เพชฌฆาตเงา

ตอนที่ 13 — แสงสว่างปลดเปลื้องวิญญาณที่ถูกกดทับ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

21 ตอน · 1,514 คำ

ความรู้สึกโล่งเบาประหลาดที่เอ่อท่วมท้นในอกของกวินเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ มันไม่ใช่ความรู้สึกของการหมดภาระหน้าที่เสียทีเดียว หากแต่เป็นความรู้สึกของการได้ปลดเปลื้องบางสิ่งบางอย่างที่เคยกดทับวิญญาณมาเนิ่นนาน เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อย ๆ ขยับ กะพริบถี่ ‌ๆ เพื่อปรับให้ชินกับแสงสว่างที่ค่อย ๆ สาดส่องเข้ามาในดวงตา ภาพแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาดตา ปราศจากร่องรอยของเขม่าควันหรือรอยเลือดใด ๆ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ​ๆ ลอยแตะปลายจมูก สลับกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคย... กลิ่นของอรุณี

กวินพยายามจะขยับตัว แต่ความเจ็บปวดที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากบาดแผลทั่วร่างทำให้เขาต้องนิ่วหน้า เขารู้สึกถึงน้ำหนักบนมือข้างหนึ่ง ‍เมื่อหันไปมองช้า ๆ ก็พบว่าอรุณีกำลังหลับปุ๋ยอยู่ข้างเตียง โดยศีรษะซบอยู่บนขอบเตียง มือของเธอกุมมือของเขาไว้แน่น ใบหน้าของเธอซีดเซียว มีร่องรอยความอ่อนล้าปรากฏชัดเจน แต่แววตาที่หลับพริ้มอยู่นั้นกลับดูสงบ ‌เธอคงเฝ้าเขาอยู่ไม่ห่างตลอดเวลาที่ผ่านมา

"อรุณี..." กวินเรียกชื่อเธอเบา ๆ เสียงของเขาแหบพร่าราวกับไม่ได้ใช้มานาน แววตาของเขาจับจ้องที่ใบหน้าของเธอ ความรู้สึกอบอุ่นที่ไม่คุ้นเคยแล่นปราดไปทั่วอก เมื่อเห็นร่องรอยของความห่วงใยที่เธอมีให้

อรุณีสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว ‍ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นกวินลืมตา แววตาที่เคยอ่อนล้าพลันฉายประกายแห่งความดีใจและโล่งอกอย่างสุดซึ้ง เธอดึงมือออกจากมือของเขา ก่อนจะยกขึ้นสัมผัสใบหน้าของกวินเบา ๆ ราวกับกลัวว่าเขาจะหายไป

"กวิน! คุณฟื้นแล้ว!" เสียงของเธอเต็มไปด้วยความตื้นตัน ​น้ำตาคลอเบ้าอย่างห้ามไม่อยู่ เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เป็นรอยยิ้มที่สวยงามและจริงใจที่สุดเท่าที่กวินเคยเห็นมา "ฉัน... ฉันนึกว่าจะต้องเสียคุณไปอีกแล้ว..."

คำพูดของเธอทำให้หัวใจของกวินบีบแน่น อดีตอันเจ็บปวดแวบเข้ามาในห้วงความคิด ความรู้สึกผิดที่เคยเกาะกินจิตใจผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขายังคงมีค่าสำหรับใครบางคน

"ผม... ผมสบายดี" ​กวินตอบ พยายามยิ้ม แต่ริมฝีปากยังคงตึงและเจ็บ "เราอยู่ที่ไหน? เกิดอะไรขึ้น?"

อรุณีรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว "เราอยู่ที่โรงพยาบาลสนามลับของหน่วยงานคุณ หลังเหตุการณ์ที่ภูเขาหิมะ คุณบาดเจ็บสาหัสมาก ​หมอบอกว่าคุณเสียเลือดไปเยอะมาก เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว" เธอพูดไปก็ปาดน้ำตาไปด้วย "แต่คุณปลอดภัยแล้วนะ ปลอดภัยแล้วจริง ๆ"

กวินพยักหน้าช้า ๆ พยายามนึกถึงเหตุการณ์สุดท้ายก่อนที่สติจะดับไป ภาพของหิมะสีแดงฉาน เสียงปืนที่ดังสนั่น และความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นไปทั่วร่างยังคงสดใหม่ในความทรงจำ

"แล้วคนอื่นล่ะ? ทีมของเรา? พวกเขาปลอดภัยดีไหม?" เขาถามด้วยความเป็นห่วง เสียงของเขามีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าความรู้สึกโล่งใจจะเข้ามาแทนที่แล้วก็ตาม

อรุณีสบตาเขา "ทุกคนปลอดภัยค่ะ ธามได้รับบาดเจ็บที่แขน แต่ไม่สาหัสมาก เขาผ่าตัดเสร็จแล้ว กำลังพักฟื้นอยู่ ส่วนพลอย... พลอยปลอดภัยดี ไม่ได้บาดเจ็บอะไรเลยค่ะ และ... ดร.สุธีร์ก็ปลอดภัยดีเช่นกัน เขาถูกควบคุมตัวไว้เพื่อสอบปากคำถึงความเกี่ยวข้องกับองค์กรก่อการร้าย"

กวินถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาคิดถึงใบหน้าของธามและพลอย เพื่อนร่วมทีมที่ไม่สมบูรณ์แบบ แต่กลับกลายเป็นครอบครัวที่เขาไม่เคยคิดฝันว่าจะได้มี พวกเขาทุกคนรอด... ภารกิจสำเร็จ...

"แล้วอาวุธชีวภาพล่ะ?" กวินถามต่อ "เราหยุดมันได้ใช่ไหม?"

อรุณีพยักหน้า สีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย "ใช่ค่ะ เราหยุดมันได้ทันเวลา ทีมอัลฟ่าที่เข้ามาสมทบภายหลังได้เข้าควบคุมสถานการณ์และยึดห้องทดลองไว้ได้ทั้งหมด อาวุธชีวภาพถูกทำลายลงแล้ว โลกปลอดภัยแล้วค่ะกวิน"

คำว่า 'โลกปลอดภัย' ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของกวิน ราวกับเป็นเสียงระฆังแห่งการไถ่บาปที่เขาเฝ้ารอคอยมาตลอดชีวิต ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคยเกาะกินจิตใจมานานหลายปี ความรู้สึกผิดที่ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ขี้ขลาดในเหตุการณ์ "รุ่งอรุณทมิฬ" คล้ายกับถูกปลดเปลื้องออกไปจากบ่า เขาไม่ได้หนี ไม่ได้ทอดทิ้งใคร เขาได้ต่อสู้ ได้ทำหน้าที่ของตัวเอง และได้ปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุดเอาไว้

นี่คือรุ่งอรุณที่แท้จริง... รุ่งอรุณที่สดใส แตกต่างจากฝันร้ายในอดีต

ประตูห้องพักผู้ป่วยเปิดออกช้า ๆ ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเข้มปรากฏตัวขึ้น เขาคือ พลเอกธีรเดช ผู้บัญชาการหน่วยงานพิเศษที่มอบภารกิจนี้ให้กวิน ใบหน้าของท่านนายพลดูเคร่งขรึม แต่แววตาที่มองมายังกวินกลับมีความชื่นชมยินดีอย่างเห็นได้ชัด

"กวิน! ในที่สุดก็ฟื้นเสียที" พลเอกธีรเดชเดินเข้ามาใกล้เตียง พร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก "แกทำได้ดีมากไอ้หนุ่ม ดีมากจริง ๆ"

กวินพยายามจะลุกขึ้น แต่พลเอกธีรเดชยกมือห้ามไว้ "ไม่ต้องหรอก นอนพักไปก่อน แกบาดเจ็บหนักมากนะ" ท่านนายพลหันไปมองอรุณีที่ยืนอยู่ข้างเตียง "คุณอรุณีดูแลเขาดีมาก ขอบคุณมากนะ"

อรุณียิ้มรับและโค้งศีรษะให้

"ภารกิจสำเร็จลุล่วงด้วยดี" พลเอกธีรเดชเริ่มรายงานสถานการณ์อย่างเป็นทางการ "องค์กรก่อการร้ายถูกเปิดโปง ผู้นำระดับสูงบางส่วนถูกจับกุม อาวุธชีวภาพถูกทำลายหมดสิ้น โลกปลอดภัยแล้วก็เพราะความกล้าหาญของทีมแก โดยเฉพาะแก กวิน"

กวินรู้สึกถึงความภาคภูมิใจที่พุ่งพล่านในอก เขามองอรุณีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ และเห็นรอยยิ้มแห่งความชื่นชมบนใบหน้าของเธอ มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยคิดว่าจะได้สัมผัสอีกครั้ง

"แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น" พลเอกธีรเดชกล่าวต่อ น้ำเสียงของท่านนายพลเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น "เราพบหลักฐานบางอย่างที่น่าตกใจระหว่างการเข้าเคลียร์พื้นที่"

กวินขมวดคิ้ว "หลักฐานอะไรครับท่าน?"

"เราพบร่องรอยการเชื่อมโยงกับหน่วยงานภายในของเราเอง" พลเอกธีรเดชตอบ ดวงตาของท่านทอประกายความไม่พอใจ "ดูเหมือนจะมีหนอนบ่อนไส้อยู่ในองค์กรของเรา และมันมีอำนาจมากพอที่จะบงการบางอย่างได้"

คำพูดของพลเอกธีรเดชทำให้ความรู้สึกโล่งใจของกวินมลายหายไปราวกับควันไฟ ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นขึ้นมาที่สันหลัง

"หนอนบ่อนไส้? ใครครับ?" กวินถามเสียงเครียด

"เรากำลังสืบสวนอยู่ แต่ข้อมูลที่เราได้จากฐานที่มั่นของศัตรูชี้ชัดไปที่คนคนหนึ่ง... คนที่พวกแกเคยร่วมงานด้วย" พลเอกธีรเดชเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยชื่อออกมาอย่างหนักแน่น "ผู้พันวิวัฒน์"

ชื่อนี้ทำให้กวินและอรุณีถึงกับผงะ ผู้พันวิวัฒน์เป็นนายทหารระดับสูง เป็นผู้บังคับบัญชาของกวินมาก่อน เขาเป็นคนที่มีอิทธิพลและได้รับการยอมรับอย่างมาก

"ไม่จริงน่า!" อรุณีอุทานด้วยความตกใจ "ผู้พันวิวัฒน์เนี่ยนะคะ? ท่านเป็นคนดีมาตลอด!"

"หลักฐานมันชัดเจน" พลเอกธีรเดชกล่าว "เราพบข้อความเข้ารหัสที่ผู้พันวิวัฒน์ส่งให้ผู้นำองค์กรก่อการร้าย มีข้อมูลลับเกี่ยวกับปฏิบัติการของหน่วยงานเราหลายครั้ง รวมถึงข้อมูลของทีมแกด้วย"

สมองของกวินประมวลผลอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกผิดหวังและโกรธแค้นปะปนกันไป ความขี้ขลาดที่เขามีในอดีตถูกแทนที่ด้วยความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับความจริง แต่ความจริงนี้กลับบาดลึกยิ่งกว่าบาดแผลใด ๆ

"หมายความว่า... เขาเป็นคนบงการให้พวกเราไปตายงั้นเหรอครับ?" กวินถามเสียงเย็นชา น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยโทสะที่ถูกกดเก็บไว้

"ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น" พลเอกธีรเดชตอบ "เขามีบทบาทในการกำหนดแผนการและรายละเอียดของภารกิจ ทำให้พวกแกต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่อันตรายเกินจำเป็น และข้อมูลบางอย่างที่ควรจะเป็นความลับสุดยอดกลับถูกส่งให้ศัตรูรับรู้ล่วงหน้า"

ภาพเหตุการณ์ที่ผ่านมาฉายย้อนเข้ามาในความคิดของกวิน แผนการที่ดูเหมือนจะซับซ้อนเกินไป จุดอ่อนที่ปรากฏขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ การจู่โจมที่เกือบจะทำให้ทีมของเขาสูญสิ้น ทุกอย่างเริ่มประติดประต่อกันอย่างน่าสะพรึงกลัว

"เรา... เราจะทำยังไงต่อไปคะท่าน?" อรุณีถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

พลเอกธีรเดชมองกวินอย่างจริงจัง "เรากำลังรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อจับกุมผู้พันวิวัฒน์ แต่เขาเป็นคนเจ้าเล่ห์ มีเครือข่ายอำนาจที่แข็งแกร่ง และอาจจะไหวตัวทันได้ทุกเมื่อ หากเขาหลบหนีไปได้ จะเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงต่อประเทศชาติและหน่วยงานของเรา"

ท่านนายพลหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองกวินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง "กวิน... แกคือคนเดียวที่เคยทำงานใกล้ชิดกับเขาที่สุด และแกก็พิสูจน์แล้วว่าแกมีความสามารถเหนือกว่าที่เราคาดไว้"

หัวใจของกวินเต้นรัวอีกครั้ง ความรู้สึกโล่งใจที่เพิ่งเกิดขึ้นถูกบดบังด้วยความรู้สึกใหม่ ความรู้สึกของภารกิจที่ยังไม่จบสิ้น

"ท่านหมายความว่า... ท่านต้องการให้ผม..." กวินพูดค้างไว้

พลเอกธีรเดชพยักหน้าช้า ๆ "ใช่ กวิน ฉันต้องการให้แกเป็นผู้นำภารกิจนี้ ภารกิจในการตามล่าและหยุดยั้งผู้พันวิวัฒน์" ท่านนายพลยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้กวิน "นี่คือข้อมูลเบื้องต้นทั้งหมดที่เรามี"

กวินรับซองเอกสารมาถือไว้ เขารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกของกระดาษที่สัมผัสกับปลายนิ้ว ภายในซองนี้คือโฉมหน้าของศัตรูคนใหม่... คนที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาของเขาเอง

"นี่จะเป็นภารกิจที่ยากที่สุด และอันตรายที่สุดเท่าที่แกเคยเจอมา" พลเอกธีรเดชกล่าว น้ำเสียงของท่านจริงจังถึงขีดสุด "เพราะครั้งนี้ ศัตรูของเราคือคนใน... คนที่รู้จักทุกความเคลื่อนไหวของเราดีกว่าใคร"

กวินมองไปที่ซองเอกสารในมือ ก่อนจะเหลือบไปมองอรุณีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความกังวล แต่แววตากลับมีความมุ่งมั่นไม่แพ้กัน

"ผมจะทำครับท่าน" กวินตอบเสียงหนักแน่น เขารู้สึกได้ถึงเปลวไฟแห่งความมุ่งมั่นที่ลุกโชนขึ้นมาในใจอีกครั้ง นี่ไม่ใช่แค่ภารกิจเพื่อปกป้องโลกอีกต่อไป แต่มันคือการเผชิญหน้ากับการทรยศหักหลังที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของเขา มันคือการชำระล้างความเน่าเฟะที่ซ่อนอยู่ภายใต้ภาพลักษณ์อันสะอาดขององค์กร

พลเอกธีรเดชพยักหน้าอย่างพอใจ "ดีมาก! พักฟื้นให้เต็มที่ แล้วเตรียมตัวให้พร้อม ทีมอัลฟ่าบางส่วนจะถูกโอนย้ายมาอยู่ใต้การบังคับบัญชาของแก ส่วนธามและพลอย ฉันจะให้พวกเขาพักงานชั่วคราว แต่ถ้าแกต้องการความช่วยเหลือจากพวกเขา ก็สามารถเรียกได้ทันที"

ขณะที่พลเอกธีรเดชกำลังจะหันหลังกลับไป ประตูห้องพักผู้ป่วยก็เปิดออกอีกครั้ง ปรากฏร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดเสื้อผ้าธรรมดา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่เป็นมิตร แต่ดวงตากลับคมกริบราวกับเหยี่ยว

"ขออภัยครับท่านพลเอก ที่เข้ามาขัดจังหวะ" ชายคนนั้นกล่าว น้ำเสียงสุภาพ แต่แฝงไปด้วยความมั่นใจ "ผมเพิ่งได้รับแจ้งว่าคุณกวินฟื้นแล้ว เลยรีบมาเยี่ยมครับ"

พลเอกธีรเดชหันกลับไปมองชายหนุ่มคนนั้น ใบหน้าของท่านนายพลฉายแววแปลกใจเล็กน้อย "คุณธนินทร์? ไม่คิดว่าจะได้เจอคุณที่นี่"

ธนินทร์ยิ้ม "ผมได้รับมอบหมายให้มาดูแลความเรียบร้อยของโรงพยาบาลสนามแห่งนี้เป็นการชั่วคราวครับ" เขาหันไปมองกวินและอรุณี "ยินดีด้วยนะครับคุณกวิน ที่รอดกลับมาได้ และคุณอรุณีก็เก่งมากที่ดูแลเขาอย่างดี"

อรุณียิ้มรับ แต่กวินกลับรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ ธนินทร์เป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยข่าวกรองที่เคยปรากฏตัวขึ้นในช่วงต้นของภารกิจ มีบทบาทเป็นผู้ประสานงานและให้ข้อมูล แต่กวินกลับจำได้ว่าธนินทร์ไม่ได้อยู่ในรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่จะมาดูแลโรงพยาบาลสนามแห่งนี้

"คุณธนินทร์... คุณอยู่ที่นี่ได้ยังไง?" กวินถามออกไปอย่างไม่ตั้งใจ ความรู้สึกที่ว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง

ธนินทร์ยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มนั้นดูกว้างขวางและเป็นมิตร แต่ดวงตาของเขากลับดูเย็นชาผิดปกติ แววตาที่กวินเคยเห็นเมื่อแรกพบ... แววตาของนักล่า

"อ๋อ... ผมลืมบอกไปนะครับท่านพลเอก" ธนินทร์หันไปทางพลเอกธีรเดช "เมื่อสักครู่... ผู้พันวิวัฒน์ได้หลบหนีไปแล้วครับ"

คำพูดของธนินทร์ทำให้ทุกคนในห้องถึงกับช็อก กวินรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัว ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวงอย่างรุนแรง เขามองสลับระหว่างธนินทร์และพลเอกธีรเดช หัวใจเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง

"ว่าไงนะ?!" พลเอกธีรเดชตวาดเสียงดัง "เป็นไปไม่ได้! เรามีการเฝ้าระวังอย่างแน่นหนา!"

ธนินทร์ยิ้มอย่างเยือกเย็น เขาค่อย ๆ ยกมือขึ้นข้างหนึ่ง ชี้ไปยังซองเอกสารที่กวินถืออยู่ในมือ

"แน่นอนครับท่านพลเอก" ธนินทร์กล่าว น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เต็มไปด้วยอำนาจและความชั่วร้าย "เพราะข้อมูลทั้งหมดที่พวกท่านมี... รวมถึง 'หลักฐาน' ที่มัดตัวผู้พันวิวัฒน์... ก็มาจากผมเองทั้งหมด"

กวินเบิกตากว้าง เขามองซองเอกสารในมือด้วยความรู้สึกหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ถ้าข้อมูลทั้งหมดเป็นของปลอม... ถ้าการทรยศหักหลังนี้มีมิติที่ลึกซึ้งกว่าที่เขาคิด...

"และสิ่งที่คุณกวินถืออยู่นั้น..." ธนินทร์พูดต่อ พลางก้าวเข้ามาใกล้เตียงช้า ๆ "มันคือ 'แผนที่' นำไปสู่กับดักที่ผมเตรียมไว้สำหรับคุณ... และสำหรับทุก ๆ คนที่พยายามจะขัดขวางผม"

รอยยิ้มบนใบหน้าของธนินทร์แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มของเพชฌฆาตเงา กวินรู้ทันทีว่าสิ่งที่เขาเผชิญอยู่ไม่ใช่แค่การตามล่าหนอนบ่อนไส้ แต่เป็นเกมหมากรุกที่ซับซ้อนและอันตรายถึงชีวิต และเขา... กำลังตกอยู่ในอันตรายที่ร้ายแรงที่สุดเท่าที่เคยเจอมา...

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพชฌฆาตเงา

เพชฌฆาตเงา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!