หลังจากได้อัญมณีแห่งปฐพีมาอยู่ในครอบครอง กลุ่มของเอลาริสก็ไม่ได้พักผ่อนนานนัก พวกเขารู้ว่าเวลาเหลือน้อยเต็มที และมาลากอร์ก็กำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เป้าหมายต่อไปของพวกเขาคือ 'ไข่มุกแห่งวารี' ซึ่งถูกซ่อนอยู่ในมหาสมุทรที่ลึกที่สุดและเต็มไปด้วยสัตว์ทะเลที่ดุร้าย
การเดินทางสู่มหาสมุทรนั้นเป็นไปอย่างเร่งรีบ พวกเขาใช้เรือเวทมนตร์ที่เลโอนาร์ดจัดหามาให้ เรือลำนั้นสามารถแล่นได้อย่างรวดเร็วและสามารถดำน้ำได้ลึก ท้องฟ้าเหนือมหาสมุทรนั้นมืดครึ้มตลอดเวลา และมีพายุที่รุนแรงพัดกระหน่ำอยู่เป็นระยะๆ "มหาสมุทรแห่งนี้ดูน่ากลัวกว่าที่ฉันคิดไว้เสียอีก" เฟย์ร่ากล่าว เธอจับขอบเรือไว้แน่น ใบหน้าของเธอซีดเผือดด้วยความกลัว "มหาสมุทรที่ลึกที่สุดมักจะเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวและอันตรายเสมอ" ซาเรลกล่าว เอลาริสมองไปยังผืนน้ำสีครามที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เธอรู้สึกถึงพลังเวทที่ลึกล้ำและเยือกเย็นที่แฝงเร้นอยู่ในน้ำ มันคือพลังแห่งวารีอันบริสุทธิ์ แต่ก็แฝงไว้ด้วยความดุดันที่ยากจะหยั่งถึง "ฉันรู้สึกได้ถึงมัน" เอลาริสกล่าว "ไข่มุกแห่งวารีอยู่ลึกเข้าไปในมหาสมุทรนี้" "ระวังตัวไว้ทุกคน" เลโอนาร์ดสั่ง "เราไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ในมหาสมุทรนี้บ้าง"
เรือดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทร แสงสว่างจากผิวน้ำค่อยๆ เลือนหายไป ความมืดมิดเข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ แต่เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราสร้างแสงสว่างขึ้นมา แสงนั้นส่องสว่างไปทั่วบริเวณ เผยให้เห็นโลกใต้ทะเลที่แปลกประหลาดและน่าทึ่ง มีปะการังรูปร่างแปลกตา ปลาหลากสีสัน และสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ที่แหวกว่ายอยู่รอบๆ พวกเขา แต่ไม่นานนัก พวกเขาก็ได้ยินเสียงคำรามที่ดังสนั่นหวั่นไหว เสียงนั้นทำให้เรือสั่นสะเทือนไปทั่ว ทันใดนั้น เงาร่างขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นมาจากความมืดมิด มันคือ 'พญานาครา' สัตว์ทะเลในตำนานที่มีรูปร่างคล้ายงูยักษ์ขนาดมหึมา ปกคลุมด้วยเกล็ดสีเขียวมรกต ดวงตาของมันเป็นสีแดงก่ำราวกับถ่านเพลิง พญานาคราพุ่งเข้าใส่เรือของพวกเขาอย่างรวดเร็ว มันอ้าปากกว้าง แสดงให้เห็นเขี้ยวที่แหลมคมขนาดใหญ่ "ระวังตัว! นั่นคือพญานาครา!" เลโอนาร์ดตะโกน "มันเป็นสัตว์ทะเลที่แข็งแกร่งและดุร้ายมาก"
เอลาริสตอบโต้ทันที เธอใช้คทาสุริยันจันทราสร้างโล่พลังงานสีรุ้งขนาดใหญ่ขึ้นมา โล่นั้นแข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็ก ป้องกันการโจมตีของพญานาคราไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เลโอนาร์ด ซาเรล และเฟย์ร่าเข้าโจมตีพญานาคราอย่างพร้อมเพรียง เลโอนาร์ดใช้ดาบของเขาฟาดฟันเข้าที่เกล็ดของมัน แต่ดาบก็ไม่อาจสร้างบาดแผลให้กับร่างที่แข็งแกร่งนั้นได้ ซาเรลยิงธนูเข้าใส่ดวงตาของมันอย่างแม่นยำ แต่ลูกศรก็ถูกสะท้อนกลับมา เฟย์ร่าร่ายเวทมนตร์โจมตีเป็นวงกว้าง กระแสน้ำวนขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่พญานาครา ทำให้มันส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งมันได้ "มันแข็งแกร่งเกินไป!" เฟย์ร่าตะโกน "เวทมนตร์ของฉันไม่สามารถทำอะไรมันได้เลย!"
เอลาริสมองไปยังพญานาคราที่กำลังคำรามอย่างดุดัน เธอรู้ว่าเธอต้องใช้พลังแห่งวารีของเธอเองเพื่อต่อสู้กับมัน เธอหลับตาลง พยายามทำความเข้าใจกับพลังแห่งวารีที่ไหลเวียนอยู่ในตัวคทา และในตัวเธอเอง เธอรู้สึกถึงความลึกล้ำ ความเยือกเย็น และความดุดันที่แฝงเร้นอยู่ในน้ำ "พลังแห่งวารี...จงคุ้มครองพวกเรา!" เอลาริสตะโกน แสงสีฟ้าครามอันเจิดจ้าพวยพุ่งออกจากคทาของเธอ มันแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้าง กลายเป็นกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ที่บริสุทธิ์ กระแสน้ำวนนั้นไม่ได้ทำร้าย แต่กลับเป็นกระแสน้ำที่ให้ความสงบและพลังงาน พญานาคราที่กำลังจะพุ่งเข้าโจมตีชะงักไป ดวงตาของมันฉายแววความประหลาดใจและหวาดกลัว เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราสร้างกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ พุ่งเข้าใส่พญานาครา กระแสน้ำวนนั้นไม่ได้ทำร้ายมันด้วยการโจมตี แต่กลับเป็นการดูดซับพลังงานจากร่างของมัน พญานาคราส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด เกล็ดสีเขียวมรกตบนร่างของมันเริ่มซีดจางลง ร่างกายของมันเริ่มหดเล็กลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็สลายหายไปในอากาศ เหลือเพียงแสงสีฟ้าครามระยิบระยับที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่บนอากาศ
แสงสีฟ้าครามนั้นลอยลงมาหาเอลาริส มันคือ 'ไข่มุกแห่งวารี' หนึ่งในสามส่วนของกุญแจแห่งจิตวิญญาณ เอลาริสเอื้อมมือออกไปรับไข่มุกแห่งวารี ไข่มุกนั้นเปล่งประกายสีฟ้าครามอย่างงดงาม และมีพลังเวทที่อบอุ่นแผ่ซ่านออกมา "เราได้มันมาแล้ว!" เฟย์ร่าร้องออกมาด้วยความดีใจ เลโอนาร์ดและซาเรลเข้ามาหาเอลาริสด้วยรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ "เจ้าทำได้ดีมากเอลาริส" เลโอนาร์ดกล่าว "เราได้ก้าวไปอีกขั้นแล้ว" เอลาริสมองไปยังไข่มุกแห่งวารีในมือของเธอ เธอรู้สึกถึงความหวังที่เพิ่มขึ้น เธอรู้ว่าการเดินทางของเธอยังอีกยาวไกล แต่เธอก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมัน เธอพร้อมที่จะตามหากุญแจแห่งจิตวิญญาณอีกหนึ่งส่วนที่เหลือ 'ขนนกแห่งนภา' เพื่อที่จะสามารถผนึกมาลากอร์ได้อย่างสมบูรณ์และนิรันดร์
เมื่อพวกเขาเดินทางกลับขึ้นมาบนผิวน้ำ เรือเวทมนตร์ก็แล่นตรงไปยังชายฝั่งที่ใกล้ที่สุด ท้องฟ้าเริ่มสว่างขึ้นเล็กน้อย ดวงอาทิตย์เริ่มส่องแสงผ่านม่านเมฆที่หนาทึบ "เราต้องรีบแล้ว" เลโอนาร์ดกล่าว "ขนนกแห่งนภาอยู่บนยอดเขาสูงที่สุดที่ปกคลุมด้วยพายุหิมะตลอดเวลา การเดินทางไปที่นั่นจะอันตรายมาก" เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าภารกิจสุดท้ายของการตามหากุญแจแห่งจิตวิวิญญาณนั้นไม่ง่าย แต่เธอก็ไม่ย่อท้อ ในขณะที่พวกเขาเดินทางต่อไป จู่ๆ ก็มีเสียงกระซิบแผ่วเบาอีกครั้งดังขึ้นในหูของเอลาริส "เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำสำเร็จงั้นหรือ...ทายาทแห่งสุริยันจันทรา?" เสียงนั้นเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและความชั่วร้าย "ขนนกแห่งนภาถูกปกป้องโดยสิ่งที่เจ้าไม่เคยพบเจอมาก่อน มันจะทำให้เจ้าต้องพบกับความสิ้นหวัง!"
