พลิกชะตาอัจฉริยะ

ตอนที่ 26 — เงาปริศนาในเงามืด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

40 ตอน · 992 คำ

การโจมตีจากกลุ่มมหาพลังกรุ๊ปเริ่มมีความซับซ้อนและแยบยลยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่การบีบห่วงโซ่อุปทานหรือการปล่อยข่าวลือ แต่ยังรวมถึงการใช้กลไกทางกฎหมายและหน่วยงานรัฐบางส่วนในการสร้างอุปสรรค

“คุณเมฆาครับ กรมธุรกิจพลังงานได้เรียกให้เราเข้าชี้แจงมาตรฐานของระบบ Solaris อีกครั้งครับ” หัวหน้าฝ่ายกฎหมายรายงานด้วยสีหน้าวิตก “ทั้งที่เราเพิ่งผ่านการตรวจสอบและได้รับใบอนุญาตมาแล้วไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้”

เมฆาพยักหน้าอย่างเข้าใจ ‌“พวกเขาต้องการทำให้เราเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย และทำให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจในตัวผลิตภัณฑ์ของเรา”

“แต่มีเรื่องที่น่าเป็นห่วงกว่านั้นครับ” หัวหน้าฝ่ายกฎหมายกล่าวต่อ “มีสัญญาณว่าอาจมีการตรวจสอบบัญชีของเมฆาโฮลดิ้งโดยกรมสรรพากรอย่างละเอียดเป็นพิเศษครับ”

นี่คือการเล่นงานที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การตรวจสอบบัญชีอย่างละเอียดเป็นพิเศษนั้น ไม่ว่าจะโปร่งใสแค่ไหนก็ย่อมสร้างความปวดหัว และหากมีการตีความกฎหมายที่เอียงไปทางฝ่ายตรงข้าม ​ก็อาจสร้างปัญหาใหญ่ได้

เมฆาสั่งให้ฝ่ายกฎหมายและฝ่ายบัญชีเตรียมข้อมูลทั้งหมดให้พร้อมสำหรับการตรวจสอบ และยืนยันความโปร่งใสของบริษัทอย่างเต็มที่

ในขณะเดียวกัน การวิเคราะห์ข้อมูลของเมฆาก็เริ่มเผยให้เห็นถึงโครงสร้างที่ซับซ้อนของ “มหาพลังกรุ๊ป” มากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเขาเจาะลึกเข้าไปเท่าไหร่ ก็ยิ่งพบว่าเครือข่ายของพวกเขาไม่ได้มีแค่ธุรกิจพลังงาน แต่ยังครอบคลุมไปถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ‍การเงิน และแม้กระทั่งสื่อสิ่งพิมพ์และโทรทัศน์บางแห่ง

เบื้องหลังของมหาพลังกรุ๊ปคือ “ท่านประธานธนากร” ชายชราผู้ทรงอิทธิพลที่สร้างอาณาจักรแห่งนี้ขึ้นมาด้วยสองมือและเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ท่านประธานธนากรเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะนักธุรกิจผู้ชาญฉลาดและไร้ความปรานี แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาได้มอบอำนาจการบริหารส่วนใหญ่ให้แก่ “คุณวิวัฒน์” ‌บุตรชายคนโตผู้ทะเยอทะยานและเหี้ยมโหด

“คุณวิวัฒน์ ธนากร” คือชื่อที่ผุดขึ้นมาบ่อยครั้งในการวิเคราะห์ของเมฆา เขาเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ แต่ก็มีชื่อเสียงในทางไม่ดีนักเรื่องการใช้กลยุทธ์ที่รุนแรงและไม่โปร่งใสในการกำจัดคู่แข่ง

เมฆาได้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิวัฒน์จากแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผย ซึ่งเป็นคนวงในที่เคยร่วมงานกับมหาพลังกรุ๊ป ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าวิวัฒน์ไม่เพียงแค่ต้องการรักษาอำนาจของตระกูลธนากร แต่ยังต้องการขยายอิทธิพลออกไปให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ‍และเมฆาโฮลดิ้งคืออุปสรรคสำคัญที่ขวางทางเขา

“คุณเมฆาครับ มีคนแอบเข้าไปในโรงงานผลิตของเราเมื่อคืนนี้ครับ” เสียงของหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยดังขึ้นในสายโทรศัพท์ในช่วงกลางดึก เมฆาที่กำลังจมอยู่กับการวิเคราะห์ข้อมูลถึงกับต้องหยุดชะงัก

“อะไรนะ! มีอะไรเสียหายบ้างไหม?” เมฆาถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาถูกคุกคามโดยตรงถึงสถานที่ทำงาน

“โชคดีที่ไม่มีอะไรเสียหายครับคุณเมฆา ระบบรักษาความปลอดภัยของเราทำงานได้ดี ​คนร้ายหนีไปก่อนที่เราจะจับตัวได้ แต่พวกเขาได้ทิ้งบางอย่างไว้ครับ...” หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยอธิบายด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

เมฆารีบเดินทางไปที่โรงงานทันที เมื่อไปถึง เขาพบกับหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยที่กำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานที่มีวัตถุประหลาดวางอยู่

มันเป็นกล่องไม้แกะสลักสีดำสนิท ภายในมีซองจดหมายสีแดงเลือดหมูวางอยู่ เมฆาเปิดซองออก ภายในเป็นกระดาษสีขาวที่พับไว้อย่างประณีต ​และเมื่อคลี่ออก เขาพบกับภาพถ่ายของตัวเขาเองที่ถูกถ่ายจากระยะไกลในขณะที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ พร้อมกับข้อความที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ เป็นภาษาไทยว่า “หยุดเดี๋ยวนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป”

ภาพถ่ายนั้นแสดงให้เห็นว่าคนร้ายสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเขาได้ในระดับหนึ่ง และข้อความนั้นก็ชัดเจนว่าเป็นคำขู่ที่ไม่ใช่แค่ในเชิงธุรกิจ แต่เป็นการคุกคามถึงชีวิต

เมฆากำซองจดหมายในมือแน่น ​แววตาของเขาฉายประกายความโกรธเกรี้ยวที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก พวกเขาไม่เพียงแค่โจมตีธุรกิจของเขา แต่ยังคุกคามชีวิตของเขาด้วย

“ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งหมด” เมฆาสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หาให้ได้ว่าใครเป็นคนทำ และใครคือผู้บงการอยู่เบื้องหลัง”

แม้ว่าเมฆาจะไม่แสดงอาการหวาดกลัว แต่เขาก็ตระหนักว่าสถานการณ์ได้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นแล้ว นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้ทางธุรกิจ แต่เป็นการต่อสู้เพื่อความอยู่รอด

ในวันรุ่งขึ้น เมฆาเรียกประชุมทีมผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เขายื่นภาพถ่ายและจดหมายขู่ให้ทุกคนดู บรรยากาศในห้องประชุมเต็มไปด้วยความตึงเครียด

“นี่ไม่ใช่การขู่เล่นๆ” เมฆากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “พวกเขาต้องการให้เราหยุด Solaris Project และถอยออกมาจากวงการพลังงาน”

“เราจะยอมถอยหรือครับคุณเมฆา?” ปรัชญาถามด้วยความกังวล

เมฆาส่ายหน้าช้าๆ “ไม่มีทาง สิ่งที่เรากำลังทำอยู่คือการสร้างคุณค่าให้กับสังคมและประเทศชาติ เราจะไม่มีวันยอมแพ้”

“แต่เราต้องเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้น” เมฆากล่าวต่อ “ทั้งที่โรงงาน ออฟฟิศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวผมเอง” เขามองไปที่หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย “ผมต้องการให้คุณจ้างทีมรักษาความปลอดภัยมืออาชีพมาดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ และให้ตรวจสอบประวัติทุกคนอย่างละเอียด”

เมฆาใช้ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลอีกครั้ง เขาเชื่อมโยงข้อมูลทั้งหมดที่ได้มา ไม่ว่าจะเป็นการยกเลิกโครงการของโรงเรียน ข่าวลือทางโซเชียลมีเด การบีบห่วงโซ่อุปทาน การตรวจสอบจากหน่วยงานรัฐ และการคุกคามโดยตรง

ภาพของ “คุณวิวัฒน์ ธนากร” ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นในความคิดของเขา วิวัฒน์เป็นจอมบงการที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีทั้งหมดนี้ แต่เบื้องหลังวิวัฒน์ อาจยังมี “เงาปริศนา” ที่ซ่อนเร้นอยู่

เมฆาเชื่อว่าเบื้องหลังของมหาพลังกรุ๊ปและตระกูลธนากร มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจและอิทธิพลมหาศาลอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นผู้ที่คอยปกป้องผลประโยชน์ของกลุ่มอิทธิพลเก่าแก่เหล่านี้มาโดยตลอด และอาจเป็นผู้ที่ชี้นำให้วิวัฒน์ดำเนินการโจมตีเมฆาด้วยความรุนแรงเช่นนี้

เขาเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ “ท่านประธานธนากร” ในอดีต และพบว่าท่านประธานธนากรมีความสัมพันธ์อันดีกับนักการเมืองและนักธุรกิจระดับสูงหลายคนในประเทศ หนึ่งในนั้นคือ “ท่านรัฐมนตรีศักดิ์สิทธิ์” รัฐมนตรีผู้ทรงอิทธิพลที่คุมกระทรวงสำคัญมาหลายสมัย และมีข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกับกลุ่มธุรกิจพลังงาน

“ท่านรัฐมนตรีศักดิ์สิทธิ์” ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในความคิดของเมฆา และทำให้เขารู้สึกถึงความหนาวเย็นยะเยือกบางอย่าง

เมฆาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับท่านรัฐมนตรีศักดิ์สิทธิ์ เขาพบว่าท่านรัฐมนตรีมีทรัพย์สินและเครือข่ายธุรกิจที่ซับซ้อน ไม่ได้มีแค่ในประเทศ แต่ยังรวมถึงต่างประเทศด้วย และหนึ่งในบริษัทที่ท่านรัฐมนตรีมีส่วนเกี่ยวข้องนั้น มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับ “มหาพลังกรุ๊ป” อย่างใกล้ชิด

ข้อมูลเหล่านี้ทำให้เมฆาเห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น นี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้กับบริษัทเอกชนเพียงแห่งเดียว แต่เป็นการต่อสู้กับเครือข่ายอำนาจเก่าที่ผูกขาดผลประโยชน์มานาน และมีกลไกในการปกป้องตัวเองอย่างแข็งแกร่ง

เมฆาตระหนักว่าเขาจะต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดที่ฝังรากลึกในสังคม การจะเอาชนะพวกเขาได้ ไม่ใช่แค่การมีเทคโนโลยีที่เหนือกว่า หรือการมีเงินทุนที่มากพอ แต่จะต้องมีความกล้าหาญ ความชาญฉลาด และความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น

เขาตัดสินใจที่จะไม่เปิดเผยเรื่องการคุกคามโดยตรงต่อสาธารณะในตอนนี้ เพราะอาจจะทำให้เกิดความตื่นตระหนกและเป็นผลดีต่อฝ่ายตรงข้าม เขายังคงดำเนินธุรกิจต่อไปตามปกติ แต่ภายใน เมฆากำลังวางแผนการตอบโต้ที่เหนือความคาดหมาย

ในคืนนั้น เมฆานั่งอยู่คนเดียวในห้องทำงาน แสงไฟจากจอคอมพิวเตอร์ส่องกระทบใบหน้า เขาหยิบภาพถ่ายของตัวเองและจดหมายขู่ออกมาดูอีกครั้ง

“พวกคุณคิดจะทำให้ผมกลัวหรือ?” เมฆาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา “พวกคุณคิดผิดแล้ว”

แววตาของเมฆาฉายประกายความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว เขาไม่ได้หวาดกลัว แต่กลับรู้สึกท้าทายมากขึ้นกว่าเดิม เขาเชื่อมั่นในสติปัญญาของตนเอง และเชื่อมั่นว่าความจริงจะสามารถเอาชนะอำนาจมืดได้ในที่สุด

เมฆากำลังจะก้าวเข้าสู่การเผชิญหน้าครั้งสำคัญในเงามืด ที่ซึ่งการต่อสู้ไม่ได้มีแค่เรื่องของธุรกิจ แต่ยังรวมถึงชีวิตและอนาคตของเขา และเขาก็พร้อมแล้วที่จะเปิดเผย “เงาปริศนา” ที่ซ่อนเร้นอยู่เบื้องหลังอำนาจเก่าเหล่านั้นให้ปรากฏแก่สายตาของทุกคน

หน้านิยาย
หน้านิยาย
พลิกชะตาอัจฉริยะ

พลิกชะตาอัจฉริยะ

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!