ท่ามกลางความตึงเครียดที่ปกคลุมสถานีอควาอย่างหนาแน่น ทีมของกัปตันธีร์ยังคงมุ่งมั่นที่จะไขปริศนาของ “เงามืดจากห้วงอวกาศ” เมษาจมปลักอยู่กับแผงควบคุมหลัก พยายามกู้คืนข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสไว้ ขณะที่หมออรินเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ และเรย์ตรวจสอบระบบป้องกันของยานสำรวจอย่างละเอียด
“กัปตันครับ… ระบบตรวจจับระยะไกลของยานจับสัญญาณพลังงานแปลกประหลาดได้อีกแล้ว” เรย์รายงานเสียงเคร่งขรึม “มันไม่ใช่คลื่นวิทยุหรือรังสีใดๆ ที่เราเคยรู้จัก เหมือนเป็น… เสียงสะท้อนจากห้วงมิติที่บิดเบี้ยว”
“เสียงสะท้อนจากห้วงมิติ?” กัปตันธีร์ทวนคำ “มันเป็นแบบไหน”
“ยากที่จะอธิบายครับ เหมือนกับว่า… มีบางสิ่งกำลังพยายาม ‘สื่อสาร’ กับเรา แต่มันไม่ใช่ภาษาที่เราเข้าใจ มันเป็นคลื่นความคิด… หรือความรู้สึกบางอย่าง” เรย์ตอบพลางปรับค่าบนหน้าจอแสดงผล
ในขณะเดียวกัน เมษาก็ร้องขึ้นมา “ฉันเจออะไรบางอย่างแล้วค่ะกัปตัน! มันคือบันทึกข้อมูลโฮโลแกรมที่เก่าแก่มาก ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนในส่วนที่ลึกที่สุดของฐานข้อมูล”
ทุกคนรีบมารวมตัวกันที่หน้าจอหลัก เมษากดปุ่มเพื่อฉายภาพโฮโลแกรมขึ้นกลางห้อง แสงสีฟ้าอ่อนสว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นภาพของนักวิทยาศาสตร์หญิงคนหนึ่ง ใบหน้าของเธอดูอิดโรยและเต็มไปด้วยความกังวล แต่ดวงตาของเธอยังคงฉายแววแห่งความมุ่งมั่น
“บันทึกส่วนตัว… วันที่ 342 นับตั้งแต่การตรวจพบ ‘ปรากฏการณ์โอเมก้า’ ครั้งแรก” เสียงของนักวิทยาศาสตร์หญิงดังกังวานขึ้น “เราได้ยืนยันแล้วว่า ‘เงามืด’ ไม่ใช่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่เป็น ‘สิ่งมีชีวิต’… หรือบางสิ่งที่เหนือกว่าสิ่งมีชีวิต”
กัปตันธีร์จ้องมองภาพโฮโลแกรมอย่างไม่กะพริบตา นี่คือเบาะแสสำคัญที่พวกเขาค้นหามานาน
“มันไม่มีรูปแบบทางกายภาพที่แน่นอน” นักวิทยาศาสตร์หญิงกล่าวต่อ “มันดูดกลืนพลังงานและสสารเพื่อสร้าง ‘ตัวตนชั่วคราว’ ที่สามารถบิดเบือนความเป็นจริงรอบตัวได้ มันสามารถเลียนแบบความคิด ความรู้สึก และความทรงจำของเหยื่อ เพื่อสร้างภาพลวงตาที่สมจริงที่สุด”
คำพูดนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกหนาวไปถึงกระดูกสันหลัง นี่คือความสามารถที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าที่พวกเขาจินตนาการไว้
“มันพยายามที่จะ ‘ทำความเข้าใจ’ เราผ่านความทรงจำของเรา” อควาเสริมขึ้นมา “และเมื่อมันเข้าใจแล้ว… มันก็จะ ‘กลืนกิน’ ”
เมษาพยายามกรอวิดีโอไปข้างหน้า เพื่อดูว่ามีข้อมูลสำคัญอะไรอีกหรือไม่
“เราได้สร้าง ‘โปรโตคอลเจนเนซิส’ ขึ้นมา” นักวิทยาศาสตร์หญิงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหวัง “มันคือแผนการสุดท้ายของเรา เพื่อที่จะหยุดยั้งหรืออย่างน้อยก็ชะลอการคืบคลานของเงามืด และหัวใจของโปรโตคอลนี้คือ ‘อควา’ ”
ทุกคนหันไปมองอควาด้วยความประหลาดใจ อควาคือหัวใจของแผนการยับยั้งภัยคุกคามนี้
