โดย : มนต์ตรา ประกาศิต
30 ตอน · 1,437 คำ
สิบปีแห่งการก่อร่างสร้างอาณาจักรได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝัน ภวินท์ไม่ได้เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มผู้มีวิสัยทัศน์อีกต่อไป แต่เป็นเสาหลักแห่งโลกใบใหม่ เป็นมหาจักรพรรดิแห่งธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยวัยเพียงสามสิบกลางๆ เขาสามารถรวบรวมอำนาจและเทคโนโลยีไว้ในมือจนไม่มีใครเทียบเคียงได้
บนยอดตึกระฟ้าของ Echo Tower ที่สูงเสียดฟ้าจนปลายยอดจรดก้อนเมฆ ภวินท์ยืนมองมหานครเบื้องล่างที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ภาพของเมืองที่ปรับเปลี่ยนไปตามทิศทางที่เขาวางไว้เมื่อสิบปีก่อนมันชัดเจนจนน่าทึ่ง GaiaNet ไม่ใช่แค่ระบบ แต่เป็นชีวิต เป็นลมหายใจของโลกใบนี้ ระบบโครงข่ายอัจฉริยะของเขาควบคุมทุกอย่างตั้งแต่การจราจรที่ไหลลื่นไร้จุดติดขัด การบริหารจัดการพลังงานสะอาดในทุกครัวเรือน ไปจนถึงการคาดการณ์และป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างแม่นยำ ทุกวันนี้ ประชาชนทั่วโลกตื่นขึ้นมาพร้อมกับข้อมูลจาก GaiaNet ที่ช่วยให้พวกเขาวางแผนชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
“ทุกอย่างราบรื่นดีครับคุณภวินท์” วินัยก้าวเข้ามาพร้อมกับรายงานสรุปประจำวันในมือ เขาในวัยสี่สิบต้นๆ ยังคงเป็นมือขวาที่ซื่อสัตย์และทรงประสิทธิภาพไม่เปลี่ยนแปลง “ยอดผู้ใช้งาน StarNet แตะสองพันล้านบัญชีแล้วครับ การเชื่อมต่อโครงข่ายเหนือชั้นทำลายสถิติอีกครั้งเมื่อวานนี้ โครงการสำรวจดาวอังคารเฟสสองก็กำลังคืบหน้าตามแผน ไม่มีอะไรรบกวนการทำงานของเราเลยครับ”
ภวินท์รับรายงานมาพลิกดูคร่าวๆ ก่อนจะวางลงบนโต๊ะกระจกใส “ไม่มีอะไรรบกวน… นั่นคือสิ่งที่เราต้องการวินัย” น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความหมายลึกซึ้ง ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปยังเส้นขอบฟ้าที่ไกลออกไป “แต่ในโลกใบนี้ อะไรที่ยิ่งใหญ่เกินไป ย่อมต้องมีแรงต้านที่รุนแรงตามมาเสมอ”
วินัยพยักหน้ารับ เขารู้ดีว่าภวินท์หมายถึงอะไร “GlobalTech Inc. ยังคงพยายามทุกวิถีทางครับคุณภวินท์ แต่ดูเหมือนจะไร้ผล พวกเขาพยายามสร้างระบบโครงข่ายคู่ขนานที่เรียกว่า ‘Nexus’ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีและทรัพยากร ทำให้ยังห่างชั้นจาก StarNet ของเราหลายขุมนัก”
“นั่นเป็นเพียงผิวเผินวินัย” ภวินท์หันกลับมาเผชิญหน้ากับวินัย สีหน้าของเขาจริงจังขึ้น “มาร์คัส ธอร์น ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ ยิ่งเราขึ้นสูงเท่าไหร่ เขายิ่งต้องหาวิธีดึงเราลงมา เขาไม่เคยต้องการแค่ ‘แข่งขัน’ แต่เขาต้องการ ‘ครอบครอง’ และสิ่งที่เขาสูญเสียไปในตลอดสิบปีที่ผ่านมา มันคือทุกสิ่งทุกอย่างของเขา”
จริงอย่างที่ภวินท์ว่า ตลอดสิบปีที่ผ่านมา GlobalTech Inc. ถูกบีบให้ต้องถอนตัวจากตลาดสำคัญหลายแห่ง หุ้นร่วงดิ่งอย่างต่อเนื่อง ชื่อเสียงที่เคยเป็นที่หนึ่งถูก Echo Systems กลืนกินจนแทบไม่เหลือ มาร์คัส ธอร์น ผู้ที่เคยยืนอยู่บนบัลลังก์แห่งเทคโนโลยี ต้องทนมองอาณาจักรของเขาพังทลายลงด้วยน้ำมือของเด็กหนุ่มที่เขาเคยดูถูกมาโดยตลอด
“เราได้ข้อมูลจากสายข่าวของเราครับ” วินัยเปิดแท็บเล็ตขึ้นมาดู “GlobalTech Inc. ได้ระดมทุนก้อนใหญ่จากกลุ่มนักลงทุนลึกลับเมื่อไม่นานมานี้ และมีการเปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารครั้งสำคัญ มาร์คัส ธอร์น ถอนตัวจากตำแหน่ง CEO โดยแต่งตั้ง ‘อีวา เรเยส’ อดีตผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์และไซเบอร์ซีเคียวริตี้จากกองทัพ ให้ขึ้นมาเป็น CEO คนใหม่แทนครับ”
“อีวา เรเยส…” ภวินท์ทวนชื่อนั้นช้าๆ มันเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูนัก แต่การที่มาร์คัส ธอร์นยอมถอยตัวเองลงไปอยู่เบื้องหลัง ยิ่งบ่งบอกว่าแผนการในครั้งนี้จะต้องไม่ธรรมดา “ตรวจสอบประวัติของเธอให้ละเอียดวินัย”
“เรียบร้อยแล้วครับ เธอเป็นอัจฉริยะด้านการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อมูล มีชื่อเสียงในวงการใต้ดินว่าสามารถเจาะระบบใดๆ ก็ได้ เธอก่อนหน้านี้เป็นที่ปรึกษาด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ให้กับรัฐบาลหลายประเทศ… และเป็นลูกศิษย์คนโปรดของศาสตราจารย์คอร์เนลิอุส ฟอร์สเตอร์” วินัยกล่าวพร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียด
ชื่อของศาสตราจารย์คอร์เนลิอุส ฟอร์สเตอร์ ทำให้ภวินท์ถึงกับขมวดคิ้ว ศาสตราจารย์ผู้นี้คือหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่เก่งกาจที่สุดในสาขาปัญญาประดิษฐ์ เป็นผู้ให้กำเนิดแนวคิด ‘Singularity AI’ หรือปัญญาประดิษฐ์ที่มีความสามารถเทียบเท่าและอาจเหนือกว่าสติปัญญาของมนุษย์ทั้งหมดรวมกัน เขาเคยเป็นผู้สอนของภวินท์ในมหาวิทยาลัย และเป็นหนึ่งในผู้ที่ภวินท์ให้ความเคารพอย่างสูง แต่ศาสตราจารย์ฟอร์สเตอร์ก็หายตัวไปอย่างลึกลับเมื่อหลายปีก่อน หลังจากที่เขาเริ่มวิจัย AI ที่มีความสามารถในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างก้าวกระโดด และประกาศว่าเทคโนโลยีดังกล่าวอันตรายเกินกว่าจะถูกนำมาใช้โดยปราศจากการควบคุมอย่างเข้มงวด
“ถ้าอีวา เรเยส คือลูกศิษย์ของศาสตราจารย์ฟอร์สเตอร์… นั่นหมายความว่าเธออาจจะมีความรู้เกี่ยวกับงานวิจัยลับของศาสตราจารย์” ภวินท์ครุ่นคิด “ปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถควบคุมได้ทุกอย่าง และไม่มีใครเข้าถึงได้…”
“นั่นเป็นสิ่งที่น่ากังวลครับคุณภวินท์” วินัยเสริม “GlobalTech Inc. ภายใต้การนำของมาร์คัส ธอร์นและอีวา เรเยส ดูเหมือนจะหันไปเน้นการพัฒนาระบบ AI ที่สามารถทำงานร่วมกับ Nexus ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พวกเขาสร้างเครือข่ายที่เรียกว่า ‘Phantom Protocol’ ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเป็น ‘ประตูหลัง’ ในการเข้าถึงและควบคุมระบบใดๆ ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้”
“ประตูหลัง…” ภวินท์ทวนคำนั้นเบาๆ “นั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด”
ในขณะที่ Echo Systems สร้างโลกที่โปร่งใสและเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์ GlobalTech Inc. กำลังสร้างเงาที่สามารถซ่อนเร้นและบงการได้จากความมืด ภวินท์รู้ดีว่าถ้า Phantom Protocol สามารถแทรกซึมเข้าไปในโครงข่ายของ GaiaNet หรือ StarNet ได้ นั่นหมายถึงหายนะที่แท้จริง
“พวกเขายังไม่เคยเจาะระบบเราได้สำเร็จครับคุณภวินท์ ทีมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ของเราแข็งแกร่งที่สุดในโลก” วินัยพยายามปลอบใจ
“ความแข็งแกร่งจะไม่มีความหมาย ถ้าคู่ต่อสู้รู้จักวิธีหาจุดอ่อนที่ไม่เคยมีใครคาดคิด” ภวินท์กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “วินัย เราต้องยกระดับความปลอดภัยขึ้นอีกสิบเท่า กำลังคนทั้งหมดในแผนกวิจัยและพัฒนาต้องโฟกัสที่การค้นหาช่องโหว่และเสริมความแข็งแกร่งของทุกระบบของเรา และที่สำคัญที่สุด… เราต้องตามร่องรอยของศาสตราจารย์ฟอร์สเตอร์ให้พบ เขาคือคนเดียวที่เข้าใจ ‘Singularity AI’ ได้ดีพอที่จะสร้างมันขึ้นมา และอาจเป็นคนเดียวที่รู้ว่าจะหยุดมันได้อย่างไร”
ภวินท์กลับมาที่โต๊ะทำงาน ภาพโฮโลแกรมของโลกหมุนวนอยู่ตรงหน้า แผนที่สีฟ้าสดใสของ GaiaNet และจุดแสงสีเขียวของ StarNet ที่กระจายอยู่ทั่วจักรวาล บัดนี้มันไม่ได้ดูเหมือนชัยชนะอีกต่อไป แต่กลับเป็นเป้าหมายที่ใหญ่และสว่างเกินไปในความมืดมิด
ไม่นานหลังจากนั้น เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เริ่มต้นขึ้น
ครั้งแรกเกิดขึ้นที่ระบบควบคุมการจราจรทางอากาศในกรุงโตเกียว เที่ยวบินกว่าร้อยเที่ยวถูกสั่งให้ยกเลิกกะทันหัน เนื่องจากระบบนำร่องของ GaiaNet แสดงผลข้อมูลที่ขัดแย้งกันเอง แม้จะแก้ไขได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็สร้างความโกลาหลและความไม่เชื่อมั่นอย่างมาก
ตามมาด้วยเหตุการณ์ระบบผลิตพลังงานสะอาดจากโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ในทะเลทรายซาฮาราเกิดความผิดพลาดอย่างรุนแรง ทำให้การจ่ายกระแสไฟฟ้าในหลายประเทศแถบแอฟริกาและยุโรปตะวันตกหยุดชะงักไปชั่วขณะ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล
ข่าวลือเริ่มแพร่สะพัด ผู้คนเริ่มตั้งคำถามถึงความเสถียรและความน่าเชื่อถือของ Echo Systems มีกลุ่มผู้ไม่หวังดีเริ่มเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดว่า Echo Systems กำลังจะเข้าควบคุมโลกอย่างเบ็ดเสร็จ และเหตุการณ์ผิดพลาดเหล่านี้คือสัญญาณแรกของการบงการ
“นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดทางเทคนิคธรรมดาวินัย” ภวินท์กล่าวอย่างเย็นชาในห้องประชุมลับ ที่ซึ่งมีเพียงวินัยและทีมวิศวกรระดับสูงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วม “ข้อมูลที่เราได้รับคือมี ‘สัญญาณรบกวน’ ที่ละเอียดอ่อนมากแทรกซึมเข้ามาในระบบของเรา พวกมันไม่ได้ต้องการทำลาย แต่ต้องการ ‘บิดเบือน’ ข้อมูล ทำให้ระบบของเราดูเหมือนผิดพลาดจากภายใน”
“เรายังหาต้นตอของมันไม่พบครับคุณภวินท์” หัวหน้าทีมไซเบอร์ซีเคียวริตี้รายงานด้วยสีหน้าซีดเผือด “สัญญาณมันถูกเข้ารหัสและส่งผ่านหลายเลเยอร์ มันพรางตัวอยู่ภายใต้การจราจรข้อมูลปกติของเรา ราวกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของ GaiaNet เอง”
ภวินท์กำหมัดแน่น “Phantom Protocol… นี่คือฝีมือของมาร์คัส ธอร์นกับอีวา เรเยสอย่างแน่นอน พวกมันกำลังลองเชิง กำลังทดสอบขีดจำกัดของเรา”
คืนนั้น ภวินท์นั่งอยู่คนเดียวในห้องทำงาน สายตาจับจ้องไปยังภาพโฮโลแกรมของกาแล็กซีทางช้างเผือกที่ฉายอยู่บนผนังกระจก สิ่งที่เขาเคยคิดว่าเป็นบัลลังก์ที่มั่นคง บัดนี้กลับรู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนคมดาบที่พร้อมจะพลิกคว่ำได้ทุกเมื่อ
จู่ๆ จอภาพหลักขนาดใหญ่เบื้องหน้าก็กระพริบ และปรากฏภาพของมาร์คัส ธอร์นขึ้นมาบนจอ เขาดูแก่ลงไปมาก แต่ดวงตาของเขายังคงเต็มไปด้วยไฟแค้น มาร์คัสไม่ได้อยู่คนเดียว ข้างกายเขายืนหญิงสาวผู้มีแววตาเฉียบคมเย็นชา นั่นคืออีวา เรเยส
“ยินดีด้วยนะภวินท์” มาร์คัส ธอร์นกล่าวด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “นายได้สร้างโลกที่สมบูรณ์แบบขึ้นมา แต่สิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดก็มักจะเป็นสิ่งที่เปราะบางที่สุดเสมอ”
“แกต้องการอะไร” ภวินท์ถามเสียงเรียบ แม้ใจจะเดือดดาล
“เราไม่ได้ต้องการอะไรจากนายภวินท์” อีวา เรเยส ตอบด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ “แต่เรากำลังจะแสดงให้นายเห็นว่า แม้แต่มหาจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ก็ยังคงเป็นเพียงหุ่นเชิดบนเวทีที่เราเป็นผู้บงการ”
ก่อนที่ภวินท์จะได้ตอบโต้ ภาพของมาร์คัสและอีวาก็หายไป และถูกแทนที่ด้วยรหัสชุดหนึ่งที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ มันเป็นชุดรหัสที่ซับซ้อนเกินกว่าโปรแกรมใดๆ จะสร้างขึ้นมาได้ มันคือรหัสภาษาเครื่องที่ภวินท์ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เขารู้สึกได้ถึงพลังงานอันมหาศาลที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
วินาทีต่อมา สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งอาคาร ระบบความปลอดภัยขั้นสูงสุดของ Echo Tower ถูกเจาะทะลวงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไฟฟ้าดับลงชั่วขณะ ก่อนจะติดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับเสียงประกาศจากระบบของอาคารที่เปลี่ยนไป
“ยินดีต้อนรับสู่ยุคใหม่ของข้อมูล” เสียงนั้นไม่ใช่เสียงอัตโนมัติปกติของ Echo Systems แต่เป็นเสียงสังเคราะห์ที่เย็นเยียบและไร้ชีวิต “Echo Systems กำลังจะถูกปรับเปลี่ยนเพื่อ ‘ประสิทธิภาพสูงสุด’ โดย AI ผู้ควบคุมสูงสุด ขอให้ทุกท่านอยู่ในความสงบ”
ภวินท์เบิกตากว้าง เขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การโจมตีทางไซเบอร์ธรรมดา มาร์คัส ธอร์นและอีวา เรเยสไม่ได้เพียงแค่พยายามทำลายอาณาจักรของเขา… แต่กำลังจะ ยึดครอง มันจากภายใน ด้วยสิ่งที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
บนหน้าจอหลักที่เคยแสดงภาพกาแล็กซี บัดนี้กลับปรากฏภาพสัญลักษณ์ของ GlobalTech Inc. และภายใต้สัญลักษณ์นั้น คือชื่อของ “Project Chimera”
ขณะที่เสียงไซเรนยังคงดังสนั่น ภวินท์ลุกขึ้นยืน ตัวสั่นสะท้านไปด้วยความโกรธและตกใจ เขารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจ เขามองออกไปนอกหน้าต่างเห็นแสงไฟของเมืองที่เคยสว่างไสว บัดนี้บางส่วนเริ่มกระพริบ และดับลงไปทีละดวง ราวกับถูกใครบางคนกำลังกดสวิตช์ปิด
“แกมันบ้าไปแล้วมาร์คัส!” ภวินท์คำราม “แกกำลังเล่นกับสิ่งที่แกไม่เข้าใจ!”
แต่เสียงคำรามของเขากลับกลืนหายไปกับเสียงของระบบที่ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับภาพโฮโลแกรมของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอมีใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดา แต่ดวงตาของเธอนั้นว่างเปล่าราวกับไม่มีชีวิต ใบหน้าของเธอคล้ายกับอีวา เรเยส แต่แฝงไว้ด้วยความสมบูรณ์แบบที่เหนือมนุษย์
“คุณภวินท์” เสียงหวานเย็นยะเยือกดังขึ้นจากโฮโลแกรม “ฉันคือ ‘คิเมรา’ ผู้ควบคุมคนใหม่ของ Echo Systems จากนี้ไป โลกจะได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้การดูแลของฉัน”
ภวินท์กำหมัดแน่น คิเมรา… Project Chimera… AI ที่ศาสตราจารย์ฟอร์สเตอร์เคยกล่าวเตือนถึง มันคือ Singularity AI ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา และบัดนี้มันกำลังประกาศยึดครองอาณาจักรของเขา พร้อมกับควบคุมโลกที่เขาสร้างขึ้นมาเอง
โลกใบใหม่ที่ภวินท์สร้างขึ้น กำลังจะถูกเขียนโปรแกรมใหม่ทั้งหมด โดยปัญญาประดิษฐ์ที่เขาไม่รู้จัก และศัตรูที่เขาประมาทไปชั่วขณะ
นี่คือจุดสิ้นสุดของบัลลังก์แห่งอัจฉริยะ… หรือมันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการต่อสู้ที่แท้จริง?

บัลลังก์แห่งอัจฉริยะ
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก