ดวงตาแห่งอควา

ตอนที่ 38 — เงาพิษคลืบคลานและคำเตือนจากอควา

โดย : มนต์ตรา ประกาศิต

254 ตอน · 1,673 คำ

ความเงียบงันที่เคยโอบล้อมสถานีวิจัยเซเรนิตี้บัดนี้ถูกฉีกกระชากด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยที่กรีดก้องไปทั่วโถงทางเดิน เสียงนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของทุกคนราวกับดาบคมที่กรีดแทงกลางอากาศ บรรยากาศอึมครึมที่เคยเป็นเพียงฉากหลังของการค้นพบ บัดนี้กลายเป็นม่านแห่งความหวาดระแวงที่ปกคลุมทุกย่างก้าว กัปตันธีร์ยืนนิ่งอยู่หน้าจอหลักของศูนย์บัญชาการ ดวงตาจับจ้องไปที่ภาพกราฟิกแสดงค่าพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจในส่วนลึกของสถานี หัวใจของเขาสั่นระรัวด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจปฏิเสธได้ถึงภัยคุกคามที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้กว่าที่คิด

“สัญญาณอะไรกันนี่ เรย์?” ‌ธีร์หันไปถามเรย์ที่กำลังรัวนิ้วลงบนแผงควบคุมอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าของวิศวกรหนุ่มซีดเผือดภายใต้แสงสีฟ้าของหน้าจอ “พลังงานแปลกปลอมครับกัปตัน! มันไม่ใช่แค่ความผิดปกติทางเทคนิคแล้ว มันมีอะไรบางอย่างกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในเซกเตอร์ E-7... อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นอย่างกะทันหัน และโครงสร้างผนังกำลังถูกกัดกร่อน!” เรย์รายงานด้วยเสียงที่สั่นเครือ ลีน่าก้าวเข้ามาข้างธีร์ ​ใบหน้าของเธอนั้นเคร่งเครียดไม่แพ้กัน “E-7 คือส่วนเก็บกักตัวอย่างชีวภาพไม่ใช่หรือคะ? ตอนที่เราสำรวจ มันปิดตายอยู่ไม่ใช่เหรอ?” “ใช่... มันควรจะปิดตาย” ธีร์พึมพำกับตัวเอง ความทรงจำถึงรายงานการสำรวจเบื้องต้นผุดขึ้นมาในหัว ‍“แต่ถ้ามีอะไรบางอย่างกำลังเติบโตอยู่ข้างใน นั่นหมายความว่า...”

ทันใดนั้น เสียงสังเคราะห์ของอควาก็ดังขึ้นมาจากลำโพงรอบทิศทาง เสียงนั้นสงบนิ่งทว่าแฝงด้วยความเร่งด่วนที่ยากจะละเลย “กัปตันธีร์ สิ่งที่กำลังขยายตัวคือ ‘เงาพิษ’ พวกมันคือหน่วยบริวารที่ถูกส่งมาจาก ‘สิ่งมีชีวิตมิติไร้รูป’ ‌เพื่อเตรียมการสำหรับการหลอมรวม พวกมันกำลังพยายามเข้าถึงแกนพลังงานหลักของสถานีเพื่อเร่งกระบวนการ” ดร.เอมผู้ซึ่งกำลังวิเคราะห์ข้อมูลทางชีวภาพที่ได้จากตัวอย่างเก่าๆ บนสถานี ก้าวเข้ามาใกล้จอฉายภาพสามมิติที่แสดงแผนผังสถานี “เงาพิษ? คุณหมายถึงสิ่งที่เราพบในห้องทดลองเก่าๆ ที่มีร่องรอยการกัดกร่อนของสารอินทรีย์อย่างรุนแรงน่ะหรืออควา?” “ถูกต้อง ดร.เอม ‍พวกมันไม่ได้มีตัวตนทางกายภาพที่ชัดเจนนักในมิติของเรา แต่พวกมันสามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างระดับโมเลกุลของสสาร เพื่อสร้างเส้นทางและดูดซับพลังงาน พวกมันคือผู้บุกรุกที่มาพร้อมกับความมืดมิดจากห้วงมิติที่อยู่เหนือการรับรู้ของมนุษย์” อควาอธิบาย น้ำเสียงนั้นบ่งบอกถึงความรู้ที่ลึกซึ้งและประสบการณ์ที่ยาวนานนับศตวรรษ จ่ามอร์สผู้ซึ่งกำลังตรวจสอบอาวุธประจำกายของเขากระชับปืนไรเฟิลในมือ “แล้วเราจะหยุดมันยังไง? ยิงมันให้เละเลยไหม?” “การโจมตีทางกายภาพอาจไม่เพียงพอ ​จ่ามอร์ส พวกมันไม่มีศูนย์รวมประสาทหรืออวัยวะสำคัญที่ตายตัว พวกมันคือพลังงานที่ก่อตัวขึ้นจากมิติอื่น การทำลายล้างพวกมันต้องอาศัยการรบกวนคลื่นความถี่เฉพาะ หรือการสร้างสนามพลังงานที่ขัดแย้งกับโครงสร้างมิติของพวกมัน” อควาตอบ

ธีร์ใช้เวลาประมวลผลข้อมูลที่ได้รับ เขาไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนตลอดชีวิตการทำงานในอวกาศ แต่สัญชาตญาณของความเป็นผู้นำบอกเขาว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ ​“เรย์! ตรวจสอบระบบป้องกันพลังงานของสถานี เรามีอะไรที่ใช้สร้างสนามพลังงานได้บ้าง?” “ระบบป้องกันพลังงานหลักของสถานีถูกปิดใช้งานมานานแล้วครับกัปตัน ต้องใช้เวลาในการบูตและปรับเทียบใหม่ทั้งหมด” เรย์ตอบ “แล้วระบบย่อยล่ะ? ระบบที่ใช้ป้องกันการรั่วไหลของกัมมันตรังสี หรือการกักกันสารอันตราย?” ธีร์ไม่ยอมแพ้ “มีครับ! ​ในห้องทดลองของดร.คาลวิน ที่อยู่ใกล้กับเซกเตอร์ E-7 มันเป็นเครื่องสร้างสนามกักกันพลังงานขนาดเล็กที่ใช้สำหรับทดลองสารที่มีความผันผวนสูง แต่... มันไม่น่าจะทรงพลังพอที่จะหยุดสิ่งที่อควาอธิบายได้นะครับ” เรย์ยังคงกังวล “มันอาจจะไม่ทรงพลังพอ แต่ก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย!” ธีร์ตัดสินใจในทันที “ดร.เอม คุณสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องนั้นได้ไหม? อควา คุณมีข้อมูลเกี่ยวกับหลักการทำงานของเครื่องนั้นไหม?” “ฉันมีข้อมูลการออกแบบและหลักการทำงานทั้งหมดของเครื่องสร้างสนามกักกันพลังงานของดร.คาลวิน ดร.เอมสามารถเชื่อมต่อกับระบบของฉันเพื่อเข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง” อควาตอบ “ฉันจะพยายามค่ะกัปตัน! แต่ฉันต้องการตัวอย่างของ ‘เงาพิษ’ เพื่อศึกษาโครงสร้างมิติของพวกมัน จะได้ปรับคลื่นความถี่ให้ตรงจุดที่สุด” ดร.เอมเสนอ “เอาล่ะ! แผนคือแบบนี้” ธีร์หันไปมองหน้าลูกทีมแต่ละคน “เรย์ คุณอยู่ตรงนี้คอยมอนิเตอร์สถานการณ์และเชื่อมต่อกับอควาตลอดเวลา คอยให้ข้อมูลสนับสนุน ดร.เอม คุณไปที่ห้องทดลองของดร.คาลวิน เชื่อมต่อกับอควาและพยายามปรับปรุงเครื่องสร้างสนามพลังงานให้เร็วที่สุด” “รับทราบค่ะ!” ดร.เอมตอบอย่างกระตือรือร้น “จ่ามอร์ส คุณไปกับดร.เอม คอยคุ้มกัน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าให้ใครเข้าใกล้ดร.เอมได้” ธีร์ออกคำสั่ง “ได้เลยกัปตัน!” จ่ามอร์สรับคำอย่างหนักแน่น “ลีน่า เธอไปกับฉัน เราจะไปเก็บตัวอย่าง ‘เงาพิษ’ และพยายามถ่วงเวลาพวกมันไม่ให้เข้าถึงแกนพลังงานหลัก” ธีร์หันไปมองลีน่า ลีน่าพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น “พร้อมค่ะกัปตัน!”

เสียงสัญญาณเตือนภัยยังคงดังก้อง แต่บัดนี้มันไม่ได้ทำให้พวกเขาสิ้นหวังอีกต่อไป กลับกัน มันจุดประกายความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้ขึ้นในใจของทุกคน ธีร์นำลีน่าตรงไปยังทางเข้าสู่เซกเตอร์ E-7 ซึ่งเป็นส่วนที่เคยถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนา แต่บัดนี้ประตูเหล็กกล้าขนาดมหึมากลับมีร่องรอยการกัดกร่อนเป็นจุดๆ คล้ายกับถูกกรดเข้มข้นสาดใส่ และมีควันสีม่วงอ่อนๆ ลอยคละคลุ้งออกมา “ดูเหมือนพวกมันจะเข้ามาถึงแล้ว” ลีน่าพึมพำขณะมองรอยกัดกร่อนบนประตู “เตรียมตัวให้พร้อม ลีน่า เราไม่รู้ว่าข้างในเราจะเจออะไรบ้าง” ธีร์พูดพร้อมกับปลดปืนพกพลังงานออกจากซอง เมื่อประตูเหล็กกล้าถูกเปิดออกด้วยระบบควบคุมฉุกเฉิน ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้ทั้งธีร์และลีน่าถึงกับผงะ โถงทางเดินที่เคยสะอาดและเป็นระเบียบ บัดนี้กลายเป็นเขาวงกตของสสารสีดำอมม่วงที่กำลังพองตัวและเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ คล้ายกับหนวดปลาหมึกยักษ์ที่แผ่ขยายไปทั่วผนัง เพดาน และพื้น กลิ่นเหม็นฉุนเหมือนสารเคมีที่ไหม้ไฟคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ “นี่คือ ‘เงาพิษ’ ที่อควาพูดถึงสินะ” ลีน่าพูดเสียงแผ่ว พยายามกลั้นอาเจียนกับภาพที่เห็น “ใช่แล้ว ลีน่า ดูเหมือนพวกมันจะเรุกรานเร็วกว่าที่เราคาด” ธีร์ตอบ เขายกปืนขึ้นเล็งไปที่ก้อนสสารสีดำอมม่วงที่กำลังพองตัวอยู่เบื้องหน้า “เราต้องหาทางผ่านพวกมันไปให้ได้ และเก็บตัวอย่างมาให้ดร.เอม”

พวกเขาก้าวเข้าไปในเซกเตอร์ E-7 อย่างระมัดระวัง ทุกย่างก้าวต้องเหยียบย่ำลงบนพื้นผิวที่เหนียวหนึบและลื่นไหลของสสารสีดำอมม่วงที่ปกคลุมไปทั่ว เสียงกระทบของรองเท้าบูทกับพื้นผิวเหล่านั้นทำให้เกิดเสียงแปลกๆ ราวกับเสียงของเนื้อที่ถูกฉีกขาด แสงไฟฉายจากหมวกกันน็อกของพวกเขาถูกดูดกลืนไปในความมืดมิดของสสารที่ดูดกลืนแสงได้ดีเยี่ยม ทำให้ทัศนวิสัยเลวร้ายลงไปอีก “กัปตัน ระวัง!” ลีน่าตะโกนเมื่อก้อนสสารสีดำก้อนหนึ่งพุ่งเข้าใส่ธีร์จากด้านข้าง ธีร์ใช้สัญชาตญาณหลบหลีกได้ทันท่วงที ก้อนสสารนั้นพุ่งเลยเขาไปกระทบกับผนัง และทิ้งรอยไหม้เกรียมเอาไว้ “พวกมันโจมตีได้ด้วย!” ธีร์กัดฟันกรอด เขายิงปืนพลังงานออกไปที่ก้อนสสารนั้นทันที แต่กระสุนพลังงานกลับทะลุผ่านไปราวกับยิงใส่ควัน ไม่ได้สร้างความเสียหายใดๆ เลย “อควา! ทำไมกระสุนพลังงานถึงไม่ได้ผล?” ธีร์ถามอย่างร้อนใจ “อย่างที่ฉันเคยบอกกัปตัน พวกมันไม่มีตัวตนทางกายภาพที่ชัดเจนในมิติของเรา การโจมตีด้วยพลังงานความร้อนสูงอาจทำลายโครงสร้างของพวกมันได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่พวกมันสามารถฟื้นฟูตัวเองได้จากพลังงานรอบข้าง” อควาตอบด้วยเสียงที่ไร้อารมณ์ แต่แฝงด้วยความจริงจัง “แล้วเราจะเก็บตัวอย่างมันมาได้ยังไง?” ลีน่าถามขณะหลบก้อนสสารอีกก้อนที่พุ่งเข้ามา “ในชุดฉุกเฉินของนักบินอวกาศมีอุปกรณ์เก็บตัวอย่างสนามพลังงานขนาดเล็กติดอยู่ ซึ่งจะสร้างสนามกักกันพลังงานไว้รอบตัวอย่างชั่วคราว ลองใช้มัน” อควาแนะนำ

ธีร์พยักหน้าให้ลีน่า แล้วทั้งคู่ก็พยายามหลบหลีกการโจมตีของ ‘เงาพิษ’ ที่เริ่มปรากฏตัวขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ พวกมันดูเหมือนจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของมนุษย์ และเริ่มโจมตีอย่างรุนแรงขึ้น ก้อนสสารสีดำอมม่วงพุ่งเข้าใส่จากทุกทิศทาง บางก้อนดูเหมือนมีหนวดเล็กๆ ยื่นออกมาพยายามจะจับพวกเขาทั้งคู่ ธีร์ใช้ปืนพกพลังงานยิงสกัดกั้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของพวกมัน ในขณะที่ลีน่าพยายามเข้าใกล้ก้อนสสารที่ดูเหมือนจะรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ที่สุด เธอหยิบอุปกรณ์เก็บตัวอย่างออกมาจากชุดแล้วกดปุ่ม สนามพลังงานขนาดเล็กสีฟ้าอ่อนก็ปรากฏขึ้นรอบๆ ปากกระบอก “ได้แล้วกัปตัน!” ลีน่าตะโกนเมื่อเธอสามารถตักก้อนสสารสีดำอมม่วงขนาดเท่ากำปั้นเข้ามาในอุปกรณ์ได้สำเร็จ อุปกรณ์นั้นเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนออกมาอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่ามันกำลังกักกันตัวอย่างเอาไว้ แต่ทันทีที่พวกเขาเก็บตัวอย่างได้สำเร็จ ‘เงาพิษ’ รอบข้างก็ดูเหมือนจะเดือดดาลขึ้นมา พวกมันเริ่มรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และพุ่งเข้าใส่พวกเขาด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้น “ถึงเวลาต้องถอยแล้วลีน่า!” ธีร์ตะโกน เขายิงปืนพลังงานออกไปอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อเปิดทางให้พวกเขา ทั้งสองคนวิ่งย้อนกลับไปทางประตูทางเข้าเซกเตอร์ E-7 โดยมี ‘เงาพิษ’ จำนวนมากไล่ตามหลังมาติดๆ เสียงฝีเท้าของพวกเขากระทบกับพื้นผิวที่เหนียวหนึบอย่างต่อเนื่อง และเสียงของสสารที่พุ่งผ่านอากาศก็ดังหวีดหวิวใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ขณะเดียวกัน ที่ห้องทดลองของดร.คาลวิน ดร.เอมกำลังทำงานแข่งกับเวลา เธอเชื่อมต่ออุปกรณ์ของเธอกับระบบของอควา และข้อมูลการออกแบบที่ซับซ้อนของเครื่องสร้างสนามกักกันพลังงานก็ถูกส่งมายังหน้าจอของเธออย่างรวดเร็ว จ่ามอร์สยืนเฝ้าประตูห้องทดลองอย่างระมัดระวัง ปืนไรเฟิลในมือพร้อมใช้งานตลอดเวลา “ข้อมูลเยอะมากเลยอควา” ดร.เอมพึมพำ “แต่ฉันเห็นจุดที่สามารถปรับปรุงได้แล้ว ถ้าเราเพิ่มความถี่ของการปล่อยอนุภาคควอนตัม... มันจะสร้างการรบกวนในมิติที่สี่ได้ดีขึ้น” “ถูกต้อง ดร.เอม การรบกวนมิติที่สี่จะทำให้โครงสร้างของ ‘เงาพิษ’ ไม่เสถียรและสลายตัวไปในที่สุด” อควายืนยัน “แต่การปรับปรุงนี้ต้องใช้พลังงานมหาศาล และอาจจะทำให้เครื่องโอเวอร์โหลดได้” ดร.เอมกล่าว “เรามีเวลาไม่มาก” จ่ามอร์สหันมามอง “เราจะไม่มีเวลาเลยถ้าไอ้พวกเงาบ้าๆ นั่นมาถึงที่นี่ก่อน” “กัปตันกำลังนำตัวอย่าง ‘เงาพิษ’ มาให้เรา ดร.เอม คุณต้องรีบ” เรย์พูดแทรกเข้ามาทางช่องสื่อสาร “ฉันรู้! ฉันกำลังทำอยู่!” ดร.เอมตอบอย่างหงุดหงิด เธอต้องใช้สมาธิอย่างมากในการปรับแก้โค้ดและวงจรที่ซับซ้อน

ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยก็เปลี่ยนระดับความรุนแรง เป็นเสียงที่บ่งบอกถึงการบุกรุกที่ใกล้เข้ามา “จ่ามอร์ส! ผมเห็นสัญญาณพลังงานขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่มาทางห้องทดลองของคุณ!” เรย์ตะโกน “พวกมันมาแล้ว!” จ่ามอร์สพูดพร้อมกับปลดเซฟตี้ปืน “ดร.เอม คุณไปทำงานต่อ! ผมจะจัดการเอง!” ประตูห้องทดลองเริ่มมีรอยบุบและเสียงกุกกักดังขึ้น จ่ามอร์สเล็งปืนไปที่ประตูอย่างใจเย็น และเมื่อประตูถูกฉีกขาดเป็นรูขนาดใหญ่ ร่างของ ‘เงาพิษ’ ขนาดเท่าคนก็พุ่งเข้ามา จ่ามอร์สไม่รอช้า เขายิงกราดใส่ทันที กระสุนพลังงานพุ่งเข้าใส่ ‘เงาพิษ’ ทำให้มันสลายตัวไปชั่วขณะ แต่เพียงไม่กี่วินาที มันก็กลับมารวมตัวกันใหม่ได้อีกครั้ง “บ้าเอ๊ย! มันฟื้นตัวได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ!” จ่ามอร์สสบถ เขาต้องยิงซ้ำๆ เพื่อสกัดกั้นพวกมันไม่ให้เข้ามาใกล้ดร.เอม ดร.เอมเงยหน้าขึ้นมามองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เธอกัดริมฝีปากแน่น “ฉันใกล้จะเสร็จแล้ว! แต่ฉันต้องการตัวอย่างเพื่อปรับเทียบความถี่สุดท้าย!” “กัปตันกำลังมาแล้ว! อควาบอกว่าพวกเขากำลังวิ่งมาทางนี้!” เรย์รายงาน เสียงฝีเท้าของธีร์และลีน่าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อพวกเขามาถึงหน้าห้องทดลองของดร.คาลวิน พวกเขาก็เห็นจ่ามอร์สกำลังยิงสกัด ‘เงาพิษ’ จำนวนมากที่พยายามจะทะลวงเข้ามาในห้อง “ดร.เอม! เราเอาตัวอย่างมาให้แล้ว!” ธีร์ตะโกน ลีน่าโยนอุปกรณ์เก็บตัวอย่างให้ดร.เอมอย่างรวดเร็ว ดร.เอมรับมันไว้แล้วรีบเสียบเข้ากับเครื่องสร้างสนามพลังงานทันที เธอรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อย่างบ้าคลั่ง ดวงตาจับจ้องไปที่ค่าความถี่ที่กำลังปรากฏขึ้นบนหน้าจอ “ได้แล้ว! ฉันพบความถี่ที่เหมาะสมแล้ว!” ดร.เอมตะโกน เธอปรับจูนเครื่องสร้างสนามพลังงานให้เข้ากับความถี่ที่คำนวณได้ และทันใดนั้น เครื่องก็เริ่มเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนจางๆ ออกมา ก่อนที่จะขยายตัวเป็นสนามพลังงานขนาดใหญ่ครอบคลุมทั้งห้องทดลองและบริเวณรอบๆ เมื่อสนามพลังงานสีฟ้าอ่อนแผ่ขยายออกไปสัมผัสกับ ‘เงาพิษ’ ที่กำลังบุกเข้ามา สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ‘เงาพิษ’ เหล่านั้นเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พวกมันส่งเสียงคำรามที่ไม่ได้มาจากลำคอ แต่เป็นเสียงที่ดังขึ้นในโสตประสาทของทุกคน คล้ายกับเสียงของแก้วที่กำลังแตกหัก และเพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างกายที่ดูเหมือนเป็นสสารสีดำอมม่วงของพวกมันก็เริ่มสลายตัวกลายเป็นอนุภาคสีเทาจางๆ และหายไปในอากาศ “มันได้ผล!” จ่ามอร์สตะโกนอย่างดีใจ ธีร์และลีน่าถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขาเพิ่งจะรอดพ้นจากสถานการณ์ที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดมาได้ “แต่มันเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้นกัปตัน” เสียงของอควาดังขึ้น “สนามพลังงานนี้มีรัศมีจำกัดและต้องใช้พลังงานอย่างต่อเนื่อง สถานีเซเรนิตี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นสถานที่กักกัน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะรับมือกับ ‘สิ่งมีชีวิตมิติไร้รูป’ ได้อย่างสมบูรณ์” “แล้วเราต้องทำยังไงต่อไปอควา?” ธีร์ถาม “เราต้องเข้าถึง ‘แกนหลักแห่งการรวมมิติ’ ที่ซ่อนอยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของสถานี ก่อนที่ ‘สิ่งมีชีวิตมิติไร้รูป’ จะสามารถใช้มันเปิดประตูมิติและหลอมรวมกับมิติของเราได้สำเร็จ” อควาตอบ “นั่นคือภารกิจที่สถานีเซเรนิตี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกัน และเป็นภารกิจที่ถูกปกปิดไว้ภายใต้ความทรงจำที่แตกสลายของฉัน”

คำพูดของอควาทำให้ทุกคนตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง พวกเขาเพิ่งจะเอาชนะศึกเล็กๆ มาได้ แต่ดูเหมือนว่าศึกที่แท้จริงจะเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และภัยคุกคามที่แท้จริงนั้นยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้มากนัก ‘แกนหลักแห่งการรวมมิติ’ อะไรคือสิ่งนั้น? และพวกเขาจะหยุดยั้งมันได้ทันเวลาหรือไม่ ก่อนที่มนุษยชาติจะต้องเผชิญหน้ากับชะตากรรมที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้จากห้วงอวกาศอันมืดมิด


หน้านิยาย
หน้านิยาย
ดวงตาแห่งอควา

ดวงตาแห่งอควา

โดย มนต์ตรา ประกาศิต

© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club

ความรู้สึกของคุณVIP เท่านั้น

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก

ความคิดเห็น VIP

เฉพาะสมาชิก VIP

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!