บัลลังก์แห่งอัจฉริยะ

ตอนที่ 19 — บัลลังก์บนยอดเมฆ

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

30 ตอน · 1,195 คำ

บนยอดตึกระฟ้าของ Echo Tower ที่สูงเสียดฟ้าจนปลายยอดจรดก้อนเมฆ ภวินท์ยังคงยืนหยัด นัยน์ตาคมกริบกวาดมองมหานครเบื้องล่างที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวนับล้านที่กระจัดกระจายอยู่บนผืนผ้ากำมะหยี่สีดำยามรัตติกาล ภาพของเมืองที่ปรับเปลี่ยนไปตามทิศทางที่เขาวางไว้เมื่อสิบปีที่แล้ว บัดนี้ได้กลายเป็นความจริงที่เกินกว่าใครจะจินตนาการถึง ‌ตึกระฟ้าสูงเสียดฟ้าผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดสะท้อนแสงนีออนหลากสีสัน ระบบขนส่งมวลชนอัจฉริยะไร้คนขับเคลื่อนที่ไปมาอย่างเงียบเชียบและมีระเบียบ ร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งบันเทิงยามค่ำคืนที่ไม่เคยหลับใหล ทั้งหมดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ที่เขาได้เพาะบ่มมาตั้งแต่เยาว์วัย และลงมือสร้างมันขึ้นมาด้วยสองมือของเขาเอง

ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพลวงตา แต่เป็นอาณาจักรที่จับต้องได้ ​เป็นโลกใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมของ Echo Corp. บริษัทที่เขาปั้นมากับมือ ภวินท์ไม่ใช่แค่ผู้บริหาร แต่เป็นสถาปนิกของยุคสมัยใหม่ เป็นจักรพรรดิผู้ทรงอิทธิพลที่กำหนดทิศทางของเทคโนโลยีและเศรษฐกิจโลก ความภาคภูมิใจเอ่อท้นในอก ‍ทว่าในขณะเดียวกัน ความรู้สึกหนักอึ้งก็ถาโถมเข้าใส่บ่า เขามองเห็นถึงความรับผิดชอบอันมหาศาลที่มาพร้อมกับอำนาจนี้ ทุกการตัดสินใจ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาล้วนส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนนับล้าน และต่ออนาคตของอารยธรรม ความโดดเดี่ยวของผู้นำสูงสุดนั้นเย็นยะเยือกเสียยิ่งกว่าลมหนาวที่พัดผ่านยอดตึก

เสียงประตูบานเลื่อนกระจกด้านหลังเปิดออกอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเข้ามาอย่างมีจังหวะ ‌ภวินท์ไม่จำเป็นต้องหันไปมอง เขารู้ดีว่าเป็นใคร มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวแห่งนี้ เลขาปานรุ้ง ในชุดสูทสีเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีต ยืนรออยู่ห่างออกไปเล็กน้อย มือข้างหนึ่งถือแท็บเล็ตดิจิทัลเรืองแสงบางเฉียบ

"มีอะไรหรือปานรุ้ง" ภวินท์เอ่ยเสียงเรียบโดยไม่หันกลับไปมอง ‍ยังคงจ้องมองเมืองเบื้องล่างไม่วางตา "ท่านภวินท์คะ มีรายงานฉุกเฉินบางอย่างที่ฉันคิดว่าท่านควรจะทราบค่ะ" เสียงของปานรุ้งนั้นสงบและชัดเจนเสมอ ไม่ว่าจะภายใต้สถานการณ์ใด ภวินท์พยักหน้าเล็กน้อยเป็นการอนุญาต ปานรุ้งก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกสองสามก้าว ยื่นแท็บเล็ตให้เขา “ตลอดสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา เราตรวจพบความพยายามในการเข้าถึงเครือข่ายย่อยของเราหลายครั้งค่ะ ​ส่วนใหญ่เป็นระบบรักษาความปลอดภัยของ Echo Logistics และ Echo Smart Grid ในบางภูมิภาค” ภวินท์เลิกคิ้วเล็กน้อย ​ในขณะที่รับแท็บเล็ตมาถือไว้ เขาเลื่อนนิ้วผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว ข้อมูลเชิงลึกถูกแสดงขึ้นมาในทันที กราฟและแผนภูมิแสดงถึงรูปแบบการโจมตีที่ซับซ้อนแต่กลับดูเหมือนไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน "ความเสียหายมีไหม?" เขาถาม "ไม่มีเลยค่ะ ท่านภวินท์ นั่นคือสิ่งที่น่าสงสัย ผู้บุกรุกไม่ได้พยายามเจาะระบบเพื่อขโมยข้อมูลหรือสร้างความเสียหาย ​พวกเขาเพียงแค่...สอดแนม ดูเหมือนจะแค่สำรวจโครงสร้างและช่องโหว่เท่านั้น และทุกครั้งที่เราตรวจจับได้ พวกเขาก็จะถอนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ทิ้งร่องรอยให้ตามแกะรอยได้เลย" ปานรุ้งอธิบายพร้อมกับแสดงภาพรวมของรายงานที่ฉายขึ้นบนกระจกใสของหน้าต่างบานใหญ่ ภวินท์จ้องมองแผนภูมิสีเขียวที่แสดงถึงความพยายามในการเข้าถึงที่ล้มเหลวจำนวนมาก "แค่สอดแนม...แต่ซับซ้อนขนาดนี้" เขากดขยายข้อมูลส่วนหนึ่งที่แสดงถึงเทคนิคการโจมตี "นี่ไม่ใช่แฮกเกอร์ทั่วไป พวกเขามีความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมเครือข่ายของเรา และใช้เทคนิคที่ล้ำหน้ามาก" "ถูกต้องค่ะ ทีมความปลอดภัยของเราลงความเห็นว่านี่ไม่ใช่การโจมตีแบบสุ่มแน่นอน แต่ก็ยังหาแรงจูงใจที่แท้จริงไม่เจอ พวกเขาแค่ทิ้งร่องรอยเล็กน้อยที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนถูกท้าทาย แต่ไม่ได้สร้างภัยคุกคามโดยตรง" ปานรุ้งเสริม ภวินท์หลับตาลงครู่หนึ่ง ภาพของเมืองที่สว่างไสวเบื้องล่างยังคงเป็นฉากหลัง เขาคิดถึงการเดินทางตลอดสิบปีที่ผ่านมา เส้นทางที่โรยด้วยหนามคม ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจ แต่เป็นการหักหลัง การช่วงชิงอำนาจ และการต่อสู้กับอัจฉริยะในเงามืดมากมายที่พยายามจะโค่นล้มเขา เขาไม่เคยประมาท ไม่เคยเชื่อว่าชัยชนะครั้งใดจะเป็นครั้งสุดท้าย "หาต้นตอให้ได้" ภวินท์เปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาคมกริบฉายแววอันตราย "ระดมทีมความปลอดภัยทั้งหมด และติดต่อทีมวิจัย AI ของเราให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ นี่ไม่ใช่แค่การสอดแนมธรรมดา แต่เป็นการเตรียมการสำหรับบางสิ่งบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้นมาก" "ค่ะ ท่านภวินท์ ฉันจะดำเนินการเดี๋ยวนี้" ปานรุ้งรับคำอย่างหนักแน่น "และอีกเรื่อง" ภวินท์หันกลับไปมองเมืองอีกครั้ง "ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับบุคคลหรือกลุ่มที่เคยพยายามจะเข้าถึงเครือข่ายของเราในช่วงห้าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI และการโจมตีเครือข่ายอัจฉริยะ" ปานรุ้งพยักหน้า "ฉันจะรวบรวมข้อมูลให้เร็วที่สุดค่ะ"

เช้าวันรุ่งขึ้น ห้องประชุมหลักของ Echo Tower เต็มไปด้วยผู้บริหารระดับสูงของ Echo Corp. บรรยากาศตึงเครียด แสงไฟนีออนสีขาวสะท้อนใบหน้าเคร่งขรึมของแต่ละคน ภวินท์นั่งอยู่หัวโต๊ะ สายตาของเขากวาดมองใบหน้าของทุกคนอย่างช้าๆ ก่อนจะเริ่มการประชุม "อย่างที่ปานรุ้งได้แจ้งไปเมื่อคืนนี้ เรากำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่ยังไม่ระบุตัวตน" ภวินท์เริ่มต้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ แต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ "ทีมของเราตรวจพบการโจมตีแบบเจาะลึกหลายครั้ง แม้จะยังไม่มีความเสียหาย แต่ผมเชื่อว่านี่คือสัญญาณเตือน พวกเขากำลังทดสอบขีดจำกัดของเรา" โปรเจคเตอร์กลางห้องฉายภาพกราฟและรหัสคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อน "จากการวิเคราะห์เบื้องต้น ทีมของเราพบความเชื่อมโยงบางอย่าง ที่น่าสนใจคือรูปแบบการโจมตีเหล่านี้ ไม่ได้มาจากแหล่งเดียว แต่ดูเหมือนจะมีการทำงานประสานกันอย่างเป็นระบบ และซับซ้อนกว่าที่คิดไว้ในตอนแรก" ภวินท์แตะที่หน้าจอ ภาพหนึ่งปรากฏขึ้น เป็นแผนผังที่แสดงถึงการเชื่อมโยงของการโจมตีที่กระจายไปทั่วโลก "เราสงสัยว่านี่อาจจะเป็นการกลับมาของกลุ่ม 'ฟีนิกซ์' หรือไม่ครับท่านภวินท์" ธนากร หัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยทางไซเบอร์เอ่ยขึ้น ใบหน้าของเขามีร่องรอยความกังวล "ฟีนิกซ์?" ภวินท์ทวนคำ "กลุ่มที่เคยสร้างปัญหาให้กับเราเมื่อสามปีก่อน? แต่เราจัดการพวกเขาไปแล้วนี่" "นั่นคือสิ่งที่ทีมของเรากำลังกังวลครับ" ธนากรอธิบาย "วิธีการโจมตี เทคนิคการปกปิดตัวตน และความเชี่ยวชาญในการใช้ช่องโหว่ของระบบ AI ของเรา มีความคล้ายคลึงกับกลุ่มฟีนิกซ์อย่างน่าตกใจ แต่คราวนี้พวกเขาลึกลับและไร้ร่องรอยกว่าเดิมมากครับ" ภวินท์ใช้ความคิด กลุ่มฟีนิกซ์เคยเป็นกลุ่มแฮกเกอร์ระดับโลกที่เกือบจะโค่นล้มระบบควบคุมการจราจรอัจฉริยะของ Echo ในช่วงแรกๆ ของการเปิดตัว โชคดีที่ภวินท์สามารถสกัดกั้นและเปิดโปงตัวตนของพวกเขาได้ทันเวลา แต่ดูเหมือนว่า "นกฟีนิกซ์" ตัวนี้จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง "ถ้าเป็นพวกเขาจริง แสดงว่าพวกเขามีคนใหม่ หรือมีผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งกว่าเดิม" ภวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นลง "พวกเขาไม่ได้ต้องการแค่ป่วนระบบ แต่ต้องการแสดงแสนยานุภาพ เพื่อเป้าหมายบางอย่างที่ซ่อนเร้น" "เราจะรับมืออย่างไรครับท่าน" ณัฐพงษ์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนา AI ถาม "เราต้องรุกกลับ" ภวินท์ตอบอย่างเฉียบขาด "เร่งพัฒนาระบบป้องกันเชิงรุก โดยใช้ AI ของเราในการวิเคราะห์และคาดการณ์รูปแบบการโจมตีในอนาคต เตรียมทีมของเราให้พร้อมสำหรับสงครามไซเบอร์เต็มรูปแบบ และที่สำคัญที่สุด... ตามล่าตัวตนที่แท้จริงของ 'ฟีนิกซ์' ตัวใหม่นี้ให้เจอ" ตลอดทั้งวันนั้น การประชุมดำเนินไปอย่างเข้มข้น แผนการป้องกันและการโจมตีกลับถูกวางอย่างรัดกุม ภวินท์สั่งการด้วยความแม่นยำและมองการณ์ไกล เขาไม่เคยอนุญาตให้ศัตรูรายใดมาสั่นคลอนอาณาจักรที่เขาสร้างมาด้วยชีวิต เมื่อการประชุมสิ้นสุดลง ภวินท์ยังคงอยู่ในห้อง ปานรุ้งเข้ามาพร้อมกับกาแฟร้อนหนึ่งแก้ว และเอกสารเพิ่มเติม "มีอะไรอีกหรือปานรุ้ง" "จากการตรวจสอบอย่างละเอียดตามคำสั่งของท่าน เราพบว่ามีการเคลื่อนไหวของกระแสเงินที่น่าสงสัยจำนวนมหาศาล ผ่านเครือข่ายสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้" ปานรุ้งอธิบายพร้อมกับแสดงข้อมูลบนแท็บเล็ต "เงินจำนวนนี้ถูกใช้ในการจัดซื้อเซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์เครือข่ายที่มีประสิทธิภาพสูงจำนวนมาก โดยมีจุดหมายปลายทางที่ไม่ชัดเจนนัก" ภวินท์จ้องมองตัวเลขที่ปรากฏ "จำนวนเท่าไหร่?" "มากกว่าห้าพันล้านดอลลาร์สหรัฐค่ะ" ภวินท์ขมวดคิ้ว นี่ไม่ใช่แค่กลุ่มแฮกเกอร์เล็กๆ ที่ต้องการสร้างชื่อเสียงอีกต่อไป นี่คือองค์กรที่มีทุนมหาศาล และมีเป้าหมายที่ใหญ่กว่าการ "ป่วน" ระบบ "ตรวจสอบเส้นทางการเงินนั้นให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้จะยากก็ตาม" ภวินท์สั่ง "และที่สำคัญ... ประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงระหว่างประเทศที่เราเชื่อใจ ขอความร่วมมือในการเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของข้อมูลทั่วโลก" ปานรุ้งรับคำและเตรียมตัวจะออกไป ทว่าทันใดนั้น ไฟในห้องประชุมก็กะพริบถี่ๆ ก่อนจะดับลงชั่วขณะหนึ่ง แม้จะกลับมาสว่างขึ้นในเสี้ยววินาที แต่ก็เพียงพอที่จะสร้างความตื่นตระหนก "เกิดอะไรขึ้น!" ภวินท์ถามเสียงเข้ม "ระบบไฟสำรองทำงานปกติค่ะท่าน อาจจะเป็นความผิดพลาดเล็กน้อย" ปานรุ้งตอบ แต่สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นกังวล ในขณะที่ปานรุ้งกำลังตรวจสอบข้อมูลจากแท็บเล็ต หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่กลางห้องประชุมที่เพิ่งฉายแผนการรับมือกับกลุ่มฟีนิกซ์ ก็เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ก่อนจะมีข้อความสีแดงฉานปรากฏขึ้นมาอย่างช้าๆ ตัวอักษรดิจิทัลขนาดใหญ่แต่ละตัวเรียงร้อยเป็นประโยคที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของภวินท์:

"เกมได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว...จักรพรรดิแห่ง Echo"

ข้อความนั้นค้างอยู่เพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะตามมาด้วยสัญลักษณ์รูปนกฟีนิกซ์สีแดงเพลิงที่ลุกโชน แวบขึ้นมาและหายไป พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นมาอย่างน่าขนลุก ดังก้องไปทั่วห้องประชุม แล้วทุกอย่างก็กลับคืนสู่ความเงียบ มีเพียงภวินท์และปานรุ้งที่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่เข้ามาปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ และเสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดที่เริ่มดังขึ้นมาจากทั่วทั้ง Echo Tower ราวกับจะประกาศถึงมหาสงครามครั้งใหม่ที่กำลังจะปะทุขึ้น.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
บัลลังก์แห่งอัจฉริยะ

บัลลังก์แห่งอัจฉริยะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!