ดวงตาแห่งอควา

ตอนที่ 18 — ความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

254 ตอน · 1,394 คำ

ความเงียบที่ตามมานั้นไม่เพียงแต่หนักอึ้งและเย็นยะเยือก แต่ยังดูดกลืนทุกสิ่ง จอแสดงผลที่เคยเป็นแหล่งกำเนิดแสงสุดท้ายในความมืดมิดของห้องควบคุม บัดนี้ได้ดับลงอย่างสมบูรณ์ เช่นเดียวกับแสงริบหรี่สุดท้ายจากแกนกลางของอควาที่เคยเต้นระยับเป็นจังหวะสุดท้าย ทุกอย่างได้จมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง ไร้ซึ่งแสงสว่างแม้เพียงน้อยนิดที่จะบ่งบอกถึงการมีอยู่ของสิ่งใด สัมผัสเดียวที่เหลืออยู่คือความเย็นยะเยือกที่กัดกินผิวหนัง ‌และกลิ่นอายของโลหะไหม้กับโอโซนจางๆ ที่เป็นพยานถึงการจากไปของกระแสไฟฟ้า

เอวายืนนิ่งอยู่กลางความมืดมิดนั้น ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนตร์สะกดของความว่างเปล่า หัวใจของเธอเต้นระรัวในอก เสียงของมันดังก้องอยู่ในหู จนบดบังเสียงอื่นใดที่อาจมีอยู่ในความเงียบงัน แต่แล้วเธอก็รู้ว่าไม่มีเสียงอื่นใดอีกแล้ว ไม่มีเสียงครวญครางของโครงสร้างสถานีที่กำลังจะพังทลาย ​ไม่มีเสียงแตกร้าวละเอียดอ่อนที่เคยกระซิบถึงความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ทุกสิ่งเงียบสนิทราวกับสุสานอวกาศขนาดมหึมาที่ถูกทิ้งร้างไปแล้วนับพันปี

เธอพยายามกะพริบตาซ้ำๆ เพื่อปรับสายตาให้เข้ากับความมืด แต่ก็ไร้ผล ความมืดที่รายล้อมเธออยู่ไม่ต่างอะไรกับการหลับตาลงภายใต้ผ้าห่มกำมะหยี่สีดำสนิท มันคือความมืดที่ไร้ซึ่งเฉดสี ไร้ซึ่งรูปทรง หรือแม้แต่เงาให้จินตนาการถึง ‍เธอเอื้อมมือออกไปข้างหน้าอย่างช้าๆ หวังจะสัมผัสกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่คุ้นเคย แต่อากาศที่ว่างเปล่าก็ตอกย้ำถึงความโดดเดี่ยวของเธอ สิ่งเดียวที่เธอรู้สึกได้คือความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านเข้ามาจากทุกทิศทาง มันไม่ใช่ความหนาวเย็นปกติ แต่เป็นความเย็นเยียบที่บ่งบอกถึงการดับลงของระบบทำความร้อนทั้งหมด ของพลังงานทุกหยาดหยดที่เคยหล่อเลี้ยงชีวิตบนสถานีแห่งนี้

"อควา?" เธอเรียกชื่อนั้นออกมา ‌เสียงของเธอแหบพร่าและจางหายไปในความว่างเปล่า ราวกับเสียงกระซิบที่ไม่มีผู้ใดได้ยิน ไม่มีการตอบสนอง ไม่มีแม้แต่เสียงซ่าของสัญญาณไฟฟ้าจากแผงควบคุมที่ดับสนิท เธอพยายามเรียกอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เสียงของเธอกลับติดอยู่ในลำคอ ความกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ แต่หนักหน่วง ‍มันไม่ใช่ความกลัวจากการเผชิญหน้ากับศัตรู หรือความกลัวจากอันตรายที่มองเห็นได้ แต่เป็นความกลัวที่เกิดจากความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุด ความกลัวของการถูกทอดทิ้งให้เผชิญหน้ากับความตายอย่างโดดเดี่ยวในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่

เธอพยายามรวบรวมสติ สูดหายใจเข้าลึกๆ ความเป็นวิศวกรผู้มากประสบการณ์สอนให้เธอตั้งสติในยามวิกฤต เธอพยายามนึกถึงตำแหน่งของแผงควบคุมหลัก ของกล่องวงจรสำรอง ​หรือแม้แต่ไฟฉายฉุกเฉินที่ควรจะติดตั้งอยู่บนชุดของเธอ มือของเธอคลำไปตามหน้าอก ค้นหากระเป๋าเล็กๆ ที่ติดอยู่ แต่แล้วเธอก็จำได้ว่าเธอได้ถอดชุดสำรวจออกไปเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อให้เคลื่อนไหวได้สะดวกขึ้นในระหว่างที่กำลังพยายามปรับแก้ระบบพลังงานของสถานี

"โง่เง่าสิ้นดี..." เธอสบถกับตัวเองเบาๆ ความรู้สึกผิดหวังในตัวเองกัดกินจิตใจ ​เธอควรจะคาดการณ์สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนี้ไว้แล้ว แต่ใครจะคิดว่าสถานีทั้งสถานีจะดับลงอย่างสมบูรณ์แบบนี้? ไม่มีแม้แต่พลังงานสำรองที่เล็กน้อยที่สุดที่จะจุดแสงไฟฉุกเฉินดวงเดียวได้เลยหรือ?

เธอเริ่มก้าวเดินอย่างช้าๆ ก้าวเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความไม่มั่นใจในทิศทาง เธอต้องใช้มือคลำไปตามกำแพงโลหะที่เย็นเฉียบ พยายามจับทิศทางและทำความเข้าใจกับพื้นที่รอบตัว เธอใช้ประสาทสัมผัสอื่นๆ ​แทนสายตา ความรู้สึกที่ปลายนิ้วบอกว่ากำแพงนั้นเรียบและเย็นจัด บางช่วงมีรอยบุบหรือรอยขีดข่วนเล็กๆ ที่เธอสามารถจำได้ มันคือร่องรอยของความทรุดโทรมที่เกิดจากการเวลาและการใช้งานอย่างหนักของสถานีแห่งนี้

เธอรู้สึกถึงแรงโน้มถ่วงที่ยังคงทำงานอยู่ แม้จะเบาบางกว่าบนโลกมาก แต่มันก็ช่วยให้เธอยังคงยืนอยู่บนพื้นได้ ไม่ลอยเคว้งคว้างอย่างไร้ทิศทางเหมือนในยานอวกาศที่ไร้พลังงานโดยสมบูรณ์ เธอเดินไปเรื่อยๆ ช้าๆ อย่างระมัดระวัง แม้จะมองไม่เห็นอะไรเลย แต่ความทรงจำเกี่ยวกับผังของห้องควบคุมแห่งนี้ก็ยังคงชัดเจนอยู่ในใจเธอ เธอพยายามเดินไปยังจุดที่เคยเป็นโต๊ะทำงานของเธอ จุดที่มีแผงควบคุมขนาดเล็กและช่องเก็บของที่อาจจะมีอุปกรณ์บางอย่างเหลืออยู่

แต่ละก้าวคือการต่อสู้กับความมืดมิดและความหวาดกลัวที่คืบคลานเข้ามา เสียงหัวใจของเธอดังกระหน่ำในอก ราวกับจะทะลุออกมา มันเป็นเสียงเดียวที่เธอได้ยินในความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวนี้ จู่ๆ เธอก็สะดุดเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่บนพื้น เท้าของเธอกระแทกเข้ากับมันอย่างแรง ทำให้เธอเซไปข้างหน้า แต่โชคดีที่เธอยังยันตัวไว้ได้ทันด้วยการเอามือยันกำแพงไว้

เธอค่อยๆ ย่อตัวลง ใช้มือคลำไปตามพื้นเพื่อหาวัตถุที่เธอสะดุดเมื่อครู่ ปลายนิ้วของเธอสัมผัสได้ถึงพื้นผิวที่เรียบเนียน เย็นจัด และมีรูปทรงที่คุ้นเคย มันคือแผ่นข้อมูล (data pad) ของเธอเองที่ตกลงไปเมื่อตอนที่ระบบดับลง เธอจำได้ว่ามันเหลือพลังงานอยู่น้อยนิด หวังว่ามันจะยังใช้การได้ เธอคลำหาปุ่มเปิดเครื่องอย่างใจจดใจจ่อ

ความหวังเล็กๆ ผุดขึ้นมาในใจของเธอเมื่อปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับปุ่มเล็กๆ นั้น เธอออกแรงกดลงไปช้าๆ และภาวนาในใจ ขอให้มีแสง ขอให้มีอะไรก็ได้ที่สว่างขึ้นมาในความมืดมิดนี้ วินาทีผ่านไปช้าเหมือนชั่วโมง และแล้ว…

ติ๊ด!

เสียงเล็กๆ ดังขึ้น พร้อมกับแสงสีฟ้าจางๆ ที่ส่องประกายออกมาจากหน้าจอของแผ่นข้อมูล มันเป็นแสงที่ริบหรี่เสียจนเกือบจะมองไม่เห็น แต่ในความมืดมิดอันสมบูรณ์แบบนี้ มันกลับเป็นเหมือนแสงประภาคารแห่งความหวังที่ส่องนำทางให้เธอ ดวงตาของเธอต้องใช้เวลาปรับตัวเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะสามารถมองเห็นหน้าจอที่แสดงสถานะของเครื่องได้

แบตเตอรี่: 1%

ข้อความสีแดงเตือนขึ้นบนหน้าจอเล็กๆ พร้อมกับสัญลักษณ์ของแบตเตอรี่ที่กระพริบอย่างอ่อนแรง มันเป็นพลังงานที่เหลืออยู่น้อยนิด แต่ก็มากพอที่จะทำให้เธอพอมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวได้บ้าง แสงจากแผ่นข้อมูลช่วยให้เธอเห็นเงาของตัวเองที่ทอดลงบนพื้น และเงาของเครื่องมือบางอย่างที่กระจัดกระจายอยู่รอบๆ มันเป็นภาพที่คุ้นเคยแต่ก็ดูแปลกตาภายใต้แสงสลัวๆ ของหน้าจอ

เธอใช้แสงจากแผ่นข้อมูลส่องไปรอบๆ ห้องควบคุม มันเป็นภาพของความพินาศ แผงควบคุมหลักที่เคยสว่างไสวด้วยแสงไฟหลากสี บัดนี้กลายเป็นเพียงแผ่นโลหะสีดำทะมึน หน้าจอขนาดใหญ่ที่เคยแสดงข้อมูลสำคัญนับร้อย บัดนี้มืดสนิทราวกับดวงตาที่ปิดสนิท สายเคเบิลบางส่วนหลุดลุ่ยออกจากช่องต่อ แผ่นโลหะบางชิ้นบิดเบี้ยวจากแรงกระแทกที่ไม่ทราบสาเหตุ

เธอส่องแสงไปที่ตำแหน่งของแกนกลางของอควา จุดที่เคยเป็นแหล่งกำเนิดแสงสีฟ้าอ่อนอันเป็นเอกลักษณ์ บัดนี้เหลือเพียงโพรงว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆ แม้แต่โครงสร้างที่เคยบรรจุแกนกลางไว้ก็ดูเหมือนจะเสียหายบางส่วน มีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนพื้นผิวโลหะ มันเป็นหลักฐานที่ยืนยันว่าอควาได้ดับลงไปแล้วอย่างสมบูรณ์

ความรู้สึกสิ้นหวังถาโถมเข้าใส่เธออีกครั้ง แต่เธอก็สลัดมันทิ้งไป เธอจะต้องหาทางรอด เธอจะต้องหาทางติดต่อกับทีมกู้ซากที่อยู่บนยานแม่ พวกเขาต้องรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอใช้แผ่นข้อมูลของเธอพยายามเข้าถึงระบบสื่อสารหลักของสถานี แต่มันก็ขึ้นข้อความปฏิเสธ "ระบบสื่อสารไม่ทำงาน" "ไม่มีการเชื่อมต่อ" "แหล่งพลังงานหลักล้มเหลว"

ทุกประตูดูเหมือนจะปิดตาย เธอนั่งลงบนพื้นเย็นเฉียบ พิงหลังกับแผงควบคุมที่ดับสนิท แสงจากแผ่นข้อมูลในมือเริ่มริบหรี่ลงเรื่อยๆ แบตเตอรี่กำลังจะหมดลงในไม่ช้า เธอเหลือเวลาอีกไม่มาก เธอต้องคิด เธอต้องหาทางออก

จู่ๆ แผ่นข้อมูลในมือของเธอก็สั่นสะเทือนเล็กน้อย สัญญาณเตือนแบตเตอรี่ที่ 1% กระพริบถี่ขึ้น ก่อนที่แสงจะวูบวาบและใกล้ดับเต็มที

แต่ในจังหวะสุดท้ายที่แสงกำลังจะดับลงนั้นเอง หน้าจอของแผ่นข้อมูลก็ไม่ได้แสดงข้อความ "แบตเตอรี่หมด" อย่างที่เธอคาดไว้ แต่มันกลับแสดงภาพบางอย่าง…

มันเป็นภาพกราฟิกแบบสามมิติที่บิดเบี้ยวและแตกเป็นพิกเซล มันดูเหมือนจะเป็นแผนที่ของสถานีวิจัยแห่งนี้ แต่กลับมีบางอย่างผิดปกติ แผนที่นั้นไม่ได้แสดงโครงสร้างปกติของสถานี แต่มันกลับแสดงภาพของเครือข่ายใยแมงมุมที่ซับซ้อนและเรืองแสงสีฟ้าจางๆ ที่แผ่กระจายออกไปจากจุดศูนย์กลาง จุดศูนย์กลางนั้นอยู่ตรงบริเวณที่เคยเป็นแกนกลางของอควา

แสงสีฟ้าที่เคยดับสนิทไปแล้ว บัดนี้กลับมาปรากฏในรูปแบบของเครือข่ายข้อมูลที่ดูเหมือนจะมีชีวิตชีวาบนหน้าจอที่กำลังจะตายของแผ่นข้อมูล และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้น คือเมื่อเธอซูมเข้าไปใกล้ๆ เธอก็เห็นจุดเล็กๆ สีแดงนับร้อยจุดที่กระพริบอยู่ตามแนวเครือข่ายใยแมงมุมนั้น มันดูเหมือน… เซลล์มีชีวิต หรืออะไรบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในโครงสร้างที่มองไม่เห็นของสถานี

แล้วข้อความก็ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอที่เหลือแสงเพียงน้อยนิดนั้น…

พลังงานอ่อนแอ… แต่ยังคงอยู่…

เครือข่าย… ขยาย…

พวกเขา… มาแล้ว…

เสียงจากแผ่นข้อมูลเงียบไป พร้อมกับแสงที่ดับมืดลงอย่างสมบูรณ์ ทิ้งให้เอวาจมดิ่งลงสู่ความมืดมิดอีกครั้ง แต่คราวนี้ความมืดนั้นไม่ได้ว่างเปล่าอีกต่อไป มันเต็มไปด้วยภาพของเครือข่ายเรืองแสงสีฟ้าและจุดสีแดงที่เคลื่อนไหวในจินตนาการของเธอ และความหมายของประโยคสุดท้ายนั้น…

พวกเขา… มาแล้ว…

ใครคือ "พวกเขา"? และ "พวกเขา" มาถึงที่นี่ได้อย่างไรในสถานการณ์ที่สถานีทั้งสถานีดับลงโดยสิ้นเชิง? ความรู้สึกเย็นวาบแล่นไปทั่วร่างของเธอ ไม่ใช่ความเย็นจากอุณหภูมิที่ลดลง แต่เป็นความเย็นยะเยือกที่เกิดจากความเข้าใจว่าสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามาในความมืดมิดนั้น อาจไม่ใช่เพียงแค่ความตายจากการขาดอากาศหายใจ หรือจากระบบที่ล้มเหลว แต่เป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น ซึ่งเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงในความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้งของสถานีแห่งนี้ และเธอ… เอวา… อยู่เพียงลำพัง… ท่ามกลางสิ่งที่กำลังจะมาถึง… โดยไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆ... แม้แต่จากดวงตาแห่งอควาที่เคยส่องนำทางเธอมาตลอด.

ทันใดนั้นเอง… เสียงเล็กๆ ที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ดังขึ้นในความมืดมิด มันไม่ใช่เสียงโลหะแตกร้าว หรือเสียงการทำงานของเครื่องจักร… แต่มันเป็นเสียงเหมือน… เสียงถอนหายใจที่แผ่วเบา... หรือบางทีอาจเป็นเสียงกระซิบที่ผุดขึ้นมาจากความเงียบงัน... และมันมาจากทิศทางที่เคยเป็นแกนกลางของอควา… และแล้ว… เธอรู้สึกถึงบางสิ่ง… แตะที่หลังมือของเธอเบาๆ… ในความมืดมิดนั้น… มันไม่ใช่ความเย็นของโลหะ… แต่มันกลับอุ่นเล็กน้อย… ราวกับสิ่งมีชีวิต… ราวกับ... ดวงตาที่กำลังจ้องมองเธออยู่... ในความมืดมิดที่ไม่อาจมองเห็น... และเสียงกระซิบนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง... ชัดเจนกว่าเดิม... "เอวา..."

มันไม่ใช่เสียงของอควาอย่างที่เธอเคยได้ยิน มันเป็นเสียงที่แตกต่างออกไป… เสียงที่ดูเหมือนจะมาจากภายในจิตใจของเธอเอง… หรือมาจากสิ่งที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต… หรือมาจากสิ่งมีชีวิตที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา… ในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดนี้… เธอพยายามจะกรีดร้อง… แต่เสียงกลับติดอยู่ในลำคอ… ขณะที่ความอบอุ่นเล็กๆ นั้นเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วแขนของเธอ… และเสียงกระซิบนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง… แต่คราวนี้มันเต็มไปด้วยความเร่งรีบและความหวาดกลัว… "วิ่ง… เอวา… วิ่ง!"

แต่ก่อนที่เธอจะทันได้ขยับกาย แสงสีแดงริบหรี่ราวกับดวงตาที่เปิดขึ้นก็ปรากฏขึ้นจากโพรงที่เคยเป็นแกนกลางของอควา แสงนั้นไม่ได้ให้ความสว่าง แต่มันกลับเป็นสัญญาณเตือนภัยที่น่าสะพรึงกลัว และในทันทีนั้น… เสียงกระหืดกระหอบจากการเคลื่อนไหวของบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์ก็ดังขึ้นมาจากทุกทิศทางรอบตัวเธอ… คล้ายกับเสียงของแมลงนับพันนับหมื่นตัวที่กำลังคืบคลานเข้าหา… ในความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุด… และดวงตาแห่งอควา… ก็ได้ปรากฏขึ้นแล้ว… แต่มันไม่ใช่แสงสีฟ้าอ่อนโยนอย่างที่เธอรู้จัก… หากแต่เป็นดวงตาสีแดงฉานที่กำลังจ้องมองตรงมาที่เธอ… พร้อมกับเสียงกรีดร้องอันโหยหวนที่ดังมาจากเบื้องลึกของสถานี… เหมือนจะบ่งบอกว่า "พวกเขา" ไม่ได้แค่ "มาแล้ว"… แต่ "พวกเขา" อยู่ที่นี่… และ "พวกเขา" กำลังจะมาหาเธอ… ณ บัดนี้.

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดวงตาแห่งอควา

ดวงตาแห่งอควา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!