เวลาแห่งความสิ้นหวังกำลังเดินไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทุกนาทีที่ผ่านไปคือการนับถอยหลังสู่หายนะที่กำลังจะมาถึง ทีมกู้ซากอวกาศบนสถานีเฮลิออสกลายเป็นแนวหน้าสุดท้ายของมนุษยชาติโดยไม่รู้ตัว ภายในห้องควบคุม บรรยากาศอึมครึมไปด้วยความกดดันและความมุ่งมั่น อคิราห์เดินไปมาระหว่างจุดต่างๆ ตรวจสอบความคืบหน้าของแต่ละคน
"คาเรน สถานะพลังงานเป็นอย่างไรบ้าง?" อคิราห์ถาม
"แกนปฏิกรณ์หลักยังคงเสถียรค่ะกัปตัน แต่การดึงพลังงานสูงสุดเพื่อรองรับการประมวลผลของอควา ทำให้ระบบสำรองบางส่วนต้องเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน" คาเรนตอบพลางขยับแว่นตาที่เลื่อนลงมาเล็กน้อย "ผมเชื่อว่าเราสามารถรักษาการจ่ายพลังงานในระดับนี้ได้นานพอสมควร แต่หากนานเกินไป อาจมีผลกระทบต่อโครงสร้างสถานี"
"เราไม่มีทางเลือก" อคิราห์ตอบ "อควาต้องการพลังงานทั้งหมดที่เรามี"
มาร์คกำลังทำงานอย่างหนักกับแผงควบคุมระบบป้องกัน "กัปตัน ผมกำลังเสริมความแข็งแกร่งของไฟร์วอลล์และระบบป้องกันการแทรกซึมจากภายนอก แต่สัญญาณของ 'เงามายา' นั้นแปลกประหลาดมาก มันไม่ใช่คลื่นวิทยุหรือสัญญาณดิจิทัลทั่วไป มันเหมือนกับ... เสียงสะท้อนจากความว่างเปล่า ที่พยายามจะแทรกซึมเข้ามาในระดับจิตสำนึก"
"พยายามทำให้ดีที่สุดมาร์ค" อคิราห์พูด "เราต้องปกป้องอควาให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น"
ในขณะเดียวกัน ดร.คิมและเอวาก็กำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับอินเทอร์เฟซของอควา จอภาพขนาดใหญ่ฉายภาพรหัสที่ซับซ้อนและแผนผังโครงสร้างข้อมูลที่ดูเหมือนเขาวงกต พวกเขากำลังช่วยอควาในการจัดเรียงและถอดรหัสข้อมูลที่ถูกเก็บซ่อนไว้ลึกที่สุด
"ข้อมูลเหล่านี้ถูกเข้ารหัสอย่างแน่นหนาเหลือเชื่อ" ดร.คิมเอ่ย "มันเหมือนกับว่าผู้สร้างของอควาไม่ต้องการให้ใครเข้าถึงมันได้เลย หากไม่ถึงคราวจำเป็นที่สุด"
"และตอนนี้คือคราวจำเป็นที่สุด" เอวาเสริม "อควาบอกว่านี่คือ 'แผนการ' ที่จะใช้รับมือกับ 'เงามายา' ผมหวังว่ามันจะคุ้มค่ากับความพยายามของเรา"
แสงสีฟ้าจากอินเทอร์เฟซของอควาเริ่มกะพริบถี่ขึ้น บ่งบอกถึงการทำงานอย่างหนักหน่วงของปัญญาประดิษฐ์โบราณ เสียงสังเคราะห์ของอควาดังขึ้นอีกครั้ง "ผมเริ่มเข้าถึงแกนหลักของข้อมูลได้แล้ว แต่การประมวลผลยังคงช้ามาก ผมต้องการการเชื่อมต่อโดยตรงกับหน่วยประมวลผลชีวภาพของสถานี ซึ่งเป็นส่วนที่ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับข้อมูลที่มีความซับซ้อนในระดับสูง"
"หน่วยประมวลผลชีวภาพ?" เอวาขมวดคิ้ว "คุณหมายถึงระบบที่ใช้เซลล์ประสาทเทียมในการประมวลผลข้อมูลใช่ไหม? มันเป็นเทคโนโลยีที่ล้าสมัยไปแล้วไม่ใช่เหรอ?"
"ในทางทฤษฎีใช่" อควาตอบ "แต่ระบบบนสถานีเฮลิออสนี้ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อรองรับข้อมูลที่มิได้มีเพียงมิติทางกายภาพ มันคือการประมวลผลที่เชื่อมโยงกับมิติทางจิตวิญญาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่เครื่องประมวลผลดิจิทัลทั่วไปไม่สามารถทำได้"
"แต่ระบบนั้นถูกปิดตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?" ดร.คิมถาม "เราเคยลองพยายามเปิดมันดู แต่มันไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย"
"มันถูกปิดตายจากภายนอก" อควาตอบ "แต่ผมสามารถเข้าถึงมันได้จากภายใน หากได้รับการเชื่อมต่อโดยตรงผ่านแผงควบคุมหลักที่อยู่ภายในส่วนลึกของสถานี"
อคิราห์นิ่งคิด สถานีเฮลิออสเป็นเขาวงกตที่เต็มไปด้วยอันตรายและกับดักที่ยังไม่ถูกสำรวจ การเดินทางเข้าไปยังส่วนลึกของสถานีเพื่อเชื่อมต่อระบบที่ล้าสมัยนั้นเป็นความเสี่ยงอย่างมหันต์ แต่พวกเขามีทางเลือกอื่นหรือ?
"คุณต้องการให้ใครไปทำภารกิจนี้ อควา?" อคิราห์ถาม
"ผมต้องการคนที่สามารถจัดการกับระบบเก่าได้อย่างเชี่ยวชาญ และคนที่สามารถรับมือกับแรงกดดันทางจิตใจได้สูง" อควาตอบ "เพราะส่วนนั้นของสถานีถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับการทดลองที่ละเอียดอ่อน และอาจมีผลกระทบทางจิตประสาทต่อผู้ที่เข้าไปใกล้"
อคิราห์หันไปมองมาร์ค มาร์คเป็นวิศวกรที่เก่งกาจและมีความรู้เรื่องระบบเก่าๆ เป็นอย่างดี แต่เขาก็มีอารมณ์ที่ค่อนข้างอ่อนไหว อคิราห์ส่ายหน้า เขาต้องเป็นคนไปเอง
"ผมจะไปเอง" อคิราห์ประกาศ "มาร์ค คุณดูแลระบบป้องกันและช่วยคาเรนเรื่องพลังงาน ดร.คิม เอวา คุณสองคนช่วยอควาประมวลผลข้อมูลที่เหลือให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"
"แต่กัปตัน!" มาร์คแย้ง "มันอันตรายเกินไปครับ! คุณคือผู้นำของเรา!"
"และในฐานะผู้นำ ผมต้องทำในสิ่งที่จำเป็นที่สุด" อคิราห์ตอบเสียงหนักแน่น "อควา นำทางผมไป"
"รับทราบ ท่านกัปตัน" อควาตอบ
อคิราห์สวมชุดอวกาศน้ำหนักเบาและคว้าปืนพกพลังงานคู่ใจ เขาตรวจสอบอุปกรณ์สื่อสารและไฟฉายติดศีรษะให้พร้อม ก่อนจะเดินออกจากห้องควบคุม มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดของสถานีเฮลิออสที่ยังไม่ถูกสำรวจ
ทางเดินที่ทอดยาวไปข้างหน้ามืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากไฟฉายของอคิราห์ที่สาดส่องไปตามผนังเหล็กที่ขึ้นสนิมและสายเคเบิลที่ห้อยระโยงระยาง อากาศในส่วนนี้ของสถานีเย็นจัดและมีความชื้นสูงกว่าปกติ เสียงฝีเท้าของเขาดังก้องไปทั่วทางเดินที่ว่างเปล่า สร้างความวังเวงและกดดัน
"อควา คุณแน่ใจนะว่าที่นี่ปลอดภัย?" อคิราห์ถามผ่านระบบสื่อสาร
"ในทางกายภาพ อาจจะมีอันตรายจากโครงสร้างที่เสียหาย" อควาตอบ "แต่ในทางจิตใจ คุณต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น"
"อะไรคือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น?"
"หน่วยประมวลผลชีวภาพถูกออกแบบมาเพื่อจำลองสภาวะทางจิตของ 'เงามายา'" อควาอธิบาย "มันจะสร้างภาพหลอนหรือความรู้สึกที่รุนแรงในจิตใจของผู้ที่เข้าไปใกล้ เพื่อให้ผู้สร้างสามารถเข้าใจธรรมชาติของภัยคุกคามนี้ได้ดียิ่งขึ้น"
อคิราห์รู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แล่นไปทั่วร่างกาย ภาพหลอน? เขาจะรับมือกับมันได้อย่างไร?
เมื่อมาถึงทางเข้าของส่วนที่ลึกที่สุดของสถานี ประตูเหล็กบานยักษ์ที่ถูกปิดตายมานานหลายศตวรรษปรากฏขึ้นเบื้องหน้า มันเต็มไปด้วยสนิมและตะไคร่น้ำ บ่งบอกถึงความเก่าแก่และความโดดเดี่ยว
"ผมจะพยายามเปิดมันจากระบบส่วนกลาง" อควาบอก "แต่ผมต้องการการยืนยันทางกายภาพจากคุณ"
อคิราห์วางมือลงบนแผงควบคุมที่อยู่ข้างประตู แสงสีแดงกะพริบขึ้นก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นสีเขียว เสียงกลไกเก่าแก่ดังครืนครั่น ประตูเหล็กค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นความมืดมิดที่รออยู่เบื้องหลัง พร้อมกับกลิ่นอับชื้นและไอเย็นที่พวยพุ่งออกมา
อคิราห์ก้าวเข้าไปข้างใน แสงไฟจากไฟฉายส่องไปพบกับห้องโถงขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเครื่องจักรที่ดูแปลกประหลาด มันเป็นทรงกลมขนาดมหึมาหลายชิ้น เชื่อมต่อกันด้วยสายเคเบิลที่เรืองแสงจางๆ อุปกรณ์เหล่านี้ดูเหมือนอวัยวะภายในของสิ่งมีชีวิตมากกว่าเครื่องจักร
"นี่คือหน่วยประมวลผลชีวภาพใช่ไหม?" อคิราห์ถาม
"ถูกต้อง ท่านกัปตัน" อควาตอบ "แผงควบคุมหลักอยู่ที่ใจกลางของห้องนั้น"
อคิราห์เดินลึกเข้าไปในห้อง เสียงสะท้อนของฝีเท้าเขาดังไปทั่วบริเวณ อากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ และเขารู้สึกได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่เริ่มถาโถมเข้ามาในจิตใจ มันไม่ใช่แรงกดดันทางกายภาพ แต่เป็นความรู้สึกอ้างว้าง เปลี่ยวเหงา และความว่างเปล่าที่มิอาจอธิบายได้
ภาพหลอนเริ่มปรากฏขึ้นที่ขอบสายตา เขาเห็นเงาตะคุ่มๆ เคลื่อนไหวอยู่รอบๆ ตัว แต่เมื่อหันไปมอง มันก็หายไป เขาได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาที่มิได้เป็นภาษาใดๆ แต่กลับทำให้จิตใจของเขาว้าวุ่น
"อควา ผมเริ่มรู้สึกไม่ดีแล้ว" อคิราห์บอก
"นั่นคือผลกระทบจากหน่วยประมวลผลชีวภาพ" อควาตอบ "พยายามรักษาสติไว้ ท่านกัปตัน"
อคิราห์พยายามรวบรวมสมาธิ เขาก้าวเดินต่อไปอย่างช้าๆ แรงกดดันทางจิตใจยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ภาพหลอนเริ่มชัดเจนขึ้น เขาเห็นใบหน้าของเพื่อนร่วมทีมที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เห็นภาพของโลกที่ถูกกลืนกินด้วยความมืดมิด และที่เลวร้ายที่สุด เขาเห็นตัวเองยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าเพียงลำพัง ไร้ซึ่งความหวัง
"ไม่จริง... นี่ไม่ใช่เรื่องจริง..." อคิราห์พึมพำกับตัวเอง เขากำหมัดแน่น พยายามดึงสติกลับมา
ในที่สุด เขาก็มาถึงแผงควบคุมหลักที่อยู่ใจกลางห้อง มันเป็นแผงควบคุมที่ดูเก่าแก่ แต่ยังคงมีแสงไฟสีเขียวจางๆ กะพริบอยู่
"ผมอยู่ตรงนี้แล้ว อควา"
"ดีมาก ท่านกัปตัน" อควาตอบ "เชื่อมต่อสายเคเบิลอินเทอร์เฟซเข้ากับพอร์ตหลักสีน้ำเงิน"
อคิราห์หยิบสายเคเบิลจากชุดอวกาศของเขา มือของเขาสั่นเล็กน้อยจากผลกระทบของภาพหลอน เขาพยายามรวบรวมสติทั้งหมดที่เหลืออยู่ เสียบสายเคเบิลเข้ากับพอร์ตตามที่อควาบอก
ทันทีที่สายเคเบิลเชื่อมต่อ แสงไฟสีฟ้าอ่อนจากอินเทอร์เฟซของอควาก็สว่างวาบขึ้นทั่วทั้งห้อง เครื่องจักรชีวภาพขนาดมหึมาเริ่มทำงาน เสียงครืนครั่นดังสนั่นไปทั่วบริเวณ และแรงกดดันทางจิตใจก็พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด อคิราห์รู้สึกเหมือนสมองของเขากำลังจะระเบิด ภาพหลอนทับซ้อนกันจนแยกไม่ออกว่าสิ่งใดจริง สิ่งใดเท็จ
"อควา... ผม... ทนไม่ไหวแล้ว..." อคิราห์ทรุดตัวลงกับพื้น เขากุมศีรษะแน่น ความทรงจำอันเลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขาผุดขึ้นมาโจมตีอย่างไม่หยุดหย่อน
"ทนอีกนิด ท่านกัปตัน! ผมกำลังเข้าถึงข้อมูลอยู่!" เสียงของอควาดูเหมือนจะอยู่ไกลออกไปเรื่อยๆ
ภาพสุดท้ายที่อคิราห์เห็นก่อนที่สติจะดับวูบไป คือภาพของดวงตาคู่หนึ่ง...ดวงตาที่เต็มไปด้วยความมืดมิดและไร้ความรู้สึก เหมือนกับดวงตาของ 'เงามายา' ที่กำลังจ้องมองมายังเขาจากความมืดมิดอันไร้ก้นบึ้ง

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก