คทาสุริยัน

ตอนที่ 312 — คำเตือนจากโหรดารา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

344 ตอน · 957 คำ

ความพ่ายแพ้ต่อมาลากอร์ครั้งล่าสุดทิ้งร่องรอยของความหวาดหวั่นไว้ในใจของเอลาริสและสหาย แม้จะสามารถผลักดันราชาปีศาจให้ล่าถอยไปได้ชั่วคราว แต่การปรากฏตัวของมันกลับเป็นเครื่องยืนยันว่าสุริยคราสแห่งจันทร์คู่ใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว และพลังของมาลากอร์ก็เหนือกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้มากนัก

“เราต้องเข้าไปในหอคอยแห่งสุริยันจันทราให้ได้” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แม้ร่างกายจะยังคงอ่อนล้าจากการต่อสู้ เธอยืนอยู่เบื้องหน้าม่านพลังงานสีดำมืดที่มาลากอร์ทิ้งไว้ มันเป็นเหมือนกำแพงที่มองไม่เห็น ‌แต่สัมผัสได้ถึงพลังงานที่เย็นยะเยือกและดูดกลืนทุกสิ่งทุกอย่าง

“แต่พลังของมาลากอร์แข็งแกร่งเกินไป” ลอร์เดนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ม่านพลังงานนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์ดำที่ร้ายกาจที่สุด เราไม่สามารถทะลุผ่านมันไปได้”

“แล้วเราจะทำอย่างไร?” เฟย์ถามด้วยความสิ้นหวัง “เราจะเข้าไปในหอคอยได้อย่างไร?”

ไครานที่บาดเจ็บจากการต่อสู้ แต่ก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง กล่าวขึ้นว่า ​“เราต้องหาทางอื่น… ต้องมีวิธี”

เอลาริสหลับตาลง พยายามรวบรวมความคิด เธอระลึกถึงคำกล่าวของอควาเรีย ‘หอคอยแห่งสุริยันจันทราถูกสาปไว้ ไม่มีใครสามารถเข้าไปได้ เว้นแต่ผู้ที่มีสายเลือดของราชวงศ์สุริยันจันทราเท่านั้น’

“ข้ารู้แล้ว!” เอลาริสอุทาน ‍“ข้าต้องใช้พลังของข้าเพื่อเปิดประตู”

เธอเดินเข้าไปใกล้ม่านพลังงาน เธอสัมผัสไปที่ม่านพลังงานนั้น แสงสีทองและสีเงินก็พวยพุ่งออกมาจากคทาสุริยันจันทราในมือของเธอ แสงเหล่านั้นพยายามที่จะแทรกซึมเข้าไปในม่านพลังงาน แต่ก็ถูกผลักกลับออกมา

“มันไม่ได้ผล” เอลาริสพึมพำ “พลังของมาลากอร์แข็งแกร่งเกินไป”

ลอร์เดนเดินเข้ามาใกล้ “ท่านต้องเชื่อมโยงกับหอคอยแห่งสุริยันจันทรา ‌เอลาริส หอคอยแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อราชวงศ์ของท่าน มันจะตอบสนองต่อสายเลือดของท่านเท่านั้น”

เอลาริสพยักหน้า เธอหลับตาลงอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้พยายามที่จะใช้พลังของคทาเพื่อทำลายม่านพลังงาน แต่เธอพยายามที่จะเชื่อมโยงจิตวิญญาณของเธอกับจิตวิญญาณของหอคอย เธอระลึกถึงบรรพบุรุษของเธอ ระลึกถึงราชวงศ์สุริยันจันทราที่สร้างหอคอยแห่งนี้ขึ้นมา

เธอรู้สึกถึงการเชื่อมโยงที่ไม่อาจปฏิเสธได้กับหอคอยแห่งนี้ ‍เธอรู้สึกเหมือนเธอกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของหอคอย เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของราชวงศ์สุริยันจันทรา

ทันใดนั้น แสงสีทองและสีเงินก็พวยพุ่งออกมาจากตัวเอลาริส แสงเหล่านั้นพุ่งเข้าปะทะกับม่านพลังงานสีดำมืดของมาลากอร์ เกิดเป็นคลื่นพลังงานที่รุนแรงจนทำให้พื้นดินสั่นสะเทือน

ม่านพลังงานสีดำมืดเริ่มสั่นไหว ก่อนที่จะค่อยๆ จางหายไปอย่างช้าๆ เผยให้เห็นประตูทางเข้าหอคอยแห่งสุริยันจันทราที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์และมอสที่เก่าแก่

“ท่านทำได้แล้วเอลาริส!” ​เฟย์ตะโกนด้วยความดีใจ

“สุดยอดไปเลย!” ไครานกล่าว

เอลาริสรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าที่เข้าครอบงำเธอ แต่เธอก็รู้สึกถึงความภาคภูมิใจที่เธอสามารถเปิดประตูหอคอยได้

พวกเขาเดินเข้าไปในหอคอยแห่งสุริยันจันทรา หอคอยนั้นมืดและเงียบสงบ แต่ก็เปี่ยมไปด้วยพลังงานที่เก่าแก่และทรงอำนาจ ผนังหอคอยถูกแกะสลักเป็นรูปดวงดาว กลุ่มกาแล็กซี และเทหวัตถุในห้วงอวกาศที่หมุนวนอย่างไม่สิ้นสุด

“เราต้องขึ้นไปบนยอดหอคอย” ​ลอร์เดนกล่าว “ที่นั่นคือที่ที่เราจะพบกับโหรดารา ผู้ซึ่งจะให้คำตอบสุดท้ายแก่เรา”

พวกเขาเดินทางขึ้นบันไดเวียนที่สูงชัน ชั้นแล้วชั้นเล่า พวกเขาผ่านห้องโถงต่างๆ ที่เต็มไปด้วยวัตถุเวทมนตร์โบราณ ตำราเก่าแก่ และรูปปั้นเทพเจ้าแห่งดวงดาว

ในที่สุด ​พวกเขาก็มาถึงยอดหอคอย ที่นั่นมีห้องโถงขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยกระจกใส ทำให้พวกเขาสามารถมองเห็นท้องฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆทะมึนได้

กลางห้องโถงมีแท่นหินอ่อนขนาดใหญ่ และมีร่างของสตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่บนแท่นหินนั้น นางมีผิวพรรณขาวผ่องราวกับหิมะ เส้นผมของนางเป็นสีขาวราวกับปุยเมฆ ดวงตาของนางสีครามเข้มราวกับมหาสมุทร และนางสวมอาภรณ์ที่ทำจากผ้าไหมสีเงิน นางคือ ‘ออโรร่า’ โหรดาราผู้ยิ่งใหญ่

“ยินดีต้อนรับสู่หอคอยแห่งสุริยันจันทรา ทายาทแห่งราชวงศ์” ออโรร่ากล่าวด้วยเสียงที่นุ่มนวลและอ่อนโยน “ข้ารอคอยการกลับมาของท่านมานานแสนนาน”

“ท่านรู้จักข้าหรือ?” เอลาริสถาม

“ข้ารู้จักทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต” ออโรร่าตอบ “ข้ารู้ว่าท่านคือผู้ที่จะมาหยุดยั้งมาลากอร์”

“เราต้องการความช่วยเหลือจากท่าน” เอลาริสกล่าว “เราต้องการที่จะผนึกมาลากอร์ แต่เราไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างไร”

ออโรร่าพยักหน้า “ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการอะไร แต่เจ้าต้องเข้าใจว่าการผนึกมาลากอร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นภารกิจที่ต้องแลกมาด้วยการเสียสละที่ยิ่งใหญ่”

“ข้าพร้อมที่จะเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ขอแค่ข้าสามารถปกป้องโลกใบนี้ได้”

ออโรร่ายิ้มอย่างอ่อนโยน “ข้าเชื่อในตัวเจ้า เอลาริส”

นางหลับตาลง ก่อนจะเปิดตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาของนางเปล่งประกายด้วยแสงสีครามเข้ม ราวกับว่านางกำลังมองเห็นอนาคต

“สุริยคราสแห่งจันทร์คู่กำลังจะมาถึงแล้ว” ออโรร่ากล่าว “และเมื่อถึงเวลานั้น มาลากอร์จะแข็งแกร่งที่สุด มันจะปลดปล่อยพลังงานความมืดมิดออกมาจากร่างกายของมันอย่างมหาศาล และจะพยายามที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง”

“แล้วเราจะหยุดมันได้อย่างไร?” เอลาริสถาม

“มีเพียงวิธีเดียวที่จะผนึกมาลากอร์ได้” ออโรร่าตอบ “นั่นคือการใช้คทาสุริยันจันทราเพื่อสร้างวงแหวนแห่งแสงสว่างที่จะโอบล้อมมาลากอร์เอาไว้ และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เจ้าจะต้องใช้พลังทั้งหมดที่มีเพื่อผนึกมันกลับคืนไปสู่มิติแห่งเงา”

“แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” ออโรร่ากล่าว “เจ้าจะต้องใช้พลังทั้งหมดที่มี และเจ้าจะต้องเสียสละบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเจ้า”

“เสียสละอะไร?” เอลาริสถามด้วยความกังวล

ออโรร่ามองมาที่เอลาริส ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเศร้า “เจ้าจะต้องเสียสละพลังของเจ้า… พลังที่ทำให้เจ้าเป็นผู้พิทักษ์แห่งแสงสว่าง”

เอลาริสตกตะลึงกับคำกล่าวของออโรร่า เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าเธอจะต้องเสียสละพลังของเธอ เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลาย เธอคือผู้พิทักษ์ และพลังของเธอคือสิ่งที่ทำให้เธอเป็นผู้พิทักษ์ ถ้าเธอไม่มีพลัง แล้วเธอจะเป็นอะไร?

“ไม่จริงน่า…” เอลาริสพึมพำ “ข้า… ข้าจะทำได้อย่างไร?”

“เจ้าต้องทำมันให้ได้ เอลาริส” ออโรร่ากล่าว “นี่คือโชคชะตาของเจ้า และนี่คือสิ่งเดียวที่จะช่วยโลกใบนี้ได้”

เอลาริสหลับตาลง เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เข้าครอบงำเธอ เธอไม่รู้ว่าเธอจะทำได้หรือไม่ เธอไม่รู้ว่าเธอจะสามารถเสียสละพลังของเธอได้หรือไม่

แต่ในขณะที่เธอกำลังสิ้นหวังนั้นเอง เธอระลึกถึงใบหน้าของไคราน เฟย์ และลอร์เดน ระลึกถึงรอยยิ้มของเด็กๆ ที่ถูกมาลากอร์คุกคาม ระลึกถึงความมืดมิดที่กำลังจะกลืนกินโลก

เธอรู้ว่าเธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว เธอจะต้องทำมันให้ได้ เธอจะต้องปกป้องโลกใบนี้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

“ข้าจะทำมันให้ได้” เอลาริสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ข้าจะเสียสละพลังของข้า เพื่อปกป้องโลกใบนี้”

ออโรร่ายิ้มอย่างอ่อนโยน “ข้าเชื่อในตัวเจ้า เอลาริส”

นางยื่นมือออกมา เธอสัมผัสไปที่หน้าผากของเอลาริส แสงสีครามเข้มก็พวยพุ่งออกมาจากปลายนิ้วของนาง แสงเหล่านั้นไหลเวียนเข้าสู่ร่างกายของเอลาริสอย่างไม่ขาดสาย

“ข้าได้มอบความรู้และพลังสุดท้ายให้แก่เจ้าแล้ว” ออโรร่ากล่าว “บัดนี้เจ้าพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับมาลากอร์”

เอลาริสรู้สึกถึงพลังที่มหาศาลที่ไหลเวียนอยู่ในตัวเธอ เธอรู้สึกว่าเธอพร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับโชคชะตาที่รออยู่

“ขอบคุณท่านออโรร่า” เอลาริสกล่าวด้วยความเคารพ

“จงไปเถิด ทายาทแห่งสุริยันจันทรา” ออโรร่ากล่าว “โลกนี้กำลังรอคอยความหวังจากเจ้า”

เมื่อเอลาริสและสหายของเธอเดินทางออกจากหอคอยแห่งสุริยันจันทรา แสงจากคทาสุริยันจันทราก็ส่องสว่างนำทางพวกเขาไปในความมืดมิด เธอรู้ว่าการต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเธอจะต้องเตรียมพร้อมสำหรับมัน เธอรู้ว่าเธอจะต้องเสียสละบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ แต่เธอก็พร้อมที่จะทำมัน เพื่อปกป้องโลกที่เธอรัก

หน้านิยาย
หน้านิยาย
คทาสุริยัน

คทาสุริยัน

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!