โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 748 คำ
หลังจากการต่อสู้ที่ยอดเขาแห่งการผนึก โลกกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง แสงอาทิตย์สาดส่องลงมายังผืนดินที่เคยถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด ท้องฟ้ากลับเป็นสีครามสดใส เมฆดำทะมึนได้สลายหายไปราวกับไม่เคยมีอยู่ สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ได้สิ้นสุดลงแล้ว และมาลากอร์ก็ถูกผนึกไว้ในผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิด
เอลาริสและสหายยืนอยู่บนยอดเขาแห่งการผนึก มองลงไปเบื้องล่าง เห็นอาณาจักรที่กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง ผู้คนเริ่มออกมาจากที่ซ่อน ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโล่งใจและความสุข เสียงหัวเราะและเสียงร้องเพลงเริ่มดังก้องไปทั่วทุกหัวระแหง
เอลาริสรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความภาคภูมิใจและความสุขที่ได้ทำตามพันธสัญญาของเธอได้สำเร็จ
“เราทำได้แล้ว เอลาริส” คาเอลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโล่งใจ เขาแตะบ่าบอบบางของเอลาริสเบาๆ
“เจ้าคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริง เอลาริส” ลีออนกล่าวด้วยความชื่นชม “เจ้าได้ช่วยโลกใบนี้ไว้”
ฟาเอลยิ้มกว้าง “ตอนนี้เราก็จะได้กลับบ้านแล้วสิ”
เอลาริสยิ้ม เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ การเดินทางที่ผ่านมานั้นยากลำบากและเต็มไปด้วยอันตราย แต่เธอก็มีสหายที่ดีคอยอยู่เคียงข้างเสมอ
แต่แล้ว เธอก็เหลียวมองไปยังผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่ลีออนเก็บรักษาไว้อย่างระมัดระวัง ผลึกนั้นยังคงเปล่งแสงสีม่วงเข้มออกมาอย่างน่าขนลุก เตือนให้เธอรู้ว่าภัยคุกคามยังไม่หายไปอย่างสมบูรณ์
“เรายังกลับบ้านไม่ได้หรอก” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “เราต้องหาสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกเพื่อเก็บรักษาผลึกนี้ไว้ ไม่ให้ใครมาค้นพบมันได้”
ลีออนพยักหน้า “ใช่… นี่คือภาระหน้าที่ใหม่ของเรา”
พวกเขาตัดสินใจที่จะเดินทางต่อไป เพื่อค้นหาสถานที่ที่เหมาะสมในการเก็บรักษาผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิด
การเดินทางครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อนๆ มันไม่ใช่การเดินทางเพื่อค้นหาพลังหรือความจริง แต่เป็นการเดินทางเพื่อปกป้องโลกจากภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
พวกเขาเดินทางไปทั่วทุกอาณาจักร ผ่านภูเขา ทะเลทราย ป่าทึบ และมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ พวกเขาพบกับผู้คนมากมายที่ได้รับผลกระทบจากมาลากอร์ และเอลาริสก็ใช้พลังของคทาสุริยันจันทราในการเยียวยาและช่วยเหลือผู้คนเหล่านั้น
เอลาริสได้เรียนรู้ถึงความหมายที่แท้จริงของการเป็นผู้พิทักษ์ ไม่ใช่แค่การต่อสู้กับปีศาจ แต่คือการปกป้องและดูแลโลกใบนี้และสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
หลายเดือนผ่านไป พวกเขาก็เดินทางมาถึงทวีปที่ห่างไกลออกไป ซึ่งเป็นสถานที่ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะและน้ำแข็งตลอดทั้งปี ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ มีเพียงภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความหนาวเย็น
“ที่นี่แหละ… ‘ถ้ำน้ำแข็งแห่งความเงียบงัน’” ลีออนกล่าว “ตำนานกล่าวว่ามันเป็นสถานที่ที่ถูกสร้างขึ้นโดยเทพแห่งน้ำแข็ง เพื่อใช้เป็นที่เก็บรักษาวัตถุโบราณอันตราย มันถูกปกป้องด้วยเวทมนตร์น้ำแข็งที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก และมีเพียงผู้ที่คู่ควรเท่านั้นที่จะสามารถเข้าถึงได้”
เอลาริสสัมผัสได้ถึงพลังงานที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากถ้ำน้ำแข็ง แม้จะเย็นยะเยือก แต่ก็รู้สึกสงบอย่างประหลาด
พวกเขาเดินเข้าไปในถ้ำน้ำแข็ง ภายในถ้ำนั้นเต็มไปด้วยน้ำแข็งที่ส่องประกายระยิบระยับราวกับเพชร มีทางเดินแคบๆ ที่วกวนและลื่น พวกเขาต้องระมัดระวังในการเดิน
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ ใจกลางห้องโถงมีแท่นบูชาน้ำแข็งที่ส่องประกายสีฟ้าอ่อนๆ เบื้องบนของแท่นบูชามีผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่เปล่งแสงเรืองรอง
“นี่คือสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการเก็บรักษาผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิด” ลีออนกล่าว
เอลาริสเดินเข้าไปใกล้แท่นบูชาน้ำแข็ง เธอค่อยๆ วางผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิดลงบนแท่นบูชา
ทันทีที่ผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิดสัมผัสกับแท่นบูชาน้ำแข็ง แสงสีม่วงเข้มจากผลึกก็ถูกดูดกลืนเข้าไปในแท่นบูชาอย่างรวดเร็ว ผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่เบื้องบนแท่นบูชาก็เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนขึ้นมาอย่างเจิดจ้า ก่อนที่จะค่อยๆ ห่อหุ้มผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิดไว้ภายใน
ผลึกน้ำแข็งค่อยๆ แข็งตัวขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาที่ผนึกผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิดไว้ภายในอย่างแน่นหนา มันเป็นผนึกที่แข็งแกร่งเกินกว่าที่ผู้ใดจะสามารถทำลายได้
“มันถูกผนึกแล้ว” ลีออนกล่าวด้วยความโล่งใจ “มาลากอร์จะไม่มีวันกลับมาได้อีก”
เอลาริสยิ้ม เธอรู้สึกถึงความสงบที่แท้จริงที่แผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ ภาระหน้าที่อันหนักอึ้งที่เธอแบกรับมาตลอดได้สิ้นสุดลงแล้ว
พวกเขาเดินออกจากถ้ำน้ำแข็งแห่งความเงียบงัน ด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความหวังและความสุข
เมื่อกลับมาถึงอาณาจักร ผู้คนต่างออกมาต้อนรับพวกเขาอย่างยิ่งใหญ่ เอลาริสได้รับการยกย่องให้เป็นวีรสตรีผู้ช่วยโลก แต่เธอก็ยังคงเป็นเอลาริส เด็กสาวกำพร้าผู้ถ่อมตนคนเดิม
เธอตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตที่เหลือในการช่วยเหลือผู้คนและปกป้องโลกใบนี้ ด้วยพลังของคทาสุริยันจันทรา เธอได้ก่อตั้ง ‘สภาผู้พิทักษ์สุริยันจันทรา’ ขึ้นมา เพื่อฝึกฝนผู้มีพลังเวทมนตร์ให้เป็นผู้พิทักษ์คนต่อไป และเพื่อปกป้องโลกจากภัยคุกคามที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต
คาเอลได้กลับไปเป็นหัวหน้าอัศวินผู้ปกป้องอาณาจักร ลีออนได้กลับไปเป็นนักปราชญ์ผู้รวบรวมความรู้และตำราโบราณ ส่วนฟาเอลก็ได้กลับไปเป็นนักธนูผู้พิทักษ์ป่าไม้
แม้พวกเขาจะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นสหายที่คอยอยู่เคียงข้างกันเสมอ
เอลาริสได้พบกับความหมายที่แท้จริงของชีวิต เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่ทายาทราชวงศ์โบราณ แต่เธอคือผู้พิทักษ์ผู้กล้าหาญที่ได้ช่วยโลกใบนี้ไว้
หลายปีผ่านไป อาณาจักรก็กลับคืนสู่ความรุ่งเรืองอีกครั้ง ภายใต้การปกครองของสภาผู้พิทักษ์สุริยันจันทรา โลกกลับคืนสู่ความสงบสุขและสันติภาพอย่างยั่งยืน
เอลาริสในวัยที่เติบโตขึ้น ยังคงถือคทาสุริยันจันทราไว้ในมือ เธอจ้องมองไปยังผลึกแก่นแท้แห่งความมืดมิดที่ถูกผนึกไว้ในถ้ำน้ำแข็งแห่งความเงียบงัน เธอรู้ว่าภัยคุกคามยังคงอยู่ แต่เธอก็ไม่กลัวอีกต่อไปแล้ว เพราะเธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอมีสหายที่คอยอยู่เคียงข้าง และเธอมีพลังที่จะปกป้องโลกใบนี้ไว้ได้เสมอ
เรื่องราวของเอลาริส ผู้พิทักษ์แห่งสุริยันจันทรา ได้กลายเป็นตำนานที่เล่าขานสืบต่อกันไปจากรุ่นสู่รุ่น เป็นตำนานแห่งความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และความรักที่สามารถเอาชนะความมืดมิดได้ทุกสิ่งทุกอย่าง

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก