คทาสุริยัน

ตอนที่ 274 — รุ่งอรุณแห่งสันติและพันธสัญญาของผู้พิทักษ์

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 748 คำ

หลังจากการต่อสู้ที่ยอดเขาแห่งการผนึก โลกกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง แสงอาทิตย์สาดส่องลงมายังผืนดินที่เคยถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด ท้องฟ้ากลับเป็นสีครามสดใส เมฆดำทะมึนได้สลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ได้สิ้นสุดลงแล้ว และมาลากอร์ก็ถูกผนึกไว้ในผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิด

เอลาริสและสหายยืนอยู่บนยอดเขาแห่งการผนึก มองลงไปเบื้องล่าง ‌เห็นอาณาจักรที่กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง ผู้คนเริ่มออกมาจากที่ซ่อน ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและความสุข เสียงหัวเราะและเสียงร้องเพลงเริ่มดังก้องไปทั่วทุกหัวระแหง

เอลาริสรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความภาคภูมิใจและความสุขที่ได้ทำตามพันธสัญญาของเธอได้สำเร็จ

“เราทำได้แล้ว เอลาริส” คาเอลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโล่งใจ เขาแตะบ่าบอบบางของเอลาริสเบาๆ

“เจ้าคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริง ​เอลาริส” ลีออนกล่าวด้วยความชื่นชม “เจ้าได้ช่วยโลกใบนี้ไว้”

ฟาเอลยิ้มกว้าง “ตอนนี้เราก็จะได้กลับบ้านแล้วสิ”

เอลาริสยิ้ม เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ การเดินทางที่ผ่านมานั้นยากลำบากและเต็มไปด้วยอันตราย แต่เธอก็มีสหายที่ดีคอยอยู่เคียงข้างเสมอ

แต่แล้ว เธอก็เหลียวมองไปยังผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่ลีออนเก็บรักษาไว้อย่างระมัดระวัง ‍ผลึกนั้นยังคงเปล่งแสงสีม่วงเข้มออกมาอย่างน่าขนลุก เตือนให้เธอรู้ว่าภัยคุกคามยังไม่หายไปอย่างสมบูรณ์

“เรายังกลับบ้านไม่ได้หรอก” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “เราต้องหาสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกเพื่อเก็บรักษาผลึกนี้ไว้ ไม่ให้ใครมาค้นพบมันได้”

ลีออนพยักหน้า “ใช่… นี่คือภาระหน้าที่ใหม่ของเรา”

พวกเขาตัดสินใจที่จะเดินทางต่อไป เพื่อค้นหาสถานที่ที่เหมาะสมในการเก็บรักษาผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิด

การเดินทางครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ‌มันไม่ใช่การเดินทางเพื่อค้นหาพลังหรือความจริง แต่เป็นการเดินทางเพื่อปกป้องโลกจากภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

พวกเขาเดินทางไปทั่วทุกอาณาจักร ผ่านภูเขา ทะเลทราย ป่าทึบ และมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ พวกเขาพบกับผู้คนมากมายที่ได้รับผลกระทบจากมาลากอร์ และเอลาริสก็ใช้พลังของคทาสุริยันจันทราในการเยียวยาและช่วยเหลือผู้คนเหล่านั้น

เอลาริสได้เรียนรู้ถึงความหมายที่แท้จริงของการเป็นผู้พิทักษ์ ‍ไม่ใช่แค่การต่อสู้กับปีศาจ แต่คือการปกป้องและดูแลโลกใบนี้และสิ่งมีชีวิตทุกชนิด

หลายเดือนผ่านไป พวกเขาก็เดินทางมาถึงทวีปที่ห่างไกลออกไป ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็งตลอดทั้งปี ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ มีเพียงภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความหนาวเย็น

“ที่นี่แหละ… ‘ถ้ำน้ำแข็งแห่งความเงียบงัน’” ลีออนกล่าว ​“ตำนานกล่าวว่ามันเป็นสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเทพแห่งน้ำแข็ง เพื่อใช้เป็นที่เก็บรักษาวัตถุโบราณอันตราย มันถูกปกป้องด้วยเวทมนตร์น้ำแข็งที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก และมีเพียงผู้ที่คู่ควรเท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงได้”

เอลาริสสัมผัสได้ถึงพลังงานที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากถ้ำน้ำแข็ง แม้จะเย็นยะเยือก แต่ก็รู้สึกสงบอย่างประหลาด

พวกเขาเดินเข้าไปในถ้ำน้ำแข็ง ภายในถ้ำนั้นเต็มไปด้วยน้ำแข็งที่ส่องประกายระยิบระยับราวกับเพชร มีทางเดินแคบๆ ​ที่วกวนและลื่น พวกเขาต้องระมัดระวังในการเดิน

ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ ใจกลางห้องโถงมีแท่นบูชาน้ำแข็งที่ส่องประกายสีฟ้าอ่อนๆ เบื้องบนของแท่นบูชามีผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงเรืองรอง

“นี่คือสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการเก็บรักษาผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิด” ลีออนกล่าว

เอลาริสเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชาน้ำแข็ง เธอค่อยๆ วางผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิดลงบนแท่นบูชา

ทันทีที่ผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิดสัมผัสกับแท่นบูชาน้ำแข็ง ​แสงสีม่วงเข้มจากผลึกก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในแท่นบูชาอย่างรวดเร็ว ผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่เบื้องบนแท่นบูชาก็เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนขึ้นมาอย่างเจิดจ้า ก่อนที่จะค่อยๆ ห่อหุ้มผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิดไว้ภายใน

ผลึกน้ำแข็งค่อยๆ แข็งตัวขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ผนึกผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิดไว้ภายในอย่างแน่นหนา มันเป็นผนึกที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่ผู้ใดจะสามารถทำลายได้

“มันถูกผนึกแล้ว” ลีออนกล่าวด้วยความโล่งใจ “มาลากอร์จะไม่มีวันกลับมาได้อีก”

เอลาริสยิ้ม เธอรู้สึกถึงความสงบที่แท้จริงที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ ภาระหน้าที่อันหนักอึ้งที่เธอแบกรับมาตลอดได้สิ้นสุดลงแล้ว

พวกเขาเดินออกจากถ้ำน้ำแข็งแห่งความเงียบงัน ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความหวังและความสุข

เมื่อกลับมาถึงอาณาจักร ผู้คนต่างออกมาต้อนรับพวกเขาอย่างยิ่งใหญ่ เอลาริสได้รับการยกย่องให้เป็นวีรสตรีผู้ช่วยโลก แต่เธอก็ยังคงเป็นเอลาริส เด็กสาวกำพร้าผู้ถ่อมตนคนเดิม

เธอตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตที่เหลือในการช่วยเหลือผู้คนและปกป้องโลกใบนี้ ด้วยพลังของคทาสุริยันจันทรา เธอได้ก่อตั้ง ‘สภาผู้พิทักษ์สุริยันจันทรา’ ขึ้นมา เพื่อฝึกฝนผู้มีพลังเวทมนตร์ให้เป็นผู้พิทักษ์คนต่อไป และเพื่อปกป้องโลกจากภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

คาเอลได้กลับไปเป็นหัวหน้าอัศวินผู้ปกป้องอาณาจักร ลีออนได้กลับไปเป็นนักปราชญ์ผู้รวบรวมความรู้และตำราโบราณ ส่วนฟาเอลก็ได้กลับไปเป็นนักธนูผู้พิทักษ์ป่าไม้

แม้พวกเขาจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นสหายที่คอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ

เอลาริสได้พบกับความหมายที่แท้จริงของชีวิต เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่ทายาทราชวงศ์โบราณ แต่เธอคือผู้พิทักษ์ผู้กล้าหาญที่ได้ช่วยโลกใบนี้ไว้

หลายปีผ่านไป อาณาจักรก็กลับคืนสู่ความรุ่งเรืองอีกครั้ง ภายใต้การปกครองของสภาผู้พิทักษ์สุริยันจันทรา โลกกลับคืนสู่ความสงบสุขและสันติภาพอย่างยั่งยืน

เอลาริสในวัยที่เติบโตขึ้น ยังคงถือคทาสุริยันจันทราไว้ในมือ เธอจ้องมองไปยังผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่ถูกผนึกไว้ในถ้ำน้ำแข็งแห่งความเงียบงัน เธอรู้ว่าภัยคุกคามยังคงอยู่ แต่เธอก็ไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว เพราะเธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอมีสหายที่คอยอยู่เคียงข้าง และเธอมีพลังที่จะปกป้องโลกใบนี้ไว้ได้เสมอ

เรื่องราวของเอลาริส ผู้พิทักษ์แห่งสุริยันจันทรา ได้กลายเป็นตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันไปจากรุ่นสู่รุ่น เป็นตำนานแห่งความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และความรักที่สามารถเอาชนะความมืดมิดได้ทุกสิ่งทุกอย่าง

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!