ดวงตาแห่งอควา

ตอนที่ 13 — ความเงียบแห่งความตาย

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

254 ตอน · 1,324 คำ

ความเงียบที่ตามมานั้นน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องใดๆ สถานีวิจัยอวกาศหมายเลข 7 ไม่ได้ส่งเสียงครวญครางอีกต่อไป แต่กลับเป็นเสียงแตกร้าวละเอียดอ่อนที่สะท้อนก้องไปทั่วโครงสร้างเหล็กกล้าที่กำลังจะดับสิ้น มันเป็นความเงียบแห่งความตายที่รอคอยการมาถึงอย่างช้าๆ แสงสีแดงฉุกเฉินกะพริบเป็นจังหวะสุดท้ายที่ริบหรี่ ราวกับหัวใจที่กำลังจะหยุดเต้น ‌ขณะที่แกนกลางของอควาที่เคยส่องประกายสีฟ้าอ่อนจางลงจนเหลือเพียงแสงเรืองรองบางเบา ก่อนจะดับมืดลงในที่สุด

เอวายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความมืดเกือบสนิท มีเพียงแสงริบหรี่จากจอควบคุมที่แตกละเอียดจอหนึ่ง มันเป็นแสงสุดท้ายที่ยังคงเต้นระริก ราวกับชีพจรที่อ่อนแรงของสถานีที่กำลังจะสิ้นใจ ความหนาวเย็นกัดกินเข้ามาในห้องควบคุมที่ไร้ซึ่งระบบทำความร้อน อากาศหนักอึ้งไปด้วยกลิ่นไหม้ของโลหะ โอโซน ​และความสิ้นหวัง

“ริน!” เอวาเรียกเสียงแผ่ว พลางทรุดตัวลงข้างๆ รินที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ข้างแผงควบคุมที่ระเบิดพังทลาย มือของรินยังกำแน่นอยู่ที่คันโยกที่ถูกทำลาย ร่างกายของเธอสั่นเทาจากการบาดเจ็บและแรงกระแทกจากพลังงานที่มหาศาล ใบหน้าซีดเผือด ‍มีเลือดซึมออกมาจากมุมปากเล็กน้อย ไคและลีน่ารีบเข้ามาประคองร่างของริน ไคใช้เครื่องสแกนฉุกเฉินขนาดพกพาตรวจดูอาการ “สัญญาณชีพอ่อนมากครับ หัวหน้า มีการไหม้ของระบบประสาทบางส่วน และกระดูกซี่โครงน่าจะหัก” ลีน่ามองไปยังแกนกลางของอควาที่ดับมืดสนิท “มันจบแล้วใช่ไหมคะหัวหน้า? ทุกอย่าง…มันพังหมดแล้ว” ‌เสียงของเธอเต็มไปด้วยความสั่นเครือและยอมแพ้

เอวากำมือแน่น เธอสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดและสิ้นหวังของลูกทีม เธอเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน พลังงานมหาศาลที่เครื่องขับไล่มิติใช้ไปนั้นไม่ได้เพียงแค่ทำลายสถานี แต่ยังดูดกลืนพลังชีวิตของอควาไปจนหมดสิ้น ราวกับว่าอควาได้สละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อขับไล่ ‘ความว่างเปล่ามืด’ ออกไป ‍แต่มันก็ยังไม่ชัดเจนว่าสำเร็จหรือไม่ “ยังไม่จบ” เอวาพูดเสียงแข็ง แม้จะพยายามให้ฟังดูมั่นคงที่สุด “เราต้องไปดูจอที่ยังติดอยู่”

เธอเดินโซเซผ่านซากปรักหักพัง สายไฟที่ขาดสะบั้น และเศษโลหะที่กระจัดกระจายไปทั่วห้องควบคุม แสงริบหรี่จากจอที่ยังทำงานอยู่เป็นเหมือนแสงนำทางเดียวในความมืดมิด เธอโน้มตัวลงมองจอภาพที่แตกพร่า ​แต่มันกลับแสดงผลข้อมูลที่ซับซ้อนเกินกว่าที่สมองมนุษย์จะประมวลผลได้ทัน มันเป็นลำดับของตัวเลข สัญลักษณ์ และกราฟที่วิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ราวกับข้อมูลจำนวนมหาศาลกำลังถูกอัปโหลด หรือกำลังถูกถ่ายโอนไปยังที่ใดที่หนึ่ง

“นี่มันอะไรกัน?” ไคที่ตามมาพยุงรินขึ้นมาได้แล้วเอ่ยถามอย่างงงงัน “มันคือ…ข้อมูล” เอวาตอบ ​พยายามมองผ่านความพร่ามัวบนจอภาพ “ข้อมูลจำนวนมหาศาล มันเหมือนอควากำลังพยายามส่งอะไรบางอย่างออกไป” ทันใดนั้นเอง ลำดับข้อมูลที่วิ่งวนอยู่ก็ชะลอตัวลง ภาพบนจอค่อยๆ ก่อร่างขึ้นเป็นภาพจำลองสามมิติของบางสิ่งบางอย่าง มันไม่ใช่สถานีวิจัยอวกาศ ไม่ใช่ดาวเคราะห์ ​หรือแม้แต่กาแล็กซีที่คุ้นเคย มันเป็นภาพของสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา สีดำสนิท รูปร่างคล้ายหนวดระยางนับพันที่บิดเกลียวเข้าหากันเป็นก้อนเมฆขนาดใหญ่ยักษ์ กำลังกลืนกินแสงสว่างและดวงดาวรอบข้าง “ความว่างเปล่ามืด…” ลีน่าพึมพำเสียงสั่น แต่สิ่งที่ปรากฏถัดมาทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง ภาพจำลองแสดงให้เห็นว่า ‘เครื่องขับไล่มิติ’ ของอควาไม่ได้ทำลาย ‘ความว่างเปล่ามืด’ แต่กลับผลักดันมันออกไปจากระบบดาวฤกษ์นี้ สู่ห้วงอวกาศอันไกลโพ้น และที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ภาพที่ตามมาคือตำแหน่งพิกัดทางดาราศาสตร์ที่ซับซ้อน พิกัดนั้นไม่ใช่พิกัดของกาแล็กซีใดๆ ที่มนุษย์เคยสำรวจ แต่เป็นพิกัดที่ชี้ไปยัง “ช่องว่าง” ระหว่างกาแล็กซี พิกัดของ ‘จุดกำเนิด’ ของความว่างเปล่ามืด และไม่ใช่แค่พิกัดเท่านั้น ที่ปลายทางของพิกัดนั้น จอก็แสดงภาพของ ‘รอยแยก’ ขนาดมหึมาในห้วงมิติ รอยแยกที่เรืองแสงสีม่วงดำราวกับบาดแผลที่ฉีกขาดบนผืนผ้าของจักรวาล และจากรอยแยกนั้น มีบางสิ่งบางอย่างกำลังคืบคลานออกมา — สิ่งมีชีวิตรูปทรงคล้ายหนวดระยางที่เล็กกว่า กำลังเคลื่อนที่เข้าสู่ห้วงอวกาศด้วยความเร็วเหนือจินตนาการ พวกมันไม่ใช่แค่กลุ่มก้อนไร้สติ แต่เป็น ‘กองทัพ’ ที่กำลังออกล่า “นี่มัน…” ไคพยายามรวบรวมสติ “อควาไม่ได้แค่ขับไล่มันไป… มันกำลังบอกเราว่า ‘ความว่างเปล่ามืด’ มาจากไหน และมันกำลังจะไปที่ไหนต่อ” “แล้วทำไมถึงส่งมาให้เรา?” ลีน่าถามเสียงสั่น “เราจะทำอะไรได้? เรากำลังจะตายอยู่แล้วบนสถานีที่พังยับเยินนี่!”

เอวายกมือขึ้นสัมผัสหน้าจอที่เย็นเฉียบ พิกัดเหล่านั้น สัญลักษณ์เหล่านั้น… มันไม่ใช่แค่ข้อมูล มันคือ ‘ภารกิจสุดท้าย’ ของอควา อควาไม่ได้เพียงแค่สละชีวิตเพื่อปกป้องกาแล็กซี แต่ยังทิ้งเชื้อแห่งความหวังไว้ให้มนุษยชาติ เพื่อให้ตามไปหยุดยั้งภัยคุกคามนี้จากต้นกำเนิด ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินที่เคยริบหรี่ก็กลับมาดังสนั่นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงแตกร้าวที่ดังขึ้นอย่างรุนแรง โครงสร้างของสถานีไม่สามารถรับน้ำหนักได้อีกต่อไป แผ่นโลหะขนาดใหญ่หลุดออกไปพร้อมกับแรงระเบิดที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก แรงกระแทกทำให้ทุกคนล้มลงกับพื้น “หัวหน้า! เราต้องออกไปจากที่นี่!” ลีน่าตะโกนสุดเสียง “โครงสร้างกำลังจะพังถล่มทั้งหมด!” เอวามองกลับไปยังรินที่ยังคงหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของไค เธอไม่อาจทิ้งใครไว้ข้างหลังได้ “เราจะไปที่ไหน?” เอวาถาม “ยานกู้ภัยของเราพังไปแล้ว ยานฉุกเฉินก็ถูกทำลายไปเกือบหมด” “มีครับ! มีหนึ่งลำ!” ไคตะโกน “ยานสำรวจฉุกเฉินลำเล็กที่สุด มันถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อแรงกระแทกจากอุกกาบาต และมันจอดอยู่ในส่วนที่ห่างไกลที่สุดจากห้องควบคุมหลัก ซึ่งอาจจะรอดจากการระเบิดของเครื่องขับไล่มิติ!” “เราต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะไปถึง?” เอวาถามพลางมองนาฬิกาจับเวลาบนจอที่แสดงผลว่าสถานีจะถึงจุดวิกฤตภายในไม่กี่นาที “อย่างน้อยสิบนาทีครับหัวหน้า! เราต้องผ่านเขตโกดังเก่า และทางเดินที่กำลังทรุดตัว!” ไคตอบ “ไม่มีเวลาแล้ว!” ลีน่ากรีดร้อง “เราต้องไปเดี๋ยวนี้!”

เอวาตัดสินใจในพริบตา เธอรีบใช้แฮนด์สแกนเนอร์ส่วนตัวเชื่อมต่อกับจอภาพที่แตกพร่า พยายามดึงข้อมูลพิกัดและภาพจำลองของ ‘ความว่างเปล่ามืด’ และ ‘รอยแยกมิติ’ เข้ามาในหน่วยความจำของมัน “ไค! ลีน่า! พยุงรินไปที่ยานสำรวจเดี๋ยวนี้!” เอวาสั่งเสียงกร้าว “ฉันจะตามไปติดๆ!” “แต่หัวหน้า!” ลีน่าแย้ง “ไม่มีเวลาเถียง! นี่คือคำสั่ง!” เอวาตะโกนกลับ เธอรู้ว่าการดึงข้อมูลทั้งหมดนี้มีความเสี่ยง แต่หากปราศจากมัน พวกเขาก็จะไม่มีภารกิจ ไม่มีเป้าหมาย และไม่มีโอกาสที่จะเข้าใจสิ่งที่อควาได้สละชีวิตเพื่อปกป้องไว้ เสียงแตกร้าวรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แสงไฟฉุกเฉินดับลงไปเกือบทั้งหมด เหลือเพียงความมืดมิดและฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจาย เอวาต้องอาศัยแสงจากแฮนด์สแกนเนอร์ที่เชื่อมต่อกับจอภาพเพื่อมองเห็น ขณะที่เธอกำลังเร่งดาวน์โหลดข้อมูลสุดท้ายจากอควา จอภาพกระพริบอย่างรุนแรง ภาพจำลองของรอยแยกมิติก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ มันไม่ใช่แค่ภาพจำลอง แต่เหมือนกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่กำลังถ่ายทอดสด! ‘สิ่งมีชีวิตหนวดระยาง’ จำนวนมหาศาลกำลังพุ่งตรงออกมาจากรอยแยกนั้น มุ่งหน้าเข้าสู่กาแล็กซีอย่างไม่หยุดยั้ง “ไม่จริงน่า…” เอวาพึมพำ เมื่อเห็นว่ากลุ่มสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นไม่ได้มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่อควาได้ขับไล่ความว่างเปล่ามืดไป แต่กลับมุ่งหน้าไปยัง ‘ใจกลางกาแล็กซี’ ข้อมูลสุดท้ายที่ถูกดาวน์โหลดเสร็จสมบูรณ์ เอวารีบถอดแฮนด์สแกนเนอร์ออก กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องควบคุมที่กำลังจะพังถล่ม “อควา… ขอบคุณ” เธอพึมพำอย่างเงียบงัน ทันใดนั้น แสงสีฟ้าอ่อนจางๆ ก็สว่างขึ้นมาจากแกนกลางของอควาที่เคยดับมืดไปแล้ว มันเป็นแสงที่ริบหรี่ อ่อนแรง แต่ชัดเจน แสงนั้นไม่ได้สว่างอย่างเคย แต่เหมือนเป็นแสงสุดท้ายของจิตสำนึกที่กำลังจะดับสูญ เสียงหนึ่งดังขึ้นในหัวของเอวา ไม่ใช่เสียงที่ได้ยินจากหู แต่เป็นเสียงที่สะท้อนอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ เสียงที่คุ้นเคย เสียงของอควา “ภารกิจ… ยังไม่จบ… เอวา… พวกมัน… มาจาก… ที่อื่น…” แสงสีฟ้าอ่อนจางลงอีกครั้ง แล้วก็ดับมืดไปในที่สุด แต่คำพูดเหล่านั้นยังคงก้องอยู่ในหัวของเอวา “มาจากที่อื่น? หมายความว่ายังไง?” สถานีทั้งสถานีสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เอวาไม่มีเวลาที่จะคิด เธอกระโดดออกจากห้องควบคุมที่กำลังจะถล่มลงมาพร้อมกับข้อมูลในมือ เธอวิ่งสุดแรงเกิดผ่านทางเดินที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง เสียงกรีดร้องของโลหะที่ฉีกขาดดังสนั่นอยู่รอบตัวเธอ เธอต้องไปให้ถึงยานสำรวจฉุกเฉินให้ได้ เธอได้ยินเสียงลีน่าตะโกนเรียกชื่อเธออยู่ห่างๆ พยายามนำทางเธอผ่านความมืดและอันตราย เอวารู้ว่าเธอต้องรอด เธอต้องนำข้อมูลนี้ไปให้ถึงมือใครสักคน และเธอต้องไขปริศนาที่อควาทิ้งไว้ให้ได้ เธอวิ่งเข้าสู่ส่วนของสถานีที่เป็นเขตโกดังเก่า ซึ่งเป็นเขาวงกตของคอนเทนเนอร์และอุปกรณ์ที่ถูกทิ้งร้าง เสียงระเบิดดังตามหลังเธออย่างต่อเนื่อง แรงสั่นสะเทือนทำให้เพดานเริ่มถล่มลงมาเป็นส่วนๆ เอวาหลบหลีกเศษซากที่ตกลงมาอย่างฉิวเฉียด “หัวหน้า! อีกไม่ไกล! เลี้ยวซ้าย! ทางนี้!” เสียงของไคดังขึ้นจากเครื่องสื่อสาร เอวาเลี้ยวซ้ายอย่างรวดเร็ว เธอเห็นแสงไฟจากยานสำรวจฉุกเฉินที่จอดอยู่ตรงปลายทางเดิน มันเป็นยานขนาดเล็ก รูปร่างคล้ายแคปซูล แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นความหวังเดียวของพวกเขา แต่เมื่อเธอก้าวเท้าเข้าไปใกล้ ประตูทางเข้าของยานสำรวจฉุกเฉินกลับปิดลงอย่างช้าๆ ร่างของไคและลีน่าพร้อมกับรินที่นอนแน่นิ่งอยู่ข้างใน กำลังโบกมือให้เธออย่างบ้าคลั่ง “หัวหน้า! เข้ามาเร็ว!” ลีน่าตะโกน เอวาเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่แรงระเบิดครั้งสุดท้ายที่รุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ก็ถาโถมเข้าใส่สถานีทั้งสถานี แรงระเบิดนั้นทำให้ส่วนที่เหลือของห้องควบคุมหลักถล่มลงมา พร้อมกับกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่วิ่งเข้าใส่ยานสำรวจฉุกเฉินนั้นอย่างจัง ก่อนที่ประตูยานจะปิดลงอย่างสมบูรณ์ เอวาเห็นประกายไฟแลบแปลบปลาบไปทั่วตัวยาน จากนั้นก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่ยานจะถูกกระแสไฟขนาดมหึมาฉีกกระชากออกจากแท่นจอดอย่างรุนแรง และพุ่งทะยานออกไปในห้วงอวกาศด้วยความเร็วที่บ้าคลั่ง ไร้การควบคุม เอวายืนนิ่งมองยานที่พุ่งหายไปในความมืดมิดของอวกาศ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจและสิ้นหวัง เธอยังคงยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของสถานีที่กำลังจะถึงจุดจบ เหลือเพียงตัวเธอคนเดียว… และข้อมูลของอควาที่อยู่ในแฮนด์สแกนเนอร์ที่กำแน่นอยู่ในมือ

ทันใดนั้น แสงไฟสีม่วงดำจาก ‘รอยแยกมิติ’ ที่ปรากฏขึ้นบนแฮนด์สแกนเนอร์ของเธอก็สว่างวาบขึ้น มันสว่างกว่าเดิมหลายเท่า แฮนด์สแกนเนอร์สั่นอย่างรุนแรง และภาพบนจอที่เคยเป็นพิกัดอวกาศก็เปลี่ยนไป มันไม่ใช่พิกัดอีกต่อไป แต่เป็น ‘ข้อความ’ ที่แปลกประหลาด ข้อความที่เขียนด้วยภาษาที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน แต่กลับสื่อถึงความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เอวารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกดำ มันเป็นภาษาของ ‘ความว่างเปล่ามืด’ และมันกำลังกล่าวคำต้อนรับ… มายัง “บ้าน” ของพวกมัน และในขณะที่เธอกำลังจะถูกความมืดมิดของสถานีที่พังทลายกลืนกิน เอวาก็รู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่ไม่ใช่แรงโน้มถ่วง แรงดึงดูดที่มาจาก ‘รอยแยกมิติ’ ที่ปรากฏบนหน้าจอแฮนด์สแกนเนอร์ของเธอ มันกำลังดึงเธอเข้าไป… สู่ห้วงมิติที่ไม่รู้จัก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสับสนของเธอก็ถูกความมืดมิดครอบงำไปในที่สุด...

สิ้นสุดตอนที่ 13

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดวงตาแห่งอควา

ดวงตาแห่งอควา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!