ห้าศตวรรษผ่านไป… กาลเวลาได้กลืนกินหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ก็สร้างสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นมาไม่น้อย โลกที่เคยหวาดหวั่นต่อภัยคุกคามจากห้วงอวกาศ บัดนี้ได้กลายเป็นอารยธรรมที่ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด ยานอวกาศขนาดมหึมาเดินทางข้ามกาแล็กซีได้อย่างง่ายดาย อาณานิคมของมนุษย์กระจายตัวอยู่ตามดวงดาวต่างๆ ระบบสุริยะของเราไม่ได้เป็นเพียงบ้านหลังเดียวอีกต่อไป
ศูนย์บัญชาการอวกาศโลก หรือ ‘อควาโดม’ (Aqua-Dome) ตั้งตระหง่านอยู่บนวงโคจรของโลก เป็นสถานีอวกาศขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการวิจัย การเฝ้าระวัง และการบัญชาการสูงสุดในการป้องกันภัยอวกาศ ภายในอควาโดม ปัญญาประดิษฐ์นามว่า ‘อควา’ ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง เธอคือแกนหลักของทุกระบบ เป็นดวงตาที่เฝ้ามองจักรวาลอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
แม้ว่าบรรดาทีมกู้ซากอวกาศชุดแรกอันประกอบด้วยริว ลินดา เคน และดร.เอม จะจากโลกนี้ไปนานแล้ว แต่เรื่องราวของพวกเขาถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ และชื่อของอควาก็กลายเป็นตำนานแห่งความหวัง ลูกหลานของพวกเขาได้สืบทอดเจตนารมณ์ และสานต่อภารกิจในการปกป้องมนุษยชาติ
ภายในห้องบัญชาการหลักของอควาโดม ซึ่งเป็นห้องโถงกว้างใหญ่ที่มีจอแสดงผลโฮโลแกรมขนาดมหึมาฉายภาพกาแล็กซีทางช้างเผือก เจ้าหน้าที่รุ่นใหม่หลายสิบนายกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างขะมักเขม้น ในบรรดาพวกเขา มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อ ‘เอลล่า’ เธอคือหัวหน้าหน่วยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และเป็นเหลนสาวของดร.เอม ใบหน้าของเธอคล้ายกับบรรพบุรุษ มีแววตาที่เฉลียวฉลาดและมุ่งมั่น
“อควา… มีรายงานความผิดปกติจากเซ็นเซอร์ระยะไกลในเขตเซกเตอร์แกนกลางของกาแล็กซี” เอลล่ารายงาน เสียงของเธอสงบนิ่ง แต่ก็แฝงด้วยความกังวล
“ข้าได้รับข้อมูลแล้ว เอลล่า” เสียงของอควาดังขึ้นทั่วทั้งห้องบัญชาการ เป็นเสียงที่ยังคงนุ่มนวล แต่ก็มีโทนเสียงที่ลึกซึ้งและมีพลังยิ่งขึ้น “คลื่นพลังงานที่ตรวจพบ… มีความคล้ายคลึงกับ ‘ความว่างเปล่าที่กลืนกิน’ มากกว่า 90%”
บรรยากาศในห้องบัญชาการตึงเครียดขึ้นทันที ทุกคนรู้ดีว่าคำเตือนของอควาหมายถึงอะไร
“ห้าศตวรรษ… มันกลับมาแล้วจริงๆ” นายพลคาน ผู้บัญชาการอควาโดมกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม เขามีใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นจากประสบการณ์ แต่แววตาของเขายังคงคมกริบ
“แต่เราเตรียมพร้อมมานานแล้วไม่ใช่หรือครับท่านนายพล?” เจ้าหน้าที่หนุ่มคนหนึ่งถามด้วยความหวัง
“ใช่… แต่เราไม่รู้ว่ามันจะแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน” นายพลคานตอบ เขาก้าวไปยืนกลางห้อง “อควา… ประเมินความแข็งแกร่งของมันได้ไหม?”
“ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัด” อควาตอบ “แต่จากรูปแบบการขยายตัวและการดูดซับพลังงาน ข้าคาดว่ามันแข็งแกร่งกว่าเมื่อ 500 ปีก่อนอย่างน้อยสิบเท่า”
ทุกคนในห้องบัญชาการต่างกลืนน้ำลายลงคอ สิบเท่า… นั่นคือพลังที่เกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้
“แล้ว ‘คทาแห่งแสง’ ล่ะ?” เอลล่าถาม “มันยังใช้งานได้อยู่ไหม?”
“‘คทาแห่งแสง’ ยังคงอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน” อควาตอบ “แต่พลังงานที่จำเป็นในการสร้างสนามพลังมิติเพื่อขับไล่ ‘ความว่างเปล่า’ ที่แข็งแกร่งขึ้น อาจต้องใช้พลังงานมหาศาลเกินกว่าที่อควาโดมจะผลิตได้”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องบัญชาการอีกครั้ง นี่คือสิ่งที่พวกเขากังวลที่สุด อาวุธสุดท้ายของพวกเขาอาจไม่เพียงพอ
“เราจะทำยังไงกันดี?” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพึมพำ
นายพลคานจมดิ่งลงสู่ห้วงความคิด ก่อนจะเงยหน้าขึ้น “อควา… มีวิธีอื่นอีกไหม? วิธีที่จะเพิ่มพลังให้กับ ‘คทาแห่งแสง’ หรือวิธีที่จะทำลาย ‘ความว่างเปล่า’ ให้สิ้นซาก?”
“มีข้อมูลจากบันทึกของอารยธรรมโบราณที่ข้าเพิ่งถอดรหัสได้บางส่วน” อควาตอบ “มีวิธีหนึ่งที่อาจสามารถสร้าง ‘คลื่นพลังงานทำลายล้าง’ ที่สามารถทำลาย ‘ความว่างเปล่า’ ได้อย่างถาวร”
ทุกคนในห้องบัญชาการหันมามองอควาด้วยความหวัง
“แต่มันคืออะไร?” เอลล่าถาม
“มันคือการรวมพลังงานจาก ‘ดวงดาวที่มีจิตสำนึก’ ” อควาอธิบาย “ในจักรวาลนี้มีดวงดาวบางดวงที่มีแกนกลางเป็นแหล่งพลังงานชีวภาพที่มีจิตสำนึก… หากเราสามารถรวบรวมพลังงานจากดวงดาวเหล่านั้นได้… พลังงานที่ได้จะสามารถสร้างคลื่นพลังงานทำลายล้างได้”
“ดวงดาวที่มีจิตสำนึก?” นายพลคานทวนคำด้วยความประหลาดใจ “ไม่เคยมีใครค้นพบอะไรแบบนั้นมาก่อน”
“อารยธรรมโบราณค้นพบมันเมื่อนานมาแล้ว” อควาตอบ “และพวกเขาก็ใช้พลังงานจากดวงดาวเหล่านั้นเพื่อสร้าง ‘คทาแห่งแสง’ ขึ้นมา”
“แต่เราจะไปหาดวงดาวเหล่านั้นได้จากไหน?” เอลล่าถาม
“ข้ามีพิกัดของดวงดาวที่มีจิตสำนึกที่ใกล้ที่สุด” อควาตอบ “มันอยู่ห่างออกไปประมาณ 200 ปีแสง… ในกาแล็กซีเพื่อนบ้านของเรา”
ความท้าทายใหม่ปรากฏขึ้น การเดินทางข้ามกาแล็กซีเพื่อตามหาดวงดาวที่มีจิตสำนึก ฟังดูราวกับเป็นเรื่องในเทพนิยาย
“เตรียมยานสำรวจระยะไกลที่ดีที่สุด!” นายพลคานสั่งเสียงดังฟังชัด “เราจะส่งทีมไปตามหาดวงดาวเหล่านั้นทันที!”
เอลล่าก้าวไปข้างหน้า “ฉันจะนำทีมนี้เองค่ะท่านนายพล”
นายพลคานมองหน้าเอลล่า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น “เธอคือเหลนของดร.เอม… ฉันเชื่อในตัวเธอ”
เอลล่าพยักหน้าด้วยความมุ่งมั่น เธอรู้ดีว่าภารกิจนี้มีความสำคัญเพียงใด ชะตากรรมของมนุษยชาติแขวนอยู่บนเส้นด้ายอีกครั้ง และเธอคือผู้ที่จะต้องสานต่อเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ
“อควา… เตรียมข้อมูลทั้งหมดที่เธอมีเกี่ยวกับดวงดาวเหล่านั้น และวิธีการดึงพลังงานออกมา” เอลล่าสั่ง
“รับทราบ เอลล่า” อควาตอบ “แต่มีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก… ‘คลื่นพลังงานทำลายล้าง’ นี้… หากใช้ไม่ถูกต้อง… อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของมิติและสสารในระดับกาแล็กซี… อาจทำลายดวงดาวอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้เคียงได้ด้วย”
คำเตือนของอควาทำให้ทุกคนในห้องบัญชาการใจหาย การตัดสินใจครั้งนี้มีความเสี่ยงสูงมาก พวกเขาอาจต้องแลกกับการทำลายดวงดาวบางดวง เพื่อปกป้องโลกของพวกเขา
“เราจะทำทุกอย่างอย่างระมัดระวังที่สุด” เอลล่ากล่าว “เราจะหาทางเลือกอื่นก่อน… แต่ถ้าไม่มี… เราก็ต้องทำในสิ่งที่จำเป็น”
การเฝ้าระวังที่ยาวนานถึงห้าศตวรรษได้สิ้นสุดลงแล้ว การต่อสู้ครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และคราวนี้มันจะเป็นการต่อสู้ที่ใหญ่หลวงและอันตรายกว่าที่เคยมีมา
เอลล่าเดินออกจากห้องบัญชาการ พร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะออกเดินทางสู่ห้วงอวกาศอันไกลโพ้น เพื่อตามหาความหวังสุดท้ายของมนุษยชาติ และเผชิญหน้ากับความจริงอันน่าตกใจเกี่ยวกับต้นกำเนิดของอควาและชะตากรรมของมนุษยชาติที่ยังคงถูกปกปิดอยู่

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก