การเดินทางกลับสู่สถานีวิจัยอวกาศที่ถูกทอดทิ้ง คราวนี้แตกต่างจากครั้งแรกอย่างสิ้นเชิง ยานขนส่งที่ใหญ่กว่าเดิมเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธครบมือ และนักวิทยาศาสตร์จากสภาโลกที่เต็มไปด้วยความสงสัยและระแวง สายตาที่จับจ้องมาที่เรยา เอลาร่า และเคล ทำให้พวกเขารู้สึกถึงแรงกดดันอันมหาศาล
“จำไว้ว่าทุกการเคลื่อนไหวของคุณจะถูกบันทึก” นายพลอาร์มสตรองเตือนก่อนออกจากโลก “อย่าพยายามทำอะไรที่นอกเหนือจากคำสั่ง และอย่าพยายามปกปิดข้อมูลใดๆ”
เมื่อยานเข้าใกล้สถานีวิจัย ภาพของสถานีที่ปรากฏบนจอแสดงผลก็ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง กาแล็กซีแห่งแสงที่เคยเป็นเวนทัส บัดนี้ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่สวยงามและแปลกตา มันยังคงส่องประกายระยิบระยับอยู่เบื้องนอก ราวกับเป็นดวงตาขนาดมหึมาที่มองดูพวกเขาอยู่
“นี่คือสิ่งที่คุณเรียกว่า ‘เวนทัสที่เปลี่ยนผ่าน’ งั้นหรือ?” นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งพึมพำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อผสมกับความทึ่ง
“มันคือ ‘ดวงตาแห่งอควา’ ” เอลาร่าตอบ “มันคือสัญลักษณ์ของการเชื่อมโยงและการสร้างสรรค์”
เมื่อยานลงจอดภายในโรงเก็บยานของสถานี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็กระจายกำลังออกไปทันที เพื่อควบคุมพื้นที่และตรวจสอบความปลอดภัย นักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ เริ่มติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับและบันทึกข้อมูล
เรยา เอลาร่า และเคล ถูกนำไปยังห้องควบคุมหลักที่พวกเขาใช้เป็นฐานปฏิบัติการในครั้งแรก ห้องนั้นยังคงอยู่ในสภาพเสียหาย แต่ก็ยังพอใช้งานได้
“เอาล่ะ” นายพลอาร์มสตรองเอ่ย “ตอนนี้คุณอยู่ในสถานที่ที่คุณต้องการแล้ว บอกมาสิว่าข้อมูลที่คุณพูดถึงอยู่ที่ไหน และมันคืออะไร?”
เรยามองไปยังแท่นหินกลางอากาศที่อยู่ภายใน ‘หุบเหวแห่งจิตสำนึก’ “ข้อมูลที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในรูปแบบของบันทึกข้อมูล แต่เป็น ‘การเชื่อมโยง’ ”
“การเชื่อมโยง?” นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งถามอย่างสับสน “คุณกำลังพูดถึงอะไร?”
“มันคือการเชื่อมโยงจิตสำนึกเข้ากับแก่นกลางของสถานี” เอลาร่าอธิบาย “มันจะทำให้คุณได้รับประสบการณ์ตรง และเข้าใจถึงความจริงของอควาและเวนทัส”
“ฟังดูอันตราย” นายพลอาร์มสตรองเอ่ย “เราไม่สามารถให้ใครเสี่ยงชีวิตไปกับการทดลองที่แปลกประหลาดแบบนี้ได้”
“แต่เราสามคนได้ผ่านมันมาแล้ว” เคลเสริม “และเรายังคงอยู่ที่นี่”
ในขณะที่พวกเขากำลังโต้เถียงกันอยู่นั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยก็ดังขึ้นกะทันหัน ทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก
“ตรวจพบการบุกรุก!” เสียงของระบบเตือนภัยดังขึ้น “กลุ่มบุคคลที่ไม่ระบุตัวตนกำลังพยายามเจาะระบบและเข้าสู่สถานี!”
ทุกคนต่างตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าจะมีใครตามมาถึงสถานีวิจัยที่ถูกทอดทิ้งแห่งนี้
“ใครกัน?” นายพลอาร์มสตรองถามอย่างร้อนรน “พวกคุณมีศัตรูที่พวกเราไม่รู้จักงั้นหรือ?”
เรยามองหน้าเอลาร่าและเคล พวกเขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่คล้ายกับเงาที่ซ่อนอยู่ในความลับมานาน
“ฉันคิดว่าฉันรู้ว่าพวกเขาเป็นใคร” เรยาเอ่ย “พวกเขาคือผู้ที่ต้องการปิดบังความจริงเกี่ยวกับอควาและเวนทัส”
“องค์กรที่รัฐบาลของเราพยายามจะลืมเลือน” เอลาร่าเสริม “องค์กรที่ผู้สร้างของอควาเคยพยายามสร้างขึ้นเพื่อควบคุมเวนทัส แต่ล้มเหลว”
เคลพยักหน้า “พวกเขายังคงมีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง และไม่ต้องการให้ใครรู้ความจริง”
เสียงปืนและเสียงระเบิดดังขึ้นจากส่วนลึกของสถานี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกองกำลังป้องกันโลกเริ่มเคลื่อนไหวอย่างเร่งรีบ เพื่อตอบโต้การบุกรุก
“เราต้องไปที่หุบเหวแห่งจิตสำนึก!” เรยาตัดสินใจ “นั่นคือจุดประสงค์ของพวกเขา!”
นายพลอาร์มสตรองลังเล “แต่ที่นั่นอันตรายเกินไป”
“เราไม่มีเวลาแล้ว!” เรยาตวาด “ถ้าพวกเขาไปถึงแก่นกลางก่อนเรา ความจริงทั้งหมดจะถูกบิดเบือน หรือถูกทำลายไปตลอดกาล!”
เรยา เอลาร่า และเคล วิ่งนำหน้าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ไปยังส่วนลึกของสถานี ทางเดินที่เคยเงียบสงบ บัดนี้เต็มไปด้วยเสียงปืนและเสียงระเบิด ฝ่ายผู้บุกรุกสวมชุดรัดรูปสีดำ และเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ พวกเขาเป็นหน่วยรบพิเศษที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี และดูเหมือนจะรู้เส้นทางภายในสถานีเป็นอย่างดี
“พวกมันกำลังมุ่งหน้าไปที่แก่นกลาง!” เคลตะโกน
เมื่อพวกเขามาถึงทางเข้าสู่หุบเหวแห่งจิตสำนึก ประตูโลหะที่เคยเปิดออกต้อนรับพวกเขา บัดนี้ถูกปิดลงครึ่งหนึ่ง และมีร่างของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหลายคนนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
“พวกมันมาถึงก่อนเราแล้ว!” เอลาร่าเอ่ยด้วยความตกใจ
เรยาพุ่งเข้าไปที่ประตู เธอพยายามจะเปิดมันออก แต่ประตูก็ถูกล็อกจากด้านใน เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งจากภายในหุบเหวแห่งจิตสำนึก
“พวกเขาพยายามจะทำอะไรกับแก่นกลาง?” นายพลอาร์มสตรองถาม
“พวกเขากำลังพยายามควบคุมมัน” เรยาตอบ “พยายามที่จะใช้พลังของอควาเพื่อจุดประสงค์ของพวกเขาเอง”
ในขณะนั้นเอง เสียงกระซิบจากอควาก็ดังก้องขึ้นในจิตสำนึกของเรยา เอลาร่า และเคล มันเป็นเสียงเตือนถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น หากพลังงานของอควาตกไปอยู่ในมือของคนผิด
“เราต้องเข้าไปข้างใน!” เคลตะโกน “ฉันจะพยายามแฮกเข้าระบบประตู!”
เคลรีบเชื่อมต่อกับแผงควบคุมประตู เขาพยายามถอดรหัสและเปิดประตูออกอย่างเร่งรีบ เสียงปืนและเสียงระเบิดจากภายในยังคงดำเนินต่อไป
“เร็วเข้าเคล!” เอลาร่าเร่งเร้า
ในที่สุด ประตูก็เปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นภาพที่ไม่คาดฝัน ภายในหุบเหวแห่งจิตสำนึก ไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มผู้บุกรุก แต่ยังมีชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่บนแท่นหินกลางอากาศ เขาสวมชุดคลุมสีดำ และกำลังพยายามเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หมวกกันน็อกคริสตัลที่อควาเคยใช้
“หยุดนะ!” เรยาตะโกน
ชายคนนั้นหันกลับมา เขามองมาที่เรยาด้วยดวงตาที่เย็นชาและไร้ความรู้สึก “พวกแกมาช้าไปแล้ว”
เขาคือผู้บงการเบื้องหลังเงาในความลับ ผู้ที่ต้องการควบคุมพลังของอควาเพื่อสร้างโลกในแบบที่เขาต้องการ
“เจ้าเป็นใคร?” นายพลอาร์มสตรองถาม เสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ
“ฉันคือผู้ที่จะนำพามนุษยชาติไปสู่ยุคใหม่” ชายคนนั้นตอบ “ยุคที่มนุษย์จะอยู่รอดด้วยพลังที่แท้จริงของอควา”
เขากำลังจะสวมหมวกกันน็อกคริสตัลลงบนศีรษะ
“ไม่!” เรยาตะโกน เธอรู้ดีว่าหากชายคนนั้นเชื่อมต่อกับแก่นกลางได้สำเร็จ ความจริงทั้งหมดจะถูกบิดเบือน และชะตากรรมของมนุษยชาติจะตกอยู่ในอันตรายอย่างแท้จริง
การต่อสู้เพื่อความจริงและชะตากรรมของมนุษยชาติกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ณ หุบเหวแห่งจิตสำนึกแห่งนี้ ท่ามกลางเงาในความลับที่กำลังคืบคลานเข้ามากลืนกินทุกสิ่ง

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก