ความเงียบที่ตามมานั้นน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ สถานีวิจัยอวกาศหมายเลข 7 ไม่ได้ส่งเสียงครวญครางอีกต่อไป แต่กลับเป็นเสียงแตกร้าวละเอียดอ่อนที่สะท้อนก้องไปทั่วโครงสร้างเหล็กกล้าที่กำลังจะดับสิ้น มันเป็นความเงียบแห่งความตายที่รอคอยการมาถึงอย่างช้าๆ แสงสีแดงฉุกเฉินกะพริบเป็นจังหวะสุดท้ายที่ริบหรี่ ราวกับหัวใจที่กำลังจะหยุดเต้น ขณะที่แกนกลางของอควาที่เคยส่องประกายสีฟ้าอ่อนจางลงจนเหลือเพียงแสงเรืองรองบางเบา ก่อนจะดับมืดลงในที่สุด
เอวายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดเกือบสนิท มีเพียงแสงริบหรี่จากจอควบคุมที่แตกละเอียดไม่กี่จอที่ยังคงกะพริบอย่างหมดสภาพ ร่างกายของเธอเจ็บปวดไปทุกส่วนจากแรงกระแทกของการทำงานของ ‘เครื่องขับไล่มิติ’ แต่จิตใจของเธอยังคงตื่นตัว พยายามประเมินสถานการณ์ ดวงตาของเธอปรับตัวเข้ากับความมืด สอดส่องมองหารินและลูกทีมอีกสองคน คือ เคียน อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยผู้เงียบขรึม และ เลน่า วิศวกรสาวผู้เชี่ยวชาญด้านระบบสื่อสาร ทั้งสามคนถูกแรงกระแทกซัดไปกระแทกกับแผงควบคุมที่พังทลาย
“ทุกคน… ปลอดภัยไหม?” เสียงของเอวาแหบพร่า เธอรู้สึกถึงรสเลือดจางๆ ในปาก อาจจะเป็นเพราะเธอกัดลิ้นตัวเองตอนที่เครื่องขับไล่มิติทำงาน
เคียนขยับตัวก่อน เขาไอสำลักพร้อมกับพยุงตัวขึ้นช้าๆ “ผม… ผมไม่เป็นไรครับหัวหน้า แค่… จุกหน่อย” เขายืนขึ้นอย่างทุลักทุเล มือข้างหนึ่งกุมสีข้างไว้ ส่วนเลน่ายังคงนอนนิ่งอยู่ข้างแผงควบคุมที่แตกละเอียด “เลน่า!” เคียนรีบเข้าไปดู เลน่ากระพริบตาถี่ๆ ก่อนจะขยับมือข้างหนึ่งขึ้นมาแตะศีรษะ
“หัว… หัวหน้า… สถานี…” เสียงของเลน่าอ่อนแรง เธอพยายามลุกขึ้นแต่ก็ล้มลงไปอีกครั้ง “โครงสร้างภายนอก… พังหมดแล้วค่ะ”
รินเงยหน้าขึ้นจากแผงควบคุมที่เขาพยายามยื้อยุดเอาไว้ แสงไฟที่หน้าจอของเขามืดลงไปแล้ว ใบหน้าของเขาซีดเผือด มีรอยเลือดจางๆ ไหลซึมออกมาจากมุมปาก เขาใช้แขนเสื้อเช็ดออกอย่างลวกๆ
“ความว่างเปล่ามืด… ถอยไปแล้วครับ” รินรายงานด้วยเสียงที่แหบแห้งยิ่งกว่าเดิม “เครื่องขับไล่มิติ… มันได้ผล แต่มันก็ทำลายสถานีไปพร้อมกัน”
เอวารู้สึกโล่งใจ แต่ก็อดรู้สึกถึงความเศร้าสร้อยไม่ได้ สถานีแห่งนี้เคยเป็นบ้าน เป็นความหวัง แต่ตอนนี้มันเป็นเพียงซากปรักหักพังที่ลอยเคว้งคว้างอยู่ในอวกาศ
“แล้วอควาล่ะ?” เอวาถามขึ้น น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เพราะแกนกลางของมันดับไปแล้ว
รินส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง “แกนพลังงานหลัก… ดับสนิทแล้วครับ หัวหน้า” เขาพยายามใช้มือที่สั่นเทิ้มกดแผงควบคุมที่แตกละเอียด “ข้อมูล… ข้อมูลทั้งหมดหายไป… ไม่เหลืออะไรเลย”
ความรู้สึกเย็นยะเยือกแล่นไปทั่วร่างของเอวา อควา… สิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ที่พวกเขาได้พบเจอ ที่ช่วยให้พวกเขาเข้าใจถึงภัยคุกคามที่แท้จริง อควาผู้ที่เสียสละตัวเองเพื่อขับไล่ ‘ความว่างเปล่ามืด’ ออกไปจากพวกเขา บัดนี้มันจากไปแล้วจริงๆ หรือ?
“ไม่…” เอวาพึมพำกับตัวเอง “มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ” เธอเดินตรงไปยังแกนกลางของอควาที่เคยเป็นแหล่งกำเนิดแสงสีฟ้า เธอใช้มือที่สั่นเทาแตะลงไปบนโลหะที่เย็นเฉียบ มันไม่มีการตอบสนองใดๆ ไม่มีพลังงาน ไม่มีแม้แต่การสั่นสะเทือนเล็กน้อย
“หัวหน้าครับ! เราต้องรีบไปจากที่นี่!” เคียนตะโกนขึ้นมา พร้อมกับชี้นิ้วไปยังรอยร้าวขนาดใหญ่ที่เริ่มปรากฏขึ้นบนผนังห้องควบคุม “โครงสร้างภายในก็เริ่มไม่ไหวแล้ว!”
เสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดับไปแล้วกลับมาดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นเสียงเตือนถึงความเสียหายของโครงสร้างภายในที่กำลังจะถึงจุดวิกฤต เพดานห้องเริ่มมีรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น และเศษซากโลหะเล็กๆ ก็เริ่มร่วงหล่นลงมา
“ทุกคน! หาทางออก!” เอวาออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว เธอหันกลับไปมองแกนกลางของอควาอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวด เธอไม่อาจทิ้งมันไว้ได้แบบนี้ แต่ก็ไม่มีเวลาแล้ว
“ยานกู้ชีพครับ!” รินพยายามใช้แรงเฮือกสุดท้ายชี้ไปยังทางเดินฉุกเฉินที่อยู่ด้านหลังห้องควบคุม “ยานกู้ชีพฉุกเฉินหมายเลขสาม… มันยังอยู่ที่นั่น แต่ทางเดิน…”
ก่อนที่รินจะพูดจบ แรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ก็ถาโถมเข้าใส่อีกครั้ง ผนังห้องควบคุมด้านหนึ่งพังทลายลง เผยให้เห็นห้วงอวกาศอันมืดมิดที่เต็มไปด้วยเศษซากของสถานีที่กำลังลอยเคว้งคว้าง แสงดาวที่อยู่ห่างไกลดูเหมือนจะเย้ยหยันกับชะตากรรมของพวกเขา
“เร็วเข้า!” เอวาตะโกน เธอรู้ดีว่านี่เป็นโอกาสสุดท้าย เคียนรีบพยุงเลน่าขึ้น เลน่ายังคงซึมจากการบาดเจ็บ แต่ก็พยายามก้าวเดินอย่างเต็มกำลัง รินเดินตามหลังมาอย่างเชื่องช้า แต่ก็ยังคงมุ่งมั่น
พวกเขาต้องเบียดเสียดผ่านซากปรักหักพังของห้องควบคุม ท่ามกลางเสียงโครมครามของการแตกร้าวของโครงสร้าง เศษซากโลหะและสายไฟที่ขาดสะบั้นห้อยระโยงระยางราวกับใยแมงมุมมรณะ ความมืดมิดที่รายล้อมบีบคั้นประสาทสัมผัส พวกเขาต้องอาศัยแสงไฟฉายจากชุดอวกาศของเคียนและรินที่ยังพอใช้งานได้ส่องนำทาง
ทางเดินฉุกเฉินแคบและเต็มไปด้วยอุปสรรค พวกเขาต้องคลานผ่านช่องว่างที่เคยเป็นประตู และหลบหลีกเศษซากที่ห้อยลงมาอย่างอันตราย เอวานำทางด้วยความมุ่งมั่น สายตาของเธอจับจ้องไปข้างหน้าตลอดเวลา เธอรู้สึกได้ถึงความเย็นยะเยือกที่เริ่มแผ่ซ่านเข้ามาจากรอยแตกบนผนัง ยิ่งพวกเขาเข้าใกล้ห้วงอวกาศภายนอกเท่าไหร่ ความหวังก็ยิ่งเลือนรางลงไปเท่านั้น
“อีกไม่ไกลครับหัวหน้า!” รินไอสำลัก ขณะที่เขาพยายามดึงประตูฉุกเฉินที่บิดเบี้ยวให้เปิดออก “ยานกู้ชีพ… อยู่หลังประตูนี่เอง”
