โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 1,024 คำ
ด้วยกุญแจแห่งจิตวิญญาณครบทั้งสามส่วนอยู่ในมือ กลุ่มของเอลาริสก็มุ่งหน้าสู่ 'วิหารแห่งการหลับใหล' ซึ่งเป็นสถานที่ที่ซ่อนเร้นอยู่ในมิติที่ซ้อนทับกันระหว่างโลกแห่งความเป็นจริงและโลกแห่งจิตวิญญาณ การเดินทางครั้งนี้เป็นเส้นทางที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยปริศนาที่รอการไข เอราเดียได้มอบแผนที่โบราณให้แก่พวกเขา แผนที่นั้นไม่ได้บอกเส้นทางที่ชัดเจน หากแต่เป็นเพียงสัญลักษณ์และอักขระโบราณที่ต้องตีความ "วิหารแห่งการหลับใหลไม่ได้อยู่ในมิติทางกายภาพ" เอราเดียอธิบาย "มันอยู่ในดินแดนที่จิตวิญญาณเท่านั้นจะเข้าถึงได้ เจ้าต้องใช้กุญแจแห่งจิตวิญญาณเพื่อเปิดประตูสู่มิตินั้น"
พวกเขากลับมายังหอคอยแห่งความทรงจำอีกครั้ง เพื่อใช้พลังของหอคอยเป็นสะพานเชื่อมมิติ เอลาริสยืนอยู่กลางห้องโถงใหญ่ เธอวางกุญแจแห่งจิตวิญญาณทั้งสามส่วนลงบนแท่นบูชาหินโบราณ อัญมณีแห่งปฐพี ไข่มุกแห่งวารี และขนนกแห่งนภาเปล่งประกายแสงสีเขียว สีฟ้า และสีขาวอย่างเจิดจ้า พวกมันลอยขึ้นกลางอากาศ หมุนวนเข้าหากันช้าๆ แล้วรวมตัวกันเป็นสัญลักษณ์คล้ายดวงตาที่เปล่งประกายแห่งจิตวิญญาณ เอลาริสยกคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีรุ้งจากคทาพุ่งเข้าใส่สัญลักษณ์นั้น ทำให้มันเปล่งประกายสว่างจ้ายิ่งกว่าเดิม ทันใดนั้น ผนังห้องโถงก็เริ่มสั่นสะเทือน แสงสว่างจ้าพวยพุ่งออกมาจากทุกทิศทาง แล้วมิติตรงหน้าของพวกเขาก็บิดเบี้ยว เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
โลกภายนอกเลือนหายไปในพริบตา พวกเขาพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่กลางทุ่งกว้างที่ปกคลุมด้วยดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ ท้องฟ้าเป็นสีม่วงอ่อนๆ และมีดวงดาวนับล้านดวงส่องประกายระยิบระยับ แม้จะเป็นช่วงกลางวัน บรรยากาศเงียบสงบและเต็มไปด้วยพลังเวทที่อ่อนโยนและบริสุทธิ์ "นี่คือ...วิหารแห่งการหลับใหล?" เฟย์ร่าเอ่ยขึ้นด้วยความตะลึง "ไม่ใช่เสียทีเดียว" เลโอนาร์ดกล่าว "นี่คือดินแดนที่อยู่นอกเหนือมิติปกติ เป็นประตูสู่สถานที่ที่แท้จริง" กลางทุ่งดอกไม้นั้น มีทางเดินหินอ่อนสีขาวทอดยาวไปสู่ปราสาทขนาดมหึมาที่สร้างขึ้นจากผลึกแก้วใส ปราสาทนั้นเปล่งประกายสีรุ้งอย่างงดงามราวกับอยู่ในความฝัน มันคือ 'วิหารแห่งการหลับใหล' พวกเขาก้าวเดินไปตามทางเดินหินอ่อนอย่างช้าๆ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความเคารพ
เมื่อพวกเขามาถึงหน้าประตูวิหาร ประตูนั้นก็เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นโถงทางเดินที่กว้างใหญ่ ภายในวิหารนั้นเต็มไปด้วยแสงสว่างที่อ่อนโยนและอบอุ่น มีเสาแก้วขนาดใหญ่หลายสิบต้นตั้งตระหง่านค้ำยันเพดานที่สูงลิ่วจนมองไม่เห็นยอด ตรงกลางโถงทางเดิน มีแท่นบูชาขนาดใหญ่วางอยู่ และบนแท่นบูชานั้นมีบางสิ่งบางอย่างวางอยู่ มันคือ 'หัวใจแห่งโลก' หัวใจแห่งโลกเป็นแก้วผลึกขนาดมหึมาที่เปล่งประกายแสงสีรุ้งเจิดจ้า มันเต้นระริกราวกับหัวใจที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่งพลังเวทอันมหาศาลออกมาปกคลุมทั่วทั้งวิหาร "นั่นคือ...หัวใจแห่งโลก!" เอลาริสอุทานด้วยความตื่นเต้น
แต่ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเข้าไปใกล้ จู่ๆ ก็มีเสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ทรงพลังดังขึ้นในโสตประสาทของพวกเขา "ผู้มาเยือน...เจ้าคือผู้ปรารถนาจะเข้าถึงแก่นแท้ของโลกหรือไม่?" เงาร่างโปร่งแสงปรากฏขึ้นมาจากแท่นบูชา มันคือ 'ผู้พิทักษ์แห่งแก่นแท้' สิ่งมีชีวิตโบราณที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ร่างกายของมันเป็นแสงสว่างที่เปล่งประกายสีรุ้ง ดวงตาของมันฉายแววแห่งปัญญาและความเมตตา "ข้าคือเอลาริส ทายาทแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา ข้ามาที่นี่เพื่อขอพลังจากหัวใจแห่งโลก เพื่อผนึกราชาปีศาจมาลากอร์อย่างสมบูรณ์และนิรันดร์" เอลาริสกล่าวด้วยความเคารพ "ข้ารู้" ผู้พิทักษ์แห่งแก่นแท้กล่าว "ข้าสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ของเจ้า และพลังแห่งสุริยันจันทราที่แข็งแกร่งของเจ้า" "แต่การจะเข้าถึงหัวใจแห่งโลกนั้น เจ้าต้องผ่านบททดสอบที่สำคัญที่สุด บททดสอบแห่งจิตวิญญาณ" ผู้พิทักษ์แห่งแก่นแท้อธิบาย "เจ้าต้องเผชิญหน้ากับความกลัวที่ลึกที่สุดในจิตใจของเจ้า และพิสูจน์ให้ข้าเห็นว่าเจ้าคู่ควรกับพลังอันยิ่งใหญ่นี้"
ทันใดนั้น แสงสว่างจ้าก็พวยพุ่งออกมาจากผู้พิทักษ์แห่งแก่นแท้ มันพุ่งเข้าสู่ร่างของเอลาริส ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในอีกมิติหนึ่ง เอลาริสพบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่กลางความมืดมิดอันว่างเปล่า รอบตัวเธอมีเพียงเงาร่างที่บิดเบี้ยวและน่ากลัว พวกมันคือความกลัว ความสงสัย และความอ่อนแอที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของเธอเอง "เจ้ามันก็แค่เด็กสาวที่อ่อนแอ!" เสียงหนึ่งดังขึ้น "เจ้าไม่คู่ควรกับพลังนี้หรอก!" "เจ้าไม่มีทางที่จะหยุดยั้งมาลากอร์ได้หรอก!" อีกเสียงหนึ่งดังขึ้น "เจ้าจะล้มเหลว!" เอลาริสรู้สึกหวาดกลัว ความกลัวเหล่านั้นพยายามที่จะครอบงำจิตใจของเธอ พยายามที่จะทำให้เธอสิ้นหวัง
แต่เอลาริสไม่ได้ยอมแพ้ เธอหลับตาลง พยายามรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเข้าไว้ในตัวเธอ เธอรู้สึกถึงพลังของคทาสุริยันจันทรา พลังของบรรพบุรุษ และพลังของจิตวิญญาณผู้พิทักษ์ทุกคนที่ไหลเวียนเข้ามาในตัวเธอ "ฉันไม่ใช่เด็กสาวที่อ่อนแออีกต่อไปแล้ว!" เอลาริสตะโกนเสียงดัง "ฉันคือผู้พิทักษ์แห่งสุริยันจันทรา และฉันจะไม่มีวันยอมแพ้!" ทันใดนั้น แสงสว่างจ้าก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของเอลาริส มันเป็นแสงสีรุ้งที่งดงามและทรงพลัง แสงนั้นพุ่งเข้าใส่เงาร่างแห่งความกลัวเหล่านั้น ทำให้พวกมันสลายหายไปในอากาศ
เอลาริสพบว่าตัวเองกลับมายืนอยู่กลางวิหารแห่งการหลับใหลอีกครั้ง ผู้พิทักษ์แห่งแก่นแท้มองมาที่เธอด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น "เจ้าได้ผ่านบททดสอบแล้วเอลาริส เจ้าได้พิสูจน์ให้ข้าเห็นแล้วว่าเจ้าคู่ควรกับพลังอันยิ่งใหญ่นี้" ผู้พิทักษ์แห่งแก่นแท้กล่าว "จงรับพลังจากหัวใจแห่งโลกไปเถิด" ผู้พิทักษ์แห่งแก่นแท้โบกมือเบาๆ แสงสว่างจากหัวใจแห่งโลกก็พุ่งเข้าสู่คทาสุริยันจันทราของเอลาริส ทำให้มันเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิมหลายเท่า พลังเวทอันมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเอลาริส เธอรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เธอรู้สึกว่าเธอสามารถทำอะไรก็ได้ เธอรู้สึกว่าเธอสามารถหยุดยั้งมาลากอร์ได้อย่างแท้จริงแล้ว
"ขอบคุณค่ะ...ท่านผู้พิทักษ์แห่งแก่นแท้" เอลาริสกล่าวด้วยความเคารพ "จงไปเถิดเอลาริส" ผู้พิทักษ์แห่งแก่นแท้กล่าว "เวลาของเราเหลือน้อยแล้ว มาลากอร์กำลังจะตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลอย่างสมบูรณ์ เจ้าต้องรีบผนึกมันให้ได้" เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าภารกิจสุดท้ายของเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว เธอหันไปมองเลโอนาร์ด ซาเรล และเฟย์ร่าที่ยืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะต่อสู้ "พวกเราพร้อมแล้ว" เลโอนาร์ดกล่าว พวกเขาทั้งหมดก้าวเดินออกจากวิหารแห่งการหลับใหล มุ่งหน้าสู่ยอดเขาเงาเพลิงอีกครั้ง เพื่อเผชิญหน้ากับมาลากอร์ในศึกสุดท้าย
การเดินทางกลับสู่ยอดเขาเงาเพลิงนั้นเป็นไปอย่างเร่งรีบและเต็มไปด้วยความตึงเครียด อากาศเริ่มหนาวเย็นลงเรื่อยๆ และมีกลิ่นกำมะถันที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆสีดำทะมึน และมีฟ้าผ่าสลับกับเสียงฟ้าร้องดังสนั่นหวั่นไหว เมื่อพวกเขามาถึงเชิงเขายอดเขาเงาเพลิง พวกเขาก็ต้องตกตะลึงกับภาพที่เห็น ภูเขาไฟที่เคยสงบเงียบ ตอนนี้กำลังปะทุอย่างรุนแรง ลาวาเดือดปุดๆ ไหลลงมาตามไหล่เขา เปลวไฟสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า และมีควันดำทะมึนลอยขึ้นไปบดบังดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าหากัน แต่คราวนี้ ภาพที่เห็นนั้นแตกต่างออกไป มาลากอร์กำลังก่อร่างสร้างตัวจากลาวาที่เดือดพล่าน ร่างกายของมันใหญ่โตกว่าเดิมหลายเท่า ดวงตาของมันแดงฉานยิ่งกว่าเดิม และมีปีกขนาดมหึมาที่แผ่กว้างออกไปจนแทบจะปกคลุมยอดเขาทั้งหมด "มัน...มันแข็งแกร่งกว่าเดิม!" เฟย์ร่าอุทานด้วยความหวาดกลัว "นั่นเพราะมันได้ดูดซับพลังงานจากความสิ้นหวังและความกลัวของผู้คนทั่วโลก" เลโอนาร์ดกล่าว "มันแข็งแกร่งขึ้นมากจริงๆ" แต่เอลาริสไม่ได้หวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว เธอรู้สึกถึงพลังที่เต็มเปี่ยมอยู่ในตัวเธอ พลังที่ได้จากหัวใจแห่งโลก พลังที่สามารถหยุดยั้งมาลากอร์ได้อย่างแท้จริง
"ไม่ว่ามันจะแข็งแกร่งแค่ไหน เราก็จะหยุดมันให้ได้!" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พวกเขาทั้งหมดเริ่มปีนป่ายขึ้นไปบนยอดเขา เมื่อมาถึงยอดเขา พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับมาลากอร์ที่กำลังยืนตระหง่านอยู่กลางปล่องภูเขาไฟ "ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำอะไรข้าได้งั้นหรือ...ทายาทแห่งสุริยันจันทรา?" มาลากอร์ส่งเสียงหัวเราะอันชั่วร้าย "ข้าแข็งแกร่งกว่าเดิมหลายเท่าแล้ว ไม่มีใครจะหยุดยั้งข้าได้อีกต่อไป!" เอลาริสก้าวเดินออกไปยืนเบื้องหน้ามาลากอร์ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจ้า แสงสีทองและสีเงินหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และมีรัศมีสีรุ้งที่งดงามและทรงพลังแผ่ออกมาจากตัวเธอ "ข้าจะไม่มีวันยอมให้แกทำร้ายโลกใบนี้ มาลากอร์!" เอลาริสตะโกนเสียงดัง "ข้าจะผนึกแกอย่างสมบูรณ์และนิรันดร์!"

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก