วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วที่หอคอยแห่งปราชญ์ เอลาริสทุ่มเทให้กับการฝึกฝนพลังของคทาสุริยันจันทราภายใต้การดูแลของอาจารย์ธอร์นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทุกเช้าเธอจะฝึกสมาธิเพื่อเชื่อมโยงกับแก่นแท้ของคทา เรียนรู้ที่จะควบคุมสมดุลของสุริยันและจันทราในทุกอณูของร่างกาย ทุกบ่ายเธอจะฝึกการร่ายเวทมนตร์ขั้นสูง การสร้าง "ผนึกแห่งความจริง" ที่อาจารย์ธอร์นกล่าวถึง และการใช้พลังของคทาเพื่อแทรกซึมและบงการจิตใจของศัตรู
อาจารย์ธอร์นเป็นอาจารย์ที่เคร่งครัดแต่ก็ใจดี ท่านสอนเอลาริสไม่เพียงแค่การใช้เวทมนตร์ แต่ยังสอนปรัชญาแห่งสมดุล ความเมตตา และความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับพลังที่ยิ่งใหญ่ เอลาริสเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่ในด้านพลังเวท แต่ในด้านจิตใจและสติปัญญาด้วย
เคเลน ไลร่า และเซราฟิน่าเองก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ พวกเขาก็ฝึกฝนทักษะของตนเองอย่างหนัก เคเลนฝึกฝนการใช้ดาบและโล่กับเหล่าภูตแห่งปัญญาที่อาศัยอยู่ในหอคอย ไลร่าฝึกฝนการลอบเร้นและทักษะการต่อสู้ระยะประชิดกับวิญญาณของอัศวินโบราณ เซราฟิน่าใช้เวลาส่วนใหญ่ในห้องสมุดของหอคอยแห่งปราชญ์ ศึกษาตำราโบราณเกี่ยวกับพิธีกรรมผนึกมาลากอร์ และค้นคว้าหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับจุดอ่อนของราชาปีศาจ
อาจารย์เอลดรินเองก็ใช้เวลาพูดคุยกับอาจารย์ธอร์น แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับเวทมนตร์โบราณและประวัติศาสตร์ของโลก
หนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว เอลาริสรู้สึกว่าเธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม มันรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของเธออย่างสมบูรณ์ เธอสามารถใช้พลังของมันได้อย่างเป็นธรรมชาติและทรงพลัง
"เจ้าพร้อมแล้วเอลาริส" อาจารย์ธอร์นกล่าวด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความภาคภูมิใจ "เจ้าได้ฝึกฝนจนเชี่ยวชาญในพลังของคทาแล้ว ตอนนี้เจ้าสามารถสร้าง 'ผนึกแห่งความจริง' ได้อย่างสมบูรณ์แบบ"
"ขอบคุณท่านอาจารย์ธอร์น ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง" เอลาริสโค้งคำนับด้วยความเคารพ
"อย่าเพิ่งขอบคุณข้าเลยเอลาริส" อาจารย์ธอร์นกล่าว "ภารกิจที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น"
อาจารย์ธอร์นนำพวกเขาไปยังห้องโถงลับแห่งหนึ่งภายในหอคอยแห่งปราชญ์ ห้องโถงนั้นกว้างใหญ่และมืดมิด มีแท่นหินอ่อนขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง บนแท่นนั้นมีแผนที่โบราณสลักอยู่บนพื้น แผนที่นั้นแสดงให้เห็นถึง "วิหารแห่งแสงนิรันดร์" สถานที่ที่พวกเขาจะต้องไปผนึกมาลากอร์
"วิหารแห่งแสงนิรันดร์ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุดของเทือกเขาอาร์คาเดีย" อาจารย์ธอร์นอธิบาย "มันเป็นสถานที่ที่พลังเวทมนตร์บริสุทธิ์ที่สุดในโลกนี้รวมตัวกันอยู่ และเป็นสถานที่เดียวที่เจ้าจะสามารถผนึกมาลากอร์ได้อย่างสมบูรณ์"
"แต่มาลากอร์ก็คงรู้เรื่องนี้ดี และมันจะต้องส่งกองกำลังมาป้องกันวิหารไว้แน่ๆ" เคเลนกล่าว
"ใช่แล้วเคเลน" อาจารย์ธอร์นยืนยัน "เส้นทางสู่วิหารแห่งแสงนิรันดร์ถูกเรียกว่า 'ประตูสู่ความโศกศัลย์' มันถูกสร้างขึ้นโดยมาลากอร์เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าถึงวิหารได้ มันเต็มไปด้วยปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดของมาลากอร์ และกับดักที่อันตรายที่สุด"
"แต่เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้" เอลาริสกล่าวด้วยความมุ่งมั่น "ข้าพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์"
พวกเขาเตรียมตัวสำหรับการเดินทางครั้งสุดท้าย อาจารย์ธอร์นมอบยันต์คุ้มครองและยาฟื้นฟูพลังเวทให้แก่พวกเขา และกล่าวอวยพรให้พวกเขาประสบความสำเร็จ
"ขอให้แสงแห่งสุริยันจันทรานำทางพวกเจ้าไปสู่ชัยชนะ" อาจารย์ธอร์นกล่าว "จงอย่าลืมว่าความหวังของโลกทั้งใบขึ้นอยู่กับพวกเจ้าแล้ว"
พวกเขาออกจากหอคอยแห่งปราชญ์ด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งความมุ่งมั่น ความกังวล และความหวัง สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า และพวกเขาก็เหลือเวลาไม่มากแล้ว
การเดินทางสู่ "ประตูสู่ความโศกศัลย์" นั้นเริ่มต้นขึ้น เส้นทางเบื้องหน้าเป็นทางลาดชันที่ปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็ง บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความมืดมิดและพลังงานชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากเบื้องหน้า
เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปใกล้ประตูสู่ความโศกศัลย์ พวกเขาก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็น เบื้องหน้าของพวกเขาคือป้อมปราการขนาดมหึมาที่สร้างจากหินสีดำสนิท มันตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า ประดับด้วยหัวกะโหลกของสัตว์ร้ายและปีศาจมากมาย ประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่ปิดสนิทดูน่าสะพรึงกลัว และมีปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดของมาลากอร์ยืนเฝ้าระวังอยู่
"นี่มัน...ป้อมปราการปีศาจชัดๆ" ไลร่าพึมพำด้วยความตกใจ "เราจะบุกเข้าไปได้ยังไงกัน?"
"เราจะต้องหาวิธี" เอลาริสกล่าวด้วยความเด็ดเดี่ยว "เราจะต้องผ่านประตูสู่ความโศกศัลย์ไปให้ได้"
ทันใดนั้น เสียงคำรามของปีศาจก็ดังขึ้นจากด้านบนของป้อมปราการ ปีศาจตนหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายกอร์กอน มีปีกค้างคาวขนาดใหญ่ และมีผิวหนังเป็นเกล็ดสีดำ ก็บินลงมาจอดอยู่เบื้องหน้าของพวกเขา มันคือ "ลอร์ดเครกอร์" หนึ่งในแม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของมาลากอร์
"เจ้าพวกหนอนน้อย! กล้าดียังไงถึงมาถึงที่นี่ได้!" ลอร์ดเครกอร์คำราม เสียงของมันก้องกังวานไปทั่วบริเวณ "มาลากอร์ได้สั่งไว้แล้วว่าห้ามไม่ให้ใครผ่านประตูสู่ความโศกศัลย์นี้ไปได้! พวกเจ้าจะต้องตายที่นี่!"
ลอร์ดเครกอร์ชูดาบขนาดใหญ่ที่ทำจากกระดูกของสัตว์ร้ายขึ้น แล้วพุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
"เตรียมตัวต่อสู้!" เคเลนตะโกน เขารีบก้าวออกไปรับการโจมตีของลอร์ดเครกอร์ ดาบยาวของเขาสะท้อนกับคมดาบกระดูกอย่างรุนแรง เสียงโลหะปะทะกระดูกดังสนั่น
เอลาริสชูคทาสุริยันจันทราขึ้น เธอรู้สึกถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในคทาอย่างเต็มเปี่ยม เธอพร้อมแล้วที่จะใช้พลังของมันเพื่อปกป้องเพื่อนพ้องและเปิดทางสู่ชัยชนะ
"ข้าจะไม่ยอมให้เจ้ามาขวางทางเราได้ ลอร์ดเครกอร์!" เอลาริสตวาดเสียงดัง พลังเวทแสงสีทองและสีเงินพุ่งออกจากคทา แผ่กระจายเป็นลำแสงสุริยันจันทราที่ทรงพลัง พุ่งตรงไปยังลอร์ดเครกอร์
ลอร์ดเครกอร์ใช้ดาบกระดูกของมันปัดป้องลำแสงสุริยันจันทราอย่างรวดเร็ว แต่ลำแสงนั้นก็ทรงพลังเกินกว่าที่มันจะรับมือได้ ลอร์ดเครกอร์ถูกผลักกระเด็นออกไปอย่างรุนแรง ร่างกายของมันกระแทกเข้ากับกำแพงป้อมปราการจนเกิดเสียงดังสนั่น
"อ้ากกกก!" ลอร์ดเครกอร์ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด เกล็ดสีดำบนร่างกายของมันบางส่วนเริ่มไหม้เกรียม
"เราต้องบุกเข้าไปในป้อมปราการให้ได้!" อาจารย์เอลดรินตะโกน "เอลาริส สร้างช่องว่างให้พวกเรา!"
เอลาริสพยักหน้า เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่เธอมี แล้วชูคทาขึ้นเหนือศีรษะ "สุริยันจันทราเอ๋ย จงรวมพลัง...ผนึกแห่งแสง...จงทำลายทุกสิ่ง!"
พลังเวทแสงสีทองและสีเงินพุ่งออกจากคทา แล้วรวมตัวกันเป็นลูกบอลพลังงานขนาดใหญ่ที่เปล่งประกายเจิดจ้า ลูกบอลพลังงานนั้นพุ่งตรงไปยังประตูเหล็กขนาดใหญ่ของป้อมปราการปีศาจ
เมื่อลูกบอลพลังงานกระทบกับประตูเหล็ก ก็เกิดการระเบิดครั้งใหญ่ แสงสว่างสว่างจ้าจนแทบจะมองไม่เห็นอะไร เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วเทือกเขา แรงระเบิดทำให้ประตูเหล็กขนาดมหึมาพังทลายลงในพริบตา เผยให้เห็นทางเข้าสู่ภายในป้อมปราการที่มืดมิดและเต็มไปด้วยปีศาจมากมาย
"บุก!" เคเลนตะโกน เขารีบวิ่งเข้าไปในป้อมปราการเป็นคนแรก ตามด้วยไลร่า เซราฟิน่า และอาจารย์เอลดริน
เอลาริสเองก็วิ่งตามเข้าไป เธอรู้สึกเหนื่อยล้าจากการใช้พลังเวทอย่างหนัก แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอรู้ดีว่าการต่อสู้ที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน
ประตูสู่ความโศกศัลย์ได้เปิดออกแล้ว และพวกเขาก็ได้ก้าวเท้าเข้าไปในรังของมาลากอร์ เพื่อเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก