คทาสุริยัน

ตอนที่ 303 — มหาศึกแห่งแสงและเงา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 956 คำ

เสียงคำรามของมาลากอร์ดังก้องไปทั่วห้องโถงใจกลางวิหารแห่งแสงและเงา พลังงานแห่งความมืดมิดพวยพุ่งเข้าใส่เอลาริสและลูซิอัสอย่างไม่ปรานี เอลาริสชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและเงินจากคทาพุ่งออกไปต้านทานพลังมืดนั้นไว้ เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงจนห้องโถงสั่นสะเทือน

“เจ้าไม่มีทางชนะข้าได้หรอก เด็กน้อย!” มาลากอร์คำราม มันลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์ ‌ร่างสูงใหญ่ของมันเต็มไปด้วยพลังงานแห่งความมืดมิดที่น่าสะพรึงกลัว “พลังของเจ้ายังอ่อนด้อยนักเมื่อเทียบกับข้า!”

เอลาริสไม่ตอบ เธอรวบรวมพลังทั้งหมดในกาย ผสานเข้ากับคทาสุริยันจันทรา และส่งพลังนั้นไปยังลูซิอัส มังกรแสงคำรามตอบรับ มันแผ่ปีกกว้าง แล้วพุ่งทะยานเข้าโจมตีมาลากอร์อย่างรวดเร็ว

ลูซิอัสใช้กรงเล็บและฟันที่แหลมคมฟาดฟันเข้าใส่มาลากอร์ ​แต่ราชาปีศาจกลับสามารถต้านทานการโจมตีของมังกรแสงได้อย่างง่ายดาย มันใช้มือขนาดใหญ่ของมันจับขาของลูซิอัส แล้วเหวี่ยงมังกรแสงกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงวิหารอย่างรุนแรง

“ลูซิอัส!” เอลาริสร้องด้วยความตกใจ

มาลากอร์หันมามองเอลาริสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “ถึงตาเจ้าแล้ว เด็กน้อย!”

มันปล่อยพลังงานแห่งความมืดมิดเข้าใส่เอลาริสอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิม เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราสร้างเกราะพลังงานสีทองและเงินขึ้นมาป้องกัน ‍แต่พลังของมาลากอร์กลับแข็งแกร่งเกินไป เกราะพลังงานของเธอเริ่มสั่นคลอน

ในขณะเดียวกัน ในส่วนอื่นๆ ของวิหาร การต่อสู้ก็ดำเนินไปอย่างดุเดือดไม่แพ้กัน

เซริอุสกำลังต่อสู้กับปีศาจนักรบจำนวนมากในห้องโถงแห่งแรก เขาใช้ทักษะการต่อสู้ที่เหนือชั้นของเขาฟาดฟันปีศาจอย่างไม่หยุดยั้ง แต่จำนวนของพวกมันกลับมีมากมายเกินไป เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า ‌แต่ก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง

“ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้!” เซริอุสคำราม เขาใช้ดาบของเขาฟาดฟันปีศาจนักรบตัวหนึ่งอย่างรุนแรง ทำให้มันสลายหายไปในอากาศ

ด้านลีลาวดี เธอกำลังถูกปีศาจพืชรายล้อมอยู่ในห้องโถงที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์และหนามแหลมคม เธอใช้เวทมนตร์แห่งพงไพรสร้างกำแพงเถาวัลย์ขึ้นมาป้องกัน และร้องเพลงแห่งพงไพรเพื่อขับไล่ปีศาจ แต่พลังของปีศาจพืชกลับแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ

“พวกเจ้าไม่มีทางหยุดข้าได้หรอก!” ‍ปีศาจพืชคำราม

ลีลาวดีไม่ยอมแพ้ เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ร้องเพลงแห่งพงไพรที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เธอเคยร้องมา เสียงเพลงนั้นสั่นสะเทือนไปทั่วห้องโถง ทำให้ปีศาจพืชกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและถอยร่นไปเล็กน้อย

ส่วนเมอร์ลิน เขากำลังต่อสู้กับปีศาจนักเวทหลายตัวในห้องสมุดโบราณ เขากำลังพยายามถอดรหัสอักขระเวทมนตร์เพื่อเปิดใช้งานจุดศูนย์กลางแห่งพลัง แต่ปีศาจนักเวทก็พยายามขัดขวางเขาอย่างสุดกำลัง

“เจ้าไม่มีทางทำสำเร็จหรอก!” ​ปีศาจนักเวทตัวหนึ่งหัวเราะเยาะ “พลังของมาลากอร์กำลังจะครอบงำโลกนี้แล้ว!”

เมอร์ลินไม่ตอบ เขาใช้มนตร์สายฟ้าโจมตีปีศาจนักเวทอย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันก็ใช้ความรู้ด้านเวทมนตร์โบราณของเขาถอดรหัสอักขระอย่างไม่หยุดยั้ง

กลับมาที่ใจกลางวิหาร เอลาริสกำลังเผชิญหน้ากับมาลากอร์เพียงลำพัง ลูซิอัสถูกเหวี่ยงไปไกลและยังไม่สามารถกลับมาได้ทัน แสงจากคทาสุริยันจันทราในมือของเธอเริ่มอ่อนแสงลง พลังของมาลากอร์แข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอจะรับมือไหวเพียงลำพัง

“จงยอมแพ้เสียเถิด ​เด็กน้อย” มาลากอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น “เจ้าไม่มีทางเปลี่ยนโชคชะตาได้หรอก โลกใบนี้จะต้องตกอยู่ภายใต้ความมืดมิดของข้า!”

เอลาริสรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามา ความสิ้นหวังเริ่มเข้าคืบคลานในจิตใจอีกครั้ง ภาพของมาลากอร์ที่เคยปรากฏในจิตใจของเธอก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง พยายามจะกลืนกินเธอ

แต่ในขณะที่ความมืดมิดกำลังจะกลืนกินเธอจนหมดสิ้น เสียงของอาจารย์เอเธลก็ดังก้องขึ้นในห้วงความคิดของเธอ ​“เอลาริส! จงอย่าลืมพันธะของเจ้า! จงอย่าลืมแสงสว่างในตัวเจ้า!”

ทันใดนั้นเอง แสงสว่างจ้าก็พวยพุ่งออกมาจากวิหารแห่งแสงและเงา แสงนั้นส่องสว่างทะลุผ่านเมฆหนาขึ้นไปบนท้องฟ้า เป็นสัญญาณว่าเซริอุส ลีลาวดี และเมอร์ลิน ได้ทำภารกิจของพวกเขาสำเร็จแล้ว พวกเขาได้เปิดใช้งานจุดศูนย์กลางแห่งพลังเวทของวิหารแล้ว!

พลังงานเวทมนตร์มหาศาลเริ่มไหลเวียนเข้าสู่ใจกลางวิหาร พลังงานนั้นเสริมพลังให้แก่คทาสุริยันจันทราในมือของเอลาริส ทำให้แสงของคทาเจิดจ้าขึ้นอีกครั้ง

มาลากอร์มองไปยังแสงสว่างที่พวยพุ่งขึ้นมาด้วยความตกใจ “เป็นไปไม่ได้! พวกเจ้าทำได้อย่างไร!”

เอลาริสเงยหน้าขึ้นมองมาลากอร์ด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นและแข็งแกร่ง “ข้าไม่ได้อยู่เพียงลำพัง มาลากอร์! พวกเราคือผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่าง! และเราจะไม่มีวันยอมแพ้!”

พลังแห่งสุริยันจันทราในตัวเอลาริสปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ผสานเข้ากับพลังของวิหารแห่งแสงและเงา และพลังที่เหลืออยู่ของลูซิอัสที่พยายามจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง คทาสุริยันจันทราเรืองแสงสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง แสงนั้นไม่ได้มีเพียงแค่สีทองและเงิน แต่ยังรวมถึงสีแดงสดของดวงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณและสีน้ำเงินเข้มของดวงจันทร์ยามค่ำคืน

“จงรับพลังแห่งสุริยันจันทราไป!” เอลาริสคำราม เธอชูคทาขึ้นเหนือศีรษะ แล้วปล่อยลำแสงพลังงานมหาศาลพุ่งเข้าใส่มาลากอร์ แสงนั้นเจิดจ้าและทรงพลังเกินกว่าที่มาลากอร์จะต้านทานได้

มาลากอร์กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มันพยายามจะใช้พลังแห่งความมืดมิดของมันต้านทานลำแสงนั้น แต่พลังของคทาสุริยันจันทราที่ได้รับการเสริมพลังจากวิหารแห่งแสงและเงา และจิตใจที่แข็งแกร่งของเอลาริส กลับแข็งแกร่งกว่า

ลำแสงนั้นพุ่งทะลุผ่านเกราะป้องกันของมาลากอร์ เข้าสู่ร่างของมัน ราชาปีศาจกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันเริ่มสั่นสะเทือน และเริ่มสลายหายไปในอากาศ

“ไม่! เป็นไปไม่ได้! ข้า...ข้าจะไม่มีวันยอมแพ้!” มาลากอร์คำราม มันพยายามจะรวบรวมพลังสุดท้ายของมัน เพื่อปลดปล่อยสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ให้สมบูรณ์

บนท้องฟ้าเหนือวิหารแห่งแสงและเงา ดวงจันทร์สองดวงกำลังจะเคลื่อนมาบดบังดวงอาทิตย์อย่างสมบูรณ์ แสงอาทิตย์เริ่มหม่นหมองลง และความมืดมิดเริ่มเข้าปกคลุมโลกอย่างช้าๆ

“เราต้องรีบ!” ลูซิอัสกล่าวในห้วงความคิดของเอลาริส “สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะสมบูรณ์แล้ว!”

เอลาริสรู้ดีว่าเธอต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อผนึกมาลากอร์ ก่อนที่มันจะปลดปล่อยความมืดมิดสู่ทุกอาณาจักร เธอรวบรวมจิตใจทั้งหมดที่มี เธอไม่รู้สึกหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว มีเพียงความมุ่งมั่นที่จะปกป้องโลกใบนี้

“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าทำลายโลกใบนี้ได้เด็ดขาด มาลากอร์!” เอลาริสคำราม เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้นอีกครั้ง แล้วใช้พลังสุดท้ายของเธอ ปล่อยลำแสงสุริยันจันทราที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เธอเคยสร้างมา พุ่งเข้าสู่ร่างของมาลากอร์อีกครั้ง

ลำแสงนั้นส่องสว่างเจิดจ้าไปทั่วห้องโถง กลืนกินร่างของมาลากอร์จนหมดสิ้น ราชาปีศาจกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างของมันจะสลายหายไปในอากาศ กลายเป็นเพียงเถ้าธุลีที่ลอยหายไปในความมืดมิด

ในขณะเดียวกัน บนท้องฟ้า ดวงจันทร์สองดวงก็เคลื่อนมาบดบังดวงอาทิตย์อย่างสมบูรณ์ สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ได้เกิดขึ้นแล้ว!

แต่แทนที่จะนำมาซึ่งความมืดมิด สุริยคราสในครั้งนี้กลับส่องประกายแสงสว่างเจิดจ้า แสงนั้นพวยพุ่งลงมาจากท้องฟ้า ส่องผ่านวิหารแห่งแสงและเงา และแผ่กระจายไปทั่วทุกอาณาจักร สลายความมืดมิดที่มาลากอร์เคยสร้างไว้

โลกกลับมามีแสงสว่างอีกครั้ง!

เอลาริสทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเรืองแสงจางๆ ก่อนจะกลับมาสงบนิ่ง

ลูซิอัสลดตัวลงมาเบื้องหน้าเธอ เซริอุส ลีลาวดี และเมอร์ลิน วิ่งเข้ามาหาเธอด้วยความโล่งอกและดีใจ

“เจ้าทำได้แล้วเอลาริส!” เซริอุสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

“เจ้าคือผู้กอบกู้โลก!” ลีลาวดีอุทาน

เมอร์ลินยิ้มอย่างอ่อนโยน “เจ้าได้ทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์แล้วเอลาริส”

เอลาริสเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่กลับมาสดใสอีกครั้ง เธอรู้สึกถึงความสงบสุขที่กลับคืนสู่โลก เธอรู้สึกถึงความรักและความผูกพันที่เธอมีต่อสหายของเธอ

การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว แสงสว่างได้กลับคืนสู่โลกอีกครั้ง และเอลาริส เด็กสาวกำพร้าผู้หนึ่ง ก็ได้ทำตามโชคชะตาของเธออย่างสมบูรณ์.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!