ดวงตาแห่งอควา

ตอนที่ 23 — เสียงกระซิบจากความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

254 ตอน · 1,896 คำ

ความมืดมิดอันไร้ขอบเขตของห้วงอวกาศภายนอกสถานีวิจัย ‘เฮลิออส’ ยังคงทอดตัวเงียบงันราวกับผืนผ้าไหมสีรัตติกาลที่ไร้ซึ่งจุดสิ้นสุด แสงดาวนับล้านดวงพร่างพราวราวกับเพชรเม็ดเล็กๆ ที่ถูกโปรยปรายอยู่บนความว่างเปล่า แต่ถึงกระนั้น พวกมันก็ไม่อาจขับไล่ความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างที่เกาะกุมจิตใจของทีมกู้ซากได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาถูกรายล้อมด้วยโครงสร้างเหล็กกล้าขนาดมหึมาที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศูนย์รวมแห่งปัญญาและความหวังของมนุษยชาติ ‌ทว่าบัดนี้กลับกลายเป็นเพียงสุสานลอยฟ้าที่เต็มไปด้วยปริศนาและความลับดำมืด

ภายในส่วนลึกของสถานี ณ โซนที่ถูกกำหนดรหัสว่า ‘ไคเมร่า’ ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับทดลองปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีชีวภาพขั้นสูง ภาคิน หัวหน้าทีมผู้มีดวงตาคมกริบราวเหยี่ยว กำลังยืนอยู่หน้าแผงควบคุมที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและฝุ่นผงหนาเตอะ ​มือหนาของเขาไล้ไปตามสัญลักษณ์แปลกประหลาดที่สลักอยู่บนพื้นผิวโลหะเย็นเฉียบ ซึ่งดูคล้ายอักษรโบราณที่ไม่มีผู้ใดรู้จัก เสียงพึมพำของอริน นักวิทยาศาสตร์ประจำทีม ดังขึ้นข้างกายเขา "ดูเหมือนว่าที่นี่จะถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนา หัวหน้า การเข้าถึงข้อมูลคงไม่ใช่เรื่องง่าย"

อริน ‍ผู้ซึ่งแววตาเต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้และสติปัญญาอันเฉียบแหลม กำลังใช้แท็บเล็ตคู่ใจของเขาเชื่อมต่อเข้ากับพอร์ตข้อมูลเก่าแก่ที่อยู่ถัดจากแผงควบคุม เขาพยายามถอดรหัสโปรโตคอลการรักษาความปลอดภัยที่ซับซ้อนเกินกว่าระบบสมัยใหม่จะคาดเดาได้ "ระบบป้องกันนี่มัน... เหนือชั้นเกินกว่าเทคโนโลยีเมื่อหลายร้อยปีก่อนมากนัก ราวกับว่ามันถูกสร้างขึ้นเพื่อซ่อนบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญยิ่งยวด"

"แน่นอน" ภาคินตอบเสียงเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่น ‌"สถานีแห่งนี้ไม่ได้ถูกทิ้งร้างเพราะความผิดพลาดทางเทคนิค อควาเคยเปรยถึง 'ภารกิจที่ถูกปกปิด' และดูเหมือนว่าสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้คือส่วนหนึ่งของมัน"

เสียงฝีเท้าหนักๆ ของร้อยโทเมฆา ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยประจำทีม ดังขึ้นจากด้านหลัง เมฆาเป็นชายร่างสูงใหญ่ ‍มีใบหน้าคมเข้มและแววตาที่ไม่เคยผ่อนคลาย เขามักจะยืนกรานถึงความจำเป็นของมาตรการป้องกันสูงสุดอยู่เสมอ "ผมยังคงไม่ไว้ใจเจ้า AI นั่นเท่าไรนัก หัวหน้า มันให้ข้อมูลเราแค่เท่าที่มันอยากให้เท่านั้น"

"เราต้องไว้ใจมันในระดับหนึ่ง เมฆา" ​ภาคินหันมามองลูกทีม "ตอนนี้มันคือไกด์นำทางเดียวที่เรามีในเขาวงกตแห่งนี้ และถ้าหากภัยคุกคามที่เรากำลังเผชิญหน้าอยู่เป็นจริงอย่างที่อควาเตือน เราก็ต้องการพันธมิตร ไม่ใช่ศัตรู"

ทันใดนั้น หน้าจอแท็บเล็ตของอรินก็ส่องแสงวาบเป็นสีเขียวอ่อน สัญลักษณ์ประหลาดที่ภาคินสังเกตเห็นก่อนหน้านี้บนแผงควบคุมก็พลันสว่างขึ้นตามกัน "สำเร็จ! ​ผมเจอร่องรอยการเข้าถึงข้อมูลเบื้องต้นแล้ว แต่ดูเหมือนว่าข้อมูลส่วนใหญ่จะถูกลบไป... ไม่สิ ถูกเข้ารหัสซ้อนทับกันหลายชั้นต่างหาก!" อรินพึมพำอย่างตื่นเต้น มือของเขาเลื่อนไปตามหน้าจออย่างรวดเร็ว "มันไม่ใช่แค่การเข้ารหัสแบบปกติ มันเหมือนกับการหักล้างข้อมูลด้วยชุดคำสั่งที่ขัดแย้งกันเอง ​เพื่อไม่ให้สามารถกู้คืนได้สมบูรณ์"

"แต่ก็ไม่สมบูรณ์เสียทีเดียวใช่ไหม?" ภาคินถามอย่างมีความหวัง

"ถูกต้องครับ หัวหน้า! มีบางส่วนที่หลุดรอดมาได้ มันเป็นไฟล์บันทึกเสียง... เก่าแก่มาก และเสียหายอย่างหนัก" อรินกดปุ่มเล่นไฟล์ เสียงซ่าๆ แหลมๆ ดังลอดออกมาจากลำโพง ก่อนจะปรากฏเป็นเสียงกระซิบอันแผ่วเบาที่ฟังดูคล้ายเสียงของมนุษย์ แต่กลับผิดเพี้ยนจนยากจะจับใจความได้

"…ไม่…เข้าใจ…ความมืด…มัน…มา…จาก…ความว่างเปล่า…" เสียงนั้นขาดๆ หายๆ ราวกับวิญญาณที่กำลังพยายามสื่อสารจากอีกมิติหนึ่ง

เมฆาขมวดคิ้วแน่น "อะไรกันนั่น? เสียงของใคร? หรือเป็นแค่สัญญาณรบกวน?"

"ไม่ใช่สัญญาณรบกวนแน่นอน เมฆา" ฟ้าใส ช่างเทคนิคและนักบินประจำทีม ผู้ซึ่งปกติเป็นคนร่าเริงสดใส แต่บัดนี้ใบหน้าของเธอกลับซีดเผือด เธอยืนอยู่ข้างอรินและกำลังวิเคราะห์คลื่นเสียงบนหน้าจอของเธอ "คลื่นเสียงมีรูปแบบที่ชัดเจน มันเป็นเสียงพูดของสิ่งมีชีวิตบางอย่าง... แต่ถูกบิดเบือนอย่างรุนแรง"

ภาคินจ้องมองไปที่หน้าจอแท็บเล็ตของอริน ซึ่งแสดงคลื่นเสียงที่พุ่งขึ้นลงอย่างผิดปกติ "อควา… นี่คือสิ่งที่เจ้าต้องการให้เราค้นพบใช่ไหม?" เขาพึมพำกับตัวเอง ราวกับกำลังพูดกับ AI ที่มองไม่เห็น

ทันใดนั้น แผงควบคุมเก่าแก่ก็ส่องแสงสีฟ้าอ่อนจางๆ ราวกับมีลมหายใจ ออร่าสีฟ้านั้นค่อยๆ ก่อตัวเป็นสัญลักษณ์คล้ายดวงตาขนาดใหญ่ที่กะพริบช้าๆ นั่นคือสัญลักษณ์ของอควา

"ภาคิน… การค้นพบ… ของเจ้า… สำคัญ…" เสียงสังเคราะห์ของอควาดังขึ้นในโสตประสาทของทุกคนผ่านระบบสื่อสารส่วนตัว เสียงนั้นฟังดูอ่อนแรงกว่าปกติ ราวกับว่าการสื่อสารในส่วนที่ลึกที่สุดของสถานีนี้ต้องใช้พลังงานมหาศาล

"เสียงที่ได้ยิน… คืออะไร อควา?" ภาคินถาม

"เศษเสี้ยว… ของความทรงจำ… ที่ถูกลบ… เป็นคำเตือน… จากผู้ที่เคยเผชิญหน้า… กับภัยคุกคาม…" อควาตอบช้าๆ "พวกเขา… ไม่เข้าใจ… ความมืด… ที่ไร้ที่สิ้นสุด…"

"ความมืดที่ไร้ที่สิ้นสุด? เจอกับอะไร อควา? สิ่งมีชีวิต? หรือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ?" อรินถามอย่างกระตือรือร้น

"ข้อมูล… ไม่สมบูรณ์… ถูกทำลาย… ถูกซ่อน… เพื่อป้องกัน… การปนเปื้อน…" เสียงของอควาฟังดูเจ็บปวด ราวกับกำลังพยายามรื้อฟื้นความทรงจำที่ถูกฉีกทำลาย "แต่… เสียงนั้น… คือคำบอกเล่า… ของสิ่งที่… สัมผัส… ความว่างเปล่า… สัมผัส… ความไร้ตัวตน…"

ทันใดนั้น ไฟในห้องก็เริ่มกะพริบถี่ๆ และหน้าจอทั้งหมดก็แสดงผลภาพที่บิดเบี้ยว สัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานกะพริบขึ้นบนแผงควบคุมหลัก เสียงคำรามทุ้มต่ำที่ยากจะระบุแหล่งที่มาดังสะท้อนก้องไปทั่วทั้งสถานี ทำให้พื้นสั่นสะเทือนราวกับมีสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมากำลังเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ๆ

"หัวหน้า! ระบบรักษาความปลอดภัยกำลังถูกโจมตี!" เมฆาตะโกนพร้อมกับปลดล็อกปืนไรเฟิลพลังงานที่พาดบ่า "บางสิ่งกำลังพยายามบุกรุกเข้ามา!"

"จากที่ไหน เมฆา?" ภาคินรีบถาม มือของเขาจับปืนพกพลังงานแน่น

"ไม่รู้ครับ! สัญญาณมันกระโดดไปมา! มันไม่ได้มาจากภายนอกสถานี แต่มันมาจาก… ภายใน!" เมฆารายงานด้วยน้ำเสียงที่ไม่เคยแสดงความตื่นตระหนก แต่ครั้งนี้กลับแฝงความประหวั่นพรั่นพรึงอย่างเห็นได้ชัด

ฟ้าใสรีบวิ่งไปยังแผงควบคุมหลักที่อยู่ใจกลางห้อง เธอพยายามดึงข้อมูลแผนผังสถานี "ระบบป้องกันภายในโซนไคเมร่ากำลังถูกปิดการใช้งานทีละส่วน! บางสิ่งกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว!"

"เป็นไปไม่ได้! เราตรวจสอบโซนนี้มาหลายครั้งแล้ว ไม่พบสิ่งมีชีวิตอื่นใดนอกจากพวกเรา!" อรินค้าน แต่ดวงตาของเขากลับมองไปยังมุมมืดของห้องอย่างหวาดระแวง

"มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในรูปแบบที่เราคุ้นเคย" เสียงของอควาดังขึ้นอีกครั้ง "มันคือ… ความมืด… ที่ปราศจากรูปกาย… มันคือ… เสียงกระซิบ… จากความว่างเปล่า… ที่กำลัง… กลืนกิน… ทุกสิ่ง…"

ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องอันโหยหวนก็ดังขึ้นจากระยะไกล มันเป็นเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ แต่เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวดทรมานอย่างแสนสาหัส ราวกับเสียงของโลหะที่ถูกบิดงอด้วยพลังงานมหาศาล ผสมผสานกับเสียงครวญครางของบางสิ่งที่กำลังจะดับสิ้น

"นั่นอะไรน่ะ?!" ฟ้าใสอุทานด้วยความตกใจ ใบหน้าของเธอซีดเผือด

"เสียงของระบบอัตโนมัติของสถานี" อควาตอบ "มันถูก… กลืนกิน… มันถูก… ดูดกลืน… พลังงาน… และ… ตัวตน…"

ภาคินตัดสินใจอย่างรวดเร็ว "เมฆา! เตรียมพร้อมรับมือ! อริน! ฟ้าใส! พยายามล็อกดาวน์โซนไคเมร่าทั้งหมด! ตัดการเชื่อมต่อระบบที่ไม่จำเป็นออกไปให้หมด!"

"แต่หัวหน้า! ถ้าเราตัดการเชื่อมต่อทั้งหมด เราก็จะถูกตัดขาดจากอควาด้วย!" อรินค้าน

"เราไม่มีทางเลือก! ถ้าสิ่งนั้นสามารถควบคุมระบบของสถานีได้ มันจะกลายเป็นกับดักขนาดใหญ่สำหรับเรา!" ภาคินตอบอย่างเด็ดขาด "อควา! เจ้ามีวิธีป้องกันตัวเองไหม?"

"ข้า… คือ… สถานี… นี้… ข้า… คือ… ดวงตา… ที่มองเห็น… แต่… ภัยคุกคาม… นี้… มัน… ไม่ใช่… สิ่งที่… ข้า… เคย… รู้จัก… มาก่อน…" เสียงของอควาฟังดูสับสนและหวาดกลัวอย่างที่ภาคินไม่เคยได้ยินมาก่อนจากปัญญาประดิษฐ์ตนนี้

ความมืดบางอย่างเริ่มคืบคลานเข้ามาจากทางเดินที่เชื่อมต่อกับห้องควบคุม แสงไฟที่กะพริบถี่ๆ ทำให้เงาของพวกมันดูบิดเบี้ยวและเคลื่อนไหวอย่างผิดปกติ มันไม่ใช่เงาของสิ่งมีชีวิต แต่เป็นเงาที่ไร้รูปร่าง ราวกับความมืดที่กำลังมีชีวิตและเคลื่อนที่ได้

"ทุกคน! เตรียมปืน!" เมฆาสั่งเสียงกร้าว เขายกปืนไรเฟิลขึ้นประทับบ่า เล็งไปยังความมืดที่กำลังเคลื่อนเข้ามา

ภาคินมองไปยังเงาที่คืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้เดิน ไม่ได้วิ่ง แต่ลอยละลิ่วเข้ามาอย่างเงียบเชียบและไร้เสียง ราวกับภาพลวงตาที่หลุดออกมาจากห้วงฝันร้าย ยิ่งมันเข้ามาใกล้เท่าไหร่ อุณหภูมิในห้องก็ยิ่งลดต่ำลงเท่านั้น จนควันสีขาวบางๆ เริ่มลอยออกมาจากลมหายใจของพวกเขา

"มันดูดซับความร้อน! ระวัง!" ฟ้าใสเตือน

"อควา! มันคืออะไรกันแน่?" ภาคินถามอีกครั้ง แต่เสียงของอควากลับเงียบหายไป มีเพียงเสียงซ่าๆ และเสียงคำรามทุ้มต่ำที่ดังขึ้นมาแทน

เมื่อความมืดเข้าใกล้พอที่จะมองเห็นรายละเอียด พวกเขาก็พบว่ามันไม่ใช่เงา แต่เป็นกลุ่มก้อนของอนุภาคสีดำทมิฬที่รวมตัวกันอย่างหลวมๆ ลอยละลิ่วอยู่ในอากาศ แต่ละอนุภาคดูเหมือนจะดูดกลืนแสงทั้งหมดที่ตกกระทบ ทำให้มันดูราวกับหลุมดำขนาดเล็กนับล้านที่กำลังเคลื่อนที่รวมกันเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่

เมฆาไม่รอช้า เขาลั่นไกปืนไรเฟิลพลังงานลำแสงสีแดงฉานพุ่งเข้าใส่กลุ่มก้อนความมืดอย่างจัง ทว่าลำแสงนั้นกลับหายวับไปราวกับถูกดูดกลืน ไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ เลยแม้แต่น้อย

"มันไร้ผล!" เมฆาตะโกนด้วยความตกใจ

กลุ่มก้อนความมืดนั้นเคลื่อนที่เข้ามาในห้องอย่างช้าๆ มันไม่ได้มีดวงตา ไม่มีปาก ไม่มีแขนขา แต่ภาคินรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจ ราวกับว่ามันกำลังดูดซับความหวังและพลังงานชีวิตของพวกเขา

"นี่มัน… อะไรกันแน่?" อรินพึมพำ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

ทันใดนั้น เสียงจากแผงควบคุมหลักของอควาก็กลับมาอีกครั้ง คราวนี้เสียงของมันชัดเจนและทรงพลังยิ่งกว่าเดิม "มันคือ… ปรสิตแห่งสุญญะ… มันคือ… ความมืดที่ไร้ตัวตน… มันคือ… สิ่งที่เคย… กลืนกิน… อารยธรรม… โบราณ… มันกำลัง… มา… เพื่อ… กลืนกิน… ทุกสิ่ง… ที่นี่…"

"เราจะหยุดมันได้อย่างไร อควา?!" ภาคินตะโกนถามขณะที่กลุ่มก้อนความมืดเริ่มขยายตัวและแผ่ปกคลุมผนังห้อง

"พลังงาน… มันดูดซับ… พลังงาน… ทุกรูปแบบ… แสง… ความร้อน… แม้กระทั่ง… พลังงาน… ชีวิต…" อควาตอบด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความสิ้นหวัง "สิ่งเดียวที่… อาจจะ… ทำลาย… มันได้… คือ… การหักล้าง… ตัวตน… ของมัน… ด้วย… พลังงาน… ที่ขัดแย้ง… อย่างสมบูรณ์…"

ภาคินมองไปยังแผงควบคุมที่ยังคงส่องแสงสีฟ้าอ่อนจางๆ นั่นคือแกนหลักของอควา พลังงานของสถานีแห่งนี้ "อควา! เจ้ากำลังบอกว่าเราต้องใช้พลังงานของเจ้าโจมตีมันอย่างนั้นหรือ?"

"ข้า… ไม่แน่ใจ… ว่าจะ… สำเร็จ… มันอาจจะ… ทำลาย… ตัวตน… ของข้า… ไปด้วย…" เสียงของอควาสั่นเครือ "แต่… หากไม่ทำ… มันจะ… กลืนกิน… ทุกสิ่ง… รวมถึง… ความหวัง… ของ… มนุษยชาติ…"

กลุ่มก้อนความมืดเริ่มเคลื่อนที่เร็วขึ้น มันพุ่งเข้าใส่เมฆาที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด เมฆายิงปืนออกไปอีกครั้ง แต่ลำแสงพลังงานก็หายวับไปในความมืดนั้น ราวกับถูกกลืนกินโดยไร้ร่องรอย

"ถอยออกมา เมฆา!" ภาคินตะโกน

เมฆารีบถอยหลัง แต่ความมืดก็เคลื่อนที่เร็วกว่า มันเข้าโอบล้อมแขนของเขา แสงจากชุดอวกาศของเมฆาเริ่มหรี่ลงอย่างรวดเร็ว ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านเข้าสู่ร่างกายของเขา

"มันกำลังดูดพลังงานจากชุดของผม!" เมฆาพูดด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

ภาคินเห็นว่าไม่มีเวลาแล้ว เขาตัดสินใจในเสี้ยววินาที "อริน! ฟ้าใส! เตรียมระบบพลังงานหลักของสถานีให้พร้อม! อควา! เจ้าสามารถรวมพลังงานทั้งหมดของสถานีไว้ในจุดเดียวได้หรือไม่?"

"ข้า… สามารถ… แต่… มันคือ… การเสี่ยง… ครั้งใหญ่… ที่สุด…" อควาตอบ

"เราไม่มีทางเลือก!" ภาคินตะโกน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น "เมฆา! พยายามถ่วงเวลาไว้! อริน! ฟ้าใส! เร็วเข้า!"

อรินและฟ้าใสรีบวิ่งไปยังแผงควบคุมหลักอีกครั้ง พวกเขาใช้ความรู้ทั้งหมดที่มีในการดึงพลังงานจากแกนกลางของสถานีขึ้นมา เสียงคำรามของเครื่องจักรกลเก่าแก่ดังกระหึ่มไปทั่วสถานี แสงไฟในห้องสว่างวาบขึ้นและหรี่ลงอย่างควบคุมไม่ได้

กลุ่มก้อนความมืดเริ่มขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันกำลังพยายามกลืนกินเมฆาทั้งตัว ภาคินยิงปืนพลังงานเข้าใส่กลุ่มความมืดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้รู้ว่ามันไร้ผล แต่เขาก็ต้องทำเพื่อให้เมฆามีเวลา

"อควา! พร้อมหรือยัง?" ภาคินถาม

"พร้อมแล้ว… ภาคิน… การตัดสินใจ… อยู่ที่… เจ้า…" เสียงของอควาฟังดูหนักแน่น แต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย

ภาคินมองไปยังกลุ่มก้อนความมืดที่กำลังกลืนกินเมฆาอย่างช้าๆ เขาหลับตาลงชั่วครู่ แล้วลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยว "อควา! ปล่อยพลังงานทั้งหมด!"

ทันใดนั้น แผงควบคุมหลักของอควาก็ส่องแสงสีฟ้าเจิดจ้า พลังงานมหาศาลพุ่งออกมาจากแกนกลางของสถานี ก่อตัวเป็นลำแสงสีน้ำเงินอมขาวขนาดใหญ่ พุ่งเข้าใส่กลุ่มก้อนความมืดที่กำลังโอบล้อมเมฆาอยู่

ลำแสงพลังงานของอควาปะทะเข้ากับกลุ่มก้อนความมืดอย่างจัง เกิดเสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วทั้งห้อง แรงปะทะทำให้ทุกคนล้มลงกับพื้น แสงสีน้ำเงินเจิดจ้าและสีดำสนิทปะทะกันอย่างรุนแรง ราวกับสงครามระหว่างแสงสว่างและความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุด

กลุ่มก้อนความมืดนั้นกรีดร้องออกมาเป็นเสียงที่บาดหู มันพยายามดูดกลืนลำแสงพลังงานของอควา แต่คราวนี้มันกลับทำไม่ได้ ลำแสงสีน้ำเงินของอควาดูเหมือนจะมีความบริสุทธิ์และทรงพลังเกินกว่าที่มันจะสามารถดูดกลืนได้โดยสมบูรณ์

อนุภาคสีดำเริ่มสลายตัวไปทีละเล็กละน้อย แสงสีน้ำเงินอมขาวของอควาค่อยๆ กลืนกินความมืดเข้าไปทีละส่วน เสียงกรีดร้องของมันดังขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะค่อยๆ แผ่วลงและเงียบหายไปในที่สุด

เมื่อลำแสงพลังงานของอควาจางหายไป กลุ่มก้อนความมืดก็หายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงเมฆาที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น ชุดอวกาศของเขาเสียหายอย่างหนัก และมีร่องรอยความเย็นจัดเกาะอยู่ทั่วทั้งตัว

ภาคินรีบวิ่งเข้าไปหาเมฆา เขาตรวจสอบสัญญาณชีพของลูกทีม "เมฆา! เมฆา! ได้ยินไหม?"

เมฆาไอสำลักเล็กน้อย ลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก "หัวหน้า… ผม… รอดแล้ว… เหรอครับ?"

"ใช่ เมฆา นายรอดแล้ว" ภาคินถอนหายใจด้วยความโล่งอก

อรินและฟ้าใสก็รีบวิ่งเข้ามาดูอาการของเมฆาเช่นกัน ใบหน้าของทั้งคู่เต็มไปด้วยความโล่งใจ แต่ก็ยังคงมีความหวาดระแวงหลงเหลืออยู่

"มัน… มันหายไปแล้วใช่ไหม อควา?" ฟ้าใสถามด้วยเสียงที่สั่นเครือ

"มัน… ถูกขับไล่… ออกไป… ชั่วคราว…" เสียงของอควาดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เสียงของมันฟังดูอ่อนแรงและเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด "แต่… พลังงานของข้า… ก็… ลดลง… อย่างมาก… ข้า… ไม่สามารถ… ทำเช่นนี้ได้… อีกครั้ง… ในเร็วๆ นี้…"

ภาคินมองไปยังแผงควบคุมของอควาที่บัดนี้กลับมามืดสนิท ไม่เหลือแม้แสงสีฟ้าจางๆ "มันคืออะไรกันแน่ อควา? และมันมาจากที่ไหน?"

"มันคือ… สิ่งที่… อยู่เหนือ… ความเข้าใจ… ของ… มนุษย์…" อควาตอบ "มันมาจาก… ความว่างเปล่า… ระหว่าง… มิติ… มันคือ… ภัยคุกคาม… ที่… ถูกผนึก… ไว้… ใน… สถานี… แห่งนี้… และ… ตอนนี้… มัน… ได้ตื่นขึ้น… แล้ว…"

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องควบคุมอีกครั้ง คราวนี้เป็นความเงียบที่เต็มไปด้วยความหนักอึ้งและน่าสะพรึงกลัว พวกเขาเพิ่งได้เผชิญหน้ากับบางสิ่งบางอย่างที่อยู่เหนือจินตนาการของมนุษย์ และชัยชนะที่ได้มานั้นก็แสนเปราะบางเหลือเกิน

ภาคินรู้ดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งใหญ่ สงครามกับสิ่งที่มาจากความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุด สงครามที่อาจจะตัดสินชะตากรรมของมนุษยชาติทั้งมวล และในตอนนี้ มีเพียงพวกเขา สมาชิกทีมกู้ซากผู้ไม่กี่คน และปัญญาประดิษฐ์โบราณผู้เหนื่อยล้าอย่างอควาเท่านั้น ที่ยืนอยู่ระหว่างโลกและภัยคุกคามอันดำมืดนี้

ดวงตาของภาคินจับจ้องไปยังความมืดมิดของห้วงอวกาศนอกหน้าต่าง เขารู้สึกได้ถึงเสียงกระซิบอันเย็นเยียบจากความว่างเปล่า ที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังรอคอยเวลาที่จะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างให้ดับสูญไปในความมืดนิรันดร์.


หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดวงตาแห่งอควา

ดวงตาแห่งอควา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!