โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
344 ตอน · 821 คำ
ยอดเขาเงาเพลิงกลายเป็นลานประหารที่เต็มไปด้วยลาวาเดือดพล่านและควันพิษ ท้องฟ้าถูกฉีกขาดด้วยสายฟ้าสีแดงฉาน และสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ได้มาถึงจุดสูงสุด ทำให้โลกทั้งใบจมดิ่งสู่ความมืดมิดอันน่าสะพรึงกลัว มาลากอร์ปรากฏกายขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ มันมีร่างกายมหึมาที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีดำสนิท ดวงตาแดงฉานราวกับทะเลเพลิง ปีกขนาดใหญ่แผ่กว้างออกไปจนบดบังแสงจันทร์คู่ที่กำลังจะรวมตัวกันเป็นหนึ่งเดียว และเสียงคำรามของมันสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งผืนพิภพ
เอลาริสยืนอยู่เบื้องหน้ามัน คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายแสงสีรุ้งเจิดจ้า รัศมีพลังเวทอันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวเธอ มันคือพลังที่หลอมรวมจากหัวใจแห่งโลก และจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์ทุกคน เธอมองไปยังมาลากอร์ด้วยแววตาที่เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่ "ฮ่า ฮ่า ฮ่า! เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำอะไรข้าได้งั้นหรือ? เจ้ามันก็แค่เด็กสาวที่ไร้เดียงสา ไม่มีทางที่จะต้านทานพลังของข้าได้หรอก!" มาลากอร์หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เสียงของมันก้องกังวานไปทั่วทั้งภูเขา "ดูสิ...สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะสมบูรณ์แล้ว พลังของข้าถึงขีดสุดแล้ว! ไม่มีใครจะหยุดยั้งข้าได้อีกต่อไป!" "ข้าไม่ใช่เด็กสาวที่ไร้เดียงสาอีกต่อไปแล้ว มาลากอร์" เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งสุริยันจันทรา และข้าจะผนึกแกอย่างสมบูรณ์และนิรันดร์!"
มาลากอร์ง้างกรงเล็บขนาดมหึมา สร้างพายุแห่งความมืดมิดที่เต็มไปด้วยเศษหินและลาวาที่ลุกโชนพุ่งเข้าใส่เอลาริส พายุนั้นรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยเจอมา เอลาริสตอบโต้ทันที เธอใช้คทาสุริยันจันทราสร้างโล่พลังงานสีรุ้งขนาดใหญ่ขึ้นมา โล่นั้นแข็งแกร่งราวกับกำแพงเหล็ก ป้องกันพายุแห่งความมืดมิดของมาลากอร์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ "พลังของข้าไม่ได้มาจากความมืดมิด แต่มาจากแสงสว่างและความรักที่ข้ามีต่อโลกใบนี้!" เอลาริสตะโกน เธอรวบรวมพลังสุริยันทั้งหมดเข้าไว้ในคทา แล้วปล่อยออกมาเป็นลำแสงสีทองขนาดมหึมา พุ่งเข้าใส่มาลากอร์ ลำแสงสีทองนั้นพุ่งเข้าชนร่างของมาลากอร์อย่างจัง ทำให้มันส่งเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด ร่างกายของมันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เกล็ดสีดำสนิทบนร่างของมันเริ่มแตกเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นเนื้อหนังที่เต็มไปด้วยลาวาที่เดือดพล่าน
"เป็นไปไม่ได้! พลังของเจ้า..." มาลากอร์อุทานด้วยความตกใจ "เจ้า...เจ้าได้พลังจากหัวใจแห่งโลกมางั้นหรือ?" "ใช่" เอลาริสตอบ "และมันจะผนึกแกไว้ตลอดกาล!" มาลากอร์ระเบิดพลังความมืดมิดออกมาอีกครั้ง มันสร้างลูกไฟสีดำขนาดใหญ่หลายสิบลูก พุ่งเข้าใส่เอลาริสอย่างไม่หยุดหย่อน พร้อมกับพยายามที่จะโจมตีด้วยกรงเล็บและปีกอันแหลมคม เอลาริสตอบโต้ด้วยการใช้พลังจันทรา เธอสร้างกำแพงน้ำแข็งขนาดมหึมาขึ้นมาเพื่อป้องกันลูกไฟสีดำเหล่านั้น พร้อมกับใช้พลังลมสร้างพายุหมุนเพื่อผลักดันมาลากอร์ออกไป การต่อสู้ระหว่างเอลาริสและมาลากอร์ดำเนินไปอย่างดุเดือด พลังแสงสว่างและพลังความมืดปะทะกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งยอดเขา เลโอนาร์ด ซาเรล และเฟย์ร่าเองก็ช่วยกันต่อสู้กับสมุนปีศาจที่มาลากอร์เรียกออกมา พวกเขาพยายามซื้อเวลาให้เอลาริสจัดการกับมาลากอร์ให้ได้
"เราต้องช่วยเอลาริส!" เฟย์ร่าตะโกน เธอร่ายเวทมนตร์โจมตีเป็นวงกว้าง เปลวเพลิงสีฟ้าพวยพุ่งเข้าใส่กลุ่มปีศาจ ทำให้พวกมันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เลโอนาร์ดและซาเรลก็ต่อสู้อย่างสุดกำลัง พวกเขาใช้ทักษะการต่อสู้ที่เชี่ยวชาญของพวกเขาในการสังหารปีศาจทีละตัว เอลาริสมองเห็นเพื่อนพ้องที่กำลังต่อสู้อย่างสุดกำลัง เธอรู้ว่าเธอต้องรีบจัดการกับมาลากอร์ให้ได้ เธอหลับตาลง พยายามรวบรวมพลังทั้งหมดที่มีเข้าไว้ในคทาสุริยันจันทรา เธอรู้สึกถึงพลังของบรรพบุรุษ พลังของจิตวิญญาณผู้พิทักษ์ทุกคน และพลังจากหัวใจแห่งโลกที่ไหลเวียนเข้ามาในตัวเธอ "พลังแห่งสุริยันจันทรา...จงรวมกันเป็นหนึ่งเดียว...เพื่อผนึกนิรันดร์!" เอลาริสตะโกนเสียงดัง
คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม แสงสีทองและสีเงินหลอมรวมกันเป็นลำแสงสีรุ้งขนาดมหึมาที่พุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านสุริยคราสที่มืดมิดออกไป เผยให้เห็นดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับ และแสงจากหัวใจแห่งโลกที่พวยพุ่งขึ้นจากใต้พิภพ ลำแสงนั้นพุ่งตรงเข้าใส่มาลากอร์อย่างจัง มาลากอร์ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด มันพยายามที่จะต้านทานพลังนั้น แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ร่างของมาลากอร์เริ่มสลายไปในอากาศ ลาวาที่เดือดพล่านในตัวมันเริ่มแห้งเหือด เกล็ดสีดำสนิทบนร่างของมันแตกเป็นเสี่ยงๆ "ไม่! เป็นไปไม่ได้! ข้า...ข้าไม่มีวันยอมแพ้!" มาลากอร์ตะโกนอย่างบ้าคลั่ง มันพยายามที่จะรวบรวมพลังความมืดมิดทั้งหมดที่มี เพื่อตอบโต้กลับ
แต่พลังของเอลาริสนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่มันจะต้านทานได้ ลำแสงสีรุ้งนั้นพุ่งทะลุร่างของมาลากอร์ ทำให้มันสลายหายไปในอากาศ เหลือเพียงแก่นแท้ของความมืดมิดที่เป็นลูกแก้วสีดำขนาดเล็ก เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราดูดซับลูกแก้วสีดำนั้นเข้ามาในคทา คทาสุริยันจันทราเปล่งประกายเจิดจ้าอีกครั้ง แล้วแสงนั้นก็ค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงคทาที่ส่องประกายอ่อนๆ ทันใดนั้นเอง สุริยคราสแห่งจันทร์คู่ที่ปกคลุมท้องฟ้าอยู่ก็เริ่มจางหายไป แสงอาทิตย์และแสงจันทร์เริ่มส่องประกายออกมาอีกครั้ง ทำให้โลกกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง เอลาริสล้มลงไปนั่งกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อน คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายอ่อนๆ แล้วก็ดับลง "เราชนะแล้ว...อย่างแท้จริง..." เธอพึมพำ
เลโอนาร์ด ซาเรล และเฟย์ร่ารีบวิ่งเข้ามาหาเอลาริสด้วยรอยยิ้มแห่งความโล่งใจ "เจ้าทำได้ดีมากเอลาริส" เลโอนาร์ดกล่าว พร้อมกับประคองเธอขึ้นมา "เจ้าช่วยโลกนี้ไว้ได้แล้ว อย่างสมบูรณ์แบบ" เฟย์ร่ากล่าวด้วยน้ำตาแห่งความสุข ซาเรลพยักหน้าเห็นด้วย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเคารพและความภาคภูมิใจ เอลาริสมองไปยังท้องฟ้าที่กลับมาสว่างไสวอีกครั้ง เธอรู้สึกถึงความสงบที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ ภาระหน้าที่อันหนักอึ้งที่เธอแบกรับมาตลอด ตอนนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว มาลากอร์ถูกผนึกอย่างสมบูรณ์และนิรันดร์ ไม่มีทางที่จะกลับมาทำร้ายโลกนี้ได้อีกต่อไป
วิญญาณเอราเดียปรากฏกายขึ้นมาเบื้องหน้าพวกเขา รอยยิ้มอันอบอุ่นประดับอยู่บนใบหน้าของนาง "เจ้าทำสำเร็จแล้วเอลาริส เจ้าได้ทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์แล้ว" เอราเดียกล่าว "เจ้าได้นำสันติสุขกลับคืนสู่โลกใบนี้" "ขอบคุณค่ะ...ท่านบรรพบุรุษ" เอลาริสกล่าวด้วยความเคารพ "ขอบคุณที่นำทางและให้กำลังใจข้ามาตลอด" เอราเดียพยักหน้า "ถึงเวลาแล้วที่ข้าจะต้องจากไป...แต่จงจำไว้เอลาริส...พลังแห่งสุริยันจันทราจะยังคงอยู่กับเจ้าเสมอ และจิตวิญญาณของผู้พิทักษ์ทุกคนจะคอยคุ้มครองเจ้าตลอดไป" วิญญาณเอราเดียค่อยๆ จางหายไปในอากาศ เหลือเพียงแสงสีรุ้งที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่บนท้องฟ้า
เอลาริสมองไปยังคทาสุริยันจันทราในมือของเธอ เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงกับคทาและกับโลกใบนี้อย่างลึกซึ้ง เธอรู้ว่าเธอได้เติบโตขึ้นมาก จากเด็กสาวกำพร้าที่ไร้เดียงสา เธอ

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก