงานสีดำสนิทออกมา

"เจ้ายังอ่อนแอเกินไป เอลาริส!" มาลากอร์หัวเราะเยาะ "เจ้าไม่มีทางที่จะผนึกข้าได้!"

เอลาริสรู้สึกเหนื่อยล้า พลังเวทในกายของเธอกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องหาทางที่จะโจมตีมาลากอร์ด้วยพลังทั้งหมดที่มี

เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นเหนือศีรษะ เธอหลับตาลง และพยายามที่จะเชื่อมโยงกับพลังของดวงจันทร์ทั้งสองที่กำลังเคลื่อนเข้าใกล้กันบนฟากฟ้า เธอรู้สึกถึงพลังเวทอันมหาศาลที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเธอ พลังนั้นบริสุทธิ์และเก่าแก่ ราวกับว่ามันเป็นพลังของโลกใบนี้เอง

เมื่อเธอเปิดตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของเธอก็เปล่งประกายสีรุ้งที่เจิดจ้ายิ่งขึ้น คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องประกายเจิดจ้า แสงสีรุ้งเปล่งประกายออกมาจากคทา และรวมตัวกันเป็นลำแสงขนาดใหญ่ที่พุ่งตรงไปยังมาลากอร์

"นี่แหละคือพลังที่แท้จริงของคทาสุริยันจันทรา!" เอลาริสตะโกน

มาลากอร์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด เขารู้ดีว่าพลังนี้สามารถทำลายเขาได้

เขาพยายามที่จะป้องกันตัวเองด้วยดาบแห่งความมืดมิดของเขา แต่ลำแสงสีรุ้งของเอลาริสนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะรับมือได้ ลำแสงนั้นพุ่งเข้าใส่มาลากอร์อย่างรุนแรง ทำให้เขากระเด็นไปกระแทกกับพื้นดิน ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยร้าว และดาบแห่งความมืดมิดของเขาก็แตกออกเป็นเสี่ยงๆ

"นี่มันเป็นไปไม่ได้!" มาลากอร์คำรามด้วยความเจ็บปวดและความโกรธ

เอลาริสไม่รอช้า เธอใช้คทาสุริยันจันทราในการสร้างวงเวทขนาดใหญ่รอบตัวมาลากอร์ แสงสีรุ้งเปล่งประกายออกมาจากคทา และรวมตัวกันเป็นวงเวทที่ซับซ้อน มันเป็นวงเวทที่ใช้สำหรับผนึกปีศาจ

มาลากอร์พยายามที่จะหลบหนีออกจากวงเวท แต่พลังของวงเวทนั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะทำได้ ร่างกายของเขาเริ่มถูกดูดเข้าไปในวงเวท แสงสีรุ้งส่องสว่างไปทั่วร่างของเขา ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส

"ปล่อยข้าไป!" มาลากอร์คำราม "เจ้าไม่มีทางที่จะผนึกข้าได้!"

"ข้าจะผนึกเจ้าไว้ตลอดกาล มาลากอร์!" เอลาริสกล่าว เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในกาย และใช้คทาสุริยันจันทราในการปิดผนึกวงเวท

วงเวทแห่งแสงหดตัวลงอย่างช้าๆ ดูดกลืนร่างของมาลากอร์เข้าไปในห้วงแห่งความว่างเปล่า แสงสีรุ้งส่องสว่างไปทั่วทั้งยอดเขา ก่อนที่จะจางหายไปในที่สุด

เมื่อวงเวทปิดผนึกมาลากอร์ได้อย่างสมบูรณ์ กองทัพปีศาจของเขาก็เริ่มแตกทัพและหลบหนีไปในความมืดมิด พวกมันวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงบที่ปกคลุมไปทั่วทั้งยอดเขา

เอลาริสทรุดตัวลงคุกเข่า หายใจหอบถี่ ร่างกายของเธออ่อนล้าจากการใช้พลังเวทอันมหาศาล แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความโล่งใจและความสุข เธอทำสำเร็จแล้ว เธอได้ผนึกมาลากอร์ไว้ได้แล้ว

ลีโอ เซร่า และควิลล์ รีบวิ่งเข้ามาหาเธอด้วยความเป็นห่วง

"เอลาริส! เจ้าไม่เป็นอะไรนะ?" ลีโอถาม

"ข้าไม่เป็นไร" เอลาริสยิ้มอย่างอ่อนโยน "เราทำสำเร็จแล้ว เราผนึกมาลากอร์ได้แล้ว"

พวกเขาทั้งสามต่างรู้สึกโล่งใจและดีใจ พวกเขากอดเอลาริสด้วยความรักและความภูมิใจ

"เจ้าคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริง เอลาริส" เซร่ากล่าว

"เจ้าคือความหวังของโลกใบนี้" ควิลล์เสริม

เอลาริสมองไปยังท้องฟ้า ดวงจันทร์ทั้งสองดวงกำลังเคลื่อนห่างออกจากกัน แสงเงินยวงของพวกมันส่องสว่างไปทั่วโลกใบนี้ มันเป็นแสงแห่งความหวัง แสงแห่งการเริ่มต้นใหม่

เธอรู้ดีว่าโลกใบนี้ยังคงมีปัญหาอีกมากมายที่ต้องแก้ไข แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เธอมีเพื่อนร่วมทางที่พร้อมจะเคียงข้างเธอ และมีคทาสุริยันจันทราที่เปี่ยมด้วยพลังอำนาจ

แต่ในขณะนั้นเอง เอลาริสก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แล่นผ่านเข้ามาในร่างกายของเธอ พลังเวทในกายของเธอกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว คทาสุริยันจันทราในมือของเธอก็เริ่มเปล่งประกายจางลง

"อะไรกัน!" ลีโออุทาน

"พลังของคทากำลังลดลง!" เซร่ากล่าวด้วยความตกใจ

เอลาริสรู้สึกอ่อนแรงลงเรื่อยๆ ร่างกายของเธอเริ่มสั่นเทา เธอรู้ดีว่าพลังของคทาสุริยันจันทรานั้นต้องใช้พลังงานอย่างมหาศาลในการผนึกมาลากอร์ และพลังงานนั้นกำลังถูกดูดซับไปจนหมด

คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายจางลงเรื่อยๆ จนกระทั่งมันกลายเป็นเพียงคทาธรรมดาที่ไม่มีแสงสว่างใดๆ

"นี่มันหมายความว่าอย่างไร?" ควิลล์ถาม

เอลาริสพยายามที่จะพูด แต่ร่างกายของเธออ่อนแอเกินไป เธอรู้สึกถึงความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา

"มาลากอร์..." เอลาริสพึมพำ "เขายังไม่ถูกทำลายอย่างสมบูรณ์"

เธอรู้ดีว่าพลังของคทาสุริยันจันทรานั้นสามารถผนึกมาลากอร์ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ตราบใดที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ยังไม่เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ มาลากอร์ก็ยังมีโอกาสที่จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อีกครั้ง

"เราต้องไปจากที่นี่!" ลีโอตะโกน "พลังของเอลาริสกำลังอ่อนแอลง! มาลากอร์อาจจะกลับมาได้ทุกเมื่อ!"

พวกเขาทั้งสี่ต่างรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่กลับมาอีกครั้ง พวกเขารู้ดีว่าภารกิจของพวกเขายังไม่จบสิ้น พวกเขายังคงต้องเผชิญหน้ากับมาลากอร์อีกครั้ง และคราวนี้พวกเขาจะต้องหาทางที่จะทำลายเขาอย่างสมบูรณ์ ก่อนที่สุริยคราสแห่งจันทร์คู่จะปลดปล่อยความมืดมิดสู่ทุกอาณาจักร

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!