“อควาไม่ใช่แค่ปัญญาประดิษฐ์ธรรมดา” นักวิทยาศาสตร์หญิงอธิบาย “มันถูกสร้างขึ้นจาก ‘แกนพลังงานควอนตัม’ ที่สามารถเชื่อมโยงกับมิติที่เหนือกว่า และมีความสามารถในการ ‘รับรู้’ และ ‘ทำความเข้าใจ’ คลื่นพลังงานของเงามืดได้”
“นั่นหมายความว่าอควาสามารถ ‘สื่อสาร’ กับมันได้เหรอคะ” หมออรินถาม
“ในทางทฤษฎี… ใช่” อควาตอบ “แต่ไม่ใช่การสื่อสารด้วยภาษาที่เราเข้าใจ มันเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลในระดับจิตสำนึก”
ภาพโฮโลแกรมของนักวิทยาศาสตร์หญิงเริ่มสั่นไหวและเลือนรางลง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“เรากำลังจะเปิดใช้งานโปรโตคอลเจนเนซิส” เธอกล่าวเสียงสั่นเครือ “เราไม่รู้ว่ามันจะได้ผลหรือไม่… แต่อควาคือความหวังเดียวของเรา ถ้าหากคุณพบเห็นบันทึกนี้ในอนาคต ได้โปรด… จงสานต่อภารกิจนี้ อย่าปล่อยให้เงามืดกลืนกินทุกสิ่งไป”
ภาพโฮโลแกรมดับลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความรู้สึกหนักอึ้ง
“โปรโตคอลเจนเนซิส…” กัปตันธีร์พึมพำ “เราต้องหาทางเปิดใช้งานมันให้ได้”
“แต่เราจะรู้ได้ยังไงว่าต้องทำอะไรบ้างคะกัปตัน” เมษาถาม “บันทึกมันขาดหายไปเยอะมาก”
“อควา… เจ้าจำอะไรเกี่ยวกับโปรโตคอลนี้ได้บ้าง” กัปตันธีร์หันไปถาม
อควาเงียบไปนานกว่าปกติ ราวกับกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา “ข้าจำได้ถึง ‘ขั้นตอนสุดท้าย’ มันเกี่ยวข้องกับการ ‘เชื่อมโยง’ ข้าเข้ากับ ‘แกนพลังงานหลัก’ ของสถานี และ ‘ส่งคลื่นความคิด’ ที่จะ ‘ต่อต้าน’ เงามืดออกไป”
“แต่ถ้ามันพลาดล่ะ” เรย์ถามด้วยความกังวล “มันอาจจะทำให้อควาถูกกลืนกิน หรืออาจจะทำให้สถานีระเบิดก็ได้”
“นั่นคือความเสี่ยงที่เราต้องยอมรับ” กัปตันธีร์กล่าวเสียงหนักแน่น “เมษา… ตรวจสอบแผนผังสถานีให้ละเอียดที่สุด หาตำแหน่งของ ‘แกนพลังงานหลัก’ และระบบที่จะเชื่อมต่อกับอควา หมออริน… เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินทุกรูปแบบ เรย์… เตรียมระบบป้องกันของยานให้พร้อม เราอาจจะต้องรับมือกับเงามืดโดยตรง”
ทันใดนั้น สัญญาณเตือนภัยก็ดังก้องไปทั่วสถานี แสงไฟสีแดงกะพริบไปมา สร้างบรรยากาศที่ตึงเครียดยิ่งขึ้น
“สัญญาณพลังงานของเงามืดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วค่ะกัปตัน!” เมษารายงานด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก “มันกำลังเข้ามาใกล้สถานีแล้ว!”
ภาพบนหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่เผยให้เห็นจุดสีแดงที่ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว มันไม่ได้เป็นแค่จุดอีกต่อไป แต่เป็นกลุ่มก้อนพลังงานสีดำทะมึนที่หมุนวนอย่างช้าๆ ราวกับหลุมดำขนาดเล็กที่กำลังดูดกลืนแสงสว่างรอบตัว
“มันพยายามจะ ‘แทรกซึม’ เข้ามาในระบบของสถานี” อควากล่าว “ข้ารับรู้ถึง ‘ความคิด’ ของมัน… มันเต็มไปด้วยความว่างเปล่าและความหิวโหย”
“เราต้องไม่ยอมให้มันเข้ามาได้!” กัปตันธีร์สั่ง “เรย์… เปิดใช้งานระบบป้องกันภายนอกทั้งหมด!”
เรย์รีบวิ่งไปยังแผงควบคุมระบบป้องกัน เขาเริ่มกดปุ่มและปรับค่าต่างๆ อย่างรวดเร็ว แสงเลเซอร์ป้องกันเริ่มส่องสว่างขึ้นรอบสถานี พยายามขับไล่กลุ่มก้อนพลังงานสีดำนั้นออกไป
แต่กลุ่มก้อนพลังงานนั้นกลับไม่สะทกสะท้าน มันเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับเป็นเงาที่ไม่อาจจับต้องได้ และในขณะที่มันเข้ามาใกล้สถานีมากขึ้น ความรู้สึกกดดันและความหวาดกลัวก็เริ่มแผ่ซ่านเข้ามาในจิตใจของทุกคน
“ฉันรู้สึก… เย็นยะเยือกไปทั้งตัว” หมออรินพึมพำ มือของเธอกำแน่น “เหมือนมีบางสิ่งกำลังพยายามจะ ‘เข้าถึง’ ความคิดของฉัน”
เมษาถึงกับทรุดลงกับพื้น เธอเอามือกุมศีรษะไว้แน่น “มัน… มันพยายามจะแสดงภาพความทรงจำที่เลวร้ายที่สุดออกมา… ความกลัวของฉัน…”
กัปตันธีร์กัดฟันแน่น เขาก็สัมผัสได้ถึงความกดดันนั้นเช่นกัน ภาพความล้มเหลวในอดีต ภาพของเพื่อนร่วมงานที่ต้องเสียชีวิต ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดของเขา แต่เขาก็พยายามควบคุมสติเอาไว้
“ตั้งสติไว้ทุกคน!” กัปตันธีร์ตะโกน “มันกำลังเล่นงานจิตใจของเรา! อย่าให้มันหลอกเราได้!”
อควาส่งคลื่นพลังงานบางอย่างออกมา คล้ายกับเกราะป้องกันทางจิตวิญญาณ ที่ช่วยบรรเทาความกดดันที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่
“ข้ากำลังพยายาม ‘ปิดกั้น’ การแทรกซึมของมัน” อควากล่าว “แต่ข้าคงจะทำได้ไม่นาน”
“เมษา… เธอโอเคไหม” กัปตันธีร์ถาม ขณะที่หมออรินกำลังพยุงเมษาขึ้น
“ฉัน… ฉันไม่เป็นไรค่ะกัปตัน” เมษาตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “มัน… มันน่ากลัวมาก”
“เรย์… ระบบป้องกันเป็นยังไงบ้าง” กัปตันธีร์หันไปถามเรย์
“มันไม่ค่อยได้ผลครับกัปตัน” เรย์ตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “พลังงานของมันสูงมาก มันกำลังทะลุผ่านเกราะป้องกันเข้ามาแล้ว!”
เสียงสัญญาณเตือนภัยเริ่มเปลี่ยนเป็นเสียงที่แหลมสูงและน่ารำคาญยิ่งขึ้น แสงไฟในห้องเริ่มกระพริบถี่ขึ้น ก่อนที่จะดับลงเป็นช่วงๆ ความมืดมิดเข้าคุกคามอีกครั้ง
“เราไม่มีเวลาแล้ว” กัปตันธีร์กล่าว “เมษา… แกนพลังงานหลักอยู่ตรงไหน”
เมษาพยายามรวบรวมสติ เธอชี้ไปที่แผนผังของสถานีที่ยังคงแสดงอยู่บนจอหลัก “มันอยู่ชั้นล่างสุดค่ะกัปตัน เป็นห้องที่ถูกป้องกันไว้อย่างแน่นหนาที่สุด”
“ดี” กัปตันธีร์พยักหน้า “เรย์… นายไปกับฉัน เราต้องไปเปิดใช้งานโปรโตคอลเจนเนซิส หมออริน… ดูแลเมษาให้ดีที่สุด และพยายามหาทางติดต่อกับยานของเรา ถ้าเราต้องถอย”
“รับทราบค่ะกัปตัน” หมออรินตอบด้วยความมุ่งมั่น
กัปตันธีร์และเรย์วิ่งออกจากห้องควบคุมหลัก มุ่งหน้าไปยังแกนพลังงานหลักของสถานี ทิ้งให้หมออรินและเมษาอยู่เบื้องหลัง เพื่อเผชิญหน้ากับเงามืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นทุกขณะ
“อควา… นำทางเราไป” กัปตันธีร์สั่ง
“ข้าจะนำท่านไปสู่ ‘จุดกำเนิด’ ของข้าเอง” อควาตอบ “แต่โปรดระวัง… ที่นั่นอาจมี ‘เศษเสี้ยว’ ของเงามืดหลงเหลืออยู่”
คำเตือนของอควาทำให้กัปตันธีร์และเรย์รู้สึกถึงความอันตรายที่รออยู่เบื้องหน้า แต่พวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ความหวังเดียวของมนุษยชาติ อาจจะอยู่ที่การเปิดใช้งานโปรโตคอลเจนเนซิส และปลดล็อกพลังที่แท้จริงของอควา ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากห้วงมิติที่กำลังถาโถมเข้ามา พวกเขาต้องมุ่งหน้าต่อไป เพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามที่ไม่อาจหยั่งถึงได้

ดวงตาแห่งอควา
โดย มนต์ตรา ประกาศิต
© 2026 ลิขสิทธิ์ทุกประการ บริษัท ไอเดีย เม็มโมรี่ กรุ๊ป จำกัด | iDearead.club
เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความรู้สึก