เพชฌฆาตเงา

ตอนที่ 21 — เส้นทางใต้เงาอสูร

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

21 ตอน · 1,269 คำ

ความมืดมิดคืบคลานเข้าปกคลุมทุกอณูของป้อมปราการ “เงาอสูร” อันโอ่อ่าตระหง่านราวกับอสุรกายหินที่หลับใหลอยู่กลางขุนเขา ทว่าภายใต้ความเงียบงันและอุณหภูมิที่เย็นยะเยือกของอากาศยามวิกาล กวินและทีม “เพชฌฆาตเงา” กำลังเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบราวกับเงามัจจุราชที่ไร้เสียงสะท้อน ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยความระมัดระวังและความแม่นยำ ‌ทุกสายตาคมกริบสอดส่องทุกรายละเอียดของเส้นทางที่เต็มไปด้วยอันตราย

พวกเขาแทรกซึมเข้ามาในเขตปริมณฑลชั้นในสุดของฐานทัพได้สำเร็จหลังจากใช้เวลากว่าสิบสองชั่วโมงในการฝ่าด่านความปลอดภัยอันซับซ้อนที่ประหนึ่งเขาวงกตที่ไร้ทางออก กวินในชุดรบสีดำสนิท ใบหน้ากร้านแดดและลมพายุถูกบดบังด้วยหมวกคลุมศีรษะที่ติดตั้งอุปกรณ์มองเห็นในที่มืด ดวงตาภายใต้เลนส์สีเขียวส่องประกายคมกริบราวกับพญาอินทรี เขากำลังนำทีมผ่านทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวลึกเข้าไปในอุโมงค์ใต้ดินที่ดูเหมือนจะไร้จุดสิ้นสุด อากาศภายในอุโมงค์ชื้นและเย็นเยียบ กลิ่นอับชื้นของดินและโลหะผสมปนเปกับกลิ่นบางอย่างที่ฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียน ​ซึ่งชวนให้กวินรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอย่างประหลาด ราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่ร้ายกาจกำลังซ่อนเร้นอยู่เบื้องหน้า

“นารา ตรวจสอบสัญญาณความร้อน” กวินกระซิบเสียงเบาหวิวผ่านไมโครโฟนไร้สายที่ติดอยู่กับคอเสื้อของเขา

นารา หญิงสาวร่างบอบบางในชุดรบที่ดูเหมือนจะใหญ่เกินตัวสำหรับเธอ แต่แววตาของเธอนั้นฉายแววเฉลียวฉลาดเกินวัย เธอคือมันสมองด้านเทคโนโลยีของทีม กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับแท็บเล็ตขนาดเล็กที่เปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ‍ออกมา เธอสวมหูฟังแบบครอบศีรษะเพื่อตัดเสียงรบกวนภายนอก นิ้วเรียวยาวของเธอกดแป้นพิมพ์เสมือนจริงบนหน้าจออย่างรวดเร็วและแม่นยำ ราวกับกำลังบรรเลงเพลงแห่งรหัสดิจิทัล

“ไม่มีสัญญาณความร้อนผิดปกติในรัศมีห้าสิบเมตรค่ะกัปตัน แต่มีระบบเซ็นเซอร์เลเซอร์แบบตาข่ายอยู่ข้างหน้า ห่างออกไปประมาณสิบห้าเมตร” นารากระซิบตอบกลับมา เสียงของเธอแผ่วเบาราวกับสายลมที่พัดผ่าน

กวินพยักหน้าเล็กน้อย ‌แม้จะมองไม่เห็นในความมืดมิดนั้น แต่ทุกคนในทีมก็รับรู้ได้ถึงคำสั่งที่ไร้เสียงนั้นดี เขาชูมือซ้ายขึ้นเป็นสัญญาณให้ทีมหยุดเคลื่อนไหว ทุกคนหยุดชะงักราวกับรูปปั้นหินที่ถูกสกัดไว้กลางอากาศ ราม นักรบกล้ามใหญ่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธหนัก ยืนอยู่ด้านหลังกวิน เขาถือปืนไรเฟิลจู่โจมที่ติดเครื่องเก็บเสียงไว้แน่นอก ‍ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบทิศทางอย่างระแวดระวัง ลดา หญิงสาวผู้เงียบเชียบและว่องไวประดุจเงาอัสนีบาต ผู้เชี่ยวชาญด้านการแทรกซึมและสะกดรอย ยืนอยู่ด้านหลังราม เธอถือมีดสั้นเล่มงามไว้ในมือข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งถือเครื่องสแกนขนาดเล็กที่กำลังสั่นสะเทือนเบาๆ ส่วนหมอเอก ​แพทย์สนามผู้มีประสบการณ์โชกโชน ยืนอยู่ท้ายขบวน เขากำลังตรวจสอบกระเป๋าพยาบาลคู่ใจของเขาอย่างละเอียดถี่ถ้วน แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ ใบหน้าของเขาก็ยังคงความนิ่งสงบราวกับน้ำในบึงลึก

“ลดา เตรียมอุปกรณ์สกัดกั้นเลเซอร์” กวินออกคำสั่งสั้นๆ

ลดาพยักหน้ารับ เธอหยิบอุปกรณ์รูปทรงประหลาดคล้ายปากกาขนาดใหญ่ขึ้นมา ​กดปุ่มเล็กๆ ด้านข้าง แล้วแสงเลเซอร์สีแดงอ่อนๆ ก็ส่องออกมาจากปลายปากกา เธอค่อยๆ ยื่นอุปกรณ์นั้นออกไปข้างหน้าอย่างช้าๆ เพื่อสแกนหาจุดเชื่อมต่อของระบบเลเซอร์ที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า กวินและรามใช้ปืนพกที่ติดตั้งไฟฉายขนาดเล็กส่องนำทางให้ลดาอย่างระมัดระวัง ​แม้แสงจะริบหรี่ แต่ก็เพียงพอที่จะช่วยให้ลดาทำงานได้

“พบจุดเชื่อมต่อแล้วค่ะ” ลดาเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา เมื่อปลายปากกาของเธอสัมผัสกับจุดที่มองไม่เห็นในอากาศ แสงเลเซอร์จากอุปกรณ์ของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว บ่งบอกถึงการเชื่อมต่อที่สมบูรณ์ เธอค่อยๆ บิดปลายปากกาเบาๆ แล้วเสียงคลิกเบาๆ ก็ดังขึ้น

ทันใดนั้น แสงเลเซอร์สีแดงที่เคยมองไม่เห็นด้วยตาเปล่าก็ปรากฏขึ้นเป็นเส้นสายตาข่ายที่สลับซับซ้อน ส่องสว่างวาบขึ้นมาเพียงชั่วครู่ ก่อนที่พวกมันจะเลือนหายไปในความมืดมิดอีกครั้ง บ่งบอกว่าระบบได้ถูกปิดการทำงานชั่วคราวแล้ว

“ไปกันต่อ” กวินออกคำสั่ง เขาก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบ ทุกคนเดินตามเขาไปอย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังเต้นรำกับความตายในความมืดที่ไร้เสียง

ทางเดินอุโมงค์ใต้ดินทอดยาวและลาดลงอย่างต่อเนื่อง อากาศเริ่มเย็นลงและชื้นมากขึ้นจนสัมผัสได้ถึงหยดน้ำที่เกาะอยู่ตามผนังหิน บางครั้งพวกเขาได้ยินเสียงน้ำหยดติ๋งๆ ลงมาจากเพดาน ราวกับเสียงนาฬิกาที่กำลังนับถอยหลังสู่หายนะ กวินพยายามใช้สมาธิทั้งหมดเพื่อรับรู้ถึงสภาพแวดล้อมรอบตัว เขารู้สึกถึงกระแสลมที่พัดผ่านอย่างแผ่วเบา ซึ่งบ่งบอกว่ามีช่องทางเชื่อมต่อไปยังส่วนอื่นของฐานทัพ หรืออาจจะเป็นทางระบายอากาศ

“กัปตัน... ผมว่าเรากำลังเข้าใกล้ห้องปฏิบัติการหลักแล้ว” นารากระซิบ เสียงของเธอเริ่มมีความตื่นเต้นปนอยู่เล็กน้อย “สัญญาณรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีคลื่นความถี่บางอย่างที่ไม่คุ้นเคย แผ่ออกมาจากด้านใน”

“คลื่นความถี่แบบไหน?” กวินถามอย่างรวดเร็ว

“คล้ายกับคลื่นความถี่ที่ใช้ในการควบคุมอุปกรณ์ขนาดเล็ก หรืออาจจะเป็นเซ็นเซอร์ชีวภาพแบบละเอียดสูงค่ะ” นาราอธิบาย “มันค่อนข้างซับซ้อนและมีกำลังสูงมาก”

คำพูดของนาราสร้างความรู้สึกตึงเครียดให้แก่ทีม กวินรู้ดีว่าห้องปฏิบัติการหลักคือจุดศูนย์กลางขององค์กรเงาอสูร ที่นั่นคือที่ที่พวกเขาจะผลิตและเก็บอาวุธชีวภาพทำลายล้างโลกเอาไว้ มันเป็นสถานที่ที่อันตรายที่สุด และจะต้องมีการป้องกันที่แน่นหนาที่สุดอย่างแน่นอน

เมื่อพวกเขาเดินไปได้อีกไม่ไกลนัก อุโมงค์ก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้นและมีแสงไฟสลัวๆ ส่องมาจากด้านหน้า กวินยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนหยุด เขาเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ แล้วค่อยๆ ชะโงกหน้าออกไปจากมุมผนังเพื่อสำรวจสถานการณ์

เบื้องหน้าของพวกเขาคือห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนและตู้คอนเทนเนอร์เหล็กขนาดใหญ่หลายสิบตู้เรียงรายเป็นแถว มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในชุดสีดำสนิทติดอาวุธครบมือเดินตรวจตราอยู่เป็นระยะๆ กวินนับจำนวนเจ้าหน้าที่ได้ประมาณห้าถึงหกคน แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือมีกล้องวงจรปิดแบบอินฟราเรดติดตั้งอยู่ทุกซอกทุกมุมของห้องโถง ราวกับดวงตาปีศาจที่กำลังจ้องมองความเคลื่อนไหวทุกฝีก้าว

“นารา เห็นอะไรไหม?” กวินกระซิบ

“กล้องวงจรปิดทั้งหมดเป็นรุ่นล่าสุดค่ะกัปตัน เชื่อมต่อกับระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ซับซ้อนมาก และมีเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวแบบละเอียดสูง ถ้าเราพยายามปิดระบบ ผมเกรงว่ามันจะส่งสัญญาณเตือนภัยทันที” นาราตอบกลับมาอย่างกังวล

“แล้วทางอื่นล่ะ?”

“มีทางเดินระบายอากาศอยู่ด้านบน แต่ทางเข้าค่อนข้างแคบ และมีตะแกรงเหล็กปิดกั้นไว้อย่างแน่นหนา” นาราบอก “นอกจากนี้ยังมีระบบรักษาความปลอดภัยแบบไบโอเมตริกซ์ที่ประตูทางเข้าหลัก ซึ่งเรายังไม่มีข้อมูล”

กวินพิจารณาสถานการณ์อย่างรอบคอบ เขามองเห็นถึงความยากลำบากที่อยู่เบื้องหน้า การบุกเข้าไปในห้องโถงนี้โดยตรงเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ พวกเขาจะต้องหาวิธีที่จะผ่านมันไปให้ได้โดยไม่ให้ศัตรูรู้ตัวแม้แต่น้อย

“ราม นายพร้อมไหม?” กวินหันไปถามราม

รามพยักหน้าอย่างเงียบๆ เขายกปืนไรเฟิลขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง ดวงตาของเขาส่องประกายเย็นชา “พร้อมเสมอครับกัปตัน”

“ลดา เธอต้องหาวิธีเปิดทางระบายอากาศ ส่วนนารา เธอต้องเตรียมพร้อมที่จะแทรกแซงระบบ ถ้ามีอะไรผิดพลาดแม้แต่น้อย” กวินออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด “หมอเอก เตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์”

ทุกคนพยักหน้ารับคำสั่งอย่างพร้อมเพรียง กวินรู้ดีว่าทีมของเขาคือกลุ่มคนนอกคอกที่ถูกสังคมตีตรา แต่ทว่าแต่ละคนล้วนมีทักษะและความสามารถที่หาตัวจับยาก พวกเขาคือเศษเสี้ยวของมนุษย์ที่ถูกทอดทิ้ง แต่เมื่อมารวมกัน พวกเขากลับกลายเป็นพลังที่แข็งแกร่งเกินกว่าใครจะคาดเดา

ลดาเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบราวกับแมวป่าที่กำลังสะกดรอยเหยื่อ เธอปีนป่ายขึ้นไปบนผนังอย่างคล่องแคล่วราวกับไม่มีแรงโน้มถ่วง ด้วยอุปกรณ์เกี่ยวตะขอขนาดเล็ก เธอสามารถปีนขึ้นไปจนถึงช่องระบายอากาศที่อยู่สูงจากพื้นประมาณสามเมตรได้อย่างง่ายดาย แสงไฟสลัวๆ จากห้องโถงด้านล่างส่องให้เห็นเงาร่างบอบบางของเธอที่กำลังทำงานอย่างเงียบงัน

“ตะแกรงเหล็กหนามากค่ะกัปตัน ต้องใช้เวลาสักหน่อย” ลดาแจ้งให้กวินทราบ

“เราไม่มีเวลามากนัก” กวินตอบอย่างเคร่งเครียด เขามองไปที่นาฬิกาข้อมือ เวลาเป็นสิ่งมีค่าที่สุดในภารกิจนี้ ทุกนาทีที่ผ่านไป หมายถึงโอกาสที่อาวุธชีวภาพจะถูกใช้งานกำลังเพิ่มขึ้น

ขณะที่ลดากำลังง่วนอยู่กับการเปิดตะแกรงเหล็กอยู่นั้น นาราก็กระซิบขึ้นมาอีกครั้ง “กัปตัน... ผมตรวจพบสัญญาณการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม มีรถขนส่งขนาดเล็กกำลังเคลื่อนเข้ามาในห้องโถง”

กวินรีบชะโงกหน้าออกไปดูอีกครั้ง แล้วเขาก็เห็นรถขนส่งขนาดเล็กสีดำสนิทคันหนึ่งกำลังเคลื่อนเข้ามาจอดกลางห้องโถง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอีกสองคนเดินลงมาจากรถคันนั้น พวกเขาแต่งกายด้วยชุดป้องกันสารเคมีอย่างรัดกุม และกำลังเคลื่อนย้ายตู้คอนเทนเนอร์ขนาดเล็กสีเงินลงมาจากรถอย่างระมัดระวัง

“นั่นมันอะไร?” รามถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย

“น่าจะเป็นตัวอย่างอาวุธชีวภาพ หรือสารตั้งต้นบางอย่าง” หมอเอกตอบด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด “พวกเขาระมัดระวังเป็นพิเศษ แสดงว่าสิ่งที่อยู่ในตู้คอนเทนเนอร์นั้นอันตรายอย่างยิ่ง”

กวินรู้สึกถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น เขารู้สึกได้ว่าภารกิจนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม การเผชิญหน้ากับองค์กรเงาอสูรไม่ใช่แค่การหยุดยั้งอาวุธชีวภาพ แต่เป็นการต่อสู้กับความมืดมิดที่แฝงเร้นอยู่ในทุกซอกมุมของโลก

“ลดา เร็วเข้า!” กวินเร่ง

ลดากัดฟันกรอด เธอพยายามใช้เครื่องมือตัดเหล็กขนาดเล็กจัดการกับตะแกรงเหล็กที่แข็งแรงอย่างสุดความสามารถ เสียงเสียดสีของโลหะเบาๆ ดังขึ้นเป็นระยะๆ แต่ก็ถูกกลบด้วยเสียงเครื่องยนต์ของรถขนส่งและเสียงการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

จู่ๆ สัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงไซเรนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งป้อมปราการ แสงไฟสีแดงฉานกะพริบวูบวาบไปทั่วทุกมุมห้องโถง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกคนหันขวับมาทางทิศทางที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่

“เราถูกจับได้แล้ว!” รามตะโกน

กวินไม่รอช้า เขาตัดสินใจในเสี้ยววินาที “ทุกคน! เตรียมพร้อมเข้าปะทะ!”

เขาชักปืนพกคู่ใจออกมาจากซองหนัง เตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูที่กำลังวิ่งกรูกันเข้ามาจากทุกทิศทาง ใบหน้าของเขาแม้จะอยู่ภายใต้ความมืดมิด แต่ดวงตากลับฉายแววแห่งความมุ่งมั่นและความกล้าหาญที่เคยถูกบดบังด้วยความขี้ขลาดในอดีต บัดนี้มันได้กลับมาส่องประกายอีกครั้ง

ภารกิจ "เพชฌฆาตเงา" กำลังเข้าสู่บททดสอบที่แท้จริง และกวินจะต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขาไม่ใช่คนขี้ขลาดอีกต่อไป แต่เป็นผู้นำที่พร้อมจะเสียสละทุกสิ่งเพื่อปกป้องโลกใบนี้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เพชฌฆาตเงา

เพชฌฆาตเงา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!