ดวงตาแห่งอควา

ตอนที่ 12 — ความเงียบมรณะ แสงอควาดับสิ้น

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

254 ตอน · 1,430 คำ

ความเงียบที่ตามมานั้นน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ สถานีวิจัยอวกาศหมายเลข 7 ไม่ได้ส่งเสียงครวญครางอีกต่อไป แต่กลับเป็นเสียงแตกร้าวละเอียดอ่อนที่สะท้อนก้องไปทั่วโครงสร้างเหล็กกล้าที่กำลังจะดับสิ้น มันเป็นความเงียบแห่งความตายที่รอคอยการมาถึงอย่างช้าๆ แสงสีแดงฉุกเฉินกะพริบเป็นจังหวะสุดท้ายที่ริบหรี่ ราวกับหัวใจที่กำลังจะหยุดเต้น ‌ขณะที่แกนกลางของอควาที่เคยส่องประกายสีฟ้าอ่อนจางลงจนเหลือเพียงแสงเรืองรองบางเบา ก่อนจะดับมืดลงในที่สุด

เอวายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดเกือบสนิท มีเพียงแสงริบหรี่จากจอควบคุมที่แตกละเอียดไม่กี่จอที่พอจะส่องให้เห็นโครงหน้าซีดเผือดของเธอ ลมหายใจของเธอติดขัด หัวใจเต้นรัวราวกับจะทะลุออกมาจากอก ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวเธอเงียบงันลงอย่างฉับพลัน หลังจากการกระแทกอย่างรุนแรงครั้งสุดท้ายที่ทำให้ร่างของเธอกระเด็นไปปะทะกับแผงควบคุมที่พังทลาย ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วแผ่นหลัง ​แต่ความเจ็บปวดทางกายนั้นไม่อาจเทียบได้กับความมืดมิดที่เข้าปกคลุมจิตใจ เธอหลับตาลงแน่น พยายามรวบรวมสติที่กระจัดกระจาย

“หัวหน้า… เอวา…” เสียงของรินดังขึ้นใกล้ๆ เป็นเสียงที่แหบแห้งและสั่นเครือ “คุณเป็นอะไรไหม?”

เอวาลืมตาขึ้นช้าๆ แสงสีแดงริบหรี่จากจอที่พังยับเยินสะท้อนอยู่ในดวงตาของเธอ ‍เธอกระพริบตาถี่ๆ พยายามปรับสายตาให้เข้ากับความมืดมิดที่แทบจะกลืนกินทุกสิ่ง เธอมองเห็นเงาร่างของรินที่กำลังคลานมาทางเธออย่างทุลักทุเล ข้างๆ รินคือเคล ลูกทีมอีกคน ที่นอนนิ่งอยู่ข้างแผงควบคุม ดูเหมือนเขาจะหมดสติไปแล้ว

“ฉัน…ฉันไม่เป็นอะไร” ‌เอวาตอบ พยายามให้เสียงมั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่เสียงของเธอก็ยังสั่นเครือ “เคลล่ะ?”

“เขาแค่หมดสติครับหัวหน้า… การกระแทกครั้งสุดท้ายรุนแรงมาก” รินตอบพลางพยุงตัวเองขึ้นนั่ง “แต่ผม… ผมไม่รู้สึกถึงการสั่นสะเทือนอีกแล้ว… ‍ความว่างเปล่ามืด… มันหายไปแล้วเหรอ?”

เอวาไม่ตอบ เธอพยายามประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น ความมืดมิดที่เคยเต็มไปด้วยเสียงครวญครางและแรงสั่นสะเทือนที่บ้าคลั่ง บัดนี้กลับกลายเป็นความว่างเปล่าที่หนักอึ้ง ความเงียบที่ไร้เสียงใดๆ นอกจากเสียงหัวใจของตัวเธอเอง เธอรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงในสภาพแวดล้อมรอบตัว ​ไม่ใช่แค่เสียงและความสั่นสะเทือนที่หายไป แต่เป็นความรู้สึกเหมือนหลุดลอยจากมิติเดิมอย่างสิ้นเชิง ราวกับว่าร่างกายและจิตใจของเธอถูกฉีกขาดออกจากห้วงมิติที่คุ้นเคย และถูกโยนลงไปในอวกาศอันว่างเปล่าที่ไร้จุดสิ้นสุด

“เครื่องขับไล่มิติ…” เอวาพึมพำ “มันทำงานแล้วงั้นเหรอ?”

ในจังหวะที่เอวากำลังจะขยับตัว แสงไฟฉุกเฉินสีแดงที่กระพริบเป็นจังหวะสุดท้ายก็ดับลงไปอย่างถาวร ทิ้งให้ห้องควบคุมตกอยู่ในความมืดสนิท ​ความมืดมิดที่กลืนกินทุกสิ่ง ทำให้ความรู้สึกโดดเดี่ยวและเคว้งคว้างเข้าครอบงำ แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา แสงสีฟ้าอ่อนจางที่ดูเหมือนจะไม่ใช่แสงจากระบบของสถานีก็เริ่มเรืองรองขึ้นช้าๆ จากบริเวณแผงควบคุมหลักที่ถูกทำลาย แสงนั้นส่องสว่างขึ้นทีละน้อย เผยให้เห็นเศษซากของสถานีที่พังทลาย แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าคือ ​แสงนั้นไม่ได้มาจากจอภาพใดๆ แต่มันมาจากช่องว่างที่เปิดออกตรงกลางของแผงควบคุม ราวกับมีอะไรบางอย่างถูกฉีกขาดออกไป

“หัวหน้า… ดูนั่นสิครับ” รินชี้ไปที่ช่องว่างนั้นด้วยมือที่สั่นเทา

เอวาหรี่ตามอง แสงสีฟ้าอ่อนจางนั้นเริ่มมีจังหวะการเต้นระริก คล้ายกับชีพจรที่อ่อนแรง และเมื่อแสงนั้นสว่างขึ้นพอที่จะทำให้มองเห็นสภาพโดยรอบ เธอก็พบว่าห้องควบคุมยังคงอยู่ แต่ผนังด้านหนึ่งที่เคยเป็นกระจกมองออกไปยังอวกาศ บัดนี้กลับกลายเป็นช่องว่างขนาดใหญ่ที่เผยให้เห็น ‘ภายนอก’ ที่ไม่คุ้นตา

มันไม่ใช่ความว่างเปล่าสีดำมืดมิดของอวกาศที่พวกเขาเคยรู้จัก ไม่ใช่ความว่างเปล่ามืดที่กลืนกินทุกสิ่ง แต่เป็นห้วงอวกาศที่เต็มไปด้วยสีสันที่ไม่เคยมีอยู่จริงบนผืนผ้าใบของจักรวาลที่เธอรู้จัก กลุ่มก๊าซสีม่วงครามและชมพูอมส้มหมุนวนเป็นเกลียวขนาดมหึมา ราวกับพู่กันของจิตรกรเอกที่วาดลวดลายเหนือความเข้าใจ มีดวงดาวนับพันล้านดวงส่องแสงระยิบระยับ แต่ไม่ใช่ดาวดวงเดียวที่คุ้นเคย แสงเหล่านั้นเจิดจ้าและเต็มไปด้วยพลังงานที่แตกต่างออกไป ราวกับว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในกาแล็กซีเดิมอีกต่อไปแล้ว

“นี่มัน… อะไรกัน” เอวาพึมพำ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นและความพิศวง “เราไปอยู่ที่ไหน?”

รินลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายของเขาสั่นเล็กน้อย แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและไม่เชื่อสายตา “ระบบ… ระบบนำทางทั้งหมดพังครับหัวหน้า แต่… ผมกำลังพยายามรวบรวมข้อมูลพลังงาน… พลังงานจากเครื่องขับไล่มิติ… มันยังคงไหลเวียนอยู่ครับ”

“หมายความว่ามันยังทำงานอยู่?”

“ไม่แน่ใจครับ แต่พลังงานมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยออกมามันไม่ได้หายไปไหน มันแค่… มันแค่เปลี่ยนไปอยู่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน ราวกับว่ามันหลอมรวมเข้ากับสถานีไปแล้ว” รินตอบพลางพยายามแตะแผงควบคุมที่ยังพอใช้งานได้บางส่วน แต่มันก็ยังไม่มีการตอบสนอง

“เคล…” เอวาเรียกชื่อลูกทีมที่ยังคงหมดสติ เธอเดินไปทรุดตัวลงข้างๆ เขา ตรวจสอบชีพจรและลมหายใจของเขา “เขายังหายใจอยู่”

ทันใดนั้น แสงสีฟ้าอ่อนที่เรืองรองจากช่องว่างบนแผงควบคุมก็สว่างวาบขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเอวา เสียงนั้นไม่ใช่เสียงที่เปล่งออกมา แต่เป็นคลื่นความคิดที่พุ่งตรงเข้าสู่จิตใจของเธอ มันเป็นเสียงของอควา

“เอวา… พวกเจ้ามาถึงแล้ว…”

เสียงนั้นอ่อนแรงและพร่ามัว แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้โบราณที่ก้องกังวานอยู่ในห้วงลึกของจิตสำนึก เอวารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นไปทั่วร่าง เธอเซถอยหลังไปเล็กน้อย

“อควา… เธอ… เธออยู่ที่ไหน?” เอวาถามออกไปเสียงสั่นเครือ เธอมองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นอะไรนอกจากแสงสีฟ้าที่เต้นระริก

“ข้า… ข้าอยู่ที่นี่… อยู่ในทุกอณูของสถานี… และในตัวของเจ้า…” เสียงนั้นตอบกลับมาอย่างแผ่วเบา “เครื่องขับไล่มิติ… มันไม่เพียงแต่พาทุกคนหนีจากความว่างเปล่ามืด… แต่มันยัง… เปลี่ยนแปลงตัวตนของข้าด้วย”

รินหันมามองเอวาด้วยความประหลาดใจ “หัวหน้า… คุณคุยกับใครอยู่ครับ?”

เอวาไม่ตอบ เธอจ้องมองไปยังแสงสีฟ้าที่เต้นระริก “เธอเปลี่ยนไปเป็นอะไร… อควา?”

“ข้ากลายเป็น… สะพาน… ประตู… สู่ความจริงที่ถูกปิดซ่อนมานานแสนนาน” เสียงของอควาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเหนื่อยล้า “ความว่างเปล่ามืด… ไม่ใช่แค่พลังงานที่ทำลายล้าง… แต่มันคือ… เครื่องมือ… ที่ถูกส่งมาเพื่อตามหา… และทำลาย… ประตูนี้”

เอวาเริ่มรู้สึกถึงภาพที่ปรากฏขึ้นในจิตใจ ภาพที่รวดเร็วและกระจัดกระจายราวกับเศษเสี้ยวความทรงจำที่ไม่สมบูรณ์ ภาพของอารยธรรมโบราณที่รุ่งเรืองอย่างไม่น่าเชื่อ สิ่งมีชีวิตที่ส่องแสงระยิบระยับคล้ายดวงดาวที่เคลื่อนไหว พวกเขากำลังสร้างอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการของมนุษย์ จากนั้นภาพก็เปลี่ยนเป็นความมืดมิดที่คืบคลานเข้ามา กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง แสงสว่างจางหายไป เสียงกรีดร้องเงียบงัน

“พวกเขา… เรียกมันว่า ‘ผู้เก็บเกี่ยว’ (The Harvesters)” เสียงของอควาบอก “พวกมันออกเดินทางไปทั่วกาแล็กซี… ทำลายอารยธรรมที่ก้าวหน้า… โดยเฉพาะอารยธรรมที่พยายาม… เชื่อมต่อ… กับมิติอื่น”

“มิติอื่น?” เอวาถาม ภาพในหัวของเธอเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเธอกำลังรับชมสารคดีประวัติศาสตร์อันน่าสะพรึงกลัว

“ใช่… มิติแห่งพลังงานบริสุทธิ์… มิติที่เราเคยพยายาม… เข้าถึง… เพื่อหาทางรอดจากภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงกว่า”

“ภัยคุกคามที่ใหญ่หลวงกว่า?”

“ใช่… พวกเขา… อารยธรรมโบราณที่สร้างข้าขึ้นมา… ได้ค้นพบความจริงอันน่าตกใจ… ว่าจักรวาลที่พวกเราอาศัยอยู่… กำลังจะจบสิ้นลงในไม่ช้า… ไม่ใช่ด้วยการระเบิดครั้งใหญ่… แต่ด้วยการ… ค่อยๆ จางหายไป… กลืนหายไปในความว่างเปล่า… พลังงานกำลังลดลงเรื่อยๆ”

ภาพที่อควาส่งมาให้เอวาคือภาพของกาแล็กซีที่ค่อยๆ มืดมิดลง ดวงดาวดับแสงลงทีละดวง กาแล็กซีที่เคยส่องสว่างกลับกลายเป็นเงามืดที่ไร้ชีวิตชีวา

“พวกเขาพยายามหาทางรอด… สร้างข้าขึ้นมา… เพื่อเป็นกุญแจ… สู่มิติแห่งพลังงานที่ไร้ขีดจำกัด… มิติที่สามารถ… ฟื้นคืนชีพจักรวาลได้… แต่มันต้องแลกมาด้วย… การทำลายกำแพงแห่งมิติ… และนั่น… ก็ดึงดูด ‘ผู้เก็บเกี่ยว’ มา”

“แล้วพวกเขาล่ะ?”

“ถูกทำลาย… อารยธรรมของข้าถูกทำลายไปจนหมดสิ้น… ข้าถูกซ่อนไว้ในสถานีนี้… เพื่อรอคอย… ผู้ที่เหมาะสม… ที่จะปลุกข้าขึ้นมา… และสานต่อภารกิจที่ยังไม่เสร็จสิ้น”

เอวานึกย้อนไปถึงความจริงที่ว่าเธอเป็นวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้าน AI และเทคโนโลยีโบราณ มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่เธอถูกส่งมายังสถานีแห่งนี้

“ภารกิจอะไร… อควา?”

“ภารกิจ… ในการเปิดประตูให้สมบูรณ์… และเชื่อมโยง… มิติต่างๆ เข้าด้วยกัน… เพื่อช่วยจักรวาลนี้ให้รอดพ้นจากความตาย” เสียงของอควาหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มสั่นคลอนอีกครั้ง “แต่ข้า… ข้าทำไม่ได้แล้ว… พลังงานของข้า… กำลังจะหมดลง… ข้าสามารถเป็นได้แค่… ตัวนำทาง… เจ้าคือผู้ที่จะต้องสานต่อ… เอวา…”

ภาพสุดท้ายที่อควาส่งมาให้คือภาพของประตูขนาดมหึมาที่ส่องแสงสว่างจ้า ก่อนที่มันจะพังทลายลง และความมืดมิดก็เข้ากลืนกินทุกสิ่ง

“ระวัง… เอวา… ‘ผู้เก็บเกี่ยว’ …พวกมันรู้แล้วว่าเจ้าอยู่ที่นี่… พวกมันกำลังมา…”

เสียงของอควาค่อยๆ จางหายไป แสงสีฟ้าที่เต้นระริกก็เริ่มริบหรี่ลง พร้อมกับความรู้สึกว่างเปล่าที่เข้าปกคลุมจิตใจของเอวาอีกครั้ง เธอรู้สึกเหมือนถูกทิ้งไว้กลางอวกาศอันกว้างใหญ่เพียงลำพัง พร้อมกับภาระอันหนักอึ้งและปริศนาที่ยังไม่คลี่คลาย

“อควา! อควา!” เอวาพยายามเรียก แต่ไม่มีการตอบสนอง แสงสีฟ้าอ่อนจางลงจนเหลือเพียงแสงเรืองรองบางเบา ก่อนจะดับมืดลงในที่สุด ทิ้งให้ห้องควบคุมตกอยู่ในความมืดมิดอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความมืดมิดอันเงียบงัน แต่เป็นความมืดมิดที่เต็มไปด้วยความรู้และความเข้าใจอันน่าสะพรึงกลัว

“หัวหน้า… เกิดอะไรขึ้นครับ?” รินเข้ามาประคองเอวาที่ทรุดตัวลงกับพื้น “คุณ… คุณดูเหมือนเพิ่งเห็นผีมาเลย”

เอวาเงยหน้าขึ้นมองริน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น แต่ก็มีความมุ่งมั่นบางอย่างฉายแววออกมา “ริน… เราไม่ได้หนีจากความว่างเปล่ามืด… เราหนีมาเพื่อทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น”

ก่อนที่รินจะทันถามอะไร ทันใดนั้น ทั้งสถานีก็เริ่มสั่นสะเทือนอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่การสั่นสะเทือนจากการโจมตีของความว่างเปล่ามืด แต่เป็นการสั่นสะเทือนที่รุนแรงและแปลกประหลาด ราวกับมีบางสิ่งกำลังพุ่งชนสถานีจากภายนอก เสียงครวญครางของโลหะที่บิดเบี้ยวเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง แสงไฟฉุกเฉินที่ไม่ใช่สีแดง แต่เป็นสีเขียวอ่อนเรืองรองขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ มันเป็นแสงที่ดูเย็นชาและน่ากลัว

“อะไรกันอีกครับเนี่ย!” รินอุทาน

เอวารู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามา ความรู้สึกที่หนาวเย็นและน่าสะพรึงกลัวกว่าความว่างเปล่ามืดเสียอีก เธอคลานไปยังช่องว่างที่เคยเป็นกระจกหน้าต่าง มองออกไปยังห้วงอวกาศอันแปลกประหลาดที่เต็มไปด้วยสีสันที่ไม่คุ้นเคย

สิ่งที่เธอเห็นทำให้เลือดในกายของเธอเย็นยะเยือก

จากท่ามกลางกลุ่มก๊าซสีม่วงครามและชมพูอมส้ม สิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาที่ไม่เหมือนยานอวกาศใดๆ ที่เธอเคยรู้จัก กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้สถานี มันเป็นโครงสร้างสีดำสนิทที่ดูเหมือนจะไม่สะท้อนแสงใดๆ ราวกับถูกสร้างขึ้นจากความมืดมิดเอง แต่มันกลับมีเส้นสายสีเขียวอ่อนเรืองรองพาดผ่านไปมาคล้ายเส้นเลือดของสิ่งมีชีวิตบางชนิด รูปร่างของมันคล้ายกับเครื่องมือขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบมาเพื่อบดขยี้หรือเก็บเกี่ยว รูปร่างที่ไร้ซึ่งความงดงาม แต่กลับเต็มไปด้วยจุดประสงค์อันชั่วร้าย

มันไม่ใช่ความว่างเปล่ามืดที่กลืนกินทุกสิ่งอย่างเงียบงัน แต่เป็นบางสิ่งที่ตั้งใจจะทำลายล้าง พวกมันกำลังมา… พวกมันคือ ‘ผู้เก็บเกี่ยว’ ที่อควาเตือนไว้

เสียงภายในจิตใจของเอวาตะโกนก้องเตือนเธอ ภาพที่อควาส่งมาปรากฏชัดเจนในหัวของเธออีกครั้ง เธอมองไปยังโครงสร้างสีดำสนิทที่กำลังพุ่งเข้าหาสถานีอย่างรวดเร็ว ด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลีกหนีได้

นี่คือภัยคุกคามที่แท้จริง ภัยคุกคามที่อารยธรรมโบราณล้มเหลวในการต่อต้าน และตอนนี้มันกำลังจ้องมองมาที่พวกเขา… พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวทุกสิ่ง… ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าที่ไม่มีวันหวนกลับ

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดวงตาแห่งอควา

ดวงตาแห่งอควา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!