การเดินทางกลับโลกหลังจากผ่านช่องว่างมิติมาได้ เป็นไปอย่างยากลำบาก ยานลำเลียงของพวกเขาได้รับความเสียหายอย่างหนัก และระบบต่างๆ ก็ทำงานได้อย่างไม่เต็มที่ ภาคภูมิและทีมต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการประคองยานให้กลับมาถึงระบบสุริยะได้อย่างปลอดภัย และเมื่อพวกเขามองเห็นโลกสีน้ำเงินอันคุ้นเคยจากระยะไกล หัวใจของทุกคนก็เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความโล่งใจ ความหวัง และความกังวล
“เรากลับมาแล้ว...” มีนาพึมพำ น้ำเสียงของเธอเจือความเหนื่อยล้า แต่ก็มีความตื่นเต้นแฝงอยู่
“ใช่... เรากลับมาแล้ว” ภาคภูมิกล่าว สายตาของเขาจับจ้องไปที่โลกเบื้องหน้า โลกที่ยังคงหมุนไปอย่างสงบสุข โดยไม่รู้เลยว่ามีภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่กำลังคืบคลานเข้ามา
เมื่อยานลำเลียงเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลก พวกเขาก็ถูกตรวจจับได้โดยระบบป้องกันภัยของโลกทันที และไม่นานนัก ยานลาดตระเวนของกองทัพอวกาศก็ปรากฏตัวขึ้นล้อมรอบยานของพวกเขา
“ยานที่ไม่ระบุตัวตน นี่คือเขตหวงห้าม โปรดระบุตัวตนและวัตถุประสงค์ในการเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกทันที!” เสียงจากยานลาดตระเวนดังก้องในห้องควบคุม
“นี่คือยานสำรวจ LS-07 ทีมกู้ซากโอไรออน กัปตันภาคภูมิ รายงานตัว” ภาคภูมิตอบ “เรามีข้อมูลสำคัญที่จะต้องแจ้งให้ทราบเป็นการด่วน”
หลังจากผ่านขั้นตอนการตรวจสอบที่เข้มงวด พวกเขาก็ได้รับอนุญาตให้นำยานลงจอดที่ฐานทัพอวกาศหลักของสหพันธ์โลก ภาคภูมิและทีมของเขาถูกนำตัวไปยังห้องประชุมลับทันที ที่นั่นมีบุคคลสำคัญหลายคนรอคอยอยู่ ทั้งผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพอวกาศ หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ของสหพันธ์ และตัวแทนจากสภาโลก
“กัปตันภาคภูมิ ยินดีต้อนรับกลับโลก” ผู้บัญชาการสูงสุดกล่าว ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม “รายงานของคุณล่าช้าไปมาก และยานของคุณก็อยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ เกิดอะไรขึ้น?”
ภาคภูมิถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้พวกเขาฟัง เรื่องราวของสถานีวิจัยโอไรออน อควา อารยธรรมอควอเรียน เซฟิร่า และภัยคุกคามที่จะมาถึงในอีกสิบปีข้างหน้า
เมื่อภาคภูมิเล่าเรื่องทั้งหมดจบลง ห้องประชุมก็ตกอยู่ในความเงียบงัน ผู้คนในห้องต่างมองหน้ากันด้วยความไม่เชื่อ บางคนส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ และบางคนก็หัวเราะเบาๆ ราวกับว่าภาคภูมิกำลังเล่านิยายวิทยาศาสตร์
“กัปตันภาคภูมิ ผมเข้าใจว่าคุณอาจจะประสบกับความเครียดจากการเดินทางในอวกาศเป็นเวลานาน” หัวหน้านักวิทยาศาสตร์กล่าว “แต่เรื่องราวที่คุณเล่ามามันไม่น่าเชื่อถือเลย ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่จะสนับสนุนเรื่องราวของคุณ”
“เรามีหลักฐานครับ!” อลิสาแย้งขึ้น “เรามีข้อมูลทั้งหมดที่อควาส่งมาให้เรา มันคือความรู้ของอารยธรรมอควอเรียน และแผนการป้องกันเซฟิร่า!”
“และอควา... ปัญญาประดิษฐ์ตนนั้น... อยู่ที่ไหน?” ตัวแทนจากสภาโลกถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ถ้าคุณมี AI ที่ทรงพลังขนาดนั้น ทำไมถึงไม่นำมันกลับมาด้วย?”
ภาคภูมิรู้สึกถึงความโกรธที่แล่นขึ้นมาในใจ “อควาเสียสละตัวเองเพื่อช่วยชีวิตเราครับ! มันต้องใช้พลังงานทั้งหมดเพื่อสร้างช่องว่างมิติให้เราหนีรอดมาจากเซฟิร่า!”
“เซฟิร่า... สัตว์ประหลาดในจินตนาการของคุณน่ะหรือ?” ผู้บัญชาการสูงสุดกล่าวอย่างเยาะหยัน “กัปตันภาคภูมิ ผมว่าคุณควรจะพักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนที่จะนำเรื่องไร้สาระแบบนี้มาพูดอีก”
ภาคภูมิรู้สึกถึงความผิดหวังอย่างรุนแรง พวกเขาไม่เชื่อเขาเลยแม้แต่น้อย
“แต่เรามีหลักฐานทางกายภาพด้วยค่ะ” มีนากล่าว เธอเปิดกระเป๋าที่เธอถือมา และหยิบผลึกขนาดเล็กที่เรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา “นี่คือเศษเสี้ยวของแก่นแท้แห่งอควา พลังงานบริสุทธิ์ที่เรานำกลับมาด้วย”
ผู้บัญชาการสูงสุดหยิบผลึกนั้นขึ้นมาดู เขาตรวจสอบมันอย่างละเอียด แต่ก็ยังคงไม่แสดงสีหน้าใดๆ
“มันก็แค่ผลึกที่เรืองแสงได้” ผู้บัญชาการสูงสุดกล่าว “ไม่ได้มีอะไรพิเศษ”
“มันคือพลังงานบริสุทธิ์ที่สามารถใช้เป็นแหล่งกำเนิดพลังงานที่ไร้ขีดจำกัดได้!” อลิสาพยายามอธิบาย “ถ้าเราสามารถศึกษาและทำความเข้าใจมันได้ เราจะสามารถสร้างเทคโนโลยีที่สามารถปกป้องโลกได้!”
แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของพวกเขาจะไม่มีผลอะไรเลย ผู้คนในห้องยังคงมองพวกเขาด้วยสายตาที่ไม่เชื่อถือ
“ผมขอสั่งให้กัปตันภาคภูมิและทีมของคุณถูกกักตัวไว้เพื่อตรวจสอบสภาพจิตใจ” ผู้บัญชาการสูงสุดกล่าว “และข้อมูลทั้งหมดที่คุณนำกลับมาด้วยจะถูกยึดไว้เพื่อทำการวิเคราะห์”
ภาคภูมิรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลายลง พวกเขาได้แบกรับภารกิจอันยิ่งใหญ่มาด้วยความหวัง แต่กลับถูกปฏิเสธและไม่เชื่อถือ
“คุณทำผิดพลาดครั้งใหญ่แล้วครับ” ภาคภูมิกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “คุณกำลังจะทำให้โลกต้องเผชิญหน้ากับหายนะครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”
แต่คำพูดของเขาก็ไม่ได้มีผลอะไรเลย พวกเขาถูกนำตัวไปยังห้องกักกันทันที ข้อมูลทั้งหมดถูกยึดไป และผลึกแก่นแท้แห่งอควาก็ถูกนำไปตรวจสอบ
ความจริงอันขมขื่นได้ปรากฏขึ้นบนโลกมนุษย์ พวกเขาไม่เชื่อในสิ่งที่ภาคภูมิและทีมของเขาค้นพบ และนั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความพินาศที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ในห้องกักกัน ภาคภูมิและทีมของเขานั่งเงียบๆ ด้วยความสิ้นหวัง
“เราจะทำยังไงดีคะกัปตัน?” มีนาถาม เสียงของเธอเต็มไปด้วยความเศร้า
ภาคภูมิถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาไม่รู้จะตอบอะไร ตอนนี้พวกเขาทำอะไรไม่ได้เลย พวกเขาถูกกักขัง และไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่พวกเขาพูด
“เราต้องหาทางออกไปจากที่นี่” ภาคภูมิกล่าว “และเราต้องหาทางทำให้โลกเชื่อในสิ่งที่เราค้นพบ”
แต่หนทางนั้นช่างมืดมิดและไร้หนทาง พวกเขาอยู่เพียงลำพัง ไม่มีใครเชื่อพวกเขา และภัยคุกคามจากห้วงอวกาศก็กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นทุกขณะ
ความจริงอันขมขื่นบนโลกมนุษย์ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และมันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบของมนุษยชาติ หากพวกเขาไม่สามารถหาทางทำให้โลกเชื่อได้ทันเวลา...

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก