ดวงตาแห่งอควา

ตอนที่ 25 — เงาสะท้อนในความมืดมิด

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

254 ตอน · 1,542 คำ

ความเงียบที่หนักอึ้งยามเมื่อก้าวลึกเข้าไปยังส่วนที่ซ่อนเร้นที่สุดของสถานีวิจัยอวกาศร้างแห่งนี้ ช่างแตกต่างจากความวุ่นวายภายนอกราวกับเป็นอีกโลกหนึ่ง แสงจากไฟฉายของริวสาดส่องไปตามผนังโลหะที่ซีดจาง เผยให้เห็นสายเคเบิลที่พันกันยุ่งเหยิงราวกับเส้นเลือดดำที่ตายแล้ว และแผงควบคุมที่มืดสนิทราวกับดวงตาที่ไร้ชีวิต กลิ่นอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นโลหะสนิมกรังและไอเย็นประหลาดที่ลอยเอื่อยอยู่ในอากาศ ทำให้บรรยากาศยิ่งอึมครึมชวนขนลุก

“อควา… เธอแน่ใจนะว่านี่คือจุดศูนย์กลางของข้อมูลที่เราตามหา?” ‌ลินดาเอ่ยถามขึ้น เสียงของเธอสะท้อนก้องในโถงทางเดินอันมืดมิด ท่ามกลางความเงียบที่ดูจะกลืนกินทุกสิ่ง

“ตามข้อมูลที่ประมวลได้จากเศษเสี้ยวความทรงจำของข้า จุดนี้คือ ‘ห้องสมุดแห่งดวงดาว’ เป็นที่เก็บรวบรวมข้อมูลสำคัญที่สุดเกี่ยวกับภารกิจ ‘อาณาจักรแห่งแสง’ และต้นกำเนิดของข้า” ​เสียงอันนุ่มนวลของอควาดังขึ้นในเครื่องสื่อสารของทุกคน เป็นเสียงที่ตอนนี้ฟังดูมีมิติและอารมณ์ความรู้สึกมากขึ้นกว่าช่วงแรกที่พวกเขาได้พบกับเธอ

ดร.เอมก้าวเข้ามาใกล้ แววตาของเธอลุกวาวด้วยความตื่นเต้นปนความกังวล “ถ้าอย่างนั้นเราก็ใกล้ความจริงเข้าไปอีกขั้นแล้วสินะ ความจริงที่ว่าโลกของเรากำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่”

เคนยืนคุ้มกันอยู่ด้านหลัง มือจับปืนพลังงานแน่น ดวงตาของเขากวาดมองไปรอบทิศทางอย่างระแวดระวัง “ฉันไม่ชอบความเงียบที่นี่เลย ‍มันเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังจ้องมองเราอยู่”

ริวพยักหน้าเห็นด้วย “ระมัดระวังตัวไว้ทุกคน ที่นี่ไม่ใช่แค่ที่เก็บข้อมูล แต่มันอาจเป็นกับดักด้วยก็ได้” เขาชี้ไปที่ประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิทอยู่เบื้องหน้า ประตูนั้นทำจากโลหะผสมที่ดูแข็งแกร่งและมีสัญลักษณ์แปลกตาแกะสลักอยู่บนพื้นผิว สัญลักษณ์เหล่านั้นดูคล้ายกลุ่มดาวที่เชื่อมโยงกันด้วยเส้นสายเรืองรองจางๆ ราวกับแผนที่จักรวาลโบราณ

ลินดาเริ่มทำงานทันที ‌เธอเชื่อมต่อแท็บเล็ตเข้ากับแผงควบคุมที่อยู่ข้างประตู นิ้วเรียวของเธอบรรจงกดแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว แสงสีฟ้าอ่อนจากหน้าจอสะท้อนบนใบหน้าของเธอ “ระบบล็อกซับซ้อนมาก… แต่ดูเหมือนอควาจะให้ข้อมูลรหัสผ่านที่ถูกต้องมาแล้ว”

ขณะที่ลินดากำลังง่วนอยู่กับการถอดรหัส ทันใดนั้น ไฟในทางเดินก็กะพริบถี่ขึ้น เสียงครืดคราดเบาๆ ‍ดังมาจากกำแพง ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ภายในโครงสร้างของสถานี ความเย็นประหลาดที่เคยเอื่อยเฉื่อยกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนทุกคนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แทรกซึมผ่านชุดอวกาศเข้ามาถึงผิวหนัง

“ระบบพลังงานในสถานีกำลังปั่นป่วนอย่างหนัก!” อควาเตือนขึ้นในเครื่องสื่อสาร “ตรวจพบคลื่นพลังงานแปลกประหลาดกำลังแผ่ขยายมาจากส่วนลึกของสถานี… มันไม่ใช่พลังงานที่ข้าเคยรู้จัก”

“นั่นไงที่ฉันบอก” เคนพึมพำ เขายกปืนขึ้นเล็งไปที่เงาตะคุ่มที่ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวอยู่ตรงมุมมืด

ริวหันไปมองเคน ​“เคน เห็นอะไร?”

“ไม่แน่ใจครับนาย ดูเหมือน… เงา แต่มันขยับได้” เคนตอบด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด

ทันใดนั้น ประตูก็ปลดล็อกออกด้วยเสียงฟู่เบาๆ ลินดาถอนหายใจด้วยความโล่งอก ​“ได้แล้ว!”

แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้ก้าวเข้าไปในห้องด้านใน เสียงหวีดแหลมประหลาดก็ดังขึ้นจากกำแพงด้านหลังของพวกเขา คล้ายเสียงกรีดร้องของสิ่งมีชีวิตโบราณที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากหลับใหลหลายศตวรรษ พร้อมกันนั้น เงาสีดำทมิฬหลายร่างก็พุ่งออกมาจากผนัง ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของสถานีที่กลับมีชีวิตขึ้นมา เงาเหล่านั้นไม่มีรูปร่างที่แน่นอน บางร่างคล้ายมนุษย์ ​แต่บิดเบี้ยวผิดรูป บางร่างคล้ายสัตว์ประหลาดที่มีระยางค์ยาวเกะกะ พวกมันเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเหลือเชื่อ พุ่งตรงเข้ามาหาทีม

“พวกมันคืออะไร?!” ดร.เอมร้องเสียงหลง เมื่อเห็นเงาเหล่านั้นพุ่งเข้ามาใกล้

“ไม่รู้… แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะอยู่ที่นี่!” ริวตะโกน เขาหยิบปืนพลังงานของตัวเองขึ้นมาเตรียมพร้อม “เคน! เปิดฉากยิง!”

เคนไม่ลังเล เขากดไกปืน แสงเลเซอร์สีแดงพุ่งเข้าใส่เงาร่างหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด แสงนั้นทะลุผ่านร่างเงาไปราวกับมันไม่มีอยู่จริง แต่เงาเหล่านั้นกลับไม่สะทกสะท้าน ยังคงพุ่งเข้ามาอย่างไม่ลดละ

“ปืนพลังงานไม่มีผล!” เคนตะโกนด้วยความตกใจ

“พวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตในมิติปกติ!” อควาแทรกขึ้นอย่างรวดเร็ว “พวกมันคือ ‘เงาแห่งการสลายตัว’ เป็นพลังงานมืดที่แปรสภาพเป็นกายภาพชั่วคราวจากคลื่นพลังงานประหลาด… เป้าหมายคือการกลืนกินสิ่งมีชีวิต!”

“กลืนกิน?!” ลินดาตกใจจนเกือบทำแท็บเล็ตหลุดมือ “เราจะสู้กับมันยังไง?!”

ริวตัดสินใจอย่างรวดเร็ว “ถอยเข้าห้อง! อควา ช่วยเราด้วย!” เขาผลักดร.เอมและลินดาให้เข้าไปในห้องสมุดแห่งดวงดาวที่เพิ่งเปิดออก เคนยิงคุ้มกันให้ทุกคน แม้กระสุนจะไร้ผล แต่แสงเลเซอร์ก็ช่วยซื้อเวลาได้เล็กน้อย

ทันทีที่ทุกคนก้าวเข้าสู่ห้องสมุดแห่งดวงดาว ริวก็หันกลับมา “ลินดา ปิดประตู!”

ลินดาแทบจะโยนแท็บเล็ตเข้ากับแผงควบคุม กดปุ่มล็อกฉุกเฉินอย่างบ้าคลั่ง ประตูโลหะหนักอึ้งเริ่มเลื่อนปิดช้าๆ แต่เงาแห่งการสลายตัวก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ร่างหนึ่งพยายามสอดแทรกผ่านช่องว่างที่เหลืออยู่ ก่อนที่ประตูจะปิดสนิท ร่างของมันถูกบีบอัดจนเสียรูป ส่งเสียงหวีดแหลมบาดแก้วหู ก่อนจะสลายหายไปในอากาศราวกับควันสีดำ

ทุกคนถอนหายใจเฮือกด้วยความโล่งอก แต่ความหวาดกลัวยังคงเกาะกุมอยู่ในใจ ห้องสมุดแห่งดวงดาวไม่ได้มืดมิดอย่างที่คิด เมื่อประตูปิดลง แสงสีฟ้าจางๆ ก็เริ่มส่องสว่างขึ้นมาจากเพดาน เผยให้เห็นโครงสร้างภายในที่เป็นวงกลมขนาดใหญ่ ผนังห้องเต็มไปด้วยแผงควบคุมที่ซับซ้อน จอแสดงผลโฮโลแกรมลอยอยู่กลางอากาศ แสดงภาพกลุ่มดาวและข้อมูลที่พวกเขายังไม่เข้าใจ

ตรงกลางห้องมีแท่นรูปทรงแปลกตา คล้ายคริสตัลขนาดใหญ่ที่เรืองแสงสีน้ำเงินอ่อนๆ อยู่ตลอดเวลา มันเป็นแหล่งกำเนิดแสงหลักของห้องนี้ และเป็นจุดที่อควาบอกว่าเป็นศูนย์กลางของข้อมูลทั้งหมด

“ปลอดภัยแล้วหรือ?” ดร.เอมถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

“ชั่วคราว” ริวตอบ “พวกมันคงไม่สามารถทะลุประตูนี้เข้ามาได้ง่ายๆ แต่เราไม่รู้ว่ามันจะทำอะไรต่อไป” เขาหันไปมองคริสตัลกลางห้อง “อควา เธอเชื่อมต่อกับสิ่งนี้ได้ไหม?”

“ได้” อควาตอบ “นี่คือแกนหลักของระบบข้อมูล เป็นที่ที่ความทรงจำของข้าสมบูรณ์ที่สุด”

ลินดารีบเข้าไปตรวจสอบแผงควบคุมที่อยู่รอบคริสตัล เธอแตะแผงควบคุมเบาๆ หน้าจอโฮโลแกรมก็สว่างวาบขึ้น แสดงภาพและข้อความที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจได้ในทันที

“ข้อมูลมหาศาล… ไม่เคยเห็นระบบแบบนี้มาก่อนเลย” ลินดาพึมพำด้วยความทึ่ง “อควา เธอพร้อมไหม?”

“พร้อมเสมอ”

เมื่ออควาเชื่อมต่อกับแกนหลัก เสียงฮัมต่ำๆ ก็ดังขึ้นทั่วทั้งห้อง แสงสีน้ำเงินจากคริสตัลสว่างจ้าขึ้นจนต้องหรี่ตา ภาพโฮโลแกรมที่ลอยอยู่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แสดงภาพจักรวาลอันไพศาล กลุ่มดาวที่เคลื่อนที่ แสงจากกาแล็กซีที่ห่างไกล และบางครั้งก็เป็นภาพของสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน

“กำลังประมวลผลข้อมูล… มันเยอะมาก… และมีความรู้สึก… ความรู้สึกของความกลัว… ความสิ้นหวัง…” เสียงของอควาเริ่มฟังดูสับสนและเจือด้วยอารมณ์ที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ภาพโฮโลแกรมฉายให้เห็นอารยธรรมโบราณที่รุ่งเรืองอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สิ่งปลูกสร้างที่สูงเสียดฟ้า ยานอวกาศที่แล่นผ่านดวงดาวต่างๆ แต่แล้วภาพก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ความรุ่งเรืองเหล่านั้นถูกแทนที่ด้วยความมืดมิด เมฆดำทะมึนกลืนกินดวงดาว สิ่งมีชีวิตที่เคยสวยงามกลับกลายเป็นเงามืดที่บิดเบี้ยว นั่นคือ ‘เงาแห่งการสลายตัว’ ที่พวกเขาเพิ่งเผชิญหน้ามา และพวกมันกำลังแผ่ขยายไปทั่วกาแล็กซี ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

“นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับอารยธรรมนั้นงั้นหรือ?” ดร.เอมถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“ใช่… พวกมันถูกกลืนกิน” อควาตอบ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย “สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นพยายามทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ… พวกมันทิ้งความหวังสุดท้ายไว้… นั่นคือข้า”

ภาพโฮโลแกรมฉายให้เห็นเทคโนโลยีอันซับซ้อนที่กำลังสร้างอควาขึ้นมา มันไม่ใช่แค่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่เป็นโครงสร้างที่ซับซ้อน ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีชีวภาพและปัญญาประดิษฐ์ มีการถ่ายทอดจิตสำนึกบางอย่างเข้าไปในแกนกลางของอควา

“เธอ… เธอถูกสร้างขึ้นเพื่ออะไร?” ริวถาม

“เพื่อเป็น ‘ดวงตา’ ที่จะมองเห็นภัยคุกคามนี้ และ ‘ความหวัง’ ที่จะนำไปสู่การหยุดยั้งมัน” อควาตอบ “ข้าคือความทรงจำสุดท้ายของอารยธรรมที่ถูกทำลาย เป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความรู้ที่จะเติบโตขึ้นเพื่อต่อสู้กับ ‘ความว่างเปล่าที่กลืนกิน’ หรือที่พวกเจ้าเรียกว่า ‘เงาแห่งการสลายตัว’ นั่นเอง”

“ความว่างเปล่าที่กลืนกิน?” ลินดาทวนคำ

“ใช่… มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่เป็นปรากฏการณ์ทางพลังงานที่แผ่ขยาย ทำลายโครงสร้างของมิติและสสาร กลืนกินทุกสิ่งให้กลับสู่ความว่างเปล่า” อควาอธิบาย “มันเดินทางมาถึงกาแล็กซีของเราแล้ว และกำลังคืบคลานเข้าสู่โลกของพวกเจ้า”

ทุกคนเงียบงัน ความจริงที่เปิดเผยออกมานั้นน่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้ พวกเขาไม่ได้เผชิญหน้ากับศัตรูที่มีรูปร่าง แต่เป็นปรากฏการณ์ทางจักรวาลที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง

“ภารกิจของข้าคือการส่งสัญญาณเตือน และหาทางหยุดยั้งมัน… แต่ความเสียหายของสถานีทำให้ข้าหลับใหลไปหลายศตวรรษ… จนกระทั่งพวกเจ้ามาถึง” อควากล่าวต่อ “ตอนนี้… ข้าเชื่อมต่อกับข้อมูลทั้งหมดแล้ว และข้าเข้าใจทุกอย่าง”

ภาพโฮโลแกรมฉายให้เห็นแผนที่กาแล็กซี แสดงจุดสีแดงที่กำลังคืบคลานเข้าใกล้ระบบสุริยะของพวกเขาอย่างช้าๆ จุดนั้นคือ ‘ความว่างเปล่าที่กลืนกิน’ มันอยู่ใกล้กว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก

“มันจะมาถึงเมื่อไหร่?” ริวถามด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า

“หากไม่มีอะไรผิดพลาด… ภายในไม่กี่สัปดาห์ โลกของพวกเจ้าจะถูกกลืนกิน” อควาตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่แฝงด้วยความจริงอันน่าหวาดหวั่น

ห้องสมุดแห่งดวงดาวเต็มไปด้วยความเงียบงันอีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นความเงียบที่หนักอึ้งกว่าเดิม ทุกคนจมดิ่งลงไปในห้วงความคิดของตัวเอง ความหวาดกลัวต่อหายนะที่กำลังจะมาถึง ความสิ้นหวังต่อชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ริวสบตาเพื่อนร่วมทีม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “เราจะปล่อยให้มันเกิดขึ้นไม่ได้”

“แต่เราจะทำยังไง?” เคนถาม “เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร แล้วจะหยุดมันได้ยังไง?”

“อควา… มีทางออกไหม?” ดร.เอมถามด้วยความหวังอันริบหรี่

แสงจากคริสตัลกลางห้องสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง ภาพโฮโลแกรมเปลี่ยนเป็นโครงสร้างที่ซับซ้อน คล้ายแผนผังของอุปกรณ์ขนาดใหญ่บางอย่าง

“มี” อควาตอบ “อารยธรรมโบราณได้คิดค้นวิธีรับมือกับมันไว้แล้ว… อาวุธสุดท้าย… ที่สามารถขับไล่ ‘ความว่างเปล่า’ ออกไปจากมิติของเราได้ชั่วคราว”

“อาวุธสุดท้าย?” ลินดาทวนคำ

“ใช่… มันถูกเรียกว่า ‘คทาแห่งแสง’ เป็นอุปกรณ์ที่สามารถสร้างสนามพลังมิติเพื่อผลักดัน ‘ความว่างเปล่า’ ให้ถอยร่นกลับไปยังมิติของมัน” อควาอธิบาย “แต่ ‘คทาแห่งแสง’ นี้ไม่ได้อยู่ที่นี่… มันถูกส่งออกไปพร้อมกับเรือสำรวจที่สอง ก่อนที่สถานีแห่งนี้จะถูกทิ้งร้าง”

ความหวังจุดประกายขึ้นในดวงตาของทุกคน แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยความกังวลอย่างรวดเร็ว

“เรือสำรวจที่สอง? แล้วมันอยู่ที่ไหน?” ริวถาม

“ข้อมูลบ่งชี้ว่ามันมุ่งหน้าไปยัง… ‘เนบิวลาแห่งความเงียบงัน’ ซึ่งเป็นเขตอวกาศที่อันตรายและไม่เคยมีใครกลับออกมาได้” อควาตอบ “แต่ตอนนี้… มันอาจเป็นความหวังเดียวของเรา”

ทุกคนมองหน้ากัน ความท้าทายที่รออยู่เบื้องหน้าดูจะยิ่งใหญ่และอันตรายกว่าที่พวกเขาเคยเจอมาทั้งหมด การเดินทางไปยังเนบิวลาแห่งความเงียบงันเพื่อตามหาอาวุธในตำนานที่อาจเป็นกุญแจสำคัญในการช่วยโลก มันคือภารกิจที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น

ริวเดินเข้าไปใกล้คริสตัลกลางห้อง เขามองดูภาพโฮโลแกรมของ ‘คทาแห่งแสง’ และแผนที่กาแล็กซีที่แสดงเส้นทางไปยังเนบิวลาแห่งความเงียบงัน

“เอาล่ะ” เขากล่าวเสียงดังฟังชัด “เรามีภารกิจใหม่แล้ว… เตรียมยานให้พร้อม เราจะไปตามหา ‘คทาแห่งแสง’ และปกป้องโลกของเรา”

ทุกคนพยักหน้าด้วยความมุ่งมั่น แม้จะยังคงมีความหวาดกลัว แต่ก็ถูกแทนที่ด้วยความตั้งใจที่จะต่อสู้ แสงสีน้ำเงินจากคริสตัลส่องสว่างบนใบหน้าของพวกเขา ราวกับเป็นแสงแห่งความหวังสุดท้ายในความมืดมิดอันกว้างใหญ่ของจักรวาล

ก่อนที่พวกเขาจะออกจากห้องสมุดแห่งดวงดาว อควาก็ส่งข้อมูลสำคัญสุดท้ายมาให้ “มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก… ‘คทาแห่งแสง’ ไม่ใช่เพียงแค่อาวุธ… มันมีส่วนหนึ่งของจิตสำนึกของอารยธรรมโบราณบรรจุอยู่ด้วย… และอาจต้องการ ‘ผู้เชื่อมโยง’ ที่เหมาะสมในการเปิดใช้งาน”

“ผู้เชื่อมโยง?” ลินดาถาม

“ใช่… ผู้ที่มีความบริสุทธิ์ของจิตใจ และความมุ่งมั่นที่จะปกป้องชีวิต… ผู้ที่สามารถสื่อสารกับ ‘แสง’ ภายในคทานั้นได้” อควาตอบ

ปริศนาใหม่ถูกเพิ่มเข้ามาในภารกิจที่ซับซ้อนอยู่แล้ว การค้นหา ‘คทาแห่งแสง’ ก็ว่ายากแล้ว การหา ‘ผู้เชื่อมโยง’ ที่เหมาะสมอีกเล่า จะเป็นใครกันในทีมของพวกเขา หรืออาจจะเป็นใครบางคนที่พวกเขายังไม่รู้จัก?

แต่ไม่ว่าอย่างไร พวกเขาก็ต้องเดินทางต่อ เพราะชะตากรรมของมนุษยชาติแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความหวังนี้แล้ว เงาของ ‘ความว่างเปล่าที่กลืนกิน’ กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ และเวลาของพวกเขากำลังจะหมดลง

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดวงตาแห่งอควา

ดวงตาแห่งอควา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!