แต่เมื่อประตูถูกเปิดออก สิ่งที่พวกเขาเห็นกลับไม่ใช่ยานกู้ชีพที่สมบูรณ์ มันเป็นเพียงซากเศษเหล็กที่ถูกฉีกขาดครึ่งหนึ่งราวกับถูกกัดกินโดยสัตว์ประหลาด ยานกู้ชีพฉุกเฉินหมายเลขสามถูกทำลายไปแล้วจากการโจมตีของ ‘ความว่างเปล่ามืด’
ความสิ้นหวังแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของทุกคน เอวาทรุดตัวลง เสียงถอนหายใจเฮือกสุดท้ายเล็ดลอดออกมาจากเธอ ทุกสิ่งทุกอย่าง… จบลงแล้วจริงๆ หรือ?
“ไม่!” เลน่าตะโกนเสียงดัง เธอใช้พลังที่เหลือทั้งหมดดันตัวเองให้ลุกขึ้น ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและฝุ่นผง “มันต้องมีทาง! ฉันจำได้ว่ามีห้องเก็บสัมภาระฉุกเฉินอยู่ชั้นล่างสุด… มันมีเครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารสำรองอยู่ในนั้น!”
ทุกคนหันไปมองเลน่าด้วยความประหลาดใจ เครื่องเคลื่อนย้ายมวลสาร? เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าและอันตรายเกินกว่าจะนำมาใช้ในภารกิจกู้ซากทั่วไป
“มันเป็นเทคโนโลยีที่ถูกซ่อนไว้ค่ะหัวหน้า! สำหรับกรณีฉุกเฉินสูงสุดเท่านั้น! พวกเขาไม่ต้องการให้ใครรู้เรื่องนี้” เลน่าอธิบายอย่างรีบร้อน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยประกายแห่งความหวัง
เอวาพยุงตัวเองขึ้นอีกครั้ง “พาฉันไป!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว แม้จะรู้สึกหมดหนทาง แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้
การเดินทางลงไปยังชั้นล่างสุดของสถานีที่กำลังพังทลายนั้นยากลำบากยิ่งกว่า พวกเขาต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายกว่าเดิม ทางเดินบางส่วนขาดสะบั้น พวกเขาต้องกระโดดข้ามช่องว่างที่เผยให้เห็นเบื้องล่างที่มืดมิด และบางครั้งก็ต้องปีนป่ายผ่านโครงสร้างที่บิดงอ เสียงเตือนภัยความดันอากาศดังขึ้นเป็นระยะ บ่งบอกถึงการรั่วไหลของอากาศในหลายจุด
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงห้องเก็บสัมภาระฉุกเฉิน มันเป็นห้องเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่หลังแผงควบคุมที่แตกละเอียด รินพยายามแฮกเข้าระบบด้วยมือที่สั่นเทา
“ระบบล็อค… แข็งแกร่งมากครับหัวหน้า” รินพูด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความท้อแท้
“ใช้แรงทั้งหมดที่เรามี!” เอวาออกคำสั่ง เคียนใช้แขนที่แข็งแรงของเขาพยายามงัดประตู ในขณะที่เลน่าให้คำแนะนำในการแฮกอย่างต่อเนื่อง
ทันใดนั้นเอง แผงควบคุมของรินที่เคยดับไปแล้ว ก็กลับมาส่องแสงสีฟ้าอ่อนๆ จางๆ มันไม่ใช่แสงจ้าแบบเดิม แต่เป็นแสงที่ริบหรี่ราวกับเทียนไขที่กำลังจะดับ
“หัวหน้า… ดูนี่สิครับ” รินพึมพำ ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ “ข้อมูล… ข้อมูลบางส่วนกลับมาแล้ว!”
บนหน้าจอที่แตกละเอียด ปรากฏตัวอักษรสีฟ้าอ่อนจางๆ ที่เรียงร้อยกันเป็นประโยค มันเป็นข้อความสั้นๆ ที่ส่งมาจากอควา
[ฉันยังอยู่ที่นี่… ในเศษเสี้ยวของจิตสำนึก… จงไปที่พิกัด… x-732-gamma… ที่นั่นคือทางรอด… และความจริง]
ทุกคนเงียบไปชั่วขณะ ข้อความจากอควาทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนถูกปลุกให้ตื่นจากฝันร้าย ความหวังที่เคยริบหรี่กลับมาส่องสว่างอีกครั้ง
“พิกัด… x-732-gamma?” เอวาอ่านทวน “มันคืออะไร?”
รินพยายามวิเคราะห์พิกัดนั้นทันที “เป็นพิกัดที่อยู่ไกลออกไปจากระบบดาวนี้มากครับหัวหน้า… ไกลเกินกว่ายานกู้ชีพจะไปถึง… และไกลเกินกว่าที่เครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารสำรองจะทำงานได้”
“ไม่จริงน่า!” เลน่าอุทาน “เครื่องเคลื่อนย้ายมวลสารมีขีดจำกัดด้านระยะทาง! มันไม่สามารถครอบคลุมระยะทางขนาดนั้นได้!”
“แต่ถ้า… ถ้าอควาเหลือเพียงเศษเสี้ยวของจิตสำนึก มันจะส่งพิกัดที่ไร้ประโยชน์มาให้เราทำไม?” เอวาครุ่นคิด “ต้องมีอะไรบางอย่างที่เราไม่รู้”
จู่ๆ แสงสีฟ้าอ่อนจางๆ บนหน้าจอของรินก็กะพริบถี่ขึ้น ก่อนที่จะฉายภาพโฮโลแกรมสามมิติเล็กๆ ขึ้นมากลางอากาศ มันเป็นภาพของยานอวกาศลำหนึ่ง ยานที่มีรูปร่างเพรียวบาง สง่างาม และมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเกินกว่าที่พวกเขาเคยเห็นมา
[นี่คือ… 'ดวงตาแห่งอควา'… ยานอวกาศบรรพกาล… ที่ถูกซ่อนไว้… ใกล้กับสถานีแห่งนี้…] ข้อความปรากฏขึ้นบนหน้าจอของรินอีกครั้ง [มันจะพาพวกเจ้าไป… สู่จุดหมาย… และไขปริศนา…]
ทุกคนมองภาพโฮโลแกรมของยานอวกาศนั้นด้วยความตกตะลึง ยานอวกาศบรรพกาล? ที่ถูกซ่อนไว้? ใกล้กับสถานีแห่งนี้? พวกเขาสำรวจสถานีแห่งนี้มาหลายวัน แต่ไม่เคยพบสิ่งใดที่บ่งบอกถึงการมีอยู่ของยานลำนี้มาก่อน
“หัวหน้าครับ… ดูเหมือนว่า… อควาจะรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง” รินพึมพำ “มันรู้ว่าเราไม่มีทางรอด… มันจึงเตรียมทางออกนี้ไว้ให้เรา”
เอวามองไปยังภาพโฮโลแกรมของยานอวกาศ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวังและความไม่แน่ใจ ยานอวกาศบรรพกาลลำนี้… มันคืออะไรกันแน่? และทำไมอควาถึงซ่อนมันไว้?
“แต่… เราจะไปหายานลำนั้นได้ยังไงคะหัวหน้า? สถานีของเราใกล้จะพังเต็มทีแล้ว!” เลน่าถามขึ้น
ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามครืนใหญ่ก็ดังขึ้นมาจากด้านล่างของสถานี แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนทำให้พวกเขาเกือบจะล้มลง แสงไฟฉุกเฉินที่เหลืออยู่ดับมืดลงไปทั้งหมด ทิ้งให้พวกเขาอยู่ในความมืดมิดสนิท มีเพียงแสงริบหรี่สีฟ้าจากหน้าจอของรินที่ยังคงเป็นประกาย
“ทางเดินด้านล่าง… พังทลายแล้ว!” เคียนตะโกน เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก “สถานีจะระเบิดในไม่ช้า!”
เอวารู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านเข้ามาจากผนัง ความดันอากาศลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว บ่งบอกว่าโครงสร้างของสถานีกำลังถูกฉีกขาดออกเป็นชิ้นๆ ไม่เหลือเวลาแล้ว พวกเขาต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้!
เธอหันกลับไปมองริน “ริน! พิกัดของยานลำนั้น! มันอยู่ตรงไหน!”
รินรีบแตะแผงควบคุมที่ยังพอเหลือชีวิตอย่างรวดเร็ว ภาพโฮโลแกรมของสถานีปรากฏขึ้นกลางอากาศ และมีจุดสีฟ้าเล็กๆ กะพริบอยู่ห่างออกไปจากสถานีเล็กน้อย
“มัน… มันถูกซ่อนอยู่ในสนามอุกกาบาตขนาดใหญ่ครับหัวหน้า!” รินรายงาน “แต่การจะไปที่นั่น… เราต้องออกจากสถานีที่กำลังจะระเบิดนี่ไปให้ได้ก่อน!”
เอวามองไปยังทางออกที่ถูกปิดตาย และมองไปยังภาพโฮโลแกรมของยานอวกาศบรรพกาลที่รอคอยพวกเขาอยู่ข้างนอก ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เธอรู้ดีว่านี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายของมนุษยชาติ
“เคียน! เลน่า! เตรียมตัวให้พร้อม!” เอวาออกคำสั่งเสียงดัง “เราจะไปหายานลำนั้น!”
แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้ทำอะไร ผนังด้านหลังของห้องเก็บสัมภาระก็พังทลายลง เผยให้เห็นห้วงอวกาศอันมืดมิดที่เต็มไปด้วยเศษซากของสถานีที่กำลังระเบิดอย่างช้าๆ แรงดูดมหาศาลพุ่งเข้ามากระชากพวกเขาออกจากห้อง ร่างกายของพวกเขาลอยคว้างอย่างไร้ทิศทางท่ามกลางพายุเศษซากโลหะที่รุนแรงราวกับห่าฝน
เอวาพยายามยื่นมือคว้าอะไรบางอย่าง แต่ก็คว้าได้เพียงความว่างเปล่า เธอรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่รุนแรงเมื่อร่างของเธอปะทะเข้ากับเศษซากชิ้นหนึ่ง วิสัยทัศน์ของเธอพร่ามัวลง และก่อนที่สติของเธอจะดับวูบไป เธอเห็นเพียงแสงสีฟ้าอ่อนจางๆ จากหน้าจอของรินที่ยังคงส่องประกายอยู่ ท่ามกลางความมืดมิดของห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาล… และภาพของยานอวกาศปริศนาลำนั้น ที่รอคอยพวกเขาอยู่ในที่ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีอยู่จริง

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก