หลังจากที่ไครานฟื้นตัวขึ้นจากบาดแผล และเอลาริสได้เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณแห่งวารีจนคทาสุริยันจันทราสมบูรณ์ยิ่งขึ้น พวกเขาก็ตัดสินใจที่จะไม่รีบร้อนเดินทางออกจากอาศรมแห่งวารีศักดิ์สิทธิ์ในทันที อควาเรีย ผู้พิทักษ์แห่งวารี ได้เสนอให้เอลาริสเข้าร่วมพิธีกรรมโบราณอีกครั้ง เพื่อหลอมรวมพลังที่เพิ่งค้นพบใหม่ให้เป็นหนึ่งเดียวกับคทาอย่างสมบูรณ์แบบ และเพื่อฝึกฝนการควบคุมพลังวารีที่เพิ่งได้รับมา
“พิธีรวมพลังแห่งสายน้ำนี้ เป็นพิธีกรรมที่เก่าแก่ที่สุดของเผ่าพันธุ์ข้า” อควาเรียอธิบายขณะนำทางเอลาริสไปยังใจกลางของโอเอซิส ที่ซึ่งมีบ่อน้ำพุขนาดใหญ่กว่าเดิม และมีแท่นหินอ่อนสีขาวนวลตั้งอยู่กลางน้ำ “มันจะช่วยให้เจ้าสามารถควบคุมพลังวารีที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเจ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเชื่อมโยงจิตวิญญาณของเจ้ากับจิตวิญญาณของคทาให้เป็นหนึ่งเดียวกัน”
แท่นหินอ่อนนั้นถูกแกะสลักเป็นรูปเกลียวคลื่นและสัตว์ทะเลต่างๆ แสงจันทร์ที่ส่องลงมายังบ่อน้ำพุทำให้ผิวน้ำเปล่งประกายระยิบระยับคล้ายดวงดาวที่ตกลงมายังโลก อากาศรอบๆ บ่อน้ำพุเต็มไปด้วยความเงียบสงบและพลังงานที่บริสุทธิ์
“สหายของท่านสามารถเข้าร่วมพิธีนี้ได้เช่นกัน” อควาเรียหันไปมองไคราน เฟย์ และลอร์เดน “พลังของพวกท่านจะช่วยเสริมสร้างพลังของเอลาริสให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และยังเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม”
ไคราน เฟย์ และลอร์เดนพยักหน้า พวกเขารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์นี้
“พิธีกรรมนี้ไม่ใช่แค่การรับพลัง แต่เป็นการทดสอบความมุ่งมั่นและความบริสุทธิ์ของจิตใจ” อควาเรียกล่าว “จงจำไว้ว่าพลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่”
เอลาริสก้าวขึ้นไปบนแท่นหินอ่อนช้าๆ เธอวางคทาสุริยันจันทราลงบนแท่นหินที่ถูกเจาะไว้สำหรับคทานี้โดยเฉพาะ ไคราน เฟย์ และลอร์เดนยืนล้อมรอบแท่นหิน ห่างออกไปไม่กี่ก้าว
“จงหลับตาลง ท่านเอลาริส” อควาเรียสั่ง “จงปล่อยใจให้ว่างเปล่า เปิดรับพลังแห่งวารีที่ไหลเวียนอยู่รอบตัวเจ้า และจงเชื่อมโยงจิตวิญญาณของเจ้าเข้ากับจิตวิญญาณของคทา”
เอลาริสหลับตาลง เธอรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกของน้ำที่โอบล้อมเธอไว้ และพลังงานที่บริสุทธิ์ที่ไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเธอ เธอพยายามที่จะเชื่อมโยงกับพลังแห่งวารีอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้พยายามที่จะควบคุมมัน แต่พยายามที่จะยอมรับและหลอมรวมกับมัน
เธอรู้สึกเหมือนเธอกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของบ่อน้ำพุ เป็นส่วนหนึ่งของสายธารที่ไหลริน และเป็นส่วนหนึ่งของมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไพศาล เธอรู้สึกถึงความสงบและความสมดุลที่เข้าครอบงำเธอ
ในขณะเดียวกัน ไคราน เฟย์ และลอร์เดนก็เริ่มรวบรวมพลังของพวกเขา พลังเวทมนตร์ของลอร์เดน พลังกายของไคราน และพลังความคล่องแคล่วของเฟย์ ถูกส่งผ่านไปยังเอลาริสอย่างช้าๆ พลังเหล่านั้นไม่ได้เป็นพลังทำลายล้าง แต่เป็นพลังแห่งมิตรภาพ ความเชื่อใจ และความรักที่พวกเขามีให้แก่เอลาริส
แสงสีทอง สีเงิน สีเขียวมรกต และแสงสีฟ้าอ่อนๆ เริ่มเปล่งประกายออกมาจากคทาสุริยันจันทรา ผสมผสานกันเป็นแสงสีรุ้งที่งดงาม แสงเหล่านั้นล้อมรอบเอลาริสและสหายของเธอ ราวกับเกราะแห่งพลังงาน
พิธีกรรมดำเนินไปอย่างยาวนาน เอลาริสรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แสนสาหัส ราวกับร่างกายของเธอกำลังถูกฉีกเป็นชิ้นๆ และประกอบขึ้นมาใหม่ แต่เธอก็อดทนไว้ เธอรู้ว่านี่คือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ เธอต้องทำมันให้ได้
ในนิมิตของเธอ เธอเห็นภาพของมาลากอร์อีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ภาพของปีศาจร้าย แต่เป็นภาพของอดีตของเขาที่น่าเศร้า เธอเห็นความเจ็บปวดและความโกรธแค้นที่กัดกินจิตใจของเขา เธอรู้สึกถึงความเห็นใจเล็กน้อย แต่ก็รู้ว่าความชั่วร้ายของเขาในปัจจุบันนั้นไม่อาจให้อภัยได้
“จงจำไว้ ท่านเอลาริส” เสียงของอควาเรียดังก้องในหัวของเธอ “มาลากอร์ไม่ได้เกิดมาพร้อมกับความชั่วร้าย แต่เขาถูกความมืดมิดครอบงำ จงอย่าให้ความมืดมิดเข้าครอบงำจิตใจของเจ้าเช่นกัน”
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าเธอต้องไม่หลงระเริงไปกับพลังที่เธอมี แต่ต้องใช้มันด้วยความเมตตาและความยุติธรรม
ในที่สุด พิธีกรรมก็สิ้นสุดลง แสงสีรุ้งที่ล้อมรอบเอลาริสและสหายของเธอค่อยๆ จางหายไป คทาสุริยันจันทราในมือของเธอเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม มันไม่ได้เป็นเพียงแค่คทาอีกต่อไป แต่มันคือส่วนหนึ่งของเธอ เป็นเหมือนแขนขาที่สามที่เชื่อมโยงกับจิตวิญญาณของเธออย่างสมบูรณ์
เอลาริสลืมตาขึ้นช้าๆ เธอรู้สึกถึงพลังที่มหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ พร้อมที่จะใช้มันเพื่อปกป้องโลกจากความมืดมิด เธอรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่ไม่ได้มาจากแค่พลังกาย แต่เป็นความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณที่ถูกหล่อหลอมด้วยมิตรภาพและความรัก
“ท่านได้ทำสำเร็จแล้ว ท่านเอลาริส” อควาเรียกล่าวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “ท่านคือผู้พิทักษ์ที่แท้จริง บัดนี้คทาของท่านสมบูรณ์แบบแล้ว”
เอลาริสเดินลงมาจากแท่นหินอ่อน เธอรู้สึกเหมือนร่างกายของเธอกำลังลอยอยู่บนอากาศ เธอเดินไปหาไคราน เฟย์ และลอร์เดน และโอบกอดพวกเขาอย่างอบอุ่น
“ขอบคุณพวกเจ้าทุกคน” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “ข้าคงจะทำไม่ได้ถ้าไม่มีพวกเจ้า”
“เราเป็นเพื่อนกัน เอลาริส” ไครานตอบ “เราจะอยู่เคียงข้างท่านเสมอ”
“เราจะต่อสู้เคียงข้างท่านจนถึงที่สุด” เฟย์กล่าว
“และเราจะช่วยท่านปกป้องโลกใบนี้” ลอร์เดนกล่าวเสริม
อควาเรียมองพวกเขาด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน “บัดนี้ท่านพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์ แต่จงจำไว้ว่าหนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลและเต็มไปด้วยอันตราย”
“สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงแล้ว” อควาเรียกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “และมาลากอร์กำลังรอคอยการกลับมาของมัน เพื่อปลดปล่อยความมืดมิดสู่ทุกอาณาจักร”
“เราจะไปที่ไหนต่อไป?” เอลาริสถาม
“ตามตำนานเล่าว่า มีหอคอยแห่งหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นโดยราชวงศ์สุริยันจันทราในอดีต” อควาเรียตอบ “มันถูกเรียกว่า ‘หอคอยแห่งสุริยันจันทรา’ เป็นสถานที่ที่เก็บรวบรวมความรู้และพลังของราชวงศ์สุริยันจันทราทั้งหมด”
“และที่นั่นคือที่ที่เราจะพบกับคำตอบสุดท้ายของการผนึกมาลากอร์” ลอร์เดนกล่าวเสริม “และเป็นสถานที่ที่เราจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย”
“แต่หอคอยแห่งสุริยันจันทราถูกสาปไว้” อควาเรียกล่าว “ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้ เว้นแต่ผู้ที่มีสายเลือดของราชวงศ์สุริยันจันทราเท่านั้น”
เอลาริสพยักหน้า เธอรู้ว่าเธอต้องไปที่นั่น เธอจะต้องค้นหาคำตอบสุดท้ายให้ได้ และเธอจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกับมาลากอร์
“เราจะไปที่นั่น” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “เราจะไปที่หอคอยแห่งสุริยันจันทรา”
เมื่อเอลาริสและสหายของเธอเตรียมตัวออกเดินทางจากอาศรมแห่งวารีศักดิ์สิทธิ์ อควาเรียได้มอบสร้อยคอที่ทำจากเปลือกหอยเรืองแสงให้แก่เอลาริส
“สร้อยคอนี้จะช่วยปกป้องเจ้าจากพลังงานด้านลบ และจะนำทางเจ้าไปในความมืดมิด” อควาเรียกล่าว “ขอพลังแห่งวารีจงคุ้มครองเจ้า”
เอลาริสรับสร้อยคอมา เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากสร้อยคอ “ขอบคุณท่านอควาเรีย”
เมื่อพวกเขาเดินทางออกจากโอเอซิส แสงจากคทาสุริยันจันทราก็ส่องสว่างนำทางพวกเขาไปในทะเลทรายที่มืดมิดอีกครั้ง เธอรู้ว่าการผจญภัยของพวกเขากำลังจะเข้าสู่จุดสูงสุด และเธอจะต้องเผชิญหน้ากับความมืดมิดที่กำลังคืบคลานเข้ามา

คทาสุริยัน
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก