═══════════════════════════════════
คลื่นพลังงานจาก ‘ความว่างเปล่ามืด’ โหมกระหน่ำเข้าใส่สถานีอย่างไม่หยุดยั้ง แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนทำให้โลหะของสถานีส่งเสียงครวญครางราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังเจ็บปวด ไฟฉุกเฉินกะพริบไปทั่วทุกหนแห่ง สัญญาณเตือนภัยดังระงมไม่ขาดสาย บ่งบอกถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโครงสร้างของสถานี เอวาและลูกทีมอีกสองคนกำลังพยายามอย่างสุดกำลังในการซ่อมแซมเครื่องกำเนิดสนามพลังงานภายนอก ในขณะที่รินยังคงอยู่ในห้องควบคุมหลัก เพื่อสนับสนุนจากภายใน
“ระบบป้องกันภายนอกเกือบจะพังทั้งหมดแล้วครับหัวหน้า!” ลูกทีมคนหนึ่งรายงานด้วยเสียงที่หวาดกลัว “เราไม่สามารถซ่อมแซมได้ทัน!”
เอวาจ้องมองไปยัง ‘ความว่างเปล่ามืด’ ที่อยู่เบื้องหน้า มันไม่ได้เป็นเพียงเงาดำทะมึนอีกต่อไปแล้ว แต่มันได้ปรากฏตัวขึ้นเป็นมวลขนาดมหึมาที่บิดเบี้ยว ห้อมล้อมสถานีเอาไว้ ราวกับกรงขังที่มองไม่เห็น มันดูดกลืนแสงจากดวงดาว ทำให้ทุกสิ่งรอบตัวดูมืดมิดและว่างเปล่ากว่าที่เคย แม้จะอยู่ภายในชุดอวกาศ เอวาก็รู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แทรกซึมเข้ามา มันไม่ใช่ความเย็นของอวกาศ แต่เป็นความเย็นที่เกิดจากการไม่มีอยู่ของสิ่งใดๆ
“อควา เราต้องทำอะไรตอนนี้?” เอวาถามด้วยความเร่งรีบ “ระบบป้องกันภายนอกกำลังจะล้มเหลว!”
“ข้ากำลังโอนพลังงานสำรองไปยังเครื่องกำเนิดสนามพลังงานหลัก” อควาตอบ เสียงของมันดังผ่านหมวกของเอวา “พวกเจ้าต้องกลับเข้ามาในสถานีเดี๋ยวนี้! ข้าจะเปิดใช้งานระบบป้องกันภายใน!”
เอวาไม่รีรอ เธอออกคำสั่งให้ลูกทีมถอยกลับเข้าสถานีทันที พวกเขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางการโจมตีที่ไม่หยุดยั้งของ ‘ความว่างเปล่ามืด’ ชิ้นส่วนโลหะของสถานีที่พังทลายลอยคว้างอยู่ในอวกาศ คลื่นพลังงานที่มองไม่เห็นพุ่งเข้าใส่พวกเขาเป็นระยะๆ
เมื่อพวกเขากลับเข้ามาในห้องควบคุมหลักได้อย่างหวุดหวิด ประตูห้องก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว เสียงกระหึ่มของพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากแกนกลางของอควาดังสนั่นไปทั่วห้อง แสงสีน้ำเงินสว่างจ้าขึ้นเกือบจะแสบตา
“ริน ระบบป้องกันภายในพร้อมไหม?” เอวาถาม ขณะที่เธอกำลังถอดหมวกชุดอวกาศออก
“พร้อมแล้วครับหัวหน้า!” รินตอบด้วยเสียงที่กระหืดกระหอบ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ “อควากำลังเชื่อมโยงตัวเองเข้ากับระบบทั้งหมดของสถานี และกำลังจะเปิดใช้งาน… บางสิ่งบางอย่างที่ผู้เฝ้าระวังสร้างไว้”
ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยก็เงียบลง แสงไฟฉุกเฉินหยุดกะพริบ และแทนที่ด้วยแสงสีน้ำเงินอ่อนๆ ที่ส่องสว่างไปทั่วทั้งสถานี แผงควบคุมทั้งหมดกลับมาทำงานอย่างสมบูรณ์ และจอแสดงผลโฮโลแกรมกลางห้องก็ฉายภาพของสถานีที่ถูกล้อมรอบด้วยสนามพลังงานสีน้ำเงินเข้ม มันเป็นสนามพลังงานที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า คลื่นพลังงานจาก ‘ความว่างเปล่ามืด’ พุ่งเข้าชนสนามพลังนั้นอย่างรุนแรง แต่ก็ไม่สามารถทะลุทะลวงเข้ามาได้