เอลาริสสั่นสะเทือนด้วยความหวาดกลัว เธอรู้ว่ามาลากอร์กำลังจับตาดูเธออยู่ตลอดเวลา และมันจะทำทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งเธอ "อย่ากลัวเลยเอลาริส" เฟย์ร่ากล่าว พร้อมกับจับมือเธอแน่น "พวกเราอยู่ตรงนี้กับเจ้าเสมอ" เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอมีเพื่อนพ้องที่คอยเคียงข้างเสมอ เธอจะต้องแข็งแกร่งกว่านี้ เธอจะต้องเรียนรู้ให้มากกว่านี้ เพื่อที่จะสามารถหยุดยั้งมาลากอร์ได้อย่างแท้จริงในสักวันหนึ่ง
การเดินทางสู่ยอดเขาสูงที่สุดนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก อากาศเริ่มหนาวเย็นลงเรื่อยๆ และมีพายุหิมะที่รุนแรงพัดกระหน่ำตลอดเวลา พื้นดินปกคลุมด้วยหิมะหนาทึบ และมีน้ำแข็งที่ลื่นปรื๊ดอยู่ทั่วทุกหนแห่ง เมื่อพวกเขามาถึงเชิงเขายอดเขาสูงที่สุด พวกเขาก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น ยอดเขานั้นสูงเสียดฟ้า ปกคลุมด้วยพายุหิมะที่รุนแรงตลอดเวลา มีลมพายุที่พัดกระหน่ำอย่างรุนแรงจนแทบจะยืนอยู่ไม่ได้ และมีเสียงหอนของลมที่ดังสนั่นหวั่นไหว "นี่มัน...นรกบนดินชัดๆ" เฟย์ร่าบ่นพลางสวมเสื้อคลุมกันหนาวให้แน่นขึ้น "ระวังตัวไว้ทุกคน" เลโอนาร์ดสั่ง "เราไม่รู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่บนยอดเขานี้บ้าง"
พวกเขาทั้งหมดเริ่มปีนป่ายขึ้นไปบนยอดเขาอย่างระมัดระวัง เส้นทางเต็มไปด้วยอันตราย หิมะที่หนาทึบ น้ำแข็งที่ลื่นปรื๊ด และลมพายุที่พัดกระหน่ำอย่างรุนแรง ไม่นานนัก พวกเขาก็ได้ยินเสียงคำรามที่ดังสนั่นหวั่นไหว เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของสัตว์ร้าย แต่เป็นเสียงของสิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยพลังแห่งลม ทันใดนั้น เงาร่างขนาดใหญ่หลายสิบตัวก็ปรากฏขึ้นมาจากพายุหิมะ มันคือ 'วิหคพายุ' สัตว์อสูรในตำนานที่มีรูปร่างคล้ายนกอินทรีขนาดมหึมา ปกคลุมด้วยขนนกสีขาวบริสุทธิ์ ดวงตาของมันเป็นสีฟ้าครามราวกับท้องฟ้า วิหคพายุพุ่งเข้าใส่กลุ่มของเอลาริสอย่างรวดเร็ว พวกมันกระพือปีกสร้างพายุหิมะที่รุนแรงเข้าใส่พวกเขา
"ระวังตัว! นั่นคือวิหคพายุ!" เลโอนาร์ดตะโกน "มันเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งและดุร้ายมาก" เอลาริสตอบโต้ทันที เธอใช้คทาสุริยันจันทราสร้างโล่พลังงานสีรุ้งขนาดใหญ่ขึ้นมา โล่นั้นแข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็ก ป้องกันพายุหิมะของวิหคพายุไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เลโอนาร์ด ซาเรล และเฟย์ร่าเข้าโจมตีวิหคพายุอย่างพร้อมเพรียง เลโอนาร์ดใช้ดาบของเขาฟาดฟันเข้าที่ปีกของมัน แต่ดาบก็ไม่อาจสร้างบาดแผลให้กับร่างที่แข็งแกร่งนั้นได้ ซาเรลยิงธนูเข้าใส่ดวงตาของมันอย่างแม่นยำ แต่ลูกศรก็ถูกพายุหิมะพัดกระเจิงไป เฟย์ร่าร่ายเวทมนตร์โจมตีเป็นวงกว้าง เปลวเพลิงสีฟ้าพวยพุ่งเข้าใส่วิหคพายุ ทำให้พวกมันส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังไม่สามารถหยุดยั้งพวกมันได้
"พวกมันเยอะเกินไป!" เฟย์ร่าตะโกน "เราต้องหาทางไปข้างหน้าให้ได้" เลโอนาร์ดกล่าว "ขนนกแห่งนภาต้องอยู่บนยอดเขานี้" พวกเขาพยายามที่จะฝ่าฟันวิหคพายุไปข้างหน้า แต่ก็ถูกพวกมันล้อมเอาไว้ ในขณะที่สถานการณ์กำลังย่ำแย่ จู่ๆ ก็มีเสียงคำรามที่ดุดันดังขึ้นมาจากเบื้องหลังวิหคพายุ ทันใดนั้น เงาร่างขนาดใหญ่กว่าวิหคพายุธรรมดาหลายเท่าก็ปรากฏขึ้น มันคือ 'ราชาวิหคพายุ' สัตว์ร้ายที่ใหญ่ที่สุดและแข็งแกร่งที่สุดในยอดเขานี้ ร่างกายของมันสูงใหญ่ราวกับภูเขา มีปีกที่กว้างใหญ่และดวงตาที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟสีฟ้าคราม ราชาวิหคพายุพุ่งเข้าใส่กลุ่มของเอลาริสอย่างรวดเร็ว มันกระพือปีกสร้างพายุหิมะที่รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่าเข้าใส่พวกเขา
เอลาริสมองไปยังราชาวิหคพายุที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ เธอรู้ว่าเธอต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อหยุดมัน เธอหลับตาลง พยายามรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเข้าไว้ในคทาสุริยันจันทรา เธอรู้สึกถึงพลังของบรรพบุรุษ พลังของจิตวิญญาณผู้พิทักษ์ทุกคนที่ไหลเวียนเข้ามาในตัวเธอ "พลังแห่งสุริยันจันทรา...จงรวมกันเป็นหนึ่ง!" เอลาริสตะโกนเสียงดัง คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจ้า แสงสีทองและสีเงินหลอมรวมกันเป็นลำแสงสีรุ้งขนาดมหึมา พุ่งตรงเข้าใส่ราชาวิหคพายุอย่างจัง ราชาวิหคพายุส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด มันพยายามที่จะต้านทานพลังนั้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ร่างของมันเริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ สลายหายไปในอากาศ เหลือเพียงขนนกสีขาวบริสุทธิ์ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่บนอากาศ
ขนนกสีขาวบริสุทธิ์นั้นลอยลงมาหาเอลาริส มันคือ 'ขนนกแห่งนภา' ส่วนสุดท้ายของกุญแจแห่งจิตวิญญาณ เอลาริสเอื้อมมือออกไปรับขนนกแห่งนภา ขนนกนั้นเปล่งประกายสีขาวบริสุทธิ์อย่างงดงาม และมีพลังเวทที่อบอุ่นแผ่ซ่านออกมา "เราได้มันมาแล้ว!" เฟย์ร่าร้องออกมาด้วยความดีใจ เลโอนาร์ดและซาเรลเข้ามาหาเอลาริสด้วยรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ "เจ้าทำได้ดีมากเอลาริส" เลโอนาร์ดกล่าว "เราได้กุญแจแห่งจิตวิญญาณครบทั้งสามส่วนแล้ว" เอลาริสมองไปยังกุญแจทั้งสามส่วนที่อยู่ในมือของเธอ อัญมณีแห่งปฐพี ไข่มุกแห่งวารี และขนนกแห่งนภา พวกมันเปล่งประกายแสงสีเขียวมรกต สีฟ้าคราม และสีขาวบริสุทธิ์อย่างงดงาม เธอรู้สึกถึงความหวังที่เต็มเปี่ยมอยู่ในตัว เธอรู้ว่าการเดินทางของเธอกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว และเธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์ในศึกสุดท้าย เพื่อผนึกมันอย่างสมบูรณ์และนิรันดร์

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก