คทาสุริยัน

ตอนที่ 216 — ผู้พิทักษ์แห่งวารี

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 1,044 คำ

เอลาริสรีบรุดลงมาจากยอดเขาที่สูงชันด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ บุปผาแห่งแสงจันทร์ที่เปล่งประกายเรืองรองสีเงินอยู่ในมือของเธอให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นเหมือนความหวังเดียวที่จะช่วยชีวิตไครานเอาไว้ได้ แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจากการต่อสู้กับลอร์ดเซเรนัสและชาโดว์เบรธ แต่จิตใจของเธอกลับเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม เธอรู้ว่าทุกก้าวที่เดินไปคือการต่อสู้กับเวลา การต่อสู้เพื่อชีวิตของสหาย

เมื่อเธอกลับมาถึงถ้ำ เฟย์และลอร์เดนก็รีบเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าเปี่ยมด้วยความกังวล

“เอลาริส! ‌ท่านกลับมาแล้ว!” เฟย์อุทานด้วยความโล่งใจ “ท่านปลอดภัยดีใช่ไหม?”

“ข้าสบายดี” เอลาริสตอบ เธอโชว์บุปผาแห่งแสงจันทร์ให้พวกเขาดู “ข้าได้มันมาแล้ว”

ลอร์เดนรีบรับบุปผาแห่งแสงจันทร์มา เขาพินิจมองมันอย่างละเอียด “มันเป็นบุปผาแห่งแสงจันทร์ของจริง! ​ข้าไม่คิดว่าจะได้เห็นมันในชีวิตนี้”

เขาบดขยี้บุปผาแห่งแสงจันทร์อย่างระมัดระวัง ก่อนจะนำไปผสมกับน้ำบริสุทธิ์และป้อนให้ไครานที่ยังคงหมดสติอยู่

เมื่อไครานได้รับยา เขาเริ่มหายใจได้สะดวกขึ้น สีหน้าของเขาเริ่มดูดีขึ้นเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงไม่ฟื้นคืนสติ

“เขาจะปลอดภัยไหม?” เอลาริสถามด้วยความกังวล

“มันจะช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตและรักษาบาดแผลภายในของเขาได้” ลอร์เดนตอบ “แต่เขาคงต้องใช้เวลาพักฟื้นสักระยะหนึ่ง”

เอลาริสถอนหายใจด้วยความโล่งอก ‍เธอรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก เธอดีใจที่ไครานจะปลอดภัย เธอเดินเข้าไปนั่งข้างๆ ไคราน และเฝ้ารอให้เขาฟื้นคืนสติ

ในระหว่างที่พวกเขากำลังรอให้ไครานฟื้นคืนสติ เอลาริสก็ได้เล่าเรื่องราวการต่อสู้กับลอร์ดเซเรนัสให้เฟย์และลอร์เดนฟัง ทั้งสองต่างรู้สึกตกตะลึงกับพลังที่เอลาริสได้แสดงออกมา

“ท่านสามารถเอาชนะลอร์ดเซเรนัสได้ด้วยตัวคนเดียวอย่างนั้นหรือ?” เฟย์ถามด้วยความประหลาดใจ ‌“เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ของมาลากอร์เลยนะ”

“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข้าทำได้อย่างไร” เอลาริสตอบ “ข้าแค่รู้สึกว่าข้าต้องปกป้องบุปผาแห่งแสงจันทร์ให้ได้ และข้าก็รู้สึกถึงพลังที่มหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในตัวข้า”

ลอร์เดนพยักหน้า “นั่นเป็นสัญญาณที่ดี เอลาริส พลังของท่านกำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์”

หลังจากนั้นไม่นาน ไครานก็เริ่มขยับตัว ‍เขาลืมตาขึ้นช้าๆ และมองไปรอบๆ ด้วยความสับสน

“ไคราน! ท่านฟื้นแล้ว!” เอลาริสอุทานด้วยความดีใจ

“เอลาริส…” ไครานพึมพำ “ข้า… เกิดอะไรขึ้น?”

เอลาริสเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เขาฟัง ​ไครานรู้สึกตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เขาก็รู้สึกขอบคุณเอลาริสที่ช่วยชีวิตเขาไว้

“ขอบคุณท่านเอลาริส” ไครานกล่าว “ท่านช่วยชีวิตข้าไว้”

“เราเป็นเพื่อนกัน ไคราน” เอลาริสตอบ “เราจะต้องปกป้องซึ่งกันและกัน”

เมื่อไครานฟื้นคืนสติแล้ว พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะออกเดินทางอีกครั้ง ​พวกเขามุ่งหน้าไปยังจุดหมายต่อไปที่ลอร์เดนได้ค้นพบในตำราโบราณ มันคือ ‘อาศรมแห่งวารีศักดิ์สิทธิ์’ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เชื่อกันว่ามีผู้พิทักษ์แห่งวารีอาศัยอยู่ และเป็นสถานที่ที่สามารถไขปริศนาสุดท้ายของการผนึกมาลากอร์ได้

การเดินทางไปยังอาศรมแห่งวารีศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ได้ง่ายเลย พวกเขาต้องเดินทางผ่านทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาล อากาศร้อนระอุราวกับเตาหลอม ท้องฟ้าเป็นสีแดงฉาน ​และมีพายุทรายพัดกระหน่ำอยู่ตลอดเวลา

“ข้าไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาเดินในทะเลทรายแบบนี้” เฟย์พึมพำ เธอรู้สึกเหนื่อยล้าจากการเดินทาง และกระหายน้ำจนแทบจะหมดสติ

“เราต้องอดทนไว้” ไครานกล่าว “เราใกล้จะถึงแล้ว”

เอลาริสใช้คทาสุริยันจันทราส่องนำทาง คทาของเธอส่องแสงสว่างไสว ช่วยขับไล่ความร้อนและทำให้พวกเขารู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อย เธอพยายามใช้พลังของคทาเพื่อสร้างน้ำดื่มให้แก่เพื่อนๆ แต่ก็ทำได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงโอเอซิสแห่งหนึ่งที่อยู่กลางทะเลทราย ที่นั่นมีต้นปาล์มสูงใหญ่หลายต้น และมีบ่อน้ำพุที่ใสสะอาดราวกับกระจก

“น้ำ!” เฟย์อุทานด้วยความดีใจ เธอรีบวิ่งไปที่บ่อน้ำพุ และดื่มน้ำอย่างกระหาย

เอลาริสและคนอื่นๆ ก็รีบดื่มน้ำเช่นกัน พวกเขารู้สึกสดชื่นขึ้นมากหลังจากได้ดื่มน้ำ

ขณะที่พวกเขากำลังพักผ่อนอยู่นั้น ทันใดนั้น เสียงกระซิบก็ดังขึ้นมาจากบ่อน้ำพุ!

“ผู้ใดบังอาจรุกล้ำอาศรมแห่งวารีศักดิ์สิทธิ์?” เสียงนั้นกล่าวด้วยความเย็นชา “เจ้าไม่รู้หรือว่าที่นี่คือเขตแดนของข้า?”

เอลาริสและคนอื่นๆ หันไปมองที่บ่อน้ำพุ ทันใดนั้น ร่างของสตรีผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นจากบ่อน้ำพุ!

นางมีผิวพรรณขาวผ่องราวกับหิมะ เส้นผมของนางเป็นสีฟ้าอ่อนราวกับสายน้ำที่ไหลริน ดวงตาของนางสีครามเข้มราวกับมหาสมุทร และนางสวมอาภรณ์ที่ทำจากสาหร่ายทะเลและเปลือกหอย นางคือ ‘อควาเรีย’ ผู้พิทักษ์แห่งวารี

“ข้าขออภัยที่รบกวนท่าน” เอลาริสกล่าวด้วยความเคารพ “พวกเรามาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือ”

“ความช่วยเหลืออะไร?” อควาเรียถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้าไม่คิดว่าพวกเจ้าจะมีอะไรที่คู่ควรกับความช่วยเหลือของข้า”

“เราต้องการที่จะผนึกมาลากอร์” เอลาริสกล่าว “และเราต้องการความช่วยเหลือจากท่าน”

อควาเรียหัวเราะ “มาลากอร์? เจ้าคิดว่าจะผนึกมันได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ? มันเป็นปีศาจที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ และไม่มีใครเคยเอาชนะมันได้”

“แต่เรามีคทาสุริยันจันทรา” เอลาริสกล่าว เธอชูคทาให้เธอเห็น “และข้าคือทายาทแห่งราชวงศ์สุริยันจันทรา”

อควาเรียมองไปที่คทาสุริยันจันทรา ดวงตาของนางเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ “คทาสุริยันจันทรา… มันเป็นของจริงอย่างนั้นหรือ?”

“ใช่” เอลาริสพยักหน้า “และข้าต้องการความช่วยเหลือจากท่าน เพื่อให้คทาของข้าสมบูรณ์แบบที่สุด และเพื่อให้ข้าสามารถผนึกมาลากอร์ได้”

อควาเรียเดินเข้ามาใกล้เอลาริส เธอพินิจมองคทาสุริยันจันทราอย่างละเอียด ก่อนจะสัมผัสไปที่ปลายคทา

ทันใดนั้น แสงสีฟ้าอ่อนๆ ก็พวยพุ่งออกมาจากคทา ผสานรวมกับพลังของอควาเรีย เกิดเป็นคลื่นพลังงานที่รุนแรงจนทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน

“ข้าสัมผัสได้ถึงพลังที่มหาศาลจากคทาของเจ้า” อควาเรียกล่าว “มันเป็นพลังที่บริสุทธิ์และแข็งแกร่ง แต่… มันยังขาดบางสิ่งบางอย่าง”

“ขาดอะไร?” เอลาริสถาม

“มันขาดการเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งวารี” อควาเรียตอบ “น้ำคือชีวิต น้ำคือการเปลี่ยนแปลง น้ำคือความยืดหยุ่น ถ้าเจ้าสามารถเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งวารีได้ คทาของเจ้าก็จะสมบูรณ์แบบที่สุด”

“แล้วข้าจะทำได้อย่างไร?” เอลาริสถาม

“เจ้าต้องลงไปในบ่อน้ำพุแห่งนี้” อควาเรียกล่าว “จงปล่อยใจให้ว่างเปล่า เปิดรับพลังแห่งวารี ปล่อยให้มันไหลเวียนเข้าสู่จิตวิญญาณของเจ้า”

เอลาริสพยักหน้าอย่างช้าๆ เธอรู้สึกถึงความหวาดกลัวเล็กน้อย แต่เธอก็รู้ว่าเธอต้องทำมันให้ได้

เธอถอดชุดเกราะออก ก่อนจะค่อยๆ ก้าวลงไปในบ่อน้ำพุ น้ำในบ่อน้ำพุเย็นยะเยือก แต่ก็ให้ความรู้สึกสดชื่นและบริสุทธิ์

เมื่อเธอจมลงไปในน้ำ เธอรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังลอยหลุดออกจากโลก เธอรู้สึกถึงพลังแห่งวารีที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเธออย่างไม่ขาดสาย

เธอหลับตาลง พยายามที่จะเชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งวารี เธอระลึกถึงความยืดหยุ่นของน้ำ ระลึกถึงความสามารถในการปรับตัวของน้ำ ระลึกถึงความบริสุทธิ์ของน้ำ

เธอรู้สึกเหมือนเธอกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของน้ำ เป็นส่วนหนึ่งของบ่อน้ำพุ เป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไพศาล

คทาสุริยันจันทราที่ถืออยู่ในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม แสงสีทอง สีเงิน และสีเขียวมรกต ผสมผสานกับแสงสีฟ้าอ่อนๆ ของวารี เกิดเป็นแสงสีรุ้งที่งดงาม

ในนิมิตของเธอ เธอเห็นหัวใจของคทา ส่องประกายเจิดจ้า ราวกับดวงดาวที่ถูกจับมาขังไว้ภายใน มันคือแก่นแท้แห่งสุริยัน จันทรา และวารี ที่บัดนี้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์

“ท่านได้ทำสำเร็จแล้ว ท่านเอลาริส” เสียงของอควาเรียดังก้องในหัวของเธอ “คทาของท่านสมบูรณ์แบบแล้ว”

เอลาริสลืมตาขึ้นช้าๆ เธอรู้สึกถึงพลังที่มหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ พร้อมที่จะใช้มันเพื่อปกป้องโลกจากความมืดมิด

เธอขึ้นมาจากบ่อน้ำพุ อควาเรียมองเธอด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “ท่านคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริง ท่านเอลาริส ข้าเชื่อว่าท่านจะสามารถผนึกมาลากอร์ได้อย่างแน่นอน”

“ขอบคุณท่านอควาเรีย” เอลาริสกล่าวด้วยความเคารพ “ข้าจะใช้พลังนี้เพื่อปกป้องโลกของเราอย่างสุดความสามารถ”

“จงจำไว้ ท่านเอลาริส” อควาเรียกล่าว “พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ได้อยู่ที่เวทมนตร์ แต่อยู่ที่ความเมตตาในหัวใจ และความเชื่อมั่นในความดีงาม”

เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ในเวลานี้ เธอรู้สึกพร้อมมากกว่าที่เคยเป็นมา เธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์ พร้อมที่จะปกป้องโลกที่เธอรัก และพร้อมที่จะทำตามพันธสัญญาแห่งผู้พิทักษ์

เมื่อเอลาริสและสหายของเธอเดินทางออกจากอาศรมแห่งวารีศักดิ์สิทธิ์ แสงจากคทาสุริยันจันทราก็ส่องสว่างนำทางพวกเขาไปในทะเลทรายที่มืดมิด เธอรู้ว่าการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเธอจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับมัน

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!