วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าในห้องกักกัน ภาคภูมิและทีมของเขาถูกสอบสวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่พวกเขาก็ยังคงยืนยันในเรื่องราวของตนเองอย่างไม่ลดละ ถึงแม้จะไม่มีใครเชื่อพวกเขาเลยก็ตาม อลิสาพยายามอธิบายหลักการทางวิทยาศาสตร์ของอารยธรรมอควอเรียน แต่คำพูดของเธอก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงภาษาต่างดาวสำหรับนักวิทยาศาสตร์ของสหพันธ์ ส่วนจ่าเรย์และมีนาก็พยายามอธิบายถึงการเผชิญหน้ากับเซฟิร่าและเคอร์เบรอส แต่ก็ถูกมองว่าเป็นเพียงภาพหลอนจากความเครียด
“พวกเขาจะไม่เชื่อเราหรอกค่ะกัปตัน” มีนาพูดด้วยน้ำเสียงท้อแท้ “พวกเขาคิดว่าเราเสียสติไปแล้ว”
“เราต้องไม่ยอมแพ้” ภาคภูมิกล่าว “ความจริงคือความจริง และมันจะปรากฏออกมาในที่สุด”
แต่ในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง พวกเขาจะทำอะไรได้เมื่อถูกกักขังและไม่มีใครเชื่อในสิ่งที่พวกเขาพูด?
ในขณะที่พวกเขากำลังนั่งอยู่ในห้องกักกัน ประตูห้องก็เปิดออก และมีชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามา เขาเป็นชายร่างผอมสูง สวมแว่นตาหนาเตอะ และมีรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วยความลึกลับ
“กัปตันภาคภูมิ ผมชื่อ ดร. เอเดรียน” ชายคนนั้นกล่าว “ผมเป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบข้อมูลที่คุณนำกลับมาด้วย”
ภาคภูมิและทีมของเขามองหน้ากันด้วยความสงสัย
“ผมไม่เชื่อเรื่องราวของคุณในตอนแรก” ดร. เอเดรียนกล่าว “แต่เมื่อผมได้ตรวจสอบข้อมูลที่คุณนำกลับมา ผมก็เริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ”
“คุณหมายความว่ายังไง?” อลิสาถาม
“ข้อมูลที่คุณนำกลับมามันซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้ทั้งหมด” ดร. เอเดรียนอธิบาย “แต่มีบางส่วนของข้อมูลที่ผมสามารถประมวลผลได้ และมันก็ทำให้ผมต้องประหลาดใจอย่างมาก”
ดร. เอเดรียนหยิบแท็บเล็ตขนาดเล็กขึ้นมา และเปิดภาพโฮโลแกรมของโครงสร้างโมเลกุลบางอย่างให้พวกเขาดู
“นี่คือโครงสร้างโมเลกุลของผลึกแก่นแท้แห่งอควาที่คุณนำกลับมา” ดร. เอเดรียนอธิบาย “มันเป็นโครงสร้างที่ไม่เคยปรากฏในตารางธาตุของเราเลย และมันก็แผ่พลังงานออกมาอย่างมหาศาล”
“คุณเชื่อเราแล้วใช่ไหม?” ภาคภูมิถามด้วยความตื่นเต้น
“ผมยังไม่แน่ใจทั้งหมด” ดร. เอเดรียนตอบ “แต่ผมเชื่อว่าคุณกำลังพูดความจริง และผมก็เชื่อว่ามีบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เราจินตนาการกำลังเกิดขึ้น”
ภาคภูมิรู้สึกถึงความหวังที่ลุกโชนขึ้นในจิตใจ ในที่สุดก็มีคนเชื่อพวกเขาแล้ว
“คุณต้องช่วยเราครับ ดร. เอเดรียน” ภาคภูมิกล่าว “เราต้องหาทางทำให้โลกเชื่อในสิ่งที่เราค้นพบ และเราต้องเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย”
ดร. เอเดรียนพยักหน้า “ผมจะช่วยพวกคุณ แต่เราต้องทำอย่างลับๆ เพราะผู้บัญชาการสูงสุดและสภาโลกจะไม่ยอมรับเรื่องนี้ง่ายๆ”
“แล้วคุณจะช่วยเราได้อย่างไร?” จ่าเรย์ถาม
“ผมมีเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์และผู้ที่เชื่อในเรื่องราวที่อยู่นอกเหนือจากความเข้าใจของเรา” ดร. เอเดรียนอธิบาย “เราจะร่วมมือกันเพื่อศึกษาข้อมูลนี้ และหาทางพิสูจน์ความจริงให้โลกได้เห็น”
ภาคภูมิรู้สึกถึงความหวังที่ลุกโชนขึ้นในจิตใจอีกครั้ง พันธมิตรที่คาดไม่ถึงได้ปรากฏขึ้นแล้ว และพวกเขาจะไม่ยอมแพ้
“แต่เราต้องออกจากที่นี่ก่อน” มีนากล่าว
“นั่นคือสิ่งที่ผมกำลังจะพูดถึง” ดร. เอเดรียนยิ้ม “ผมได้เตรียมการไว้แล้ว”
ในคืนนั้น ดร. เอเดรียนได้วางแผนการหลบหนีที่แยบยล พวกเขาใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ของเขา และความชำนาญในการแฮกระบบของมีนา เพื่อปลดล็อกประตูห้องกักกัน และหลบหนีออกจากฐานทัพอวกาศได้อย่างเงียบเชียบ
เมื่อพวกเขาหลบหนีออกมาได้ พวกเขาก็พบกับยานลำเลียงขนาดเล็กที่จอดรอคอยอยู่ ดร. เอเดรียนได้เตรียมการทุกอย่างไว้แล้ว
“เราจะไปที่ศูนย์วิจัยลับของผม” ดร. เอเดรียนกล่าว “ที่นั่นเราสามารถทำงานได้อย่างอิสระ และไม่มีใครมารบกวน”
ภาคภูมิและทีมของเขาขึ้นยานลำเลียงทันที พวกเขามองย้อนกลับไปที่ฐานทัพอวกาศที่กำลังหลับใหลอยู่เบื้องหลัง ความรู้สึกที่ผสมปนเปกันทั้งความโกรธ ความผิดหวัง และความหวัง
การเดินทางไปยังศูนย์วิจัยลับของ ดร. เอเดรียนเป็นไปอย่างเงียบเชียบ พวกเขาต้องหลบเลี่ยงการตรวจจับจากระบบป้องกันภัยของโลก และใช้เส้นทางที่ซับซ้อนเพื่อไม่ให้ใครตามรอยได้
เมื่อพวกเขามาถึงศูนย์วิจัยลับ มันเป็นสถานที่ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นผิวของดาวเคราะห์ร้างแห่งหนึ่ง ที่นั่นมีอุปกรณ์และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัยที่สุด และมีนักวิทยาศาสตร์อีกหลายคนกำลังทำงานอยู่
“ยินดีต้อนรับสู่ศูนย์วิจัยลับของผม” ดร. เอเดรียนกล่าว “ที่นี่เราจะทำงานร่วมกัน เพื่อไขปริศนาของอารยธรรมอควอเรียน และเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย”
ภาคภูมิและทีมของเขารู้สึกถึงความหวังที่ลุกโชนขึ้นในจิตใจอีกครั้ง พวกเขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว พวกเขามีพันธมิตรที่เชื่อในพวกเขา และพร้อมที่จะต่อสู้เคียงข้างพวกเขา
“เราจะเริ่มจากตรงไหนดีครับ?” ภาคภูมิถาม
“เราจะเริ่มจากการศึกษาข้อมูลทั้งหมดที่คุณนำกลับมาด้วย” ดร. เอเดรียนตอบ “และเราจะพยายามหาทางติดต่อกับอควาอีกครั้ง”
ภาคภูมิพยักหน้า เขารู้ดีว่าภารกิจของพวกเขายังไม่จบลง แต่ตอนนี้พวกเขาก็มีความหวังที่จะต่อสู้กับภัยคุกคามจากห้วงอวกาศได้อย่างเต็มตัว
พันธมิตรที่คาดไม่ถึงได้ปรากฏขึ้นแล้ว และพวกเขากำลังจะร่วมมือกันเพื่อปกป้องโลก จากความจริงอันขมขื่นที่ไม่มีใครเชื่อ และจากเงาของหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นทุกขณะ
การต่อสู้ครั้งสุดท้ายกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และพวกเขาจะต้องพร้อมสำหรับมัน ไม่ว่าจะต้องแลกมาด้วยอะไรก็ตาม...

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก