โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 1,116 คำ
ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึน เสียงสายฟ้าฟาดก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ราวกับเป็นกลองศึกที่ประโคมขึ้นเพื่อประกาศการมาถึงของสงครามครั้งสุดท้าย กองทัพแห่งความมืดของมาลากอร์เคลื่อนทัพเข้ามาจากขอบฟ้า พวกมันมีจำนวนมากมายมหาศาล ทั้งอสูรเงา ภูตเงามืด และสิ่งมีชีวิตที่น่าเกลียดน่ากลัวอีกมากมาย พวกมันส่งเสียงคำรามและกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนที่ได้ยิน
เบื้องหน้าของกองทัพแห่งความมืด มาลากอร์ยืนหยัดอย่างสง่างาม ร่างของเขาสูงใหญ่กำยำ ปกคลุมด้วยชุดเกราะสีดำทะมึนที่ดูราวกับถูกหลอมขึ้นจากเงามืด ดวงตาของเขาส่องประกายสีแดงก่ำราวกับถ่านเพลิงที่ลุกโชนไปด้วยความแค้นและความชั่วร้าย พลังมืดมิดอันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวเขา ทำให้บรรยากาศรอบกายหนาวเหน็บและหนักอึ้ง
เอลาริสยืนอยู่หน้ากองทัพพันธมิตรแห่งแสงสว่าง ถือคทาสุริยันจันทราในมือ คทาส่องประกายเจิดจ้าด้วยแสงสีทองและสีเงิน ราวกับเป็นแสงแห่งความหวังเพียงหนึ่งเดียวในความมืดมิด เบื้องหลังของเธอคืออาจารย์เซเดน ไลร่า คาเรน ฟินน์ และผู้นำของทุกอาณาจักร พร้อมด้วยกองทัพพันธมิตรที่ยืนหยัดอย่างมั่นคง แม้จะรู้สึกหวาดกลัว แต่ก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้
"มาลากอร์!" เอลาริสตะโกนด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและเปี่ยมด้วยอำนาจ "เจ้าไม่มีทางทำลายโลกนี้ได้! ข้าคือเอลาริส ทายาทคนสุดท้ายของราชวงศ์โบราณ และข้าจะหยุดยั้งเจ้าให้ได้!"
มาลากอร์หัวเราะเยาะ "เด็กสาวผู้โง่เขลา! เจ้าคิดว่าพลังเล็กน้อยของเจ้าจะสามารถต่อกรกับข้าได้งั้นหรือ? ข้าคือราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ซึ่งเคยทำลายโลกนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง! เจ้าไม่มีทางที่จะเอาชนะข้าได้!"
มาลากอร์ชูมือขึ้น พลังงานสีดำทะมึนพุ่งออกจากฝ่ามือของเขา ก่อตัวเป็นลูกบอลพลังงานขนาดใหญ่ที่พุ่งตรงเข้าใส่กองทัพพันธมิตรอย่างรวดเร็ว
"เตรียมพร้อม!" คาเรนตะโกน
เอลาริสยกคทาสุริยันจันทราขึ้นรับ พลังแห่งสุริยันและจันทราผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดโล่ป้องกันแสงสว่างที่แข็งแกร่ง โล่ป้องกันนั้นรับลูกบอลพลังงานของมาลากอร์ไว้ได้อย่างสบายๆ
"พลังของข้าแข็งแกร่งกว่าที่เจ้าคิด มาลากอร์!" เอลาริสกล่าว
"ฮึ่ม!" มาลากอร์คำรามด้วยความโกรธ "งั้นเจ้าก็จงรับพลังที่แท้จริงของข้าไป!"
มาลากอร์พุ่งเข้าใส่เอลาริสอย่างรวดเร็ว หมัดของเขาที่ปกคลุมด้วยพลังมืดมิดพุ่งตรงเข้าใส่เธออย่างไม่หยุดยั้ง เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราป้องกันการโจมตีของมาลากอร์อย่างคล่องแคล่ว แสงสว่างจากคทาปะทะกับความมืดมิดจากหมัดของมาลากอร์ ก่อให้เกิดประกายไฟและเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ
ขณะที่เอลาริสกำลังต่อสู้กับมาลากอร์ กองทัพแห่งความมืดก็พุ่งเข้าใส่กองทัพพันธมิตร การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด เสียงดาบกระทบกัน เสียงเวทมนตร์ระเบิด และเสียงกรีดร้องของทั้งสองฝ่ายดังระงมไปทั่วบริเวณ
อาจารย์เซเดน ไลร่า คาเรน และฟินน์ เข้ามาช่วยเอลาริส พวกเขาร่ายเวทมนตร์โจมตี ปล่อยลูกไฟ กระแสลมเย็นยะเยือก และลูกธนูพลังเวทเข้าใส่มาลากอร์ แต่พลังของมาลากอร์นั้นมหาศาลเกินกว่าที่พวกเขาจะรับมือไหว การโจมตีของพวกเขาแทบไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับมาลากอร์ได้เลย
"พวกเจ้าทั้งหมดเป็นเพียงมดปลวก! ไม่มีทางที่จะเอาชนะข้าได้!" มาลากอร์คำราม
มาลากอร์กวาดมือออกไป พลังมืดมิดพุ่งออกจากมือของเขา ซัดอาจารย์เซเดน ไลร่า คาเรน และฟินน์กระเด็นไปคนละทิศละทาง พวกเขาล้มลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้นดิน ร่างกายของพวกเขามีบาดแผลจากการโจมตีของมาลากอร์
"อาจารย์! คาเรน! ไลร่า! ฟินน์!" เอลาริสตะโกนด้วยความตกใจ
"อย่าห่วงพวกเราเลย เอลาริส!" อาจารย์เซเดนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง "เจ้าต้องใช้พลังทั้งหมดของเจ้าผนึกเขาให้ได้!"
เอลาริสมองไปยังสหายของเธอที่นอนบาดเจ็บอยู่บนพื้นดิน ความโกรธแค้นและความมุ่งมั่นถาโถมเข้ามาในใจ เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องทำอะไรบางอย่าง เธอจะต้องหยุดยั้งมาลากอร์ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม
เธอชูคทาสุริยันจันทราขึ้น แสงสว่างจากคทาส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น พลังแห่งสุริยันและจันทราผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดลำแสงขนาดใหญ่ที่พุ่งตรงเข้าใส่มาลากอร์
มาลากอร์หัวเราะเยาะ "ไร้สาระ! เจ้าคิดว่าพลังเล็กน้อยของเจ้าจะสามารถทำอะไรข้าได้งั้นหรือ?"
มาลากอร์ชูมือขึ้น สร้างกำแพงพลังมืดมิดขึ้นมารับลำแสงของเอลาริส กำแพงพลังมืดมิดนั้นแข็งแกร่งมาก มันรับลำแสงของเอลาริสไว้ได้อย่างสบายๆ
"เจ้าไม่มีทางที่จะเอาชนะข้าได้ เอลาริส!" มาลากอร์คำราม "ข้าคือราชาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่!"
เอลาริสรู้สึกว่าพลังของเธอกำลังจะหมดลง การต่อสู้กับมาลากอร์นั้นใช้พลังงานมากเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้
ขณะที่เอลาริสกำลังอ่อนแรง จู่ๆ หินผลึกแห่งแสงที่ฝังอยู่ในคทาสุริยันจันทราก็ส่องประกายเจิดจ้า แสงสีขาวบริสุทธิ์พุ่งออกจากหินผลึกแห่งแสง และรวมเข้ากับพลังแห่งสุริยันและจันทราในคทา
ทันทีที่แสงสีขาวบริสุทธิ์จากหินผลึกแห่งแสงสัมผัสกับคทาสุริยันจันทรา พลังแห่งสุริยันและจันทราในคทาก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เอลาริสรู้สึกว่าร่างกายของเธอเต็มไปด้วยพลังงานอันบริสุทธิ์และทรงพลัง เธอรู้สึกว่าเธอเป็นส่วนหนึ่งของคทา และคทาก็เป็นส่วนหนึ่งของเธอ
"นี่คือพลังของหินผลึกแห่งแสง!" อาจารย์เซเดนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรง "จงใช้มันผนึกมาลากอร์ให้ได้ เอลาริส!"
เอลาริสหลับตาลง รวบรวมพลังทั้งหมดที่มีอยู่ในกาย คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องประกายเจิดจ้ายิ่งขึ้น แสงสว่างสีทอง สีเงิน และสีขาวบริสุทธิ์ผสานรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ก่อให้เกิดลำแสงขนาดใหญ่ที่พุ่งตรงเข้าใส่มาลากอร์
มาลากอร์มองลำแสงของเอลาริสด้วยความตกใจ แสงนั้นเต็มไปด้วยพลังที่บริสุทธิ์และทรงพลัง เกินกว่าที่เขาจะจินตนาการได้
"นี่มันอะไรกัน!" มาลากอร์คำราม "พลังนี้... เป็นไปไม่ได้!"
ลำแสงของเอลาริสพุ่งเข้าใส่มาลากอร์อย่างรวดเร็ว มาลากอร์พยายามสร้างกำแพงพลังมืดมิดขึ้นมารับ แต่กำแพงพลังมืดมิดของเขาก็ไม่สามารถต้านทานพลังของลำแสงของเอลาริสได้ มันพังทลายลงในพริบตา
ลำแสงของเอลาริสพุ่งเข้าใส่ร่างของมาลากอร์ ร่างของมาลากอร์สั่นสะท้าน แสงสีแดงก่ำในดวงตาของเขาเริ่มจางลง
"ไม่! เป็นไปไม่ได้!" มาลากอร์คำรามด้วยความเจ็บปวด "ข้าไม่มีทางที่จะถูกผนึกได้อีกครั้ง!"
แต่ลำแสงของเอลาริสก็ยังคงพุ่งเข้าใส่ร่างของมาลากอร์อย่างต่อเนื่อง ร่างของมาลากอร์เริ่มสลายไปในอากาศ กลายเป็นเพียงกลุ่มควันสีดำที่จางหายไปในพริบตา
เอลาริสรู้สึกว่าพลังของเธอกำลังจะหมดลง เธอใช้พลังทั้งหมดที่มีในการผนึกมาลากอร์ เธอทรุดลงไปนั่งกับพื้นดิน ร่างกายของเธออ่อนแรงจนแทบจะขยับไม่ได้ คทาสุริยันจันทราในมือของเธอส่องประกายเจิดจ้าอีกครั้ง ก่อนที่แสงนั้นจะค่อยๆ จางหายไป
เมฆดำทะมึนบนท้องฟ้าเริ่มจางหายไป แสงอาทิตย์เริ่มสาดส่องลงมาอีกครั้ง ท้องฟ้ากลับมาเป็นสีฟ้าสดใสอีกครั้ง บรรยากาศรอบกายกลับมาสงบเงียบอีกครั้ง ความมืดมิดและพลังงานชั่วร้ายที่เคยปกคลุมอยู่ได้จางหายไปแล้ว
มาลากอร์ถูกผนึกอีกครั้งแล้ว...
อาจารย์เซเดน ไลร่า คาเรน และฟินน์ ลุกขึ้นยืน พวกเขาเดินเข้ามาหาเอลาริสด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความดีใจ
"เจ้าทำได้แล้ว เอลาริส!" อาจารย์เซเดนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ
"เจ้าช่วยโลกนี้ไว้ได้แล้ว!" ไลร่าเสริม
"เจ้าคือวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่!" คาเรนกล่าว
"เจ้าคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริง!" ฟินน์กล่าว
เอลาริสมองไปยังสหายของเธอด้วยรอยยิ้ม เธอรู้สึกดีใจที่เธอสามารถทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์ได้สำเร็จ เธอรู้สึกดีใจที่เธอสามารถปกป้องโลกนี้จากความมืดมิดของมาลากอร์ได้
แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่ถาโถมเข้ามาในใจ เธอใช้พลังไปมากในการผนึกมาลากอร์ เธอรู้ดีว่าเธอจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่เธอจะฟื้นตัวได้
อาจารย์เซเดนเดินเข้ามาหาเอลาริส เขาวางมือบนบ่าของเธออย่างอ่อนโยน
"เจ้าทำได้ดีมาก เอลาริส" อาจารย์เซเดนกล่าว "เจ้าได้ทำตามหน้าที่ของเจ้าอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว"
เอลาริสมองไปยังคทาสุริยันจันทราในมือของเธอ คทาเล่มนั้นส่องประกายเจิดจ้าอีกครั้ง ก่อนที่แสงนั้นจะค่อยๆ จางหายไป คทากลับคืนสู่สภาพเดิมของมัน เป็นเพียงคทาธรรมดาที่ดูงดงาม
"พลังของมาลากอร์ถูกผนึกไว้แล้ว" อาจารย์เซเดนกล่าว "แต่เราก็ยังต้องระวัง เขาอาจจะหาทางกลับมาอีกครั้งในอนาคต"
เอลาริสพยักหน้า "ข้าจะระวังค่ะอาจารย์"
กองทัพพันธมิตรแห่งแสงสว่างส่งเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี พวกเขาเฉลิมฉลองชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่ได้มาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ
เอลาริสยืนหยัดอย่างสง่างาม ถือคทาสุริยันจันทราในมือ คทาเล่มนั้นส่องประกายเจิดจ้า ราวกับเป็นแสงแห่งความหวังที่จะส่องนำทางพวกเขาไปสู่ชัยชนะ เธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่รออยู่เบื้องหน้า เธอจะยังคงเป็นผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่างตลอดไป เพื่อปกป้องโลกนี้จากความมืดมิดของมาลากอร์ และเพื่อสร้างสันติสุขให้กับทุกอาณาจักร
โลกกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง แสงสุริยันสาดส่องอบอุ่นทั่วทุกอาณาจักร ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ความหวังกลับคืนสู่หัวใจของทุกคน
เอลาริสได้ทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์สำเร็จแล้ว เธอได้ปกป้องโลกนี้จากความมืดมิดของมาลากอร์ได้สำเร็จ และเธอก็ได้เป็นผู้นำที่แท้จริงของโลกนี้
แต่เรื่องราวของเธอยังไม่จบลง การเดินทางของเธอยังคงดำเนินต่อไป เธอจะต้องฝึกฝนพลังของเธอต่อไป เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับอันตรายที่อาจจะมาถึงในอนาคต เธอคือเอลาริส ผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่าง ทายาทคนสุดท้ายของราชวงศ์โบราณ ผู้ซึ่งจะยังคงเป็นตำนานตลอดไปในใจของผู้คน

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก