หลังจากที่รุ้งพราวได้รู้ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับอนันต์เดช ความรู้สึกของเธอก็ปั่นป่วนอย่างรุนแรง เธอรู้สึกทั้งโกรธ เสียใจ และผิดหวังที่เขาปกปิดเรื่องราวสำคัญขนาดนี้ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็เข้าใจถึงเหตุผลที่เขาทำเช่นนั้น และความรักที่เธอมีให้เขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
อนันต์เดชถูกปล่อยตัวออกมาจากสถานีตำรวจในตอนบ่าย หลังจากที่ทนายความของตระกูลวิวัฒนโชติเข้ามาจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ เขาตรงดิ่งกลับมาที่คอนโดทันที และพบว่ารุ้งพราวกำลังนั่งรอเขาอยู่ด้วยสีหน้าเป็นกังวล
“รุ้ง…” เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอเบาๆ เดินเข้าไปนั่งข้างๆ เธอบนโซฟา
รุ้งพราวเงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาของเธอแดงก่ำจากการร้องไห้ เธอไม่พูดอะไร เพียงแค่โผเข้ากอดเขาแน่น
อนันต์เดชกอดตอบเธอแน่นเช่นกัน เขารู้สึกผิดอย่างสุดซึ้งที่ทำให้เธอต้องมาเผชิญหน้ากับเรื่องราวแบบนี้
“ฉันขอโทษนะรุ้ง” เขาพึมพำข้างหูเธอ “ฉันขอโทษจริงๆ ที่ไม่เคยบอกเธอเรื่องนี้”
“ทำไมคุณถึงไม่บอกฉันอนันต์” รุ้งพราวถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “คุณไม่เชื่อใจฉันเหรอ”
อนันต์เดชส่ายหน้าช้าๆ “ไม่ใช่เลยรุ้ง… ฉันเชื่อใจเธอมากกว่าใครในโลกนี้ แต่ฉันแค่ไม่อยากให้เธอต้องมาเสี่ยงอันตรายไปกับฉัน”
“แล้วคุณคิดว่าการปกปิดความจริงมันจะทำให้ฉันปลอดภัยเหรอคะ” รุ้งพราวเงยหน้าขึ้นมองเขา “มันกลับทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง… เหมือนไม่สำคัญพอที่จะรู้เรื่องราวในชีวิตของคุณ”
อนันต์เดชกุมมือเธอไว้แน่น “ฉันรู้ว่าฉันผิด… ฉันควรจะบอกเธอตั้งแต่แรก แต่ฉันกลัว… กลัวว่าถ้าเธอรู้ความจริง เธอจะทิ้งฉันไป”
“ฉันไม่ทิ้งคุณไปหรอกอนันต์” รุ้งพราวตอบด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ฉันรักคุณ… ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม”
คำพูดนั้นทำให้ดวงตาของอนันต์เดชแดงก่ำ เขาดึงเธอเข้ามากอดอีกครั้ง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความรู้สึกผิดและความโล่งใจไหลรินออกมา
หลังจากนั้น อนันต์เดชก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้รุ้งพราวฟังอย่างละเอียด ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เขาเข้าไปพัวพันกับกลุ่มอาชญากรรม การตัดสินใจที่จะเป็นพยานให้กับตำรวจ การใช้ชีวิตภายใต้การคุ้มครองของพยาน และความพยายามที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะ ‘อนันต์’
“ฉันอยากจะใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดารุ้ง” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว “อยากจะสร้างครอบครัวที่มีความสุขกับเธอ”
รุ้งพราวซบหน้าลงกับแผงอกของเขา เธอรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดและความปรารถนาที่เขามี
“แล้วตอนนี้เกิดอะไรขึ้นคะ” รุ้งพราวถาม “ทำไมถึงมีคนตามล่าคุณอีก”
อนันต์เดชถอนหายใจเฮือกใหญ่ “กลุ่มคนพวกนั้นไม่เคยลืมคนที่หักหลังพวกเขาหรอกรุ้ง… พวกเขารู้ว่าฉันกลับมาที่นี่แล้ว และพวกเขาก็ต้องการจะแก้แค้น”
“แล้วคุณจะทำยังไงคะ” รุ้งพราวถามด้วยความเป็นห่วง
“ฉันต้องจัดการเรื่องนี้ให้จบ” อนันต์เดชตอบ “ฉันไม่อยากให้เธอต้องมาเดือดร้อนเพราะฉัน”
“คุณไม่ได้อยู่คนเดียวนะอนันต์” รุ้งพราวเงยหน้าขึ้นมองเขา “ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ”
คำพูดนั้นทำให้หัวใจของอนันต์เดชอบอุ่นขึ้นมา เขากุมมือเธอไว้แน่น “ขอบคุณนะรุ้ง… ขอบคุณจริงๆ”
ในวันต่อมา อนันต์เดชก็เริ่มดำเนินการจัดการกับปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ เขาติดต่อกับทนายความและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เคยดูแลคดีของเขา เพื่อขอความช่วยเหลือในการปกป้องตัวเองและรุ้งพราว
รุ้งพราวพยายามใช้ชีวิตให้เป็นปกติที่สุด เธอไปทำงานที่บริษัทสถาปนิกตามปกติ แต่ในใจก็เต็มไปด้วยความกังวล เธอรู้ว่าอนันต์เดชกำลังเผชิญหน้ากับอันตราย และเธอก็กลัวว่าเขาจะเป็นอะไรไป
วันหนึ่ง ขณะที่รุ้งพราวกำลังทำงานอยู่ในออฟฟิศ โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น ชื่อของ ‘ป้าอิ่ม’ ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
“ป้าอิ่มคะ มีอะไรหรือเปล่าคะ” รุ้งพราวรับสายด้วยความเป็นห่วง
“คุณรุ้งพราวคะ… มีคนแปลกหน้ามาที่บ้านพักคุณอนันต์เดชค่ะ” เสียงของป้าอิ่มเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “พวกเขาดูน่ากลัวมาก”
รุ้งพราวรู้สึกใจหายวาบ “อนันต์เดชอยู่บ้านหรือเปล่าคะ”
“ไม่อยู่ค่ะ” ป้าอิ่มตอบ “เขาออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า”
“ป้าอิ่มระวังตัวด้วยนะคะ อย่าออกไปไหน” รุ้งพราวบอกด้วยความเป็นห่วง “ฉันจะรีบไปที่นั่นเดี๋ยวนี้”
รุ้งพราวรีบวางสายและโทรหาอนันต์เดชทันที แต่เขาก็ไม่รับสาย เธอพยายามโทรซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็ไม่มีการตอบกลับ
ความกังวลกัดกินหัวใจเธอจนแทบจะหยุดหายใจ เธอรู้ว่าสถานการณ์กำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆ เธอรีบออกจากออฟฟิศและขับรถตรงไปยังบ้านพักของอนันต์เดชทันที
ระหว่างทาง เธอพยายามโทรหาอนันต์เดชอีกครั้ง และในที่สุด เขาก็รับสาย
“อนันต์… คุณอยู่ไหนคะ” รุ้งพราวถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“รุ้ง… เธออยู่ไหน” เสียงของอนันต์เดชฟังดูเคร่งเครียดและตื่นตระหนก “เธอปลอดภัยดีใช่ไหม”
“ฉันกำลังจะไปที่บ้านพักของคุณค่ะ” รุ้งพราวตอบ “ป้าอิ่มบอกว่ามีคนแปลกหน้ามาที่นั่น”
“อย่าไปนะรุ้ง!” อนันต์เดชตะโกนเสียงดัง “มันอันตรายมาก”
“แต่ฉันเป็นห่วงคุณนะ”
“ฉันไม่เป็นไรหรอก” อนันต์เดชตอบ “เธอไปหลบอยู่ที่อื่นก่อนนะ ฉันจะจัดการเรื่องนี้เอง”
“ไม่ค่ะ!” รุ้งพราวตอบอย่างหนักแน่น “ฉันจะไปหาคุณ”
อนันต์เดชถอนหายใจเฮือกใหญ่ “รุ้ง… ได้โปรดฟังฉันนะ เธอต้องปลอดภัย”
“แล้วคุณล่ะคะ” รุ้งพราวถาม “คุณจะปลอดภัยไหม”
อนันต์เดชเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด”
คำพูดนั้นทำให้รุ้งพราวรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบอัด เธอรู้ว่าอนันต์เดชกำลังเผชิญหน้ากับอันตรายถึงชีวิต และเธอก็ไม่สามารถทนอยู่เฉยๆ ได้
เมื่อมาถึงบ้านพักของอนันต์เดช รุ้งพราวก็พบว่าประตูรั้วเปิดทิ้งไว้ และมีรถยนต์คันหนึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน เธอจอดรถของเธอห่างออกไปเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปในบ้านอย่างเงียบเชียบ
เธอเห็นป้าอิ่มยืนตัวสั่นอยู่หน้าบ้าน สีหน้าของป้าอิ่มซีดเผือดราวกับเห็นผี
“ป้าอิ่มคะ เกิดอะไรขึ้นคะ” รุ้งพราวถามด้วยความเป็นห่วง
“คุณรุ้งพราว… พวกเขาเข้าไปในบ้านแล้วค่ะ” ป้าอิ่มตอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ “พวกเขาตามหาคุณอนันต์เดช”
รุ้งพราวรู้สึกใจหายวาบ เธอรู้ว่าเธอต้องทำอะไรบางอย่าง เธอไม่สามารถปล่อยให้อนันต์เดชเผชิญหน้ากับอันตรายเพียงลำพังได้
เธอเดินเข้าไปในบ้านอย่างระมัดระวัง เสียงพูดคุยดังมาจากห้องนั่งเล่น เธอแอบมองเข้าไป และเห็นชายฉกรรจ์สองสามคนกำลังรื้อค้นข้าวของในห้องอย่างบ้าคลั่ง
และในขณะนั้นเอง เธอก็เห็นอนันต์เดชเดินลงมาจากบันได ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความเคร่งเครียด
“พวกแกมาทำอะไรที่นี่!” อนันต์เดชตะโกนเสียงดัง
ชายฉกรรจ์เหล่านั้นหันมามองเขา ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
“ในที่สุดแกก็ปรากฏตัวออกมานะอนันต์เดช” ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เราตามหาแกมานานแล้ว”
อนันต์เดชกำหมัดแน่น “พวกแกต้องการอะไร”
“เราต้องการให้แกชดใช้ในสิ่งที่แกทำไว้” ชายคนนั้นตอบ “แกหักหลังพวกเรา แกต้องตาย”
รุ้งพราวรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้น เธอรู้ว่าอนันต์เดชกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต เธอจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อช่วยเขา
เธอตัดสินใจที่จะโทรหาตำรวจ แต่ในขณะที่เธอกำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ชายคนหนึ่งก็หันมาเห็นเธอเข้า
“นั่นใคร!” ชายคนนั้นตะโกนเสียงดัง
รุ้งพราวรู้สึกเหมือนถูกจับได้ เธอพยายามวิ่งหนี แต่ก็สายเกินไป ชายคนนั้นพุ่งเข้ามาจับแขนเธอไว้แน่น
“ปล่อยฉันนะ!” รุ้งพราวตะโกน
อนันต์เดชเห็นรุ้งพราวถูกจับตัวไป เขาก็รู้สึกโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
“ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้นะ!” อนันต์เดชตะโกนเสียงดัง “อย่ามายุ่งกับเธอ!”
แต่ชายคนนั้นกลับหัวเราะเยาะ “ดูเหมือนว่าแกจะมีจุดอ่อนนะอนันต์เดช”
สถานการณ์กำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆ รุ้งพราวรู้ว่าเธอและอนันต์เดชกำลังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต เธอได้แต่ภาวนาให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น เพื่อให้พวกเขารอดพ้นจากเงื้อมมือของคนร้ายเหล่านี้ไปได้

เงารักซ่อนใจ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก