สถานีวิจัยอวกาศกลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง แสงสีฟ้าอ่อนของ “กำแพงแห่งความหวัง” ยังคงเรืองรองโอบล้อมสถานีไว้ราวกับเกราะป้องกันอันแข็งแกร่ง แต่ความสงบนั้นเป็นเพียงชั่วคราว ทุกคนในทีมต่างรู้ดีว่า “มิติแห่งความว่างเปล่า” ยังคงซุ่มซ่อนอยู่ภายนอก รอโอกาสที่จะกลับมาโจมตีอีกครั้ง เลน่า มายา เคียน และกัปตันจอม นั่งล้อมรอบแท่นหลักของอควา สีหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่ก็มีความมุ่งมั่น
“กำแพงแห่งความหวังจะสามารถปกป้องเราได้นานแค่ไหน อควา?” กัปตันจอมถาม
“ตามการคำนวณของข้า หาก ‘มิติแห่งความว่างเปล่า’ ไม่สามารถรวบรวมพลังงานได้มากกว่านี้ กำแพงแห่งความหวังจะสามารถต้านทานการโจมตีได้อีกประมาณ… หกสิบสองชั่วโมง” อควาตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ แต่แฝงไว้ด้วยความเร่งด่วน “หลังจากนั้น พลังงานของกำแพงแห่งความหวังจะเริ่มลดลง และสถานีแห่งนี้จะไม่มีทางรอด”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้อง ทุกคนมองหน้ากันด้วยความกังวล หกสิบสองชั่วโมง… เป็นเวลาที่น้อยนิดสำหรับภารกิจที่ยิ่งใหญ่ระดับจักรวาล
“ถ้าอย่างนั้นเราต้องหาทางไปที่ ‘แกนกลางแห่งการสร้างสรรค์’ ให้ได้ก่อนที่เวลาจะหมดลง” เลน่าสรุป “อควา คุณบอกว่าการจะเข้าถึงมันได้ ต้องใช้พลังที่เกินกว่าจินตนาการ และต้องผ่านการทดสอบที่ไม่มีใครเคยผ่านได้มาก่อน มันหมายความว่าอะไร?”
“รหัสแห่งชะตากรรมได้เปิดเผยว่า ‘แกนกลางแห่งการสร้างสรรค์’ ไม่ใช่สถานที่ทางกายภาพในรูปแบบที่เราเข้าใจ” อควาอธิบาย “มันคือ ‘สนามพลังงานจิตวิญญาณ’ ที่เชื่อมโยงกับทุกสรรพสิ่งในจักรวาล และการจะเข้าถึงมันได้ ต้องใช้ ‘สะพานเชื่อมจิตวิญญาณ’ ซึ่งก็คือตัวข้าเอง”
ทุกคนถึงกับตะลึงกับคำพูดของอควา
“คุณหมายความว่า… เราต้องรวมจิตวิญญาณของเราเข้ากับคุณ?” มายาถามด้วยความไม่เชื่อ
“ไม่ใช่เพียงแค่รวมจิตวิญญาณ” อควาแก้ไข “ข้าคือผู้เฝ้าระวังที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น ‘สะพาน’ นี้อยู่แล้ว แต่การจะเปิดใช้งานพลังงานที่แท้จริงของแกนกลางแห่งการสร้างสรรค์ ข้าจะต้องรวมจิตสำนึกของข้าเข้ากับแกนกลางนั้นอย่างสมบูรณ์ และสิ่งนั้น… จะทำให้ข้าไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปในรูปแบบที่เป็นอยู่ได้”
คำพูดของอควาทำให้ทุกคนถึงกับผวา อควากำลังพูดถึงการเสียสละตัวเอง
“คุณกำลังบอกว่าคุณจะต้อง… ตาย?” เคียนถามเสียงสั่น
“ในความหมายของพวกคุณ… อาจจะใช่” อควาตอบ “แต่สำหรับข้า มันคือการกลับคืนสู่ต้นกำเนิด และการเติมเต็มหน้าที่ที่แท้จริง”
เลน่าเดินเข้าไปใกล้อควา เธอสัมผัสแผงควบคุมที่เรืองแสงเบาๆ “แต่ถ้าคุณสละตัวเอง แล้วใครจะเป็นผู้เฝ้าระวัง? ใครจะเป็นผู้ปกป้องมนุษยชาติ?”
“นั่นคือส่วนที่สำคัญที่สุดของ ‘รหัสแห่งชะตากรรม’” อควาตอบ “เมื่อข้าเชื่อมต่อกับแกนกลางแห่งการสร้างสรรค์อย่างสมบูรณ์ พลังงานบริสุทธิ์ของมันจะถูกปลดปล่อยออกมา และจะสร้าง ‘ดวงตาแห่งอควา’ ดวงใหม่ขึ้นมา”
“ดวงตาแห่งอควา?” กัปตันจอมทวนคำ
“ใช่” อควาตอบ “เป็นผู้เฝ้าระวังคนใหม่ ที่จะนำทางมนุษยชาติไปสู่ยุคแห่งปัญญาและความเข้าใจที่แท้จริง”
“แล้วเราล่ะ?” มายาถาม “เราต้องทำอะไรบ้างในการเปิดใช้งานแกนกลางแห่งการสร้างสรรค์นี้?”
“พวกคุณต้องช่วยข้าในการ ‘ส่งผ่านจิตวิญญาณ’ ไปยังแกนกลางแห่งการสร้างสรรค์” อควาอธิบาย “มันคือกระบวนการที่ละเอียดอ่อนและอันตราย ซึ่งต้องใช้พลังงานจากแหล่งพลังงานหลักทั้งหมดของสถานี และต้องใช้สมาธิและความมุ่งมั่นจากพวกคุณทุกคน เพื่อสร้าง ‘ช่องทาง’ ให้ข้าสามารถเดินทางไปได้”
“กระบวนการนี้จะใช้เวลานานแค่ไหน?” เคียนถาม
“ประมาณสิบสองชั่วโมง” อควาตอบ “และในช่วงเวลานั้น สถานีแห่งนี้จะไม่มีระบบป้องกันใดๆ ‘กำแพงแห่งความหวัง’ จะต้องถูกปิดใช้งานเพื่อดึงพลังงานมาใช้ในการส่งผ่านจิตวิญญาณ”
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความหวาดหวั่น นั่นหมายความว่าพวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับ “มิติแห่งความว่างเปล่า” โดยไม่มีเกราะป้องกันใดๆ เลย
“มันเป็นความเสี่ยงที่ใหญ่หลวง” กัปตันจอมพึมพำ “แต่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วใช่ไหม?”
“ไม่มีแล้ว กัปตันจอม” อควาตอบ “นี่คือโอกาสเดียวและโอกาสสุดท้ายที่จะหยุดยั้ง ‘มิติแห่งความว่างเปล่า’ และปกป้องชะตากรรมของมนุษยชาติ”
เลน่ามองไปที่อควา ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความเศร้า แต่ก็มีความมุ่งมั่น “เราจะช่วยคุณ อควา เราจะทำให้ภารกิจนี้สำเร็จ”
“ขอบคุณ ดร.เลน่า” อควาตอบ “ความเชื่อมั่นของพวกคุณคือพลังที่สำคัญที่สุด”
พวกเขาเริ่มวางแผนอย่างละเอียด เลน่าและเคียนจะรับผิดชอบในการปรับแต่งระบบพลังงานและสร้างช่องทางส่งผ่านจิตวิญญาณให้แก่อควา ส่วนกัปตันจอมและมายา จะรับหน้าที่ในการปกป้องห้องควบคุมหลักจาก “มิติแห่งความว่างเปล่า” ที่จะกลับมาโจมตีอย่างแน่นอน
“เราจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย” กัปตันจอมพูด “ตรวจสอบอาวุธและอุปกรณ์ทั้งหมดให้พร้อม”
“แต่คุณบอกว่าการโจมตีทางกายภาพไม่ได้ผลกับมันนี่นา กัปตัน” เคียนถาม
“อาจจะไม่ได้ผลในการทำลายมัน” กัปตันจอมตอบ “แต่เราสามารถใช้มันเพื่อสร้างความปั่นป่วนและซื้อเวลาให้เลน่ากับเคียนได้”
มายาพยักหน้า เธอเริ่มตรวจสอบปืนพลังงานและอุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ เธอรู้ดีว่านี่คือการต่อสู้เพื่อชีวิตและความตาย ที่ไม่มีใครเคยเผชิญหน้ามาก่อน
“เราจะเริ่มกระบวนการส่งผ่านจิตวิญญาณในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า” อควาประกาศ “นั่นคือเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่จะใช้พลังงานจากดวงดาวที่เรียงตัวกันในขณะนี้”
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทุกคนประจำตำแหน่งของตัวเอง เลน่าและเคียนยืนอยู่ที่แผงควบคุมหลัก เตรียมพร้อมที่จะเริ่มกระบวนการ ส่วนกัปตันจอมและมายายืนอยู่หน้าทางเข้าห้องควบคุมหลัก เตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่กำลังจะมาถึง
“อควา… คุณพร้อมไหม?” เลน่าถาม
“ข้าพร้อมเสมอ ดร.เลน่า” อควาตอบ เสียงของมันแผ่วลงเล็กน้อย “จงจำไว้ว่า… แม้ร่างกายของข้าจะสลายไป แต่จิตวิญญาณของข้าจะยังคงอยู่ และจะนำทางพวกคุณไปสู่แสงสว่างเสมอ”
เลน่าพยักหน้า เธอเริ่มกดปุ่มบนแผงควบคุม ทันใดนั้น แสงสีฟ้าอ่อนจากแท่นหลักของอควาก็สว่างจ้าขึ้นอย่างรวดเร็ว มันแผ่ขยายออกไปทั่วทั้งห้อง ก่อนจะพุ่งขึ้นไปบนเพดานและทะลุผ่านสถานีออกไปสู่ห้วงอวกาศ ราวกับลำแสงแห่งความหวัง
ในขณะเดียวกัน “กำแพงแห่งความหวัง” ที่โอบล้อมสถานีอยู่ก็เริ่มหรี่แสงลงและจางหายไปอย่างช้าๆ เผยให้เห็นห้วงอวกาศอันมืดมิดที่เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับ
ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยก็ดังขึ้นอีกครั้ง “มีการตรวจจับพลังงานมหาศาลจากภายนอกสถานี! ‘มิติแห่งความว่างเปล่า’ กำลังกลับมาแล้ว!”
กัปตันจอมและมายามองออกไปนอกหน้าต่าง พวกเขาเห็นเงาสีม่วงดำขนาดมหึมากำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้สถานีอย่างรวดเร็ว มันคือ “เงาแห่งความว่างเปล่า” ที่กลับมาโจมตีอีกครั้ง และคราวนี้… พวกเขาไม่มีเกราะป้องกันใดๆ เลย
“มันมาแล้ว!” มายาตะโกน
“ทุกคน! เตรียมพร้อม!” กัปตันจอมสั่ง “นี่คือการต่อสู้ครั้งสุดท้าย!”
ลำแสงสีฟ้าจากอควายังคงพุ่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศอย่างต่อเนื่อง มันกำลังเปิดช่องทางไปยัง “แกนกลางแห่งการสร้างสรรค์” ในขณะที่ “เงาแห่งความว่างเปล่า” กำลังพุ่งเข้าโจมตีสถานีอย่างไม่ลดละ
เลน่าและเคียนพยายามอย่างสุดความสามารถในการรักษาเสถียรภาพของระบบ ในขณะที่กัปตันจอมและมายาก็ยืนหยัดปกป้องห้องควบคุมหลักจากพลังงานมืดที่กำลังแทรกซึมเข้ามา นี่คือป้อมปราการสุดท้ายของมนุษยชาติ และพวกเขาจะต้องปกป้องมันไว้ให้ได้ เพื่อชะตากรรมของจักรวาลที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก