ภายในป้อมปราการปีศาจ "ประตูสู่ความโศกศัลย์" บรรยากาศมืดมิดและหดหู่ กลิ่นคาวเลือดและกำมะถันคละคลุ้งไปทั่ว ผนังป้อมปราการทำจากหินสีดำสนิทที่ดูดซับแสงสว่าง ทำให้ทุกย่างก้าวของพวกเขาเต็มไปด้วยเงาที่เต้นระริก ราวกับกำลังเคลื่อนไหวได้เอง ปีศาจมากมายหลากหลายรูปร่างและขนาดปรากฏตัวขึ้นจากทุกซอกมุมของป้อมปราการ พวกมันส่งเสียงคำรามและกรีดร้องด้วยความกระหายเลือด
"ระวังตัวกันให้ดี!" เคเลนตะโกน ดาบของเขาสับลงบนปีศาจตัวแรกที่พุ่งเข้าใส่ เสียงโลหะปะทะเนื้อและเสียงร้องโหยหวนดังสนั่น
เอลาริสชูคทาสุริยันจันทราขึ้น พลังเวทแสงสีทองและสีเงินพุ่งออกจากคทา ส่องสว่างไปทั่วบริเวณ ทำให้ปีศาจที่ซ่อนอยู่ในเงามืดต้องถอยร่นไป พวกมันเกลียดแสงสว่างของคทาสุริยันจันทรา
"เราต้องไปถึงวิหารแห่งแสงนิรันดร์ให้เร็วที่สุด!" อาจารย์เอลดรินตะโกน ท่านร่ายมนตร์ไฟขนาดใหญ่เพื่อสร้างกำแพงเพลิงเล็กๆ เพื่อสกัดกั้นปีศาจที่กำลังเข้ามา
ไลร่าใช้ความคล่องตัวของเธอวิ่งวนไปรอบๆ แล้วใช้มีดสั้นของเธอจัดการกับปีศาจที่อ่อนแอ ไลร่าต่อสู้ได้อย่างดุดันและว่องไว ราวกับเงาที่เต้นรำอยู่ท่ามกลางความมืดมิด เซราฟิน่าร่ายมนตร์ป้องกันและมนตร์รักษา เพื่อปกป้องเพื่อนพ้องและรักษาผู้บาดเจ็บ
เอลาริสใช้พลังของคทาสุริยันจันทราอย่างเต็มที่ เธอสร้าง "โล่แสง" ป้องกันเพื่อนพ้องจากคมเขี้ยวและกรงเล็บของปีศาจ และใช้ "ลำแสงสุริยันจันทรา" เพื่อทำลายปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุด เธอยังใช้ "ผนึกแห่งแสง" ที่เธอเพิ่งฝึกฝนได้เพื่อตรึงปีศาจบางตัวไว้ ทำให้เพื่อนพ้องสามารถจัดการกับพวกมันได้อย่างง่ายดาย
แต่ปีศาจก็มีจำนวนมากเกินไป พวกมันปรากฏตัวขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับถูกสร้างขึ้นจากความมืดมิดของป้อมปราการแห่งนี้ เอลาริสรู้สึกเหนื่อยล้าจากการใช้พลังเวทอย่างต่อเนื่อง แต่เธอก็ยังคงยืนหยัด
"เราต้องหาทางไปต่อให้ได้!" เคเลนตะโกน "ป้อมปราการนี้มันเหมือนเขาวงกต!"
อาจารย์เอลดรินมองไปรอบๆ "มันคือกับดัก เอลาริส เจ้าจะต้องใช้ 'นิมิตแห่งความจริง' เพื่อนำทางพวกเราไป"
เอลาริสพยักหน้า เธอหลับตาลง แล้วเชื่อมโยงกับคทาสุริยันจันทราอีกครั้ง เธอปล่อยให้พลังของคทาไหลเวียนผ่านร่างกายของเธอ แล้วรวบรวมสมาธิทั้งหมดที่เธอมี "นิมิตแห่งความจริง...จงเผยหนทาง!"
ทันใดนั้น ภาพของเส้นทางที่ชัดเจนก็ปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเธอ เป็นเส้นทางที่ถูกซ่อนเร้นไว้เบื้องหลังภาพลวงตาและกับดักมากมาย มันคือทางตรงที่นำไปสู่วิหารแห่งแสงนิรันดร์
"ทางนี้ค่ะ!" เอลาริสชี้ไปทางเดินที่ดูเหมือนจะนำไปสู่ทางตัน "มันเป็นภาพลวงตา!"
เอลาริสใช้พลังของคทาเพื่อสร้าง "คลื่นแสง" คลื่นแสงนั้นพุ่งทะลวงผ่านกำแพงที่ดูเหมือนจะเป็นทางตัน เผยให้เห็นทางเดินลับที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
"ยอดเยี่ยมมากเอลาริส!" ไลร่าตะโกน "เธอเจ๋งที่สุดเลย!"
พวกเขารีบวิ่งเข้าไปในทางเดินลับนั้น ทิ้งฝูงปีศาจที่กำลังสับสนไว้เบื้องหลัง ทางเดินลับนั้นนำพวกเขาผ่านอุโมงค์ที่มืดมิดและแคบกว่าเดิม แต่ก็ทำให้พวกเขาหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับปีศาจจำนวนมากได้
ระหว่างทาง พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับกับดักมากมายที่มาลากอร์สร้างขึ้น บางกับดักเป็นกับดักกายภาพ เช่น แท่งเหล็กแหลมที่พุ่งขึ้นมาจากพื้น หรือก้อนหินขนาดใหญ่ที่หล่นลงมาจากเพดาน บางกับดักเป็นกับดักเวทมนตร์ เช่น ม่านพลังงานที่มองไม่เห็น หรือภาพลวงตาที่น่าสะพรึงกลัว
แต่ด้วยพลังของเอลาริสและความร่วมมือของเพื่อนพ้อง พวกเขาก็สามารถผ่านกับดักเหล่านั้นมาได้ เคเลนใช้ความแข็งแกร่งของเขาเพื่อทำลายกับดักกายภาพ ไลร่าใช้ความว่องไวของเธอเพื่อหลบหลีกกับดักอย่างรวดเร็ว เซราฟิน่าใช้ความรู้ของเธอเพื่อถอดรหัสกับดักเวทมนตร์ อาจารย์เอลดรินใช้มนตร์ป้องกันเพื่อคุ้มครองทุกคน
เอลาริสใช้ "ผนึกแห่งความจริง" ของเธอเพื่อเปิดเผยกับดักที่ซ่อนเร้น และใช้ "ลำแสงสุริยันจันทรา" เพื่อทำลายพวกมัน เธอรู้สึกเหมือนเธอและคทาสุริยันจันทราได้กลายเป็นหนึ่งเดียวกัน เธอสามารถใช้พลังของมันได้อย่างเป็นธรรมชาติและทรงพลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงห้องโถงขนาดใหญ่ที่อยู่ใจกลางป้อมปราการ ห้องโถงนั้นกว้างใหญ่และสูงตระหง่าน มีแท่นบูชาขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง บนแท่นบูชานั้นมี "ดวงตาแห่งมาลากอร์" อัญมณีสีแดงฉานขนาดใหญ่ที่เปล่งประกายชั่วร้ายออกมา ดวงตานั้นเป็นเหมือนแหล่งพลังงานที่หล่อเลี้ยงป้อมปราการปีศาจแห่งนี้
และเบื้องหน้าของดวงตาแห่งมาลากอร์ คือ "แม่ทัพเอเรบัส" แม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดของมาลากอร์ มีรูปร่างคล้ายอัศวินปีศาจ สวมเกราะสีดำสนิทที่ประดับด้วยหนามแหลมคม และถือดาบขนาดใหญ่ที่เปล่งประกายแห่งความมืด
"เจ้าพวกหนอนน้อย! กล้าดียังไงถึงมาถึงที่นี่ได้!" แม่ทัพเอเรบัสคำราม เสียงของมันดังกึกก้องไปทั่วห้องโถง "พวกเจ้าจะต้องตายที่นี่ เพื่อเป็นเครื่องบูชาแก่มาลากอร์!"
แม่ทัพเอเรบัสชูดาบแห่งความมืดขึ้น แล้วพุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
"ระวังตัวให้ดี!" เคเลนตะโกน เขารีบก้าวออกไปรับมือกับแม่ทัพเอเรบัส ดาบของเขาสะท้อนกับดาบแห่งความมืดอย่างรุนแรง เสียงโลหะปะทะโลหะดังสนั่น
เอลาริสรู้ดีว่านี่คือการต่อสู้ที่ยากที่สุดที่พวกเขาเคยเจอมา แม่ทัพเอเรบัสแข็งแกร่งกว่าปีศาจตนใดที่พวกเขาเคยเผชิญหน้า แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้
เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้น พลังเวทแสงสีทองและสีเงินพุ่งออกจากคทา แผ่กระจายเป็น "ผนึกแห่งความจริง" ผนึกนั้นพุ่งตรงไปยังแม่ทัพเอเรบัส ผนึกนั้นไม่ได้โจมตีทางกายภาพ แต่มันโจมตีจิตวิญญาณของแม่ทัพเอเรบัสโดยตรง
แม่ทัพเอเรบัสส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด มันรู้สึกเหมือนถูกความจริงที่น่ากลัวกัดกินจิตวิญญาณของมัน ร่างกายของมันเริ่มสั่นสะท้าน
"นี่คือพลังแห่งความจริง! เจ้าไม่มีทางต้านทานมันได้หรอกเอเรบัส!" เอลาริสตวาดเสียงดัง
เคเลนใช้โอกาสนี้เพื่อโจมตีแม่ทัพเอเรบัสอย่างต่อเนื่อง ไลร่าใช้มีดสั้นของเธอแทงเข้าไปที่จุดอ่อนของมัน เซราฟิน่าร่ายมนตร์โจมตี อาจารย์เอลดรินร่ายมนตร์ผนึกเพื่อตรึงแม่ทัพเอเรบัสไว้
ในที่สุด แม่ทัพเอเรบัสก็ส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง ร่างกายของมันเริ่มสลายกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา ดาบแห่งความมืดของมันหล่นลงสู่พื้น แล้วสลายหายไปเช่นกัน
เมื่อแม่ทัพเอเรบัสถูกทำลาย ดวงตาแห่งมาลากอร์ที่อยู่บนแท่นบูชาก็เริ่มสั่นสะท้าน แสงสีแดงฉานของมันเริ่มอ่อนลง และพลังงานชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากมันก็เริ่มจางหายไป
"เราทำได้แล้ว!" ไลร่าตะโกนด้วยความดีใจ
เอลาริสรู้สึกเหนื่อยล้าจนแทบจะยืนไม่ไหว แต่ในใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกภาคภูมิใจ เธอรู้ดีว่าพวกเขาได้ผ่านอุปสรรคที่สำคัญที่สุดมาได้แล้ว
"เราต้องไปกันต่อ" อาจารย์เอลดรินกล่าว "วิหารแห่งแสงนิรันดร์รอเราอยู่"
พวกเขาออกจากห้องโถงนั้น แล้วเดินตรงไปยังทางเดินที่อยู่เบื้องหลังแท่นบูชา ทางเดินนั้นนำพวกเขาขึ้นไปสู่ยอดเขาที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ ทิ้งป้อมปราการปีศาจ "ประตูสู่ความโศกศัลย์" ไว้เบื้องหลัง
แสงสว่างจากคทาสุริยันจันทราของเอลาริสส่องนำทางพวกเขาไป ราวกับความหวังสุดท้ายที่กำลังจะผลิบาน เบื้องหน้าของพวกเขาคือวิหารแห่งแสงนิรันดร์ ที่ที่พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับมาลากอร์ และตัดสินชะตากรรมของโลกทั้งใบ

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก