โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 1,132 คำ
แผนที่แห่งชะตากรรมที่ได้จากป้อมปราการลอยฟ้าแห่งแอเรียสนำพาทั้งสี่มุ่งหน้าสู่ใจกลางของเทือกเขาเวทมนตร์อันลึกลับ ที่นั่น ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลังม่านหมอกหนาทึบและยอดเขาสูงชัน คือทางเข้าสู่ "อุโมงค์แก้วผลึก" ทางเข้าอุโมงค์เป็นรอยแยกขนาดใหญ่บนหน้าผาหินที่ดูเหมือนจะถูกฉีกกระชากออกจากกันด้วยพลังงานมหาศาล ปากอุโมงค์ปกคลุมด้วยเถาวัลย์สีเงินยวงที่เปล่งประกายระยิบระยับราวกับหยาดน้ำค้าง บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัด มีเพียงเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังมาจากเบื้องลึกของอุโมงค์ ราวกับเสียงของกาลเวลาที่กำลังไหลผ่าน
"อุโมงค์แก้วผลึก!" เซเรน่าอุทานด้วยความทึ่ง "ไม่น่าเชื่อว่ามันยังมีอยู่จริง"
"มันเป็นสถานที่ที่ถูกกล่าวขานกันมานานนับพันปีว่าเป็นที่เก็บซ่อนความลับของกาลเวลา" ลูคัสกล่าว "และเป็นที่ที่ราชวงศ์สุริยันจันทราใช้ในการเดินทางข้ามเวลา"
ไครอนพยักหน้าเห็นด้วย "อุโมงค์แห่งนี้เต็มไปด้วยปริศนาและอันตรายมากมาย ไม่มีใครเคยกล้าก้าวเท้าเข้าไปในอุโมงค์แห่งนี้"
เอลาริสชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและสีเงินจากคทาส่องประกายระยิบระยับ พุ่งตรงเข้าสู่ความมืดมิดของอุโมงค์ "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาดที่แผ่ซ่านอยู่ในอุโมงค์แห่งนี้ มันเหมือนกับพลังงานของกาลเวลา"
เสียงกระซิบโบราณดังก้องอยู่ในหัวของเอลาริสอีกครั้ง "จงค้นหา 'หอคอยแห่งกาลเวลา' ที่นั่นเจ้าจะพบกับคำตอบ"
พวกเขาก้าวเท้าเข้าสู่อุโมงค์แก้วผลึก ความมืดมิดเข้าปกคลุมทันทีที่พวกเขาเดินพ้นจากแสงสว่างของโลกภายนอก แสงจากคทาสุริยันจันทราของเอลาริสเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ส่องนำทางให้พวกเขาในความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง
ภายในอุโมงค์ บรรยากาศเย็นยะเยือกราวกับอยู่ในหลุมศพ ผนังอุโมงค์เป็นแก้วผลึกสีเงินยวงที่ดูดกลืนแสงทุกชนิด ทำให้ความมืดมิดยิ่งหนาทึบมากขึ้นไปอีก พวกเขาได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังมาจากทุกทิศทาง ราวกับเสียงของกาลเวลาที่กำลังไหลผ่าน
"ระวังตัวให้ดี" ไครอนกระซิบ "ข้าสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่แฝงตัวอยู่ในเงามืด"
ไม่นานหลังจากนั้น พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบแรก 'ปีศาจแห่งกาลเวลา' ร่างโปร่งแสงที่ไม่มีรูปร่างชัดเจน พวกมันเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับสายลม พุ่งเข้าโจมตีพวกเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว
"พวกมันคือปีศาจแห่งกาลเวลา!" เซเรน่าอุทานอย่างตกใจ "พวกมันเกิดจากพลังงานของกาลเวลาที่ถูกบิดเบือน ทำให้สิ่งมีชีวิตธรรมดากลายเป็นปีศาจที่ดุร้าย"
ลูคัสชักดาบออก ฟาดฟันเข้าใส่ปีศาจแห่งกาลเวลาอย่างรวดเร็ว แต่ดาบของเขาก็ผ่านทะลุร่างของปีศาจแห่งกาลเวลาไปราวกับว่าพวกมันไม่มีตัวตน
"พวกมันไม่มีร่างเนื้อ!" ลูคัสคำรามอย่างตกใจ "เราไม่สามารถทำร้ายพวกมันได้ด้วยอาวุธธรรมดา!"
เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทรา ร่ายเวทมนตร์แสง สร้างลูกบอลแสงสีทองและสีเงินพุ่งเข้าใส่ปีศาจแห่งกาลเวลา แสงสว่างจากลูกบอลแสงทำให้ปีศาจแห่งกาลเวลาหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่พวกมันก็ไม่ได้สลายไป
"แสงสว่างสามารถทำร้ายพวกมันได้" เอลาริสกล่าว "แต่พวกมันก็ยังคงแข็งแกร่งมาก"
ไครอนใช้ธนูยิงลูกศรที่อาบด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์เข้าใส่ปีศาจแห่งกาลเวลา ลูกศรพุ่งทะลุร่างของปีศาจแห่งกาลเวลา ทำให้พวกมันสลายไปในพริบตา
"เราต้องใช้แสงศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น!" ไครอนกล่าว
พวกเขาเดินทางต่อไปอย่างระมัดระวังมากขึ้น ผ่านฝูงปีศาจแห่งกาลเวลาที่ดาหน้าเข้ามาไม่หยุดหย่อน ผ่านกับดักเวทมนตร์ที่ซับซ้อน และผ่านห้องโถงที่เต็มไปด้วยภาพหลอนที่น่าขนลุกขวัญ
ระหว่างทาง พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายมากมาย ความเหนื่อยล้าเริ่มกัดกินจิตใจของพวกเขา ความหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามา
"ข้าไม่แน่ใจว่าเราจะหาอะไรเจอที่นี่" เซเรน่ากล่าวเสียงพร่า "อุโมงค์แห่งนี้มันน่ากลัวเกินไป"
"เราต้องไปต่อ" เอลาริสกล่าวเสียงมั่นคง "ข้าสัมผัสได้ว่าเราใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว"
แต่แล้ว สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็เกิดขึ้น พวกเขามาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยรูปปั้นของปีศาจที่น่าเกลียดน่ากลัว และใจกลางของห้องโถงนั้น มีหอคอยขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ หอคอยแห่งนี้สร้างจากแก้วผลึกสีเงินยวง ประดับประดาด้วยนาฬิกาทรายขนาดมหึมาที่กำลังหมุนวนอย่างช้าๆ
"นี่คือหอคอยแห่งกาลเวลา!" ลูคัสอุทานด้วยความทึ่ง "เป็นสถานที่ที่ใช้ในการควบคุมกาลเวลา"
เอลาริสเดินเข้าไปใกล้หอคอยแห่งกาลเวลา เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานอันบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากมัน มันเป็นพลังงานของกาลเวลา พลังงานแห่งอนาคต
เธอวางมือลงบนแก้วผลึกของหอคอยแห่งกาลเวลา คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องประกายสว่างจ้า พลังงานจากหอคอยแห่งกาลเวลาไหลเข้าสู่ร่างกายของเธออย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกราวกับว่าเธอได้รับความรู้ใหม่เข้ามาอย่างเต็มเปี่ยม
"ข้าเข้าใจแล้ว" เอลาริสกล่าวเสียงมั่นคง "กาลเวลาไม่ใช่สิ่งตายตัว มันสามารถเปลี่ยนแปลงได้"
แต่แล้ว สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น กลุ่มปีศาจแห่งความมืดที่นำโดย 'โครนอส' ปีศาจแห่งกาลเวลาที่แข็งแกร่งที่สุด ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืด โครนอสเป็นร่างโปร่งแสงขนาดมหึมา มีดวงตาสีแดงฉานราวกับถ่านไฟที่คุโชน และมีมือที่เต็มไปด้วยเข็มนาฬิกาที่กำลังหมุนวนอย่างรวดเร็ว
"ในที่สุดก็มาถึง... ทายาทแห่งสุริยันจันทรา" โครนอสกล่าวเสียงแผ่วเย็นเยือก "เจ้าคิดหรือว่าเจ้าจะสามารถเปลี่ยนแปลงกาลเวลาได้?"
โครนอสพุ่งเข้าใส่เอลาริสอย่างรวดเร็ว พลังงานแห่งกาลเวลาแผ่ออกมาจากตัวมันอย่างมหาศาล ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของกาลเวลาที่เกิดขึ้นรอบตัว
"ระวังตัวให้ดีเอลาริส!" เซเรน่าตะโกน "มันสามารถควบคุมกาลเวลาได้!"
เอลาริสรู้สึกถึงความสับสนที่ถาโถมเข้าใส่ ภาพในอดีต ภาพในอนาคต ภาพในปัจจุบัน ปะปนกันอยู่ในจิตใจของเธอ เธอเห็นตัวเองในวัยเด็ก เห็นตัวเองในอนาคตที่กำลังต่อสู้กับมาลากอร์ และเห็นตัวเองในปัจจุบันที่กำลังเผชิญหน้ากับโครนอส
"เจ้ามันอ่อนแอ!" เสียงของโครนอสดังก้องอยู่ในหัวของเธอ "เจ้าไม่มีทางเอาชนะกาลเวลาได้!"
แต่แล้ว เสียงกระซิบโบราณก็ดังก้องอยู่ในหัวของเอลาริสอีกครั้ง "จงเชื่อมั่นในตัวเองเอลาริส จงเชื่อมั่นในพลังของเจ้า"
เอลาริสหลับตาลง เธอจดจ่ออยู่กับคทาสุริยันจันทราในมือ แสงสีทองและสีเงินจากคทาส่องประกายสว่างจ้า พลังงานของกาลเวลาไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเธอ เธอรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้น เธอรู้ว่าเธอต้องเอาชนะความสับสนนี้ให้ได้
เมื่อเธอลืมตาขึ้น ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีทองและสีเงินระยิบระยับ รอบกายของเธอมีออร่าสีทองและสีเงินแผ่ออกมาอย่างอ่อนโยน
"ข้าจะไม่ยอมแพ้!" เอลาริสประกาศเสียงก้อง "ข้าจะเอาชนะกาลเวลานี้ให้ได้!"
เอลาริสชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและสีเงินจากคทาส่องประกายสว่างจ้า พลังงานของกาลเวลาพุ่งตรงเข้าสู่โครนอส แสงสว่างจากคทาเผาผลาญภาพหลอนที่โครนอสสร้างขึ้นจนมอดไหม้ไปในพริบตา
โครนอสหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด แสงสว่างจากคทาทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
"เจ้า... เจ้าเด็กน้อย... เจ้าไม่มีทางทำลายข้าได้!" โครนอสคำราม
"ข้าจะทำลายเจ้า!" เอลาริสตอบ เธอใช้พลังทั้งหมดที่มี พลังงานจากคทาพุ่งเข้าสู่โครนอสอย่างไม่หยุดยั้ง
แสงสว่างและดวามมืดมิดปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดคลื่นพลังงานที่แผ่กระจายออกไปรอบทิศทาง ห้องโถงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รูปปั้นปีศาจแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ
ในที่สุด แสงสว่างก็เอาชนะความมืดมิดได้ โครนอสหวีดร้องเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายไปในอากาศ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของเอลาริสและสหายของเธอ
"เราทำได้แล้ว!" เซเรน่าอุทานอย่างดีใจ
ลูคัสเดินเข้ามาหาเอลาริสด้วยรอยยิ้ม "เจ้าทำได้ดีมากเอลาริส เจ้าแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิดไว้มาก"
เอลาริสยิ้มอย่างโล่งใจ เธอรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้าใส่ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความภาคภูมิใจในตัวเอง เธอได้เผชิญหน้ากับกาลเวลา และเธอก็ได้เอาชนะมันได้
หลังจากที่โครนอสสลายไป แสงสว่างจากคทาสุริยันจันทราก็ส่องสว่างไปทั่วทั้งอุโมงค์ ความมืดมิดที่เคยปกคลุมอุโมงค์ก็เริ่มจางหายไป เผยให้เห็นความงามของอุโมงค์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดมิด
เอลาริสยืนอยู่หน้าหอคอยแห่งกาลเวลา เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับกาลเวลา เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอมีพลังของกาลเวลาคอยปกป้องเธอ
"เราต้องรีบไปจากที่นี่" ไครอนกล่าว "สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงแล้ว เราต้องไปหาสถานที่ที่จะใช้ผนึกมาลากอร์ให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป"
เอลาริสพยักหน้า เธอหลับตาลง เธอจดจ่ออยู่กับคทาสุริยันจันทราในมือ แสงสีทองและสีเงินจากคทาส่องประกายระยิบระยับ พลังงานจากคทาพุ่งตรงไปยังทิศทางหนึ่ง มันเป็นทิศทางที่มืดมิดและลึกลับ ราวกับว่ามันซ่อนความลับบางอย่างไว้
"เราจะไปที่นั่น" เอลาริสกล่าวเสียงมั่นคง "คทากำลังนำทางเราไป"
สหายทั้งสามมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาเชื่อมั่นในเอลาริส และพร้อมที่จะติดตามเธอไปทุกที่ ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะอันตรายเพียงใดก็ตาม
พวกเขาออกจากอุโมงค์แก้วผลึกที่บัดนี้เต็มไปด้วยความหวังอีกครั้ง แสงสีทองและสีเงินจากคทาสุริยันจันทราส่องนำทางให้พวกเขาเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า บททดสอบแรกผ่านพ้นไปแล้ว แต่บททดสอบที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น เอลาริสพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมัน ด้วยพลังแห่งสุริยันจันทราที่สมดุล และสหายผู้กล้าที่ยืนเคียงข้าง เธอจะไม่ยอมแพ้ เธอจะทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ และนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกใบนี้ให้จงได้.
อุโมงค์แก้วผลึกได้สอนบทเรียนอันล้ำค่าให้กับเอลาริสและสหายของเธอ บทเรียนเกี่ยวกับกาลเวลา บทเรียนเกี่ยวกับความสับสน และเหนือสิ่งอื่นใด บทเรียนเกี่ยวกับความเชื่อมั่นในตัวเองที่จะเปลี่ยนแปลงอนาคตได้.

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก