เงาในรอยร้าว

ตอนที่ 3 — เสียงกระซิบจากอดีต

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

20 ตอน · 784 คำ

เช้าวันรุ่งขึ้น ลลิตาแต่งกายด้วยชุดเรียบง่ายแต่ดูดี เธอตั้งใจจะไปเยี่ยมป้าสมศรี ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ย่านชานเมืองที่ยังคงรักษากลิ่นอายของวันวานเอาไว้อย่างครบถ้วน บรรยากาศอบอุ่นและคุ้นเคยเหมือนในความทรงจำวัยเด็กของเธอ

เมื่อลลิตาเดินทางมาถึง ป้าสมศรีในวัยเจ็ดสิบกว่าๆ ผิวหนังเหี่ยวย่นตามกาลเวลา ‌แต่แววตายังคงแจ่มใสเหมือนเดิม โอบกอดลลิตาด้วยความเอ็นดู “โอ๊ย! หนูลิลลี่ของป้า โตเป็นสาวสวยขนาดนี้แล้ว ไม่เจอกันนานเลยนะลูก”

ทั้งสองนั่งลงจิบชาสมุนไพรกลิ่นหอมกรุ่นในสวนหลังบ้านที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด ลลิตาเริ่มต้นบทสนทนาด้วยเรื่องทั่วไป ก่อนจะค่อยๆ ​สอดแทรกคำถามเกี่ยวกับวัยเด็กของเธออย่างระมัดระวัง

“ป้าสมศรีคะ หนูจำได้ว่าตอนเด็กๆ ป้ามาเล่นกับหนูบ่อยๆ เลยใช่ไหมคะ” “ใช่สิลูก ป้ามาทุกอาทิตย์เลยนะ ลิลลี่น่ะเป็นเด็กน่ารัก ชอบให้ป้าเล่านิทานให้ฟัง” ป้าสมศรียิ้มอย่างอบอุ่น

“แล้ว… ‍มีอะไรแปลกๆ เกิดขึ้นตอนหนูเด็กๆ บ้างไหมคะ หรือเรื่องที่ไม่ธรรมดาอะไรทำนองนั้น” ลลิตาแกล้งถามอย่างสบายๆ พยายามซ่อนความกระวนกระวายใจไว้ภายใน

ป้าสมศรีชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของท่านทอประกายแห่งความกังวลชั่วขณะ ก่อนจะกลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ‌“แปลกๆ เหรอ… ก็ไม่นี่ลูก ก็เป็นเด็กปกติทั่วไปนี่แหละ ซนบ้าง ดื้อบ้างตามประสาเด็ก”

ลลิตาพยายามสังเกตสีหน้าท่าทางของป้าสมศรี เธอเห็นแววตาที่หลุกหลิกและริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างผิดปกติ ราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนักที่จะตอบคำถามของเธอ

“ป้าคะ ‍หนูรู้สึกเหมือนมีความทรงจำเลือนๆ เกี่ยวกับช่วงเวลาหนึ่งที่หนูรู้สึกเหงามากๆ เหมือนถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในห้องมืดๆ” ลลิตาตัดสินใจเล่าความรู้สึกที่ติดค้างในใจออกมาตรงๆ “แล้วก็มีเสียงเพลงกล่อมเด็กที่คุ้นหูมากๆ… แต่หนูจำไม่ได้เลยว่ามันคืออะไร”

เมื่อได้ยินคำว่า “ห้องมืดๆ” และ ​“เสียงเพลงกล่อมเด็ก” สีหน้าของป้าสมศรีก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แววตาที่เคยแจ่มใสกลับเต็มไปด้วยความเศร้าและเจ็บปวด ท่านยกมือขึ้นลูบแขนของลลิตาเบาๆ

“หนูลิลลี่… ความจริงแล้ว ตอนนั้นมันมีเรื่องหนักหนามากนะลูก” เสียงของป้าสมศรีแผ่วลง เหมือนกำลังรำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีต ​“พ่อกับแม่ของหนู… พวกเขาต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ของธุรกิจ ทำให้ต้องเดินทางบ่อยมาก แล้วก็มีช่วงหนึ่งที่พวกเขาต้องไปจัดการเรื่องที่ต่างจังหวัดนานหลายเดือน…”

ลลิตาใจเต้นระรัว “แล้วหนูล่ะคะ หนูไปอยู่กับใครตอนนั้น”

ป้าสมศรีถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ตอนนั้นน่ะ ทั้งคุณพ่อคุณแม่เขายุ่งมากจริงๆ ​ลูก แล้วก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น… พี่เลี้ยงที่ดูแลหนูก็ดันมาล้มป่วยกะทันหัน ไม่มีใครสะดวกที่จะดูแลหนูได้” ป้าสมศรีหยุดพูดไปชั่วครู่ เหมือนกำลังหาคำพูดที่เหมาะสม “หนูถูกส่งไปอยู่กับญาติห่างๆ ที่ต่างจังหวัดน่ะลูก เป็นบ้านสวนเล็กๆ ที่ห่างไกลจากผู้คนมาก… พ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยมีเวลาไปเยี่ยมเท่าไหร่”

“บ้านสวน… ที่ไม่ได้อยู่ในเมือง” ลลิตาพึมพำ คำพูดของเธอก้องอยู่ในหัว เธอจำได้ว่าเคยพูดกับพ่อแม่เรื่องนี้ แต่พวกเขากลับปฏิเสธ

“ใช่แล้วลูก มันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมากนะสำหรับหนู… ป้าจำได้ว่าตอนที่ป้าไปเยี่ยมหนูวันหนึ่ง หนูดูซูบผอมและหวาดกลัวมาก” ป้าสมศรีหลับตาลง ภาพในอดีตคงฉายซ้ำในหัวของท่าน “ห้องที่หนูนอนมันมืดมากนะลูก ตอนกลางคืนไม่มีไฟ พ่อแม่ของญาติคนนั้นก็ไม่ค่อยสนใจหนูเท่าไหร่ ห่วงแต่เรื่องงานของตัวเอง แถมเด็กๆ ที่อยู่ในบ้านก็ชอบรังแกหนูด้วย”

คำบอกเล่าของป้าสมศรีเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจของลลิตา ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นไปทั่วร่าง ภาพหลอนที่พร่าเลือนเริ่มปะติดปะต่อกันเป็นเรื่องราว ห้องมืดๆ ที่เธอเห็น เตียงเด็กอ่อนที่ว่างเปล่า และเสียงสะอื้นไห้ของเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ถูกทิ้งไว้ในความมืดมิด

“แต่ทำไม… ทำไมพ่อกับแม่ถึงไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้หนูฟังเลยคะ” ลลิตาถาม เสียงของเธอสั่นเครือ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า

ป้าสมศรีมองหน้าลลิตาด้วยความเวทนา “ตอนที่หนูถูกรับกลับมา พ่อกับแม่ของหนูเห็นว่าหนูซึมเศร้าและหวาดกลัวมาก พวกเขาจึงตัดสินใจว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก เพื่อให้หนูลืมมันไปเสีย พวกเขาเชื่อว่ามันจะดีต่อหนูที่สุดที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่มีบาดแผลเหล่านั้น”

“ลืมมันไปเสียอย่างนั้นเหรอคะ…” ลลิตาแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง “แล้วความรู้สึกที่มันติดค้างอยู่ในใจหนูล่ะคะ ความว่างเปล่าที่หนูรู้สึกมาตลอดชีวิต มันคือผลจากเรื่องนี้ใช่ไหม”

ป้าสมศรีพยักหน้าอย่างช้าๆ “ใช่แล้วลูก เด็กตัวเล็กๆ อย่างหนูที่ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวและความหวาดกลัวขนาดนั้น มันย่อมทิ้งร่องรอยไว้ในใจเป็นธรรมดา และเมื่อไม่มีใครพูดถึง ไม่มีใครช่วยหนูประมวลผลความรู้สึกเหล่านั้น มันก็ยิ่งถูกกดทับลงไปลึกๆ ในจิตใจ”

ลลิตาลุกขึ้นยืน เธอเดินไปที่ริมระเบียง มองออกไปยังสวนดอกไม้ที่สวยงาม แต่ในสายตาของเธอตอนนี้ กลับเห็นแต่เพียงความมืดมิดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความงดงามเหล่านั้น คำบอกเล่าของป้าสมศรีไม่เพียงแต่ปลดล็อกความทรงจำที่แตกเป็นเสี่ยงๆ เท่านั้น แต่ยังปลดล็อกความเจ็บปวดและความคับแค้นใจที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีอยู่

เธอรู้สึกเหมือนมีบาดแผลขนาดใหญ่ถูกเปิดออก เลือดและความเจ็บปวดไหลทะลักออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ เธอเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงรู้สึกว่างเปล่ามาตลอดชีวิต ทำไมงานศิลปะของเธอถึงไม่เคยสมบูรณ์ เพราะมีบางส่วนของตัวตนที่ถูกทิ้งไว้ในห้องมืดๆ ในบ้านสวนที่ห่างไกลแห่งนั้น

“ป้ามีรูปถ่ายตอนนั้นบ้างไหมคะ หรือที่อยู่ของบ้านหลังนั้น” ลลิตาหันกลับมาถามป้าสมศรีด้วยแววตาแน่วแน่ ไม่มีความลังเลอีกต่อไป

ป้าสมศรีหยิบสมุดเล่มเก่าคร่ำคร่าออกมาจากลิ้นชัก เธอเปิดหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษรลายมือหวัดๆ “นี่คือที่อยู่ของบ้านหลังนั้นลูก ป้าจดไว้เผื่อวันหนึ่งหนูอยากจะกลับไปดู…” ท่านยื่นแผ่นกระดาษสีเหลืองให้ลลิตา

ลลิตารับแผ่นกระดาษมา น้ำตาหยดลงบนตัวอักษรที่พร่าเลือน มันไม่ใช่แค่ที่อยู่ แต่เป็นแผนที่นำทางไปสู่ความจริงที่เธอค้นหามาตลอดชีวิต

“ขอบคุณนะคะป้า ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ” ลลิตาพูดด้วยเสียงสะอื้น เธอกอดป้าสมศรีอย่างแน่นหนา ความรู้สึกอบอุ่นจากป้าสมศรีทำให้เธอรู้สึกว่าอย่างน้อยในโลกนี้ก็ยังมีใครบางคนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเธอ

ระหว่างทางกลับบ้าน ความรู้สึกของลลิตาปั่นป่วน เธอโกรธพ่อกับแม่ที่ปิดบังเรื่องสำคัญขนาดนี้ โกรธตัวเองที่ไม่เคยตั้งคำถามอย่างจริงจัง และโกรธโชคชะตาที่ทำให้เธอต้องแบกรับบาดแผลที่มองไม่เห็นมาตลอดชีวิต

แต่ท่ามกลางความโกรธและความเจ็บปวดนั้น เธอก็รู้สึกถึงพลังบางอย่างผุดขึ้นมา มันคือพลังที่จะต้องค้นหาความจริงให้ถึงที่สุด ไม่ว่าความจริงนั้นจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม เธอจะต้องประกอบเศษเสี้ยวของตัวเองกลับคืนมาให้ได้

หน้านิยาย
หน้านิยาย
เงาในรอยร้าว

เงาในรอยร้าว

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 iDea Memory Group Co.,Ltd — ลิขสิทธิ์ทั้งหมดภายใต้ iDea Memory Group Co.,Ltd เท่านั้น

ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ จัดจำหน่าย จัดพิมพ์ หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นอันขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!