พลิกชะตาอัจฉริยะ

ตอนที่ 23 — เงามรณะคืบคลานและพันธมิตรที่คาดไม่ถึง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 1,011 คำ

การเคลื่อนไหวของเมฆาเป็นไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ตามแผนการที่วางไว้ หุ้นของบริษัทหลักในเครือนวัตเมฆาถูกเสริมความแข็งแกร่งด้วยการซื้อคืนอย่างชาญฉลาด ควบคู่ไปกับการออกแถลงการณ์ที่สร้างความเชื่อมั่นอย่างมหาศาลจากเมฆาเอง ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นกลับมาทรงตัวและเริ่มมีแรงซื้อเข้ามาหนุนอย่างต่อเนื่อง การดำเนินการนี้ทำให้กลุ่มทุนปริศนาที่กำลังไล่ซื้อหุ้นต้องชะงักงันชั่วคราว แต่เมฆารู้ดีว่านี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของการต่อสู้เท่านั้น

ในอีกด้านหนึ่ง ทีมงานของไอริสกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลุ่มทศกัณฐ์คอร์ปอเรชั่น ‌เครือข่ายที่ซับซ้อนของธนินทร์ วงศ์วารินทร์ค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอของเมฆา ราวกับใยแมงมุมที่ถักทอด้วยอำนาจและอิทธิพลมืด มันโยงใยไปถึงนักการเมือง ข้าราชการ และแม้กระทั่งองค์กรใต้ดินบางแห่ง ซึ่งยืนยันข้อสงสัยของเมฆาว่านี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจธรรมดา

"ท่านเมฆาครับ ​เราตรวจพบความผิดปกติของการทำธุรกรรมทางการเงินของบริษัทในเครือทศกัณฐ์คอร์ปอเรชั่นหลายแห่ง" เสียงของภาคิน ผู้บริหารฝ่ายเทคนิคของนวัตเมฆา รายงานผ่านระบบวิดีโอคอล "ดูเหมือนว่าพวกเขากำลังถ่ายเทเงินทุนจำนวนมหาศาลผ่านบริษัทลูกที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและการเลี่ยงภาษี"

เมฆาพยักหน้าอย่างครุ่นคิด "ไอริสสามารถประมวลผลหลักฐานที่ชัดเจนพอที่จะใช้ในการฟ้องร้องได้หรือไม่"

"กำลังดำเนินการวิเคราะห์และรวบรวมหลักฐานเชิงลึกอย่างต่อเนื่องค่ะท่านเมฆา" ไอริสตอบ ‍"แต่การกระทำของพวกเขามีความซับซ้อนสูง และมีช่องโหว่ทางกฎหมายที่ได้รับการคุ้มครองโดยกลุ่มอิทธิพลบางกลุ่ม"

"นั่นคือสิ่งที่เราต้องเจาะทะลุให้ได้" เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ยิ่งพวกเขามีการป้องกันที่แข็งแกร่งเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความสกปรกที่พวกเขาพยายามปกปิด"

ในช่วงเวลาเดียวกัน เมฆาก็เริ่มสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากอำนาจมืดที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่การโจมตีทางธุรกิจ แต่ยังรวมถึงการคุกคามในรูปแบบอื่น ‌สัญญาณแรกปรากฏขึ้นเมื่อเว็บไซต์หลักของนวัตเมฆาถูกโจมตีทางไซเบอร์อย่างหนักหน่วง แม้ระบบรักษาความปลอดภัยที่เมฆาสร้างขึ้นจะสามารถป้องกันไว้ได้ แต่ก็สร้างความปั่นป่วนและเสียเวลาในการแก้ไขไม่น้อย

"เป็นการโจมตีแบบ DDoS ขนาดใหญ่ที่ไม่เคยพบมาก่อน" ภาคินรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "เราสามารถสืบหาต้นตอได้คร่าวๆ พบว่ามาจากเครือข่ายเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกเช่าซื้อในหลายประเทศ ‍และมีรูปแบบการโจมตีที่คล้ายคลึงกับกลุ่มแฮกเกอร์รับจ้างที่มีชื่อเสียงในโลกใต้ดิน"

เมฆาหลับตาลง เขามองเห็นภาพเครือข่ายที่ซับซ้อนของการคุกคามเหล่านี้ นี่คือการเตือน นี่คือการแสดงแสนยานุภาพของอำนาจมืดที่อยู่เบื้องหลังทศกัณฐ์คอร์ปอเรชั่น พวกเขาต้องการให้เมฆากลัวและถอยไป แต่เมฆาไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ง่ายๆ

ภัยคุกคามไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่โลกออนไลน์ คืนหนึ่ง ขณะที่เมฆากำลังขับรถกลับบ้านหลังจากทำงานดึก ​เขาต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน รถยนต์สีดำไร้ป้ายทะเบียนขับเข้ามาประชิดและพยายามเบียดรถของเขาให้ตกจากถนน เมฆาซึ่งมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วและสติที่เฉียบคม สามารถหลบหลีกได้อย่างหวุดหวิด แต่เหตุการณ์นั้นก็ทำให้เขาตระหนักว่าชีวิตของเขากำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง

เมฆาไม่ได้รายงานเรื่องนี้กับตำรวจ เขารู้ดีว่าอิทธิพลของธนินทร์ วงศ์วารินทร์นั้นหยั่งรากลึกเกินกว่าที่เจ้าหน้าที่ทั่วไปจะเข้ามาจัดการได้ เขาเลือกที่จะพึ่งพาตัวเองและทีมงานที่ไว้ใจได้เท่านั้น

"ไอริส ​เสริมระบบรักษาความปลอดภัยส่วนตัวของฉัน และติดตามความเคลื่อนไหวรอบตัวฉันตลอด 24 ชั่วโมง" เมฆาสั่งการด้วยน้ำเสียงเย็นชา "และระบุตัวผู้ที่พยายามทำร้ายฉันให้ได้"

"รับทราบค่ะท่านเมฆา ระบบรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคลของท่านได้ถูกยกระดับสูงสุดแล้ว และกำลังประมวลผลข้อมูลจากกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ" ​ไอริสตอบ

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เมฆาต้องทบทวนแผนการของเขาอีกครั้ง การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเงินทุนและอำนาจทางการตลาด แต่เป็นเรื่องของชีวิตและความปลอดภัย ความโหดเหี้ยมของอำนาจเก่าทำให้เขาต้องก้าวไปอีกขั้น เขาจะต้องไม่เพียงแค่ปกป้องตัวเอง แต่ต้องทำลายรากฐานของความชั่วร้ายเหล่านี้ให้สิ้นซาก

ในระหว่างที่เมฆากำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามรอบด้าน เขาก็ได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งจากบุคคลที่ไม่คาดฝัน

"สวัสดีครับ คุณเมฆา ผม สหัสชัย ครับ" เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากปลายสาย สหัสชัยเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มทศกัณฐ์คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเคยมีชื่อเสียงในด้านความซื่อสัตย์และฝีมือการทำงาน แต่ได้ลาออกไปอย่างกะทันหันเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และหายหน้าไปจากวงการธุรกิจ

เมฆารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยติดต่อกับสหัสชัยโดยตรงมาก่อน "สวัสดีครับคุณสหัสชัย ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรให้ผมรับใช้ครับ"

"ผมได้ยินข่าวคราวเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างคุณกับกลุ่มทศกัณฐ์คอร์ปอเรชั่น" สหัสชัยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ผมรู้ว่าคุณกำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่ และผมคิดว่าผมอาจจะมีข้อมูลบางอย่างที่เป็นประโยชน์กับคุณ"

เมฆาเงียบไปชั่วขณะ เขากำลังประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับสหัสชัยในสมอง เขาจำได้ว่าสหัสชัยเป็นคนสนิทของนายธนินทร์ วงศ์วารินทร์มานานหลายสิบปี แต่ก็มีข่าวลือว่าทั้งสองมีปัญหาขัดแย้งกันอย่างรุนแรงก่อนที่สหัสชัยจะลาออก

"ข้อมูลอะไรครับ" เมฆาถามอย่างระมัดระวัง

"ธนินทร์ วงศ์วารินทร์ ไม่ใช่แค่เจ้าของธุรกิจธรรมดา เขาเป็นผู้บงการเครือข่ายใต้ดินขนาดใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ การค้าอาวุธผิดกฎหมาย และยาเสพติด" สหัสชัยเปิดเผยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคับแค้น "ผมเคยพยายามเปิดโปงเขา แต่ถูกขัดขวางและถูกข่มขู่ จนต้องยอมล่าถอยไป แต่ตอนนี้ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ความจริงจะต้องถูกเปิดเผย"

คำพูดของสหัสชัยทำให้เมฆาตกตะลึง แม้เขาจะคาดการณ์ถึงความสกปรกของทศกัณฐ์คอร์ปอเรชั่นมาบ้าง แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะลึกซึ้งและมืดมิดถึงเพียงนี้

"คุณมีหลักฐานอะไรบ้างครับ" เมฆาถามด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น

"ผมมีข้อมูลและเอกสารลับบางอย่างที่ผมแอบเก็บไว้ก่อนที่จะลาออก และผมเชื่อว่าคุณคือคนเดียวที่มีความสามารถพอที่จะใช้มันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเปิดโปงธนินทร์ได้" สหัสชัยกล่าว "ผมอยากพบคุณเพื่อคุยรายละเอียดเพิ่มเติม คุณสะดวกเมื่อไหร่ครับ"

เมฆาคิดอย่างรวดเร็ว นี่อาจเป็นโอกาสสำคัญที่จะพลิกสถานการณ์ เขาไม่แน่ใจว่าสหัสชัยเป็นพันธมิตรที่แท้จริงหรือไม่ แต่ข้อมูลที่เขานำมาเสนอนั้นน่าสนใจเกินกว่าที่จะมองข้ามไปได้

"ผมจะส่งคนไปรับคุณที่ที่ปลอดภัยที่สุดที่คุณจะระบุได้" เมฆาตอบ "เราจะคุยกันในสถานที่ที่ไม่มีใครสามารถเข้าถึงได้"

"เยี่ยมเลยครับ ผมจะรอการติดต่อจากคุณ" สหัสชัยตอบกลับด้วยน้ำเสียงโล่งใจ ก่อนจะวางสายไป

เมฆาเงยหน้าขึ้นมองเพดานห้องอีกครั้ง การปรากฏตัวของสหัสชัยเป็นเหมือนแสงสว่างเล็กๆ ในอุโมงค์ที่มืดมิด เขารู้สึกได้ถึงกระแสคลื่นแห่งความหวังที่เริ่มก่อตัวขึ้น ท่ามกลางกระแสคลื่นใต้น้ำที่เชี่ยวกรากของอำนาจมืด

เขาเรียกประชุมทีมผู้บริหารและทีมรักษาความปลอดภัยอย่างเร่งด่วน เพื่อวางแผนการรับมือกับข้อมูลใหม่ที่ได้รับจากสหัสชัย และเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้

"เราจะใช้โอกาสนี้เพื่อเปิดโปงความชั่วร้ายของทศกัณฐ์คอร์ปอเรชั่นให้สิ้นซาก" เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด "ไม่ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งแค่ไหน เราก็จะใช้ความจริงเป็นอาวุธ และความอัจฉริยะของเราเป็นโล่กำบัง"

ในขณะเดียวกัน ไอริสก็ได้รายงานข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับผู้ที่พยายามทำร้ายเมฆา "ท่านเมฆาครับ จากการวิเคราะห์ภาพจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลจากระบบจราจร ไอริสได้ระบุตัวตนของผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวได้แล้วครับ เขาเป็นมือปืนรับจ้างชื่อดังในวงการใต้ดิน และเคยมีประวัติการทำงานให้กับกลุ่มทศกัณฐ์คอร์ปอเรชั่นหลายครั้ง"

เมฆาพยักหน้าอย่างช้าๆ "หาทางจับตัวเขาให้ได้ และนำตัวเขามาให้ฉัน"

"รับทราบค่ะท่านเมฆา" ไอริสตอบ

เมฆารู้ดีว่าการกระทำของเขากำลังจะนำไปสู่การเผชิญหน้าครั้งใหญ่ แต่เขาก็พร้อมที่จะรับมือกับมันทุกรูปแบบ ด้วยสติปัญญาที่เฉียบแหลมและพันธมิตรที่คาดไม่ถึง เขาจะพลิกชะตาของตัวเองและเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจให้พ้นจากเงื้อมมือของอำนาจมืดให้ได้

เขาเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปนอกเมืองที่ยังคงสว่างไสวไปด้วยแสงไฟยามค่ำคืน คืนนี้เป็นอีกคืนที่ยาวนาน แต่เมฆากลับรู้สึกถึงพลังงานที่เปี่ยมล้นอยู่ในตัวเขา เขากำลังจะก้าวเข้าสู่สมรภูมิที่แท้จริง และเขาก็พร้อมที่จะเป็นผู้ชนะ.


หน้านิยาย
หน้านิยาย
พลิกชะตาอัจฉริยะ

พลิกชะตาอัจฉริยะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!