เพชฌฆาตเงา

ตอนที่ 16 — รุ่งอรุณแห่งความหวัง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

21 ตอน · 1,568 คำ

ความรู้สึกหนักอึ้งในอกที่เคยเป็นดั่งเงาตามติดตัวมาเนิ่นนานพลันจางหายไปราวกับหมอกควันยามต้องแสงอรุณ เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่ค่อย ๆ ถูกเติมเต็มด้วยความหวังอันริบหรี่ กวินขยับเปลือกตาที่หนักอึ้ง กะพริบถี่ ๆ เพื่อปรับให้ชินกับแสงสว่างที่ค่อย ‌ๆ สาดส่องเข้ามาในดวงตา ภาพแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาดตา ปราศจากร่องรอยของเขม่าควันหรือรอยเลือดใด ๆ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยแตะปลายจมูก ​สลับกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคย… กลิ่นของอรุณี

กวินพยายามจะขยับตัว แต่ความเจ็บปวดแปลบแล่นไปตามกล้ามเนื้อที่ยังอ่อนแรงราวกับถูกฉีกขาด เขายังคงรู้สึกถึงสายระโยงระยางที่เชื่อมต่อเข้ากับร่างกาย มีสายน้ำเกลือที่แขน และเครื่องวัดสัญญาณชีพที่ปลายนิ้ว ‍ทุกการเคลื่อนไหวล้วนนำมาซึ่งความทรมาน แต่ในความทรมานนั้น เขากลับรู้สึกถึงความมีชีวิต รอดมาได้อีกครั้ง… อย่างปาฏิหาริย์

“กวิน!” เสียงใสที่เต็มไปด้วยความโล่งอกดังขึ้น กวินหันหน้าไปทางต้นเสียงอย่างช้า ๆ ‌ภาพของอรุณีปรากฏขึ้นตรงหน้า เธออยู่ในชุดเสื้อยืดสีอ่อนและกางเกงขายาวใบหน้าซูบผอมเล็กน้อยแต่ดวงตากลับฉายแววความสุขอย่างชัดเจน ผมของเธอถูกรวบอย่างลวก ๆ แต่ก็ยังคงความงามตามธรรมชาติไว้ อรุณีรีบปรี่เข้ามาจับมือเขาไว้แน่น มือของเธอเย็นเฉียบและสั่นเทาเล็กน้อย “ฟื้นแล้ว… ‍ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว”

ริมฝีปากของกวินขยับเบา ๆ พยายามเปล่งเสียงออกมา “อรุณี… ผม…” เสียงของเขาแหบพร่าและเบาจนแทบไม่ได้ยิน

“ไม่ต้องพูดอะไรตอนนี้ค่ะ นอนพักไปก่อน” อรุณีเอื้อมมืออีกข้างมาลูบผมเขาเบา ​ๆ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใยและโล่งใจจนกวินสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ

“ทุกคน… ปลอดภัยไหม?” นั่นคือคำถามแรกที่ผุดขึ้นมาในใจของกวิน ภาพสุดท้ายที่เขจำได้คือเปลวไฟที่โหมกระหน่ำและแรงระเบิดที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งร่าง เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดจากการถูกกระแทกอย่างรุนแรงก่อนที่ทุกอย่างจะดับมืดลง

อรุณีเงียบไปชั่วขณะ เธอจ้องมองกวินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความลังเล ราวกับกำลังชั่งใจว่าจะพูดความจริงทั้งหมดดีหรือไม่ ​ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ “คุณรอดมาได้หวุดหวิดมากค่ะ แรงระเบิดครั้งนั้น… ถ้าไม่ได้คุณนนท์ที่ช่วยสละชีวิตผลักคุณออกไปก่อน… และทีมแพทย์จากหน่วย ‘เหยี่ยวราตรี’ ที่ไปถึงที่เกิดเหตุพอดี ​คุณคงไม่รอด”

คำพูดของอรุณีราวกับมีดกรีดลงกลางใจของกวิน “นนท์… ไม่นะ… นนท์…” ดวงตาของเขาเบิกกว้างขึ้น ภาพของนนท์ที่กระโดดเข้ามาผลักเขาออกไปจากรัศมีระเบิดฉายชัดขึ้นมาในมโนสำนึกพร้อมกับเสียงกรีดร้องของเขาที่ปะปนกับเสียงระเบิดดังกึกก้อง กวินกำมือของอรุณีแน่นขึ้น ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามา

“นนท์… เสียสละเพื่อช่วยชีวิตพวกเราค่ะ เขาเป็นวีรบุรุษ…” เสียงของอรุณีแผ่วลง เธอเองก็สะเทือนใจไม่น้อยกับการสูญเสียเพื่อนร่วมทีม กวินหลับตาลงพยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องเห็นเพื่อนร่วมรบจากไปต่อหน้าต่อตา แต่ทุกครั้งมันก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน และครั้งนี้… เขาคือสาเหตุ

“แล้วคนอื่นล่ะ? รุ่ง… กานต์…” กวินพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ เขารู้สึกผิดจนแทบสำลักออกมา

“คุณรุ่งบาดเจ็บสาหัสแต่ปลอดภัยแล้วค่ะ ตอนนี้กำลังพักฟื้นอยู่ที่ห้องข้าง ๆ นี่เอง ส่วนคุณกานต์… เธอหายตัวไปค่ะ” อรุณีตอบด้วยน้ำเสียงที่เศร้าหมองกว่าเดิม “หลังเกิดระเบิด ไม่มีใครพบร่างของคุณกานต์เลยค่ะ ทีมกู้ภัยค้นหาอยู่นานก็ไม่พบร่องรอยใด ๆ เหมือนเธอหายไปในอากาศธาตุ”

กวินเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง ความสับสนปะปนกับความตกใจ “หายตัวไป? เป็นไปได้ยังไง?”

“เราก็ไม่ทราบค่ะ… แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิด… คุณกานต์ส่งสัญญาณเตือนมาว่าเธอเจออะไรบางอย่างที่ผิดปกติในระบบระบายอากาศของฐาน พวกเราสันนิษฐานว่าเธออาจจะถูกจับตัวไป หรือไม่ก็… อาจจะหนีรอดไปได้ด้วยตัวเอง… ซึ่งยากมากในสถานการณ์แบบนั้น” อรุณีเล่าด้วยสีหน้าที่หนักใจ

กวินนิ่งไป เขานึกถึงกานต์ ผู้หญิงที่ภายนอกดูแข็งกร้าว แต่ภายในกลับมีความมุ่งมั่นและฉลาดเฉลียว การที่เธอหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ และสัญญาณเตือนที่เธอส่งมาก่อนระเบิด… หรือว่านี่จะเป็นการทรยศหักหลังที่อรุณีเคยพูดถึง?

“แล้ว… ภารกิจล่ะ?” กวินถามเสียงเบา เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ยังคงกัดกินในใจ

“ภารกิจ… ล้มเหลวค่ะ” อรุณีตอบช้า ๆ ดวงตาของเธอฉายแววความผิดหวัง “เราไม่สามารถหยุดยั้งอาวุธชีวภาพได้ทัน มันถูกเปิดใช้งานไปแล้ว แต่โชคดีที่ทีมของเราสามารถเข้าถึงข้อมูลขององค์กรก่อการร้ายและแผนการกระจายเชื้อโรคได้ หน่วยงานของเราจึงสามารถส่งทีมไปสกัดกั้นและควบคุมการแพร่กระจายได้ทันท่วงที ทำให้ความเสียหายจำกัดอยู่แค่บางพื้นที่เท่านั้น แต่ก็ยังถือว่า… มันถูกใช้ไปแล้วค่ะ”

กวินหลับตาลงอีกครั้ง ความล้มเหลว… คำนี้ยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่เสมอ ทุกครั้งที่เขาพยายามจะไถ่ถอนความผิดพลาดในอดีต มันกลับจบลงด้วยความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า เขาก้มหน้าให้กับการถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้ขลาด และตอนนี้… เขาก็ต้องแบกรับความรับผิดชอบของการสูญเสียเพื่อนร่วมทีมและความล้มเหลวของภารกิจอีกครั้ง

“ผมมัน… ไร้ประโยชน์” เขาพึมพำออกมา เสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

อรุณีจับมือเขาแน่นขึ้น “อย่าพูดแบบนั้นนะคะคุณกวิน คุณทำดีที่สุดแล้ว คุณช่วยชีวิตพวกเราไว้ คุณคือคนที่หยุดยั้งไม่ให้โลกต้องเผชิญหน้ากับหายนะที่เลวร้ายกว่านี้”

“แต่ผมไม่สามารถช่วยนนท์ได้… ไม่สามารถช่วยกานต์ได้… และก็ไม่สามารถหยุดยั้งอาวุธนั่นได้” กวินพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด เขาไม่เชื่อในคำปลอบใจของอรุณี เพราะเขารู้ดีว่าเขาล้มเหลว

“คุณไม่ผิดเลยค่ะ” อรุณีพูดเสียงอ่อนโยน “คุณนนท์ตัดสินใจของเขาเอง คุณกานต์ยังไม่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้น และเรื่องอาวุธชีวภาพ… มันเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินกว่าที่คนคนเดียวจะรับมือไหว”

กวินเงียบไป เขามองหน้าอรุณีด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะหันไปมองเพดานสีขาวอีกครั้ง ความรู้สึกผิดและพ่ายแพ้เข้าครอบงำจิตใจของเขาจนแทบจะกลืนกินทุกสิ่ง

หลายวันผ่านไป กวินยังคงพักฟื้นอยู่ในห้องพยาบาลลับแห่งนี้ เขารู้สึกดีขึ้นมาก อาการบาดเจ็บทางกายเริ่มทุเลาลง แต่บาดแผลทางใจกลับยังคงกัดกินไม่หาย อรุณีอยู่ดูแลเขาไม่ห่าง เธออ่านหนังสือให้ฟัง เล่าเรื่องราวภายนอกให้ฟัง และคอยเป็นกำลังใจให้เขาเสมอ

ในห้องพยาบาลแห่งนี้มีหน้าต่างบานเล็กที่มองเห็นท้องฟ้าสีครามและต้นไม้สีเขียวด้านนอก ซึ่งบ่งบอกว่าที่นี่น่าจะเป็นสถานที่ที่ห่างไกลจากความวุ่นวายในเมือง เขาได้พบกับรุ่งที่บาดเจ็บเช่นกัน รุ่งนอนอยู่เตียงข้างๆ โดยมีผ้าพันแผลพันอยู่รอบอกและแขน เขาดูอ่อนล้าแต่ก็ยังคงมีแววตาที่แข็งกร้าวเช่นเดิม พวกเขามักจะพูดคุยกันถึงเรื่องนนท์และกานต์ด้วยความเศร้าสร้อย

“ฉันไม่คิดเลยว่านนท์จะยอมสละชีวิตเพื่อพวกเรา” รุ่งเคยพูดขึ้นมาวันหนึ่งขณะที่กวินกำลังจิบน้ำซุป “เขาไม่เคยพูดถึงเรื่องพวกนี้เลย ปกติเอาแต่บ่นเรื่องเงินกับเรื่องอยากกลับไปอยู่กับลูกเมีย”

“นั่นแหละคือเหตุผล” กวินตอบ “เขามีสิ่งที่ต้องปกป้อง มีความรักที่ยิ่งใหญ่กว่าชีวิตของตัวเอง”

รุ่งพยักหน้าอย่างเข้าใจ “แล้วกานต์… นายคิดว่าเธอหายไปไหน?”

กวินส่ายหน้า “ฉันไม่รู้ แต่ฉันเชื่อว่าเธอไม่ได้ถูกจับตัวไปง่าย ๆ อาจจะมีอะไรมากกว่านั้น”

อรุณีเข้ามาในห้องพอดีพร้อมกับถาดอาหาร เธอได้ยินบทสนทนาของทั้งสอง “ทีมสืบสวนกำลังพยายามแกะรอยอยู่ค่ะ แต่ตอนนี้ยังไม่มีเบาะแสใด ๆ เลย”

“คุณอรุณีครับ ผมอยากรู้ว่าหน่วย ‘เหยี่ยวราตรี’ คืออะไร” กวินถามขึ้น “ทำไมพวกเขาถึงไปถึงที่นั่นได้เร็วขนาดนั้น”

อรุณีวางถาดอาหารลงบนโต๊ะข้างเตียงกวิน “หน่วยเหยี่ยวราตรีเป็นหน่วยปฏิบัติการพิเศษลับของรัฐบาลค่ะ เป็นหน่วยที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อรับมือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่โดยเฉพาะ พวกเขาทำงานใต้เงามืด ไม่มีใครรู้จักตัวตนที่แท้จริงนอกจากผู้มีอำนาจระดับสูง”

“แล้วทำไมถึงมาช่วยพวกเรา?” กวินถามต่อ

“เรื่องนั้น… ฉันก็ไม่แน่ใจนักค่ะ แต่ดูเหมือนว่าภารกิจของคุณจะเกี่ยวข้องกับแผนการลับบางอย่างของหน่วย ‘เหยี่ยวราตรี’ ด้วย” อรุณีตอบด้วยสีหน้าครุ่นคิด “มีบางอย่างที่ฉันยังไม่เข้าใจทั้งหมด”

เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น อรุณีหันไปมอง ก่อนที่ประตูจะเปิดออก เผยให้เห็นชายร่างสูงวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าของเขาดูเคร่งขรึมและฉายแววความเฉลียวฉลาด เขาคือพลเอกธิติ ผู้บัญชาการหน่วยข่าวกรองลับของประเทศ

“กวิน… ดีใจที่เห็นนายฟื้น” พลเอกธิติกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แววตาของเขากลับฉายแววบางอย่างที่กวินไม่สามารถอ่านออกได้ “เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

อรุณีและรุ่งออกไปจากห้องอย่างเงียบ ๆ เหลือเพียงกวินกับพลเอกธิติในห้องพยาบาล พลเอกธิตินั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียงของกวิน

“นายคงได้ยินเรื่องนนท์แล้ว” พลเอกธิติเริ่มขึ้น “เขาเป็นวีรบุรุษที่แท้จริง”

กวินพยักหน้าช้า ๆ “ผมรู้สึกผิดครับท่าน”

“ไม่ใช่นายที่ผิด กวิน” พลเอกธิติพูดเสียงเข้ม “นายทำในสิ่งที่นายต้องทำ และนายก็ทำได้ดีที่สุดแล้ว ส่วนเรื่องกานต์… เราเชื่อว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ และอาจจะถูกจับตัวไปโดยองค์กร ‘เงาพิษ’ นั่นแหละ”

“เงาพิษ?” กวินทวนคำ

“ใช่ องค์กรที่นายพยายามจะหยุดยั้งนั่นแหละ” พลเอกธิติอธิบาย “ชื่อจริงของพวกเขาคือ ‘เงาพิษ’ เป็นองค์กรก่อการร้ายระดับโลกที่อยู่เบื้องหลังความวุ่นวายหลายครั้ง และตอนนี้พวกเขากำลังเตรียมการบางอย่างที่ใหญ่กว่าเดิม”

“ใหญ่กว่าเดิม?” กวินรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี

“ใช่… อาวุธชีวภาพที่ถูกใช้ไปนั้นเป็นเพียงการทดลอง” พลเอกธิติเปิดแฟ้มเอกสารในมือออก เผยให้เห็นภาพถ่ายและแผนผังที่ซับซ้อน “เป้าหมายที่แท้จริงของพวกเขาคือการสร้าง ‘อวสานแห่งพิษ’ ที่สามารถทำลายล้างประชากรโลกได้ถึงครึ่งหนึ่ง”

กวินถึงกับเบิกตากว้าง “เป็นไปไม่ได้!”

“มันเป็นไปได้ และกำลังจะเกิดขึ้น” พลเอกธิติพูดเสียงเย็นชา “พวกเขาต้องการให้เกิดความโกลาหลเพื่อที่จะขึ้นมามีอำนาจในการจัดระเบียบโลกใหม่ตามความต้องการของพวกเขา”

“แล้วเราจะทำยังไง?” กวินถาม

“นายจะต้องกลับไปปฏิบัติภารกิจอีกครั้ง” พลเอกธิติกล่าว “นี่คือภารกิจที่สำคัญที่สุดในชีวิตของนาย และของโลกใบนี้”

กวินเงียบไป เขามองหน้าพลเอกธิติอย่างไม่เข้าใจ เขาเพิ่งจะฟื้นจากอาการบาดเจ็บสาหัส และยังต้องแบกรับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมากมาย แต่คำสั่งจากผู้มีอำนาจสูงสุดก็ทำให้เขาปฏิเสธไม่ได้

“แต่… ผมยังไม่พร้อม” กวินพูดออกมาตรง ๆ

“ไม่มีใครพร้อมสำหรับเรื่องนี้หรอกกวิน” พลเอกธิติพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “แต่เราไม่มีทางเลือก เราต้องการคนอย่างนาย คนที่เคยผ่านความตายมาแล้ว และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันอีกครั้ง”

พลเอกธิติเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาคมกริบจ้องมองกวิน “นายจะได้ทีมใหม่ ทีมที่ถูกคัดเลือกมาอย่างดี และนายจะได้รู้ว่าใครคือศัตรูที่แท้จริง… เพราะการทรยศหักหลังยังคงแฝงตัวอยู่ในเงามืด และอาจจะอยู่ใกล้ตัวนายมากกว่าที่คิด”

กวินขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไงครับ?”

“คนที่นายเชื่อใจที่สุด… อาจจะไม่ใช่คนที่ควรเชื่อใจ” พลเอกธิติกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลงจนเกือบเป็นกระซิบ “ตอนนี้เรามีข้อมูลใหม่ว่ามีหนอนบ่อนไส้ระดับสูงอยู่ในหน่วยงานของเราเอง และคนคนนั้น… เป็นคนเดียวที่สามารถเข้าถึงข้อมูลลับเกี่ยวกับภารกิจของนายได้ทั้งหมด รวมถึงที่ตั้งของฐานลับแห่งนี้ด้วย”

คำพูดของพลเอกธิติทำให้เลือดในกายของกวินเย็นวาบลงไปถึงกระดูกสันหลัง เขานึกถึงคำเตือนของอรุณีเรื่องการทรยศหักหลัง เขานึกถึงนนท์ที่จากไป และกานต์ที่หายตัวไป… หรือว่าทั้งหมดนี้จะไม่ใช่แค่ความบังเอิญ?

“ใครครับท่าน?” กวินถามเสียงหนักแน่น

พลเอกธิติเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะมองตรงมาที่กวินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและคำเตือน “นั่นคือสิ่งที่นายจะต้องค้นหา… เพราะคนที่ทรยศเรา… อาจจะคือคนที่กำลังจะมอบภารกิจให้นายในอีกไม่ช้า”

สิ้นคำของพลเอกธิติ ประตูห้องพยาบาลก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง เผยให้เห็นร่างของชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งคนหนึ่ง เขาสวมชุดเครื่องแบบทหารที่ดูสะอาดสะอ้านและประดับยศดาวสามดวงบนบ่า ใบหน้าของเขาหล่อเหลา คมเข้ม แต่ดวงตากลับฉายแววเย็นชาและไร้อารมณ์ เขาก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางสง่าผ่าเผย ก่อนจะหยุดยืนข้างเตียงของกวิน พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก

“สวัสดีครับกวิน” ชายหนุ่มคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่แฝงด้วยอำนาจ “ดีใจที่เห็นคุณฟื้น”

พลเอกธิติหันไปมองชายหนุ่มคนนั้นด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา กวินมองหน้าชายหนุ่มคนนั้นอย่างไม่คุ้นเคย แต่ในแวบหนึ่งเขารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวของอีกฝ่าย และความรู้สึกบางอย่างที่บอกว่าชายคนนี้… ไม่ใช่คนธรรมดา

“นี่คือผู้พันคีริน” พลเอกธิติแนะนำด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาผิดปกติ “เขาคือผู้บัญชาการหน่วย ‘เหยี่ยวราตรี’ และเป็นผู้ที่จะรับผิดชอบภารกิจต่อไปของคุณ”

กวินจ้องมองผู้พันคีริน รอยยิ้มบนใบหน้าของอีกฝ่ายดูเป็นมิตร แต่ดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ และในวินาทีนั้นเอง กวินก็รู้สึกได้ถึงคลื่นพลังงานบางอย่างที่คุ้นเคย… มันคือความรู้สึกเดียวกับที่เขาสัมผัสได้จากผู้ทรยศที่เคยหักหลังเขาในอดีต

ผู้พันคีรินยื่นมือมาหากวิน ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม แต่ดวงตาคู่นั้นกลับจ้องมองกวินราวกับกำลังสำรวจอะไรบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าผิวเผิน

“ผมหวังว่าเราจะร่วมงานกันได้ดีนะครับ… กวิน” เขากล่าวเสียงเรียบ ทว่าคำพูดนั้นกลับแฝงด้วยความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าที่กวินจะเข้าใจได้ในตอนนี้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพชฌฆาตเงา

เพชฌฆาตเงา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น