บัลลังก์แห่งอัจฉริยะ

ตอนที่ 16 — สิบปีแห่งอาณาจักรจักรพรรดิ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,216 คำ

บัลลังก์แห่งอัจฉริยะ

สิบปีแห่งการก่อร่างสร้างอาณาจักรได้ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วราวกับความฝัน ภวินท์ไม่ได้เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มผู้มีวิสัยทัศน์อีกต่อไป แต่เป็นเสาหลักแห่งโลกใบใหม่ เป็นมหาจักรพรรดิแห่งธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ ด้วยวัยเพียงสามสิบกลางๆ เขาสามารถรวบรวมอำนาจและเทคโนโลยีไว้ในมือจนไม่มีใครเทียบเคียงได้

บนยอดตึกระฟ้าของ Echo Tower ‌ที่สูงเสียดฟ้าจนปลายยอดจรดก้อนเมฆ ภวินท์ยืนมองมหานครเบื้องล่างที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟระยิบระยับ ภาพของเมืองที่ปรับเปลี่ยนไปตามทิศทางที่เขาวางไว้เมื่อสิบปีก่อนมันชัดเจนจนแทบจะจับต้องได้ อากาศยามค่ำคืนเหนือยอดตึกเย็นเยียบ แต่ความอบอุ่นแผ่ซ่านจากภายใน สัมผัสได้ถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าฝันใดๆ

เบื้องล่างนั้นไม่ใช่แค่เมือง แต่เป็นผลงานชิ้นเอกที่ถือกำเนิดจากมันสมองของเขา ตึกระฟ้าสูงเสียดฟ้าเรียงรายเป็นระเบียบ ​แสงจากป้ายโฆษณาโฮโลแกรมลอยฟ้าระยิบระยับตา ภาพผลิตภัณฑ์และบริการของ Echo Corp. ปรากฏอยู่ทุกหนแห่ง รถยนต์ไร้คนขับเคลื่อนที่อย่างไหลลื่นบนเส้นทางที่ถูกจัดระเบียบด้วยระบบ AI อัจฉริยะของเขา ‍โดรนส่งของบินว่อนทำงานอย่างไม่หยุดหย่อน เครือข่ายใยแก้วนำแสงความเร็วสูงที่ทอดยาวเป็นใยแมงมุมปกคลุมทั้งโลก ส่งข้อมูลมหาศาลเชื่อมโยงทุกชีวิตเข้าหากัน ทั้งหมดนี้คือจิ๊กซอว์ที่ภวินท์ได้วางรากฐานและประกอบมันขึ้นมาด้วยสองมือของเขาเอง

มันคือบัลลังก์ที่สร้างจากโค้ด ความคิด และวิสัยทัศน์ เขาคือผู้กำหนดทิศทางของโลกใบนี้ เป็นจักรพรรดิที่ไม่จำเป็นต้องมีมงกุฎ ‌แต่มีอำนาจอยู่ในทุกอณูของสังคม ความพึงพอใจเอ่อล้นในใจ แต่ก็มีความโดดเดี่ยวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ บนจุดสูงสุดนั้น ไม่มีใครยืนเคียงข้างได้อย่างแท้จริง มีเพียงภาระหน้าที่อันหนักอึ้งและความรับผิดชอบที่ต้องแบกรับไว้

“ทุกอย่าง…เป็นไปตามแผน” เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงลมหวีดหวิวปะทะร่างกาย ‍แต่กลับไม่มีสิ่งใดสั่นคลอนความมั่นคงภายในใจของเขาได้

ทว่าความสมบูรณ์แบบที่เขาได้สร้างขึ้นนั้น ช่างเปราะบางเพียงใด เมื่อมีคนต้องการทำลายมัน? คำถามนี้ผุดขึ้นในใจเขาเสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน สัญชาตญาณของนักรบและนักธุรกิจผู้เจนสนามไม่เคยหลับใหล เขาไม่ได้เป็นแค่ผู้สร้าง แต่เป็นผู้ปกป้องอาณาจักรของเขาด้วยชีวิต

จังหวะที่ความคิดกำลังล่องลอยไปไกล ​เสียงเตือนเบาๆ จาก ‘เอคโค่’ ผู้ช่วยอัจฉริยะส่วนตัวที่ฝังอยู่ในอุปกรณ์ข้อมือของเขา ก็ดังขึ้น

“ท่านภวินท์ มีการแจ้งเตือนจากคุณพิมครับ” เสียงสังเคราะห์นุ่มนวลแต่เด็ดขาดของเอคโค่ดังขึ้น

ภวินท์กระตุกยิ้มเล็กน้อย พิม ​หรือ พิมลดา คือหนึ่งในไม่กี่คนที่เขาไว้วางใจให้ดูแลงานสำคัญที่สุด เธอเป็นคนฉลาด มีไหวพริบ และซื่อสัตย์เกินกว่าจะหาใครเทียบได้ หากพิมแจ้งเตือน ย่อมหมายความว่ามีเรื่องสำคัญ

“ให้เธอเข้ามา” ​ภวินท์ตอบสั้นๆ ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูกระจกที่นำไปสู่ระเบียงก็เลื่อนเปิดออก พิมลดาในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม แม้จะดูรีบร้อนแต่ก็ยังคงความเยือกเย็นบนใบหน้า

“ขออภัยที่รบกวนเวลาพักผ่อนค่ะท่านภวินท์ แต่มีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องแจ้งให้ทราบ” พิมลดากล่าวพลางยื่นแท็บเล็ตบางเฉียบให้เขา

ภวินท์รับแท็บเล็ตมา พลางกวาดสายตาอ่านข้อมูลที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจออย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย แต่แววตาฉายประกายบางอย่างที่พิมลดาคุ้นเคย นั่นคือสัญญาณว่าเขาได้ประมวลผลข้อมูลมหาศาลและกำลังมองเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง

“กลุ่มฟินิกซ์?” ภวินท์เอ่ยชื่อขึ้นมาเบาๆ กลุ่มฟินิกซ์คือบริษัทร่วมทุนขนาดใหญ่ที่ก่อตั้งขึ้นจากกลุ่มทุนเก่าแก่หลายกลุ่ม พวกเขาพยายามช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดจาก Echo Corp. มาตลอดสิบปี แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จอย่างจริงจัง

“ใช่ค่ะท่านภวินท์ ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา กลุ่มฟินิกซ์ได้ทำการเข้าซื้อกิจการสตาร์ทอัพด้าน AI Ethic และ Data Privacy ไปแล้วกว่าสิบสองแห่งทั่วโลก โดยทั้งหมดดำเนินการผ่านบริษัทเชลล์ที่ตั้งขึ้นใหม่ ทำให้การสืบหาแหล่งที่มาของเงินทุนทำได้ยาก แต่เรายืนยันได้ว่าเป็นกลุ่มฟินิกซ์”

ภวินท์เลื่อนนิ้วบนหน้าจอ ภาพกราฟแสดงการเข้าซื้อกิจการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติปรากฏขึ้น เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “น่าสนใจ พวกเขาไม่เคยแสดงความสนใจในด้านนี้มาก่อน และยังใช้กลยุทธ์ที่แปลกประหลาด”

“นั่นยังไม่หมดค่ะท่านภวินท์” พิมลดาเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เราตรวจพบการเคลื่อนไหวของเครือข่าย Decentralized Network (DC-Net) ใหม่ ซึ่งมีชื่อรหัสว่า ‘ไคเมร่า’ (Chimera) มันเป็นเครือข่ายกระจายศูนย์ที่ซับซ้อนและมีศักยภาพในการท้าทายโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลของเรา มันไม่ได้ถูกสร้างโดยรัฐบาลหรือองค์กรใหญ่ใดๆ ดูเหมือนจะเกิดขึ้นเองจากกลุ่มนักพัฒนาอิสระ แต่เทคโนโลยีเบื้องหลังมันล้ำหน้าเกินกว่าจะเป็นผลงานของคนกลุ่มเล็กๆ”

ภวินท์หรี่ตา เขาแตะหน้าจอเพื่อขยายข้อมูลเกี่ยวกับ ‘ไคเมร่า’ เครือข่ายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงการควบคุมจากศูนย์กลางทุกรูปแบบ สัญญาณข้อมูลถูกเข้ารหัสอย่างซับซ้อนและกระจัดกระจายไปทั่วโลก ทำให้ยากต่อการสอดแนมหรือปิดกั้น นี่คือสิ่งที่ท้าทายอำนาจของ Echo Corp. โดยตรง เพราะ Echo Corp. คือผู้ควบคุมเครือข่ายข้อมูลส่วนใหญ่ของโลก

“และสุดท้ายค่ะท่านภวินท์” พิมลดาพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลง “แนวร่วมอิสระ หรือ Independent Front กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว พวกเขาเป็นกลุ่มที่รณรงค์เรื่อง Data Sovereignty และต่อต้านการผูกขาดข้อมูลจากองค์กรขนาดใหญ่ พวกเขามีวาทศิลป์ที่น่าสนใจ และมีการระดมทุนผ่านช่องทางที่ไม่โปร่งใส รวมถึงมีการเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับ Echo Corp. อย่างต่อเนื่อง”

ภวินท์เงียบไปชั่วขณะ ดวงตาของเขากวาดมองไปยังมหานครเบื้องล่างอีกครั้ง เมืองที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จของเขา ตอนนี้ดูเหมือนจะมีเงาบางอย่างทาบทับ

“สามเรื่องนี้ ดูเหมือนจะแยกกัน” ภวินท์เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แฝงด้วยความเฉียบขาด “แต่ในความเป็นจริง พวกมันเชื่อมโยงกันอย่างแยบยล การเข้าซื้อกิจการด้าน AI Ethic และ Data Privacy ของกลุ่มฟินิกซ์ คือการเตรียมการเพื่อสร้างความชอบธรรมและปกป้องตัวเองจากการตรวจสอบเมื่อใช้เครือข่าย DC-Net อย่าง ‘ไคเมร่า’ ในการกระจายข้อมูล และแนวร่วมอิสระก็เป็นกระบอกเสียง เป็นพลังมวลชนที่จะกดดันเราจากภายนอก”

พิมลดาพยักหน้า “ถูกต้องค่ะท่านภวินท์ เราคิดว่านี่คือการโจมตีแบบหลายช่องทาง”

“แต่ใครอยู่เบื้องหลัง?” ภวินท์ถาม “กลุ่มฟินิกซ์ไม่มีมันสมองระดับนี้ที่จะวางแผนได้ซับซ้อนขนาดนี้”

พิมลดาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูระมัดระวังเป็นพิเศษ “เรามีเบาะแสที่ไม่สามารถยืนยันได้ค่ะท่านภวินท์ แต่แหล่งข่าวของเราชี้ไปที่… ดร. อานนท์ วัฒนากร”

ชื่อนั้นทำให้บรรยากาศบนยอดตึกเยียบเย็นลงไปอีกหลายองศา ภวินท์ไม่แสดงสีหน้าใดๆ แต่ภายในใจของเขาเกิดพายุร้ายขึ้นทันที ดร. อานนท์ วัฒนากร… ชื่อที่เขาคิดว่าได้ถูกฝังกลบไปพร้อมกับความผิดพลาดในอดีตเมื่อเกือบสิบปีก่อน

อานนท์เป็นอดีตเพื่อนร่วมงานในยุคก่อตั้ง Echo Corp. เขาเป็นนักวิทยาศาสตร์ข้อมูลอัจฉริยะที่ร่วมวิจัยโครงการสำคัญหลายอย่างกับภวินท์ พวกเขาทั้งสองมีความคิดที่คล้ายกัน แต่มีวิธีการที่ต่างกัน อานนท์เชื่อในการแบ่งปันข้อมูลและเทคโนโลยีอย่างอิสระ ในขณะที่ภวินท์เชื่อในการรวมศูนย์เพื่อควบคุมและพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด จุดแตกหักของพวกเขาเกิดขึ้นเมื่ออานนท์พยายามจะปล่อยโค้ดโอเพนซอร์สของโปรเจกต์สำคัญที่ภวินท์มองว่าเป็นหัวใจของบริษัทออกสู่สาธารณะ ด้วยเหตุผลด้านจริยธรรมและเสรีภาพของข้อมูล

ภวินท์ตัดสินใจขั้นเด็ดขาด เขาใช้ความเฉียบแหลมทางธุรกิจและการเมืองกดดันอานนท์จนต้องออกจากบริษัท ทฤษฎีของอานนท์ถูกมองว่าเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของข้อมูลและถูกกวาดล้างจนไม่เหลือที่ยืนในวงการวิทยาศาสตร์ข้อมูล เขาหายสาบสูญไปหลังจากนั้น ไม่มีใครได้ข่าวคราวของอานนท์อีกเลย

“อานนท์น่ะหรือ?” ภวินท์เอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาฉายประกายแข็งกร้าว “เป็นไปไม่ได้ เขาไม่มีทางกลับมาได้ และถึงแม้จะกลับมา ก็ไม่น่าจะมีอิทธิพลพอที่จะสร้างเครือข่ายซับซ้อนแบบนี้ได้”

“นั่นคือสิ่งที่เรากำลังตรวจสอบอย่างละเอียดค่ะท่านภวินท์ แต่ข้อมูลเบื้องต้นชี้ไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด สัญญาณการเข้ารหัสของ ‘ไคเมร่า’ มีลักษณะเฉพาะที่คล้ายคลึงกับเทคนิคที่ดร. อานนท์เคยใช้เมื่อสิบปีก่อน และมีรายงานจากสายข่าวลับว่า ดร. อานนท์ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มทุนนิรนามที่ต้องการโค่นล้มอำนาจของ Echo Corp. มาโดยตลอด”

ภวินท์นึกย้อนไปในอดีต อานนท์เป็นคนที่หัวรั้น มีอุดมการณ์แรงกล้า และมีความอัจฉริยะไม่แพ้เขา หากอานนท์ได้เรียนรู้จากความพ่ายแพ้ในอดีต และได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม เขาก็อาจกลายเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่ภวินท์เคยเผชิญมา

“เขาคงไม่ลืมความแค้นในวันนั้น” ภวินท์พูดกับตัวเองเบาๆ “และตอนนี้เขากลับมาพร้อมกับอาวุธที่สร้างขึ้นเพื่อโค่นบัลลังก์ของฉันโดยเฉพาะ”

พิมลดาพยักหน้าเห็นด้วย “เราคาดว่าเป้าหมายของดร. อานนท์คือการทำลายความน่าเชื่อถือของ Echo Corp. การโจมตีข้อมูลของเรา และการสร้างทางเลือกให้ผู้คนหลีกเลี่ยงระบบควบคุมของเรา เขาต้องการปลดแอกโลกจาก ‘เผด็จการข้อมูล’ ของท่านภวินท์ค่ะ”

ภวินท์ก้มมองแท็บเล็ตอีกครั้ง ข้อมูลบนหน้าจอแสดงถึงการเคลื่อนไหวที่แม่นยำและถูกวางแผนมาอย่างดี หากปล่อยไว้ โครงสร้างอำนาจที่เขาได้สร้างขึ้นมาทั้งหมดอาจสั่นคลอน

“ท่านภวินท์คะ” พิมลดาเรียก “มีอีกเรื่องหนึ่งค่ะ เราได้ดักจับข้อความเข้ารหัสระดับสูงจากเครือข่าย ‘ไคเมร่า’ ได้ ข้อความนี้ถูกส่งตรงมายังเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวของท่านภวินท์โดยเฉพาะ ไม่มีใครสามารถถอดรหัสได้นอกจากท่านเอง”

ภวินท์รับแท็บเล็ตคืนมา ดวงตาของเขากวาดมองไปยังแถวตัวอักษรที่เข้ารหัสอยู่บนหน้าจอ เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างจากข้อความนั้น มันไม่ใช่แค่ข้อมูล แต่เป็นการท้าทาย

เขาสั่งเอคโค่ให้ถอดรหัสข้อความนั้น โดยใช้โปรแกรมส่วนตัวที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่เข้าถึงได้ เพียงเสี้ยววินาที ข้อความเข้ารหัสก็คลี่คลายเป็นภาษาที่เข้าใจได้

ปรากฏตัวอักษรสีขาวที่ส่องประกายเรืองรองบนพื้นหลังสีดำ มีเพียงประโยคเดียวสั้นๆ แต่กลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของภวินท์

“บัลลังก์ที่สร้างจากเศษซากของผู้อื่น ย่อมไม่มั่นคงดั่งใจคิด… จงเตรียมตัวให้พร้อม ภวินท์ เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น!”

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บัลลังก์แห่งอัจฉริยะ

บัลลังก์แห่งอัจฉริยะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!