เช้าวันต่อมา แสงแดดส่องลอดผ้าม่านสีอ่อนเข้ามาในห้องนอน ณิชาลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่หัวราวกับมีก้อนหินมาทับไว้ เธอไม่ได้หลับสนิทเมื่อคืน ฝันร้ายที่รุนแรงและเหมือนจริงผิดปกติได้เข้ามาคุกคามเธอตั้งแต่ช่วงเวลาที่เธอล้มตัวลงนอน มันไม่ใช่แค่ฝันธรรมดา แต่เป็นฝันที่ทิ้งร่องรอยความหวาดกลัวและคำถามไว้ในจิตใจ
ภาพแรกที่ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดคือความมืดมิด ภาพของห้องที่ไม่คุ้นเคย ห้องที่ไร้แสงสว่าง มีเพียงเงาลางๆ ของเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ รอบตัว เธอรู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่สัมผัสผิวหนัง ไม่ใช่ความหนาวเย็นของอากาศ แต่เป็นความหนาวเย็นที่มาจากความกลัวลึกๆ ในใจ เสียงกรีดร้องแหลมเล็กดังก้องอยู่ในความฝัน ณิชาไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงของใคร เป็นเสียงของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เด็กผู้หญิงที่กำลังหวาดกลัวสุดขีด
ในความฝัน เธอพยายามจะขยับตัว พยายามจะวิ่งหนี แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อราวกับถูกพันธนาการไว้ ภาพหลอนค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในความมืดมิดนั้น เงาร่างหนึ่งที่สูงใหญ่และน่ากลัว คล้ายกับอสุรกายที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง ณิชาพยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่เสียงของเธอกลับถูกกลืนหายไปในลำคอ มีเพียงเสียงสะอื้นและเสียงลมหายใจที่สั่นเครือของตัวเองเท่านั้นที่เธอได้ยิน
แล้วภาพก็ตัดไป เป็นภาพของวัตถุบางอย่างที่แตกกระจายอยู่บนพื้น เสียงเพล้ง! ดังก้องอยู่ในโสตประสาท มันเป็นเสียงที่คุ้นเคยอย่างประหลาด แต่เธอจำไม่ได้ว่าเคยได้ยินมันที่ไหน เศษแก้วคมกริบสะท้อนแสงไฟสลัวๆ ที่เล็ดรอดมาจากภายนอก พร้อมกับเงาสะท้อนที่บิดเบี้ยวของบางสิ่งบางอย่างที่เธอไม่อาจมองเห็นได้ชัดเจน
ณิชาสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยอาการหอบถี่ เหงื่อกาฬไหลซึมไปทั่วแผ่นหลังและหน้าผาก หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เธอใช้มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกที่สั่นไหว อีกข้างหนึ่งควานหาโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงเพื่อดูเวลา นาฬิกาบอกว่าเพิ่งจะตีสี่ครึ่ง แต่เธอไม่คิดจะข่มตาหลับอีกแล้ว
"มันคืออะไรกันแน่?" เธอพึมพำกับตัวเอง เสียงแหบพร่า ความฝันเมื่อคืนนี้มันเหมือนจริงจนน่าขนลุก ทุกรายละเอียด ทุกสัมผัส ทุกเสียง มันชัดเจนราวกับเธอได้ย้อนเวลากลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ แต่เหตุการณ์อะไรล่ะ? เธอไม่เคยจำได้ว่าตัวเองเคยอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นมาก่อน แต่ความรู้สึกคุ้นเคยนั้นมันแข็งแกร่งจนเธอไม่อาจละเลยได้
ตลอดทั้งวัน ณิชาพยายามทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอชงกาแฟ อัปโหลดภาพสตูดิโอที่จัดวางอย่างสวยงามเหมือนเช่นเคย แต่ภายในจิตใจของเธอกลับว้าวุ่น เธอพยายามวาดภาพ แต่พู่กันกลับไม่เป็นไปตามที่ใจสั่ง สีสันสดใสที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของเธอตอนนี้ดูหม่นหมองและไร้ชีวิตชีวา ภาพในความฝันยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ เสียงกรีดร้องแหลมเล็กนั้นยังคงดังก้อง และเงาร่างสูงใหญ่ก็ยังคงน่าหวาดกลัว
บ่ายวันนั้น ณิชาตัดสินใจโทรหาแม่ของเธอ เป็นสิ่งที่เธอไม่ค่อยทำนัก นอกจากในโอกาสพิเศษ แม่ของเธอเป็นคนที่ไม่ค่อยพูดถึงเรื่องในอดีตมากนัก โดยเฉพาะเรื่องวัยเด็กของณิชา แม่มักจะตอบเลี่ยงๆ หรือเปลี่ยนเรื่องเสมอเมื่อเธอพยายามสอบถามเกี่ยวกับเรื่องเหล่านั้น
“ฮัลโหลแม่” ณิชากรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติ “อ้าว ณิชา โทรมามีอะไรเหรอจ๊ะ” เสียงแม่ตอบกลับมาอย่างอบอุ่น แต่ณิชากลับรู้สึกได้ถึงความกังวลบางอย่างแฝงอยู่ในน้ำเสียงนั้น “ไม่มีอะไรค่ะแม่ แค่คิดถึงเฉยๆ” เธอโกหก “แต่ว่า... ณิชามีเรื่องอยากถามแม่หน่อยค่ะ” “เรื่องอะไรล่ะลูก” “เรื่องตอนเด็กๆ ของณิชาค่ะ แม่จำได้ไหมคะว่าณิชามีเพื่อนสนิทบ้างไหม หรือมีเรื่องอะไรที่ณิชาเคยกลัวเป็นพิเศษหรือเปล่า”
ปลายสายเงียบไปชั่วขณะ ณิชารู้สึกได้ถึงความอึดอัดที่แผ่ซ่านออกมาจากโทรศัพท์ “ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องนี้ล่ะลูก ณิชาไม่สบายหรือเปล่า” เสียงแม่ดูเป็นกังวลมากขึ้น “เปล่าค่ะแม่ แค่ช่วงนี้ณิชานอนฝันร้ายบ่อยๆ มันเหมือนเรื่องตอนเด็กๆ ที่ณิชาจำไม่ได้” เธอพยายามอธิบาย “โอ๊ย ณิชา ไม่เป็นไรหรอกลูก ฝันก็คือฝันน่ะ อย่าไปคิดมากเลยนะ” แม่พูดรวบรัด “ตอนเด็กๆ ณิชาก็เป็นเด็กปกติทั่วไปนี่แหละจ้ะ ร่าเริงแจ่มใสดี ออกจะซนหน่อยๆ ด้วยซ้ำ” “แล้ว... ไม่มีเหตุการณ์อะไรพิเศษเกิดขึ้นบ้างเลยเหรอคะ” ณิชาไม่ยอมแพ้ “ไม่มีหรอกจ้ะลูก ทุกอย่างก็ปกติ” น้ำเสียงของแม่ดูจะรีบตัดบท “เอาไว้คุยกันใหม่นะแม่ต้องไปทำธุระแล้ว” “แต่แม่คะ...”
แม่วางสายไปแล้ว ณิชาได้ยินเพียงเสียงสัญญาณโทรศัพท์ที่ดังติ๊ดๆ เธอกำโทรศัพท์แน่น รู้สึกผิดหวังและสับสน ณิชาพยายามจะรื้อฟื้นความทรงจำในวัยเด็กของตัวเอง แต่ทุกอย่างมันพร่าเลือนจนน่าตกใจ เธอจำเรื่องราวในวัยเด็กได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นภาพตัดๆ ที่ไม่มีความต่อเนื่อง ไม่เหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ ที่มักจะมีเรื่องเล่าในวัยเยาว์ที่น่าประทับใจเสมอ
ทำไมเธอถึงจำอะไรไม่ได้เลย? หรือมันมีอะไรบางอย่างที่เธอพยายามจะลืมไปตลอด? คำถามเหล่านี้เริ่มเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในจิตใจของณิชา สร้างความไม่สบายใจให้เธอมากขึ้นเรื่อยๆ
เย็นวันนั้น ณิชาตัดสินใจไปเดินเล่นในสวนสาธารณะใกล้บ้าน เธอเดินไปเรื่อยๆ ท่ามกลางผู้คนที่มาออกกำลังกายและครอบครัวที่มาพักผ่อนหย่อนใจ ทุกคนดูมีความสุข ยกเว้นเธอ ณิชารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอก เป็นเพียงเงาที่เดินผ่านไปในโลกที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง
ระหว่างที่เธอกำลังเดินผ่านสนามเด็กเล่น เสียงหัวเราะของเด็กๆ ที่กำลังเล่นสไลเดอร์และชิงช้าดังก้องเข้ามาในหู เธอหยุดยืนมองภาพเหล่านั้น ภาพของเด็กน้อยสองคนกำลังวิ่งไล่จับกันอย่างสนุกสนาน ทันใดนั้น ภาพในความฝันเมื่อคืนก็ฉายชัดขึ้นมาอีกครั้ง เสียงกรีดร้องแหลมเล็ก ภาพของห้องมืดๆ เงาร่างสูงใหญ่ และเศษแก้วที่แตกกระจายบนพื้น
ณิชาเอามือกุมขมับ รู้สึกเหมือนมีเข็มเป็นพันเล่มกำลังทิ่มแทงเข้าไปในสมอง เธอพยายามสะบัดภาพเหล่านั้นออกไป แต่มันกลับยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ "ไม่จริง... มันแค่ความฝัน" เธอพึมพำกับตัวเอง แต่แล้ว สายตาของเธอก็พลันไปสะดุดกับเงาสะท้อนของตัวเองบนพื้นผิวโลหะของสไลเดอร์ เงาสะท้อนที่ดูบิดเบี้ยวและผิดรูปผิดร่างไปจากความเป็นจริง "เธอพยายามจะซ่อนอะไร" เสียงกระซิบแผ่วเบาที่คุ้นเคยดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดูชัดเจนกว่าที่เคย
ณิชาหันซ้ายหันขวา ไม่มีใครอยู่ใกล้เธอเลย ไม่มีใครได้ยินเสียงนั้น นอกจากตัวเธอเอง เธอรู้สึกเหมือนรอยร้าวเล็กๆ กำลังเริ่มก่อตัวขึ้นในมโนสำนึกของเธอ เป็นรอยร้าวที่คุกคามจะเปิดเผยความจริงบางอย่างที่เธอพยายามจะกดทับมันเอาไว้มาตลอดชีวิต ความจริงที่อาจจะเปลี่ยนมุมมองที่เธอมีต่อตัวเองและโลกทั้งใบ
เธอกลับมาที่สตูดิโอในสภาพที่อ่อนล้าทั้งกายและใจ เธอทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวโปรด จ้องมองไปยังผืนผ้าใบที่ว่างเปล่าราวกับมันกำลังหัวเราะเยาะเย้ยเธอ ณิชารู้สึกว่าเธอไม่อาจเมินเฉยต่อสัญญาณเหล่านี้ได้อีกต่อไป ความฝันและเสียงกระซิบนั้นมันไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ มันเป็นเหมือนประตูที่กำลังจะเปิดออกไปสู่บางสิ่งบางอย่างที่อยู่ลึกที่สุดในจิตใจของเธอ
คืนนั้น ณิชาไม่ได้พยายามจะโพสต์รูปภาพใดๆ ลงบนโลกออนไลน์อีกแล้ว เธอทิ้งตัวลงบนเตียง พยายามจะหลับตาลงอีกครั้ง แต่ภาพหลอนและเสียงกระซิบยังคงตามหลอกหลอนเธอ เธอรู้แล้วว่าเธอจำเป็นต้องหาคำตอบ เธอจำเป็นต้องรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เธอหลงลืมไปจากอดีต เพื่อที่จะได้ปะติดปะต่อตัวตนที่แตกร้าวของเธอให้กลับมาเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง

กระจกเงามายา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก