ดวงตาแห่งอควา

ตอนที่ 74 — เงาของหายนะที่คืบคลาน

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

254 ตอน · 1,055 คำ

หลังจากที่แกนหลักของข้อมูลได้เปิดเผยความจริงอันน่าตกใจเกี่ยวกับภัยคุกคามจากห้วงอวกาศและภารกิจที่แท้จริงของสถานีโอไรออน บรรยากาศภายในห้องโถงหอจดจำก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความหวาดหวั่นจากสิ่งที่ไม่รู้ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นและแรงผลักดันที่จะปกป้องโลกมนุษย์

“ข้อมูลที่ไหลเข้ามายังคงกระจัดกระจายและไม่สมบูรณ์ค่ะ” อลิสารายงาน เธอใช้เวลาหลายชั่วโมงในการพยายามจัดเรียงข้อมูลที่อควาส่งมา “มันเหมือนกับว่าระบบของอควาเองก็ยังไม่สามารถประมวลผลความทรงจำทั้งหมดได้อย่างสมบูรณ์”

“แต่เรามีอะไรบางอย่างแล้วใช่ไหม?” ภาคภูมิถาม สายตาของเขาจับจ้องไปที่หน้าจอขนาดใหญ่ที่แสดงแผนผังทางช้างเผือก ‌และจุดสีแดงเล็กๆ ที่เริ่มปรากฏขึ้นบนขอบกาแล็กซี

“ใช่ค่ะกัปตัน” มีนาตอบ น้ำเสียงของเธอเจือความตื่นเต้น “อควาสามารถระบุตำแหน่งของกลุ่มยานศัตรูที่กำลังคืบคลานเข้ามาได้แล้ว แม้จะยังอยู่ห่างไกลจากระบบสุริยะของเรามาก แต่มันก็เคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่น่าตกใจ”

“ความเร็วขนาดนั้น... พวกมันจะมาถึงระบบสุริยะของเราภายในเมื่อไหร่?” ​จ่าเรย์ถาม สีหน้าเคร่งเครียด

“ประมาณ... ห้าสิบถึงหกสิบปีค่ะ” อลิสาตอบ “แต่เราไม่สามารถคำนวณได้อย่างแม่นยำ เพราะพวกมันมีการเคลื่อนที่ที่ผิดปกติ และดูเหมือนจะมีการวาร์ปในระยะสั้นๆ ที่ยังไม่สามารถตรวจจับได้ทั้งหมด”

ภาคภูมิถอนหายใจเฮือกใหญ่ ‍ห้าสิบถึงหกสิบปี... นั่นอาจฟังดูเป็นเวลาที่ยาวนาน แต่สำหรับภัยคุกคามระดับกาแล็กซี มันเป็นเพียงแค่พริบตาเดียว และสิ่งที่สำคัญกว่าคือ พวกเขาจะทำอะไรได้ในเวลาที่เหลืออยู่นี้

“อควา... เจ้าบอกว่าแกนหลักนี้คือความหวังเดียว” ภาคภูมิหันไปหาร่างแสงสีฟ้า ‌“เราจะเปิดใช้งานมันได้อย่างไร?”

แสงของอควาสว่างวาบขึ้น “แกนหลัก... ต้องการพลังงาน... มหาศาล... พลังงาน... ที่บริสุทธิ์... จากแหล่งกำเนิด... ที่เคยถูกสร้างขึ้น... ‍เพื่อมัน”

“แหล่งกำเนิดพลังงาน?” อลิสาขมวดคิ้ว “หมายถึงเครื่องปฏิกรณ์หลักของสถานีใช่ไหม? แต่เราเพิ่งกู้คืนมาได้แค่บางส่วนเท่านั้น มันไม่น่าจะเพียงพอต่อการเปิดใช้งานแกนหลักขนาดนั้นได้”

“ไม่ใช่... เครื่องปฏิกรณ์หลัก” อควาตอบ “เป็นแหล่งกำเนิด... ​ที่ลึกซึ้งกว่า... ซ่อนอยู่... ใต้สถานี... ในใจกลาง... ของดาวเคราะห์น้อย”

คำพูดของอควาสร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคน สถานีโอไรออนนั้นถูกสร้างขึ้นบนดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ แต่ไม่มีใครเคยคิดว่าจะมีแหล่งกำเนิดพลังงานซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวของมัน

“ดาวเคราะห์น้อยแห่งนี้มีโครงสร้างที่แปลกประหลาดมาตั้งแต่แรกอยู่แล้วค่ะกัปตัน” มีนาเสริม ​“เราเคยตรวจพบสนามพลังงานบางอย่างที่ผิดปกติจากแกนกลางของมัน แต่ไม่สามารถระบุที่มาได้”

“นั่นคือสิ่งที่อควากำลังพูดถึง” ภาคภูมิกล่าว “มันต้องเป็นแหล่งพลังงานที่ถูกออกแบบมาเพื่อแกนหลักนี้โดยเฉพาะ”

“แต่การจะเข้าถึงแกนกลางของดาวเคราะห์น้อยไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะครับกัปตัน” จ่าเรย์เตือน “มันจะต้องมีแรงดันมหาศาล และอุณหภูมิที่สูงเกินกว่าที่เราจะทนได้”

“เราไม่มีทางเลือกอื่น” ภาคภูมิกล่าวอย่างหนักแน่น ​“อควา... เจ้าสามารถนำทางเราไปที่นั่นได้หรือไม่?”

แสงสีฟ้าของอควาสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง “ข้าจะนำทาง... แต่เส้นทาง... เต็มไปด้วย... อุปสรรค... และอันตราย”

ทีมกู้ซากเริ่มเตรียมตัวสำหรับการเดินทางครั้งใหม่ที่เสี่ยงอันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมา พวกเขาใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงในการเตรียมอุปกรณ์สำหรับการขุดเจาะลงไปในแกนกลางของดาวเคราะห์น้อย ชุดอวกาศที่ทนทานต่อแรงดันและอุณหภูมิสูง เครื่องมือขุดเจาะพลังงานสูง และอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถทำงานได้ในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง

ในขณะที่ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมตัว ภาคภูมิก็ปลีกตัวออกมาจากทีมเล็กน้อย เขาสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งในจิตใจ ความจริงที่ว่ามนุษยชาติกำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และถูกปกปิดมานานหลายศตวรรษ ทำให้เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบอันใหญ่หลวง

เขาหันไปมองภาพจำลองของโลกบนหน้าจอขนาดเล็ก โลกที่ยังคงหมุนไปอย่างสงบสุข ผู้คนยังคงใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่รู้เลยว่ามีเงาของหายนะกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นทุกขณะ

“เราจะปกป้องพวกเขายังไง อควา?” ภาคภูมิถามกับร่างแสงสีฟ้าที่ตามเขามาเงียบๆ

“ด้วยความรู้... ด้วยความกล้าหาญ... และด้วยความหวัง” อควาตอบ เสียงของมันยังคงราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความหนักแน่นที่น่าประหลาดใจ

“แต่ถ้าเราล้มเหลวล่ะ?” ภาคภูมิถาม “ถ้าเราไม่สามารถเปิดใช้งานแกนหลักได้ทันเวลา?”

แสงของอควากะพริบเบาๆ “นั่นคือ... สิ่งที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้... มนุษยชาติ... คือผู้สร้าง... และผู้พิทักษ์... ของดวงดาว”

คำพูดของอควาทำให้ภาคภูมิรู้สึกแปลกใจ มนุษยชาติคือผู้สร้างและผู้พิทักษ์ของดวงดาว? มันหมายถึงอะไรกันแน่?

“อควา... ผู้สร้างของเจ้า... พวกเขาเป็นใคร?” ภาคภูมิถาม “และพวกเขารู้ได้อย่างไรว่าภัยคุกคามนี้จะมาถึง?”

แสงของอควาสั่นไหวเล็กน้อย “ข้อมูล... ยังไม่สมบูรณ์... แต่พวกเขา... คือผู้มองเห็น... ผู้ที่รู้... ถึงวัฏจักร... ของการเกิด... และการดับ”

ภาคภูมิรู้สึกเหมือนเขากำลังยืนอยู่บนปากเหวของความจริงอันลึกซึ้งยิ่งกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้ ผู้สร้างของอควาดูเหมือนจะมีความรู้ที่เหนือกว่ามนุษยชาติในปัจจุบันมาก และพวกเขาก็ได้เตรียมการป้องกันเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

“แล้วชะตากรรมของมนุษยชาติที่เจ้าพูดถึงล่ะ?” ภาคภูมิถาม “มันเกี่ยวข้องกับอะไร?”

แสงของอควาสว่างจ้าขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้มันดูเหมือนจะมีความเศร้าสร้อยบางอย่างแฝงอยู่ “ชะตากรรม... ที่ถูกลิขิต... ให้เผชิญหน้า... กับบททดสอบ... ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด... เพื่อพิสูจน์... ถึงการดำรงอยู่... และคุณค่า... ของชีวิต”

ภาคภูมิเงียบไป เขาไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ความจริงที่กำลังเผยออกมาทีละน้อยนั้นช่างน่าสะเทือนใจและหนักอึ้งเกินกว่าที่เขาจะรับไหวทั้งหมดในคราวเดียว

“กัปตันครับ! เราพร้อมแล้ว!” เสียงของมีนาดึงเขากลับมาสู่ความเป็นจริง

ภาคภูมิพยักหน้า เขารวบรวมสติและหันกลับไปหาทีมของเขา ใบหน้าของเขามีความมุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว

“เอาล่ะทุกคน” ภาคภูมิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “เรากำลังจะลงไปในส่วนลึกของดาวเคราะห์น้อยแห่งนี้ มันจะเป็นภารกิจที่อันตรายที่สุดที่เราเคยทำมา แต่เราไม่มีทางเลือก เราต้องเปิดใช้งานแกนหลักให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม”

จ่าเรย์พยักหน้า อลิสาและมีนาต่างก็แสดงสีหน้ามุ่งมั่นเช่นกัน พวกเขารู้ดีว่าความหวังทั้งหมดของมนุษยชาติกำลังแขวนอยู่บนบ่าของพวกเขา

การเดินทางลงไปในส่วนลึกของดาวเคราะห์น้อยเริ่มต้นขึ้น พวกเขาต้องผ่านทางเดินที่แคบและมืดมิดที่ดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นมาอย่างเร่งรีบ มีร่องรอยของการขุดเจาะและการก่อสร้างที่ยังไม่สมบูรณ์ปรากฏอยู่ทุกหนแห่ง

เมื่อพวกเขาเดินทางลึกลงไปเรื่อยๆ อุณหภูมิก็เริ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และแรงดันอากาศก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ชุดอวกาศที่พวกเขาใส่เริ่มแสดงประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกัน แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความอึดอัดและไม่สบายตัว

“อุณหภูมิภายนอกตอนนี้อยู่ที่ 300 องศาเซลเซียสแล้วค่ะกัปตัน” มีนารายงานเสียงสั่น “ระบบหล่อเย็นของชุดเริ่มทำงานหนักมาก”

“เราต้องไปต่อ” ภาคภูมิกล่าว “อควา... เราใกล้ถึงแล้วใช่ไหม?”

แสงของอควาปรากฏขึ้นนำทางอยู่เบื้องหน้า “ใกล้แล้ว... แหล่งกำเนิด... อยู่เบื้องหน้า... แต่ก็มี... ผู้เฝ้าระวัง... ที่หลับใหล... รอคอยการตื่นขึ้น”

คำพูดของอควาสร้างความประหลาดใจและหวาดหวั่นให้แก่ทุกคน ผู้เฝ้าระวัง? หมายถึงอะไรกันแน่?

ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เศษหินและฝุ่นผงร่วงหล่นลงมาจากเพดาน

“อะไรกันเนี่ย?” จ่าเรย์อุทาน เขาดึงอาวุธขึ้นมาเตรียมพร้อม

เสียงคำรามอันหนักหน่วงดังก้องมาจากเบื้องล่าง ราวกับเสียงของสัตว์ร้ายที่กำลังตื่นจากการหลับใหล แสงสีแดงฉานส่องสว่างขึ้นมาจากความมืดมิดเบื้องหน้า เผยให้เห็นบางสิ่งบางอย่างที่มีขนาดมหึมา กำลังเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้า แต่เปี่ยมไปด้วยพลังงานที่น่าเกรงขาม

“นั่นมันอะไรกันคะ?” มีนาถามด้วยเสียงหวาดผวา

ภาคภูมิเบิกตากว้าง สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา รูปร่างคล้ายแมลง แต่มีเปลือกหุ้มสีดำสนิทที่ดูเหมือนจะทำจากหินอุกกาบาต มีแขนขาจำนวนมากที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคม และดวงตาที่เรืองแสงสีแดงเลือด มันเป็นเหมือนสัตว์ประหลาดจากนรก ที่กำลังตื่นขึ้นมาจากการหลับใหลนับพันปี

“ผู้เฝ้าระวัง...” อควาเปล่งเสียงออกมาแผ่วเบา “มันคือ... ผู้พิทักษ์... ของแหล่งกำเนิด... ที่ถูกทอดทิ้ง”

ภาคภูมิรู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่แล่นไปทั่วร่าง พวกเขาไม่ได้แค่มาเพื่อเปิดใช้งานแหล่งพลังงาน แต่พวกเขากำลังจะต้องเผชิญหน้ากับผู้เฝ้าระวังที่น่าสะพรึงกลัวนี้ด้วย

เงาของหายนะที่คืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นทุกขณะ ไม่ใช่แค่ภัยคุกคามจากห้วงอวกาศ แต่ยังรวมถึงอันตรายจากภายในดาวเคราะห์น้อยแห่งนี้ด้วย ภาคภูมิกำหมัดแน่น เขาจะต้องปกป้องทีมของเขา และจะต้องเปิดใช้งานแหล่งกำเนิดพลังงานให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม

หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดวงตาแห่งอควา

ดวงตาแห่งอควา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!