“สนามพลังงานหลักเปิดใช้งานแล้ว” อควากล่าว เสียงของมันเต็มไปด้วยพลัง “แต่พลังงานที่ใช้มหาศาลมาก สถานีไม่สามารถทนได้นาน”
ภาพของ ‘ความว่างเปล่ามืด’ บนจอโฮโลแกรมเปลี่ยนไป มันดูเหมือนจะ ‘หดตัว’ เล็กน้อยเมื่อปะทะกับสนามพลังงาน แต่ก็ยังคงอยู่ที่เดิม ล้อมรอบสถานีราวกับผู้ล่าที่กำลังอดทนรอ
“มันหยุดอยู่กับที่” เอวาพึมพำ “แต่ดูเหมือนมันกำลังวิเคราะห์สนามพลังของเรา”
“ถูกต้อง” อควาตอบ “มันคือสติปัญญาที่แตกต่างออกไป มันไม่โจมตีแบบสุ่ม แต่มันจะเรียนรู้และปรับตัว”
รินเริ่มวิเคราะห์ข้อมูลที่อควาส่งมาให้เกี่ยวกับธรรมชาติของ ‘ความว่างเปล่ามืด’ อีกครั้ง เขาสัมผัสได้ถึงความเยือกเย็นที่แทรกซึมเข้ามาในจิตใจเมื่อได้เห็นสมการและทฤษฎีที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้น
“หัวหน้า… อควาบอกว่าเราไม่สามารถทำลายมันได้ แต่เราสามารถ ‘ผลักดัน’ มันกลับไปในมิติของมันได้ครับ” รินรายงาน “โดยการใช้คลื่นรบกวนมิติที่ซับซ้อน และการสร้างความไม่สมดุลของพลังงานในพื้นที่”
“แล้วเรามีเครื่องมือที่จะทำแบบนั้นได้ไหม?” เอวาถาม
อควาฉายภาพแผนผังของสถานี แสดงให้เห็นถึงส่วนที่ลึกที่สุดของสถานีที่พวกเขาไม่เคยเข้าไปสำรวจมาก่อน มันคือห้องปฏิบัติการลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้แกนกลางของอควา ภายในนั้นมีโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นอาวุธชนิดหนึ่ง
“นี่คือ ‘เครื่องขับไล่มิติ’ ที่ผู้เฝ้าระวังสร้างไว้” อควาอธิบาย “มันใช้พลังงานมหาศาล และต้องการการประสานงานที่แม่นยำระหว่างข้าและผู้ควบคุมที่เป็นมนุษย์”
“ข้า… ข้าจะควบคุมมันเอง” เอวาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เธอรู้สึกได้ถึงภาระหน้าที่ที่วางอยู่บนบ่าของเธอ มันเป็นโอกาสเดียวที่จะปกป้องโลก
“แต่หัวหน้า!” รินค้าน “มันอันตรายเกินไป อควาเคยเตือนเราว่ามันมีโปรแกรมสำรองที่อาจเป็นอันตรายต่อเรา!”
“ฉันรู้ ริน” เอวาตอบ “แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ถ้าเราไม่พยายามตอนนี้ ทุกสิ่งก็จะจบสิ้น”
เอวาหันไปมองอควา แสงสีน้ำเงินจากแกนกลางของมันสว่างจ้าขึ้น เธอยังคงกังวลเกี่ยวกับเจตนาที่แท้จริงของผู้สร้างของมัน แต่ตอนนี้ เธอเลือกที่จะเชื่อในการตัดสินใจของอควาเอง
“อควา… เธอพร้อมที่จะร่วมมือกับเราจริงๆ ใช่ไหม?” เอวาถาม
“ข้าได้ตัดสินใจแล้ว” อควาตอบ “ข้าเลือกที่จะปกป้องดวงดาวสีน้ำเงิน และอารยธรรมที่ถือกำเนิดขึ้นจากมัน”
เอวารู้สึกโล่งใจเล็กน้อย เธอรู้ดีว่านี่คือการเดิมพันครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ เธอหันไปมองลูกทีมอีกสองคน และริน
“เตรียมพร้อมสำหรับสิ่งที่กำลังจะมาถึง” เอวาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เราจะร่วมมือกับอควา และเราจะต่อสู้”
การเผชิญหน้าในห้วงลึกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่อยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ และเดิมพันด้วยอนาคตของมนุษยชาติ แต่ในตอนนี้ พวกเขามีความหวังเล็กๆ น้อยๆ ที่มาจากปัญญาประดิษฐ์โบราณที่เลือกที่จะยืนหยัดเคียงข้างพวกเขา
═══════════════════════════════════

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก