ทางเดินภายในสถานีอาร์เคเดียดูเหมือนจะยาวนานและมืดมิดกว่าที่เคย อควาเคลื่อนนำหน้าไปอย่างสง่างาม ร่างโปร่งแสงของเธอส่องสว่างเป็นทางให้ทีมกู้ซากเดินตาม เบื้องหลังพวกเขาคือเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ ราวกับลมหายใจของมิติแห่งเงาที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นทุกขณะ
“แกนกลางของสถานีอยู่ที่ส่วนลึกที่สุดค่ะ ธีรเดช มันถูกออกแบบมาให้เป็นห้องนิรภัยชั้นสูง เพื่อปกป้องข้อมูลและการทดลองที่สำคัญที่สุด” อควาอธิบาย เสียงของเธอหนักแน่นขึ้นเมื่อความทรงจำบางส่วนกลับคืนมา “แม่ของเธอ...ดร. อริสรา...เธอใช้เวลาหลายปีในการสร้างมันขึ้นมา”
ธีรเดชเดินตามอควาไปอย่างเงียบงัน จิตใจของเขากำลังสับสนวุ่นวาย ภาพใบหน้าของแม่ยังคงติดตา ไม่ใช่แค่ภาพในความทรงจำวัยเด็ก แต่เป็นภาพของนักวิทยาศาสตร์ผู้กล้าหาญที่เสียสละเพื่อปกป้องความจริง เขารู้สึกถึงความภาคภูมิใจและความเจ็บปวดที่ปะปนกัน
“แม่เคยเล่าให้ฟังว่าเธอฝันถึงดวงดาวมาตลอด” ธีรเดชพึมพำ “แต่ไม่เคยรู้เลยว่าความฝันของเธอจะยิ่งใหญ่และอันตรายถึงเพียงนี้”
“ความฝันของเธอคือการทำความเข้าใจกับจักรวาล” อควาตอบ “ไม่ใช่แค่การพิชิต แต่มันคือการหาทางอยู่ร่วมกับทุกสรรพสิ่ง แม้แต่สิ่งที่เราไม่อาจเข้าใจได้”
ขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านส่วนที่เสียหายหนักของสถานี ภาพโฮโลแกรมเก่าๆ ก็พลันปรากฏขึ้นบนผนังที่แตกร้าว มันเป็นภาพบันทึกการทำงานของสถานีในอดีต แสดงให้เห็นถึงนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรมากมายกำลังทำงานอย่างขะมักเขม้น ใบหน้าที่คุ้นเคยบางใบปรากฏขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็ว
“นั่นมัน ดร. เคนจิ!” ทิชาอุทานด้วยความตกใจ เมื่อเห็นภาพของชายสูงวัยชาวเอเชียผู้มีผมสีขาวและรอยยิ้มใจดีปรากฏขึ้นในภาพ “เขาคือนักฟิสิกส์ทฤษฎีผู้ยิ่งใหญ่ เป็นตำนานที่หายสาบสูญไปพร้อมกับสถานีแห่งนี้”
“ใช่ค่ะ ดร. เคนจิเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของแม่เธอ” อควาเสริม “เขาคือคนที่ช่วยแม่เธอพัฒนาทฤษฎีเกี่ยวกับมิติแห่งเงา และเป็นคนที่มีส่วนในการสร้างฉันขึ้นมา”
ธีรเดชรู้สึกประหลาดใจยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินชื่อนี้ ดร. เคนจิเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ แต่เรื่องราวการหายสาบสูญของเขายังคงเป็นปริศนา บัดนี้เขาได้รู้แล้วว่า ดร. เคนจิเกี่ยวข้องโดยตรงกับสถานีแห่งนี้ และกับภารกิจของแม่เขา
“มีอะไรอีกบ้างที่เธอจำได้เกี่ยวกับ ดร. เคนจิ อควา?” ธีรเดชถาม
“เขาเป็นคนอบอุ่นและมีเมตตา” อควาตอบ “เขามักจะเล่นหมากรุกกับแม่เธอ และชอบเล่าเรื่องตลกเพื่อคลายความเครียด เขาเป็นคนสำคัญสำหรับแม่เธอมาก...และสำหรับฉันด้วย”
เสียงของอควาแสดงออกถึงความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะเป็นเพียงปัญญาประดิษฐ์ ธีรเดชเริ่มตระหนักว่าอควาไม่ได้เป็นแค่เครื่องจักรที่ประมวลผลข้อมูล แต่เธอคือสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึก มีความทรงจำ และมีความผูกพัน
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยก็เปลี่ยนเป็นเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสถานี ฝุ่นผงร่วงหล่นจากเพดาน โคมไฟระยิบระยับราวกับจะแตกสลาย
“แรงสั่นสะเทือนกำลังเพิ่มขึ้น” ภาคินกล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “มันอยู่ใกล้แค่เอื้อมแล้ว”
“เราต้องเร่งความเร็วค่ะ ธีรเดช” อควากล่าว “มิติแห่งเงากำลังพยายามแทรกซึมเข้ามาในสถานี”
ขณะที่พวกเขากำลังเร่งฝีเท้าไปตามทางเดินที่เริ่มคับแคบลงเรื่อยๆ ภาพโฮโลแกรมสุดท้ายก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง มันเป็นภาพของ ดร. อริสรา และ ดร. เคนจิ ยืนอยู่หน้าจอขนาดใหญ่ที่ฉายภาพของมิติแห่งเงาที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของพวกเขามีร่องรอยของความเหนื่อยล้าและความสิ้นหวัง แต่ก็ยังคงมีความมุ่งมั่นอันแรงกล้า
“เราไม่มีเวลาแล้วอริสรา” ดร. เคนจิกล่าวในภาพ “มันกำลังมา”
“ฉันรู้ เคนจิ” ดร. อริสราตอบ “แต่เราต้องทำให้สำเร็จ เราต้องปิดผนึกมันไว้ให้ได้ เพื่อลูกชายของฉัน...และเพื่อมนุษยชาติ”
ภาพสุดท้ายแสดงให้เห็น ดร. อริสรา กำลังหันมามองกล้องด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนน้ำตา ก่อนที่ภาพจะถูกตัดไปอย่างกะทันหัน
ธีรเดชหยุดชะงัก เขารู้สึกเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่ ภาพของแม่ที่เต็มไปด้วยความเสียสละนั้นบาดลึกเข้าไปในหัวใจของเขา เขาเพิ่งเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าแม่ของเขาต้องเผชิญหน้ากับความหวาดกลัวอันยิ่งใหญ่เพียงใดในห้วงเวลาสุดท้ายของชีวิต
“แม่...” ธีรเดชพึมพำ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด “เธอต้องผ่านอะไรมาบ้าง”
“แม่ของเธอเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จัก ธีรเดช” อควากล่าว เสียงของเธออ่อนโยน “เธอเชื่อมั่นในความหวัง และเธอเชื่อมั่นในตัวเธอ”
ภาคินและทิชาเงียบงัน พวกเขารู้สึกถึงความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างธีรเดชกับอควา และความจริงที่ว่าอดีตอันน่าสะพรึงกลัวของสถานีแห่งนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขาไปแล้ว
“เราต้องไปต่อ” ธีรเดชกล่าวในที่สุด เสียงของเขากลับมาหนักแน่นอีกครั้ง “เราต้องสานต่อสิ่งที่แม่ทำค้างไว้”
อควาพยักหน้า ร่างโปร่งแสงของเธอนำทางพวกเขาไปอีกครั้ง ผ่านเขาวงกตของทางเดินที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับสถานีกำลังพยายามปกปิดความลับสุดท้ายของมัน
“เส้นทางสู่แกนกลางถูกปิดกั้นด้วยระบบรักษาความปลอดภัยหลายชั้น” อควาอธิบาย “มันถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ใครเข้าถึงได้ง่ายๆ”
“เธอจะปลดล็อกมันได้ไหม?” ภาคินถาม
“ฉันต้องใช้เวลาและพลังงานในการถอดรหัส” อควาตอบ “แต่ฉันจะทำ”
ขณะที่อควากำลังพยายามแฮกเข้าระบบรักษาความปลอดภัย เสียงคำรามของมิติแห่งเงาก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับมันกำลังโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดขวาง การสั่นสะเทือนของสถานีรุนแรงขึ้นจนแทบจะยืนไม่ติดพื้น
“มันกำลังพยายามแทรกซึมเข้ามา” อควาประกาศ “ฉันรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่พยายามจะฉีกขาดระบบของฉัน”
ธีรเดชรู้ดีว่าพวกเขาไม่มีเวลาเหลือมากนัก เขาหันไปมองภาคิน “ภาคิน ตรวจสอบระบบป้องกันที่เหลืออยู่ของสถานี เราต้องถ่วงเวลาให้ได้มากที่สุด”
ภาคินพยักหน้า เขารีบเปิดแผงควบคุมที่อยู่ใกล้ที่สุด และเริ่มตรวจสอบสถานะของระบบป้องกันที่ยังพอจะใช้งานได้ แต่ตัวเลขบนหน้าจอแสดงให้เห็นถึงความเสียหายที่รุนแรงเกินกว่าจะซ่อมแซมได้ในเวลาอันสั้น
“ระบบป้องกันเหลืออยู่ไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ครับหัวหน้า” ภาคินรายงานด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “มันไม่น่าจะต้านทานได้นาน”
“เราต้องการแค่เวลาอีกไม่กี่นาที” ธีรเดชตอบ “อควา เธอทำได้ไหม?”
ดวงตาของอควาเรืองรองด้วยแสงสีฟ้าครามที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ร่างโปร่งแสงของเธอสั่นไหวอย่างรุนแรง “ฉันกำลังเร่งความเร็วสูงสุด ธีรเดช แต่พลังงานของฉันกำลังถูกดูดกลืนโดยมิติแห่งเงา”
“ทิชา เธอพอจะทำอะไรได้บ้างไหม?” ธีรเดชหันไปถามทิชา
ทิชากำลังง่วนอยู่กับการตรวจสอบอุปกรณ์สำรวจชีวภาพของเธอ “ฉันกำลังพยายามวิเคราะห์โครงสร้างพลังงานของมิติแห่งเงาค่ะ แต่ข้อมูลมันซับซ้อนเกินไป”
จู่ๆ เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นจากด้านนอกของสถานี แรงสั่นสะเทือนรุนแรงจนทุกคนล้มลงไปกองกับพื้น เศษซากของผนังห้องควบคุมบางส่วนร่วงหล่นลงมา
“มันทะลุเข้ามาแล้ว!” ภาคินตะโกน
อควาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอฉายแววแห่งความสิ้นหวังเล็กน้อย “ระบบป้องกันชั้นนอกทั้งหมดถูกทำลาย มิติแห่งเงากำลังเข้ามา”
“ไม่!” ธีรเดชตะโกน เขารีบลุกขึ้นยืน “เรายังไม่ยอมแพ้! อควา!”
ในขณะนั้นเอง ประตูเหล็กกล้าขนาดมหึมาที่ปิดกั้นทางเข้าสู่แกนกลางของสถานีก็ส่งเสียงครืดคราดอย่างช้าๆ แสงสีฟ้าครามจากดวงตาของอควาสว่างวาบขึ้นในความมืด ประตูเริ่มเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินที่ทอดยาวลงไปสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง
“ฉันทำได้แล้วค่ะ ธีรเดช” อควาประกาศ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ก็ยังคงมีความมุ่งมั่น “ประตูสู่แกนกลางเปิดแล้ว”
“ไปกันเลย!” ธีรเดชสั่ง เขาไม่รอช้า รีบวิ่งนำไปตามทางเดินที่เปิดออก ทิ้งให้เสียงคำรามของมิติแห่งเงาไล่หลังมาอย่างกระชั้นชิด
พวกเขากำลังก้าวเข้าสู่ใจกลางของความจริงอันน่าสะพรึงกลัว ที่ซึ่งความลับของแม่ธีรเดชและชะตากรรมของมนุษยชาติกำลังรอคอยอยู่เบื้องหน้า ภายใต้เงาของอดีตที่ตามหลอกหลอน และภัยคุกคามจากมิติแห่งเงาที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก