โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 761 คำ
ภายในปราสาทของมาลากอร์ ความมืดมิดที่เคยหนาทึบเริ่มจางหายไป เผยให้เห็นความงามของสถาปัตยกรรมโบราณที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงามืด แสงสีทองและสีเงินจากคทาสุริยันจันทราของเอลาริสส่องนำทางให้พวกเขาเดินผ่านโถงทางเดินที่กว้างใหญ่ ประดับประดาด้วยรูปปั้นของอัศวินและนักเวทโบราณที่ดูเหมือนกำลังมีชีวิต
"เราต้องไปที่ 'ห้องโถงแห่งพันธสัญญา'" เซเรน่ากล่าวเสียงเคร่งขรึม "มันคือสถานที่ที่ราชินีเอลาน่าใช้ในการผนึกมาลากอร์ในอดีต"
ลูคัสพยักหน้าเห็นด้วย "และมันคือสถานที่ที่เราจะใช้ผนึกมาลากอร์อีกครั้ง"
ไครอนซึ่งเดินนำหน้าไปสำรวจทางกลับมาพร้อมกับสีหน้าเคร่งขรึม "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานที่แปลกประหลาดที่แผ่ซ่านมาจากห้องโถงแห่งพันธสัญญา มันไม่ใช่แค่พลังงานแห่งความมืดมิด แต่มันเหมือนกับมีชีวิต"
เอลาริสชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและสีเงินจากคทาส่องประกายระยิบระยับ พุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางของปราสาท "ข้าสัมผัสได้ถึงพลังงานของมาลากอร์ เขากำลังรอเราอยู่"
พวกเขาเดินทางลึกเข้าไปในปราสาท ผ่านห้องโถงต่างๆ ที่เต็มไปด้วยกับดักเวทมนตร์ที่ซับซ้อน และปีศาจที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงใจกลางของปราสาท ที่ซึ่งมีห้องโถงขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ ห้องโถงแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นจากหินอ่อนสีดำสนิท ประดับประดาด้วยอัญมณีสีแดงเพลิงที่เปล่งประกายเรืองรอง เบื้องบนของห้องโถงมีดวงจันทร์สีแดงฉานสองดวงกำลังส่องแสงอย่างน่าขนลุกขวัญ และใจกลางของห้องโถงนั้น มีมาลากอร์ ราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ กำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่สร้างจากโครงกระดูกของสิ่งมีชีวิตโบราณ
มาลากอร์เป็นร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬ มีดวงตาสีแดงฉานราวกับถ่านไฟที่คุโชน และมีปีกขนาดมหึมาที่แผ่กว้างออกไปราวกับจะปกคลุมทั้งห้องโถงไว้ในเงามืด
"ในที่สุดก็มาถึง... ทายาทแห่งสุริยันจันทรา" มาลากอร์กล่าวเสียงแผ่วเย็นเยือก "เจ้าคิดหรือว่าเจ้าจะสามารถทำสิ่งที่ราชินีเอลาน่าเคยทำได้?"
มาลากอร์ลุกขึ้นจากบัลลังก์ พลังงานแห่งความมืดมิดแผ่ออกมาจากตัวมันอย่างมหาศาล ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความหนาวเย็นที่กัดกินกระดูก
"ข้าจะหยุดเจ้ามาลากอร์!" เอลาริสประกาศเสียงก้อง "ข้าจะผนึกเจ้า และนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกใบนี้ให้จงได้!"
มาลากอร์หัวเราะเสียงห้าว "เจ้ามันอ่อนแอ! เจ้าไม่มีทางเอาชนะข้าได้! สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงแล้ว และเมื่อมันมาถึง โลกใบนี้ก็จะตกอยู่ภายใต้ความมืดมิดของข้าตลอดไป!"
มาลากอร์พุ่งเข้าใส่เอลาริสอย่างรวดเร็ว ดาบใหญ่สีดำมืดที่เคลือบด้วยพลังงานแห่งความสิ้นหวังฟาดฟันเข้าใส่ ลูคัสเข้าขวางทางอย่างรวดเร็ว ดาบศักดิ์สิทธิ์ของเขาส่องประกายสีทองอร่าม ปะทะกับดาบใหญ่สีดำของมาลากอร์อย่างรุนแรง
การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด มาลากอร์แข็งแกร่งและรวดเร็ว แต่ลูคัสก็ไม่ยอมแพ้ เขายืนหยัดอย่างมั่นคง ปกป้องเอลาริสด้วยชีวิต
เซเรน่าร่ายเวทมนตร์สายลม สร้างพายุหมุนขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่มาลากอร์ แต่มาลากอร์ก็สามารถต้านทานพลังของเซเรน่าได้
ไครอนใช้ธนูยิงลูกศรที่อาบด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์เข้าใส่มาลากอร์ ลูกศรพุ่งทะลุร่างของมาลากอร์ แต่ก็ไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับเขาได้มากนัก
"เขามีเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งมาก!" ไครอนคำราม
เอลาริสรู้ว่าเธอต้องทำอะไรบางอย่าง เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสีทองและสีเงินจากคทาส่องประกายสว่างจ้า พลังงานจากคทาพุ่งตรงเข้าสู่มาลากอร์ แสงสว่างจากคทาเผาผลาญร่างของมาลากอร์อย่างช้าๆ
มาลากอร์หวีดร้องด้วยความเจ็บปวด แสงสว่างจากคทาทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
"เจ้า... เจ้าเด็กน้อย... เจ้าไม่มีทางทำลายข้าได้!" มาลากอร์คำราม
"ข้าจะทำลายเจ้า!" เอลาริสตอบ เธอใช้พลังทั้งหมดที่มี พลังงานจากคทาพุ่งเข้าสู่มาลากอร์อย่างไม่หยุดยั้ง
แสงสว่างและดวามมืดมิดปะทะกันอย่างรุนแรง ก่อให้เกิดคลื่นพลังงานที่แผ่กระจายออกไปรอบทิศทาง ห้องโถงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ปราสาทเริ่มพังทลายลง
ในขณะเดียวกัน สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ก็เริ่มขึ้น ดวงจันทร์สีแดงฉานสองดวงบนท้องฟ้าเริ่มเคลื่อนตัวมาบดบังดวงอาทิตย์ แสงสว่างจากดวงอาทิตย์เริ่มจางหายไป ความมืดมิดเริ่มคืบคลานเข้ามา
"เรามีเวลาไม่มากแล้ว!" เซเรน่าตะโกน "เราต้องผนึกเขาให้ได้ก่อนที่สุริยคราสจะสมบูรณ์!"
เอลาริสรู้ดีว่าเธอต้องทำอะไร เธอรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี แสงสีทองและสีเงินจากคทาสุริยันจันทราส่องประกายสว่างจ้า พลังงานจากคทาพุ่งตรงเข้าสู่มาลากอร์อย่างไม่หยุดยั้ง
มาลากอร์หวีดร้องด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ร่างของเขาเริ่มสลายไปในอากาศ
"เจ้า... เจ้าไม่มีทาง... ทำลายข้าได้!" มาลากอร์คำรามเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างของเขาจะสลายไปในอากาศ ทิ้งไว้เพียงความเงียบงัน
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจของเอลาริสและสหายของเธอ
"เราทำได้แล้ว!" เซเรน่าอุทานอย่างดีใจ
ลูคัสเดินเข้ามาหาเอลาริสด้วยรอยยิ้ม "เจ้าทำได้ดีมากเอลาริส เจ้าแข็งแกร่งกว่าที่ข้าคิดไว้มาก"
เอลาริสยิ้มอย่างโล่งใจ เธอรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้าใส่ แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกถึงความภาคภูมิใจในตัวเอง เธอได้เผชิญหน้ากับราชาปีศาจ และเธอก็ได้เอาชนะเขาได้
หลังจากที่มาลากอร์สลายไป แสงสว่างจากคทาสุริยันจันทราก็ส่องสว่างไปทั่วทั้งห้องโถง ความมืดมิดที่เคยปกคลุมห้องโถงก็เริ่มจางหายไป เผยให้เห็นความงามของห้องโถงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดมิด
สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่กำลังจะสมบูรณ์ก็พลันหยุดชะงัก ดวงจันทร์สีแดงฉานสองดวงบนท้องฟ้าเริ่มเคลื่อนตัวออกจากดวงอาทิตย์ แสงสว่างจากดวงอาทิตย์เริ่มกลับคืนมา โลกใบนี้ได้รับการช่วยชีวิตอีกครั้ง
เอลาริสยืนอยู่ใจกลางห้องโถงแห่งพันธสัญญา เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับโลกใบนี้ เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอมีสหายผู้กล้าที่ยืนเคียงข้างเธอ และเธอมีพลังของสุริยันจันทราคอยปกป้องเธอ
"เราทำได้แล้ว" เอลาริสกล่าวเสียงมั่นคง "เราช่วยโลกใบนี้ไว้ได้แล้ว"
สหายทั้งสามมองหน้ากัน ก่อนจะยิ้มอย่างโล่งใจ พวกเขาต่างเหนื่อยล้า แต่ก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจในตัวเอง
นี่คือจุดสิ้นสุดของการเดินทางของเอลาริสในฐานะทายาทผู้พิทักษ์ และเป็นจุดเริ่มต้นของบทบาทใหม่ของเธอในฐานะราชินีแห่งแสงสว่าง เธอจะนำแสงสว่างกลับคืนสู่โลกใบนี้ และสร้างโลกใหม่ที่ปราศจากความมืดมิด
ห้องโถงแห่งพันธสัญญาได้สอนบทเรียนอันล้ำค่าให้กับเอลาริสและสหายของเธอ บทเรียนเกี่ยวกับการต่อสู้ บทเรียนเกี่ยวกับความหวัง และเหนือสิ่งอื่นใด บทเรียนเกี่ยวกับชัยชนะเหนือความมืดมิด.

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก