เพชฌฆาตเงา

ตอนที่ 19 — ตื่นขึ้นมาในความเจ็บปวด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

21 ตอน · 1,366 คำ

กวินพยายามจะขยับตัว แต่ความเจ็บปวดแปลบแล่นไปตามกล้ามเนื้อที่ยังอ่อนแรงราวกับถูกฉีกขาด ทำให้เขาต้องกัดฟันกรอด เสียงเครื่องวัดสัญญาณชีพดังติ๊ด...ติ๊ด...เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เป็นหลักฐานเดียวที่บอกว่าเขายังคงมีชีวิตอยู่ แม้ร่างกายจะปฏิเสธการเคลื่อนไหวทุกรูปแบบ เปลือกตาที่หนักอึ้งค่อย ๆ ‌ขยับ กะพริบถี่ ๆ เพื่อปรับให้ชินกับแสงสว่างที่ค่อย ๆ สาดส่องเข้ามาในดวงตา ภาพแรกที่เห็นคือเพดานสีขาวสะอาดตา ปราศจากร่องรอยของเขม่าควันหรือรอยเลือดใด ​ๆ กลิ่นยาฆ่าเชื้อจาง ๆ ลอยแตะปลายจมูก สลับกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคย… กลิ่นของอรุณี

เขาพยายามเรียกชื่อเธอ ‍แต่สิ่งที่เปล่งออกมากลับเป็นเพียงเสียงแหบพร่าคล้ายเสียงกระซิบที่แทบไม่มีใครได้ยิน ทว่าในความเงียบสงัดของห้อง สัญญาณเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอให้อีกฝ่ายรับรู้ได้ อรุณีที่งีบหลับอยู่บนเก้าอี้ข้างเตียงสะดุ้งตื่นทันที ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นเปลือกตาของเขากะพริบถี่ ๆ พร้อมกับริมฝีปากที่ขยับเรียกชื่อเธอเบา ๆ

“กวิน!” ‌เสียงของเธอเต็มไปด้วยความโล่งใจและน้ำตาที่คลอเบ้า เธอรีบทรุดตัวลงข้างเตียง เอื้อมมือมาจับมือที่ยังอ่อนแรงของเขาไว้แน่น กวินรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านเข้ามาในร่าง ความเจ็บปวดดูเหมือนจะบรรเทาลงไปบ้างเมื่อสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของเธอ

“อรุณี…” เขาพยายามเปล่งเสียงอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังฟังดูเหนื่อยล้า “ฉันอยู่นี่ค่ะ ‍ฉันอยู่นี่” เธอเช็ดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม “คุณตื่นแล้วจริง ๆ ด้วย”

กวินพยายามจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ลำคอยังแห้งผากและเจ็บระบมราวกับถูกไฟไหม้ อรุณีคงเข้าใจ เธอรินน้ำจากแก้วข้างเตียง ​ยกหลอดขึ้นมาจ่อที่ริมฝีปากเขาอย่างเบามือ กวินค่อย ๆ จิบน้ำทีละน้อย ความชุ่มชื้นช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนในลำคอได้บ้าง

“คุณหลับไปนานมากเลยนะกวิน… สามอาทิตย์เต็ม ๆ” อรุณีบอกเสียงสั่นเครือ ​“ฉันนึกว่า… ฉันกลัวเหลือเกิน” สามอาทิตย์? กวินตกใจ เขาพยายามทบทวนความจำ แต่ภาพสุดท้ายที่จำได้เลือนรางนัก มีเพียงเศษเสี้ยวของเสียงปืน การระเบิด และความเจ็บปวดที่แล่นเข้าสู่ร่างกายก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป

“เกิดอะไรขึ้น… ​พวกเรา…” เขาพูดได้แค่นั้น อรุณีมองเขาด้วยแววตาเป็นกังวล “คุณจำอะไรไม่ได้เลยเหรอคะ” กวินส่ายหน้าช้า ๆ ความพยายามเพียงแค่นั้นก็ทำให้เขารู้สึกปวดศีรษะขึ้นมาอย่างรุนแรง

“ไม่เป็นไรค่ะ ค่อย ๆ จำไปก็ได้” เธอปลอบโยน “คุณโดนสะเก็ดระเบิดกับกระสุนปืนเข้าที่สีข้างหลายนัดค่ะ โชคดีที่ไม่โดนจุดสำคัญ แต่ก็เสียเลือดมาก และมีอาการแทรกซ้อนนิดหน่อย ทำให้ฟื้นช้า” สะเก็ดระเบิด… กระสุนปืน… ภาพหนึ่งแวบเข้ามาในหัว กวินเห็นตัวเองกำลังพยายามคุ้มกันบางสิ่งบางอย่าง ในขณะที่เสียงปืนดังสนั่นและกำแพงพังทลายลงมา เขาจำได้ว่าพยายามมองหาใครบางคน… ทีมของเขา…

“ทีมของฉัน… พวกเขาเป็นยังไงบ้าง” กวินถามด้วยน้ำเสียงกังวล อรุณีลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า “ทุกคนปลอดภัยดีค่ะ แต่หลังจากที่… หลังจากที่คุณบาดเจ็บ พวกเขาก็ต้องถอยร่นออกมาจากพื้นที่ แต่ภารกิจก็ยังไม่สำเร็จ” ไม่สำเร็จ… คำนั้นเหมือนมีดกรีดแทงลงมากลางใจ กวินรู้สึกผิดหวังในตัวเองอย่างรุนแรง เขาล้มเหลวอีกแล้ว ล้มเหลวที่จะปกป้อง ล้มเหลวที่จะทำภารกิจให้สำเร็จ ความรู้สึกไร้ค่าที่เคยตามหลอกหลอนเริ่มกลับมาคืบคลานเข้าสู่จิตใจ

“พวกเขายังคงอยู่ระหว่างการฟื้นฟูร่างกายและประเมินสถานการณ์ค่ะ ทางองค์กรกำลังวางแผนใหม่ แต่สถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด เพราะองค์กรก่อการร้าย… พวกมันเคลื่อนไหวรวดเร็วกว่าที่คิด” อรุณีเล่าต่อ “หลังจากเหตุการณ์นั้น ทางเราก็แทบจะติดต่อทีมที่เหลือไม่ได้เลย มีเพียงสัญญาณจากพิกัดฉุกเฉินเท่านั้นที่ยืนยันว่าพวกเขายังมีชีวิตอยู่” แทบจะติดต่อไม่ได้… กวินนึกถึงใบหน้าของลูกทีมแต่ละคน กวินจำได้ว่าเขาคือคนที่ต้องนำพวกเขา แต่เขากลับเป็นคนแรกที่ล้มลง

“ที่นี่ที่ไหน?” เขาถาม “โรงพยาบาลสนามลับค่ะ อยู่ในเขตชายแดนที่เราใช้เป็นฐานปฏิบัติการรอง” อรุณีตอบ “คุณปลอดภัยดีค่ะ”

แม้จะอยู่ในโรงพยาบาลสนามลับ แต่กวินก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัย ความทรงจำที่ขาดหายไปทำให้เขารู้สึกกระวนกระวายใจ ราวกับมีบางอย่างที่สำคัญกำลังหลุดลอยไปจากความเข้าใจของเขา เขานึกถึงภาพขององค์กรก่อการร้ายที่พวกเขากำลังต่อสู้ด้วย พวกมันโหดเหี้ยมและเฉลียวฉลาด การที่ภารกิจยังไม่สำเร็จหมายความว่าภัยคุกคามจากอาวุธชีวภาพยังคงมีอยู่

“อาวุธชีวภาพ…” กวินพึมพำ อรุณีพยักหน้า “ใช่ค่ะ… นั่นคือปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้ พวกนักวิเคราะห์ของเราเชื่อว่าพวกมันน่าจะใกล้ถึงขั้นตอนสุดท้ายของการพัฒนาแล้ว และกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการขนย้าย” หัวใจของกวินบีบรัด เขาต้องหยุดยั้งพวกมันให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย เขาจะไม่ยอมให้โลกต้องเผชิญหน้ากับหายนะเพราะความอ่อนแอของเขาอีกครั้ง

“ฉันต้องไป… ฉันต้องกลับไป” กวินพยายามลุกขึ้น แต่ความเจ็บปวดที่แล่นไปทั่วร่างทำให้เขาทรุดกลับลงไปที่เตียงอีกครั้ง “ไม่นะคะกวิน คุณยังไม่พร้อม” อรุณีห้าม “คุณต้องพักผ่อนก่อน ร่างกายคุณยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่” “ไม่มีเวลาแล้วอรุณี” กวินตอบอย่างแข็งกร้าว แม้เสียงจะยังอ่อนแรง “ทุกวินาทีที่ฉันนอนอยู่ตรงนี้ โลกก็ยิ่งเข้าใกล้หายนะมากขึ้น”

ในขณะนั้นเอง เสียงเปิดประตูห้องดังขึ้น ชายร่างสูงใหญ่ในเครื่องแบบทหารเดินเข้ามา เขาคือผู้พันธาม ผู้บัญชาการหน่วยลับที่กวินสังกัดอยู่ ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมและฉายแววกังวล “กวิน! ในที่สุดนายก็ฟื้น” ผู้พันธามพูดด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่แววตาของเขาก็ยังคงฉายความตึงเครียด “ผู้พัน” กวินพยายามจะทำความเคารพ แต่ร่างกายไม่อำนวย “ไม่ต้องหรอกกวิน นายพักผ่อนเถอะ” ผู้พันธามเดินเข้ามาใกล้เตียง “ฉันรู้ว่านายกังวลเรื่องภารกิจ” “เกิดอะไรขึ้นบ้างครับผู้พัน? ทีมของผม… อาวุธชีวภาพ…” กวินรัวคำถาม ผู้พันธามถอนหายใจเฮือกใหญ่ “สถานการณ์แย่ลงกว่าที่คิด กวิน” คำพูดของผู้พันทำให้ความหวังที่ริบหรี่ของกวินเกือบจะดับมอดลง

“หลังจากที่นายบาดเจ็บและทีมต้องถอนตัว พวกมันก็เร่งมือขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ตอนนี้เราได้ข้อมูลใหม่ที่น่าตกใจ” ผู้พันธามหยุดชั่วครู่ ดวงตาของเขามองตรงมาที่กวินอย่างจริงจัง “เรามีหนอนบ่อนไส้กวิน… คนที่คอยส่งข้อมูลให้พวกมัน” กวินช็อกกับคำพูดนั้น หนอนบ่อนไส้? ใคร? ในทีมของเขาหรือเปล่า? ความรู้สึกไม่ไว้ใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ “ใครครับ?” กวินถามเสียงแข็ง ผู้พันธามส่ายหน้าช้า ๆ “เรายังไม่รู้แน่ชัด แต่ข้อมูลที่หลุดไปเป็นข้อมูลวงในสุด ๆ มีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้เรื่องแผนการแทรกซึมของเรา” ความหวาดระแวงแพร่กระจายไปทั่วร่างกายของกวิน เขานึกถึงลูกทีมแต่ละคน ใบหน้าของ ‘วิทย์’ มือแฮกเกอร์อัจฉริยะแต่เข้าสังคมไม่เก่ง, ‘ปุยนุ่น’ พลแม่นปืนผู้เยือกเย็น, ‘พายุ’ อดีตนักเลงผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิด และ ‘เจนนี่’ ผู้เชี่ยวชาญด้านระเบิดและแผนที่ แต่ละคนล้วนเป็นคนนอกคอกที่เขารวบรวมมา ทุกคนมีปมของตัวเอง แต่เขาก็เชื่อใจพวกเขา หรือว่าเขาจะตาบอด?

“เรากำลังสืบสวนภายในอย่างลับ ๆ แต่ตอนนี้… เรามีปัญหาเร่งด่วนกว่านั้น” ผู้พันธามกล่าวต่อ “เมื่อวานนี้ เราได้รับข้อมูลยืนยันจากแหล่งข่าววงในสุด ๆ ว่าพวกมันจะทำการขนย้ายอาวุธชีวภาพภายใน 48 ชั่วโมงนี้” 48 ชั่วโมง! นั่นคือน้อยกว่าสองวัน! กวินรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่า ความตื่นตระหนกแล่นไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดทางกายถูกแทนที่ด้วยความกังวลอย่างถึงที่สุด

“เราต้องหยุดพวกมันให้ได้” กวินกัดฟันพูด ความมุ่งมั่นอันแรงกล้าฉายชัดในดวงตา ผู้พันธามพยักหน้า “แน่นอน แต่ปัญหาคือ หลังจากที่นายบาดเจ็บ ฐานลับของพวกมันก็ได้รับการเสริมกำลังอย่างแน่นหนาจนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นป้อมปราการที่เจาะไม่เข้า และพวกมันยังสร้างเครือข่ายความปลอดภัยใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นอีกด้วย” “แล้วทีมของผมล่ะครับ? พวกเขายังอยู่ที่ไหน?” กวินถาม “พวกเขาถูกกดดันอย่างหนักและต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ปิดตายแห่งหนึ่งใกล้ฐานของศัตรู เราติดต่อพวกเขาได้เพียงระยะสั้น ๆ และไม่สามารถให้การสนับสนุนโดยตรงได้เลย” ผู้พันธามตอบด้วยสีหน้าหนักใจ กวินรู้สึกสิ้นหวัง แต่เขาก็รู้ดีว่าเขาไม่สามารถยอมแพ้ได้ ความรับผิดชอบต่อชีวิตนับล้านกำลังแขวนอยู่บนบ่าของเขา และเขายังไม่ได้ไถ่ถอนศักดิ์ศรีที่สูญเสียไป

“ผมจะไป ผมจะไปกับพวกเขา” กวินพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แม้ร่างกายจะยังอ่อนแรง แต่จิตใจของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “นายยังไม่พร้อมกวิน” อรุณีทักท้วงด้วยความเป็นห่วง “ฉันต้องไปอรุณี” กวินสบตาเธออย่างแน่วแน่ “ฉันคือผู้นำทีมนี้ ฉันต้องรับผิดชอบ” ผู้พันธามมองกวินนิ่ง ๆ ก่อนจะถอนหายใจ “ฉันรู้ว่านายรู้สึกยังไงกวิน… แต่ตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่านั้น” กวินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มองผู้พันอย่างรอคอย ผู้พันธามลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ “แหล่งข่าวของเรายืนยันว่า… หนึ่งในหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการขององค์กรก่อการร้าย… คนที่ดูแลโครงการอาวุธชีวภาพโดยตรง… คือคนที่ทรยศเราไปเมื่อสี่ปีก่อน”

คำพูดนั้นราวกับค้อนที่ฟาดลงมากลางกะโหลกของกวิน ภาพเหตุการณ์เมื่อสี่ปีก่อนที่เขาถูกตราหน้าว่าเป็นคนขี้ขลาด ผิดสัญญา และทำให้เพื่อนร่วมทีมต้องตาย ผุดขึ้นมาในความทรงจำอย่างรุนแรง เขานึกถึงใบหน้าของ ‘รณชัย’ อดีตเพื่อนร่วมทีมที่เขาเคยเชื่อใจ ผู้ที่เคยเป็นเหมือนพี่ชาย แต่แล้วก็หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับสำคัญของหน่วย และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขากลายเป็น ‘ผู้ขี้ขลาด’ ในสายตาของคนอื่น “รณชัย…” กวินพึมพำชื่อนั้นอย่างแผ่วเบา ความรู้สึกทั้งโกรธแค้น เสียใจ และตกใจตีวนในอก

ผู้พันธามพยักหน้าช้า ๆ “ใช่… รณชัย หรือที่ตอนนี้พวกมันเรียกเขาว่า ‘เงา’ และเขาก็เป็นคนที่กำลังจะควบคุมการขนย้ายอาวุธชีวภาพด้วยตัวเอง” กวินกำมือแน่นจนเล็บจิกลงไปในเนื้อ การทรยศของรณชัยไม่เพียงทำลายชีวิตเขาในอดีต แต่ตอนนี้กำลังจะทำลายโลกทั้งใบ ผู้พันธามมองหน้ากวินอีกครั้ง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย “นี่ไม่ใช่แค่ภารกิจหยุดยั้งอาวุธชีวภาพอีกต่อไปแล้วกวิน… แต่มันคือภารกิจพิพากษาอดีตของนายด้วย” ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินก็ดังขึ้นกึกก้องไปทั่วโรงพยาบาลสนาม แสงสีแดงกะพริบถี่ ๆ พร้อมกับเสียงประกาศจากลำโพง “แจ้งเตือน! ตรวจพบการเคลื่อนไหวของศัตรูจำนวนมากเข้าสู่รัศมี 5 กิโลเมตร! เตรียมพร้อมรับมือ! ย้ำ! เตรียมพร้อมรับมือ!”

ใบหน้าของผู้พันธามเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที เขาหันไปมองอรุณี “พวกมันรู้ที่อยู่ของเราได้ยังไง?!” อรุณีเองก็ตกใจไม่แพ้กัน “ไม่ทราบค่ะ! ระบบความปลอดภัยของเราไม่เคยถูกเจาะได้ง่ายขนาดนี้มาก่อน!” กวินพยายามดันตัวเองขึ้นจากเตียงอีกครั้ง ความเจ็บปวดจากบาดแผลรุนแรงขึ้น แต่เขาก็ไม่สนใจ ในขณะที่เสียงปืนกลหนักเริ่มดังแว่วเข้ามาจากภายนอกโรงพยาบาลสนาม เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบา ๆ ที่มาจากเสียงระเบิดที่อยู่ห่างออกไป

“ผู้พัน!” กวินเรียกอย่างร้อนรน “เราต้องไปจากที่นี่!” ผู้พันธามรีบวิ่งไปที่วิทยุสื่อสารเพื่อออกคำสั่ง แต่สายตาของเขาก็ยังจับจ้องมาที่กวิน “กวิน… นี่อาจจะไม่ใช่แค่การโจมตีธรรมดา… ถ้าพวกมันรู้ว่านายอยู่ที่นี่… พวกมันอาจจะมาเพื่อเก็บนายโดยเฉพาะ” คำพูดของผู้พันธามทำให้กวินนิ่งไปชั่วขณะ หากเป็นเช่นนั้นจริง นั่นหมายความว่าคนที่ทรยศหน่วยงานไปเมื่อสี่ปีก่อน และกำลังจะทำลายโลกด้วยอาวุธชีวภาพ… กำลังกลับมาเพื่อเผชิญหน้ากับเขาโดยตรง และเขากำลังถูกล่าในขณะที่ยังอ่อนแอที่สุด

เสียงปืนและเสียงระเบิดใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ อรุณีมองหน้ากวินด้วยความตื่นตระหนก เธอรู้ดีว่าตอนนี้ทั้งกวินและเธออยู่ในอันตรายถึงชีวิต และหนอนบ่อนไส้ที่ผู้พันธามพูดถึง… อาจจะกำลังเฝ้าดูพวกเขาอยู่จากมุมมืด และนำศัตรูตรงมาที่พวกเขา… อย่างจงใจ.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพชฌฆาตเงา

เพชฌฆาตเงา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!